ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 80 การประลองสิ้นสุด้ลง
“นี่เขายังไม่ตายหรอกหรือ?”
เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้พอเหมนเนี่ยเทียนกมอึ้งตะลึงไป ทันที
อันอิ่งและเจียงหลิงจูเองกมีสีหน้าเหมือนคนเหมนผี คล้ายไม่ กล้าเชื่อสิ่งที่ตัวเองเหมน
หลังจากอวี๋ถงที่อยู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ใช้ตาข่ายปฐพีอัน เป็นเวทต้องห้ามของสำานักโลหิตคลุมร่างของเนี่ยเทียนแล้ว นางกม เริ่มหลอมเลือด้สด้ตลอด้ร่างของเนี่ยเทียนทันที
ตอนที่พวกนางจากไป เนี่ยเทียนใกล้สิ้นใจตายเตมที เหลือ เพียงเสียงหัวใจเต้นอ่อนจาง แม้แต่ลมหายใจกมยังหยุด้ลงไปแล้ว
เนี่ยเทียนที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ จะยังมีชีวิตอยู่ได้้อย่างไร?
นี่ทำาให้พวกเขายากที่จะเชื่อได้้
ไม่นานนัก พันเทากมวิ่งมาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนก่อน ใคร เขาเด้ินวนรอบเนี่ยเทียนอยู่สองสามรอบ สังเกตมองเนี่ยเทียน อย่างละเอียด้รอบหนึ่ง หลังจากพบว่าเนี่ยเทียนไม่เป็นอะไร เขาจึง ต่อยเนี่ยเทียนหนักๆ หนึ่งหมัด้ ในที่สุด้กมอด้ไม่ไหวจนต้องตะโกนออก มา: “เจ้ารอด้มาได้้อย่างไรกันนี่?”
เขาถามสิ่งที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุด้
ในเวลานี้ ทุกคนที่ไล่ตามสำานักภูติผีและสำานักโลหิตไป กมตามกันมาถึงข้างกายเนี่ยเทียน ทุกคนต่างกมเบิกตากว้างมองเขา รอ ให้เขาเอ่ยคำาอธิบาย
เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ หนึ่งครั้ง กล่าว: “เกิด้ปัญหาที่ ตัวนางมารนั่นเอง”
“ยังไงล่ะ?” พันเทาซักถาม
“ตอนที่เวทหลอมโลหิตของนางมารนั่นร่ายออกมาได้้ครึ่ง หนึ่ง ดู้เหมือนว่านางจะถูกพลังโจมตีกลับ” เนี่ยเทียนสีหน้าเป็นปกติ กล่าวด้้วยน้ำาเสียงราบเรียบ: “หากนางสามารถร่ายต่อไปได้้ เลือด้สด้ ตลอด้ร่างข้าคงถูกด้ึงออกไปหลอมจนแห้งขอด้ ที่น่าเสียด้ายกมคือ การที่นางใช้ตบะขอบเขตท้ายสวรรค์ร่ายเวทตาข่ายปฐพีนั่น ดู้ เหมือนว่าจะเป็นการฝืนตัวเองจนเกินไป”
“ข้าสัมผัสได้้ว่าตอนที่นางหลอมเลือด้สด้ของข้า อยู่ๆ กม เกิด้ปัญหาขึ้นมา จึงหมด้พลังที่จะร่ายต่อได้้อีกในภายหลัง”
“นางไม่สามารถร่ายเวทต่อได้้ เลือด้สด้ที่ถูกด้ึงออกไปเหล่า นั้นจึงกลับมาในร่างของข้าอีกครั้ง เส้นเลือด้แด้งสด้พวกนั้นกมค่อยๆ แตกกระจายกลายมาเป็นหมอกโลหิตแล้วสลายหายไป”
ตอนที่เนี่ยเทียนพูด้ประโยคนี้ ด้วงตาของเจียงเหมียวที่นั่ง อยู่ด้้านข้างฉายแววแปลกประหลาด้เลมกน้อย
เพราะเหมนได้้ชัด้ว่าคำาอธิบายนี้ไม่ค่อยเหมือนกับถ้อยคำาที่ เขากล่าวกับนางก่อนหน้านี้เท่าไหร่นัก
เขาบอกว่าเส้นเลือด้แด้งสด้พวกนั้นแตกกระจายออก แต่ ก่อนหน้านี้เจียงเหมียวกลับเหมนได้้อย่างชัด้เจนว่า เส้นเลือด้มากมาย ที่แฝงไว้ด้้วยปราณเลือด้เข้มข้นเหล่านั้นหายไปในร่างกายของเนี่ย เทียนทั้งหมด้ คล้ายถูกเนี่ยเทียนเอาไปหลอมเสียเอง
ยังด้ีที่เจียงเหมียวมีความซาบซึ้งบุญคุณอยู่ในใจจึงไม่ได้้ เปิด้โปงเขา
คนอื่นๆ หลังจากฟังเขาอธิบายต่างกมเผยสีหน้าแตกต่างกัน ออกไป มีคนเชื่อ และกมีคนที่…แอบสงสัยในความจริงของคำาพูด้นั้น
เช่นอันอิ่ง เจียงหลิงจู และยังมีพันเทากับเจิ้งรุ่ย
คนที่เข้าใจความลึกลับของเวทหลอมเลือด้สำานักโลหิต ล้วนรู้ว่าต่อให้อวี๋ถงถูกพลังโจมตีกลับ เวทหลอมเลือด้นั่นพอเริ่มขึ้น แล้วย่อมไม่มีทางหยุด้ลงได้้อย่างแน่นอน
ต่อให้อวี๋ถงตายไป เวทหลอมเลือด้ที่นางร่ายออกมากมาก พอจะทำาให้เนี่ยเทียนตายอนาถเพราะเสียเลือด้มากเกินไป
หรือจะพูด้ในอีกมุมหนึ่งกมคือ เลือด้สด้ที่ถูกด้ึงออกไปจาก ในร่างของเนี่ยเทียนย่อมไม่มีทางกลับคืนสู่ร่างของเขาเองเป็นแน่
สรุปคือ เขาไม่มีทางอยู่รอด้ปลอด้ภัย หรือต่อให้ฝืนรอด้ ชีวิตมาได้้กมไม่น่าจะมีสภาพอย่างในตอนนี้
เหมนว่าทุกคนไม่พูด้ไม่จา แต่ละคนล้วนมองตนด้้วยความ สงสัยไม่คลาย เนี่ยเทียนจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อไปพูด้เรื่องอื่น “พวกเจ้า ล่ะ? ไล่ตามพวกเขาไปทันหรือไม่ ได้้ฆ่าพวกเขาหรือเปล่า?”
“ไม่” พันเทายิ้มขื่น “โม่ซีและนางมารนั่น รวมไปถึงลูก ศิษย์ของสำานักภูติผีและสำานักโลหิต พวกเขาหนีไปได้้สำาเรมจ พวกเรา ไล่ฆ่าไปพักหนึ่ง ฆ่าได้้แค่สามคนที่รั้งท้ายเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าพวก เขาได้้ทั้งหมด้”
“ที่น่าแปลกกมคือ ไม่รู้ว่าทำาไมอยู่ๆ พวกโม่ซีถึงได้้หายตัว ไปอย่างลึกลับ”
“เฮ้อ ถ้าสามารถฆ่าโม่ซีและนางมารผู้นั้นได้้ หลัง จากที่พวกเราออกไปจากโลกมายามรกตกมคงมีคำาอธิบายให้กับพวกผู้ อาวุโส”
เขากล่าวด้้วยความเสียด้าย
อวี๋ถงบาด้เจมบหนัก เหลือเพียงแค่โม่ซีคนเด้ียว พวกเขาไม่ ได้้ฆ่าอีกฝ่ายให้หมด้ นี่ทำาให้พวกเขารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก
คนอื่นๆ กมรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ จึงไม่มีใครคิด้เอ่ย แก้ตัว
“เวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ทุกคนกลับไปที่ประตูโลกลับ เถอะ นับวันเวลาดู้ การประลองโลกมายามรกตกมใกล้จะสิ้นสุด้ลง แล้ว ทุกคนยืนหยัด้กันอีกหน่อย ทนหิวอีกไม่กี่วัน รอออกไปจากโลก มายามรกตเมื่อไหร่ค่อยกินกันให้เตมคราบแล้วกัน” อันอิ่งเอ่ยแนะนำา
ทุกคนพากันพยักหน้า
เวลานี้ เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้มองเนี่ยเทียน อยู่ๆ กมพูด้ ขึ้นมาว่า: “ตอนนั้นพวกเรา…รู้สึกว่าเจ้าต้องตายแน่นอน ด้ังนั้นถึงทิ้ง เจ้าไป พวกเราไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าจะรอด้ชีวิตมาได้้ มิฉะนั้นพวกเรากม จะอยู่ต่อเพื่อช่วยเหลือเจ้า”
อันอิ่ง เจียงหลิงจู และเนี่ยเสียนต่างกมหันมามองเขาด้้วย ใบหน้ารู้สึกผิด้และขออภัย
เนี่ยเทียนไม่ได้้ถือสาอะไร อันที่จริงเขาเองกมรู้ว่าการตัด้สิน ใจของพวกเจิ้งปินนั้นถือว่าชาญฉลาด้แล้ว หากไม่เป็นเพราะตัวเขา มีความพิเศษ ยังไงกมย่อมไม่มีทางมีชีวิตรอด้มาได้้อย่างแน่นอน
ความผิด้ปกติในร่างกายของเขาไม่มีใครรับรู้ คนเหล่านั้น ทิ้งคนคนหนึ่งที่ต้องตายแน่ๆ ไป เพราะต้องการสังหารอวี๋ถงเพื่อ พลิกกลับสถานการณ์ ตามเหตุตามผลแล้วไม่มีเรื่องใด้ผิด้
“ไม่เป็นไร ข้าไม่โทษพวกเจ้า พวกเจ้าไม่ได้้ทำาอะไรผิด้” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วยรอยยิ้ม
“มีชีวิตอยู่กมด้ีแล้ว” พันเทาเพื่อนรักตบไหล่ของเขา พลัน พูด้ขึ้นว่า: “เจ้า…ยังไม่ได้้กลายเป็นลูกศิษย์ของสำานักหลิงอวิ๋นใช่ ไหม?”
“ขอบเขตไม่เพียงพอ จึงยังไม่ถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับตัวไป” เนี่ยเทียนตอบตรงไปตรงมา
พันเทาพยักหน้า หัวเราะหึหึ นัยน์ตาเผยความหมายลึกล้ำา
เจียงหลิงจูที่เหลือบตามองเขา พอได้้ยินคำาพูด้ที่เขากล่าว กับเนี่ยเทียนใจกมกระตุกวาบ คล้ายตระหนักได้้ถึงอะไรบางอย่าง จึง พูด้ขึ้นมาเสียงด้ัง: “เจ้าอย่าได้้หวังว่าจะได้้ตัวเนี่ยเทียนไป! พันเทา ข้าบอกกับเจ้าตรงๆ แล้วกัน สักวันเนี่ยเทียนกมต้องกลายมาเป็นคน ของสำานักหลิงอวิ๋นเรา เจ้ารีบตัด้ใจซะเด้ี๋ยวนี้!”
พันเทาลูบคลำาจมูก “สำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้ามีกฎ มากมาย ต้องให้ลูกหลานตระกูลในสังกัด้ฝ่าทะลุหลอมลมปราณเก้า ได้้ก่อนถึงจะรับขึ้นเขา หอหลิงเป่าของพวกเราไม่ได้้ตายตัวแบบนั้น เนี่ยเทียนคือเพื่อนรักของข้า ข้ากับเขาผ่านความเป็นความตายมา ด้้วยกันหลายครั้ง คราวนี้เมื่อออกไปจากโลกมายามรกต ข้าจะ แนะนำาให้เขาเข้าไปอยู่ในหอหลิงเป่าให้ได้้”
“ฝันไปเถอะ!” เจียงหลิงจูกล่าวอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้
“หึ คอยดู้กันต่อไปเถอะ” พันเทาหัวเราะฮ่าๆ
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันประตูโลกลึกลับกมจะเปิด้ออก ตอนนี้อ วี๋ถงบาด้เจมบสาหัส ลูกศิษย์ของสำานักภูติผีและสำานักโลหิตที่ยังต่อสู้ ได้้เหลือเพียงสามคนเท่านั้น
ดู้จากสถานการณ์ในตอนนี้ สำานักภูติผีและสำานักโลหิตไม่ ได้้สร้างภัยคุกคามใด้ๆ ให้กับพวกเขาได้้อีกแล้ว
พันเทาที่รู้ว่ายังไงกมต้องได้้ออกไปจากโลกมายามรกต แน่นอนว่าอารมณ์ย่อมผ่อนคลาย จึงเริ่มครุ่นคิด้เรื่องหลังจากที่ออก ไปจากโลกมายามรกตแล้ว
“คอยดู้กมคอยดู้สิ!” เจียงหลิงจูไม่ยอมลงให้แม้แต่น้อย
หลายวันต่อมา เนี่ยเทียนและผู้ประลองของอีกสามสำานัก รวมตัวกันอยู่ที่ประตูของโลกลับตลอด้เวลา รอคอยเงียบๆ ให้ประตู เปิด้ออก
เนื่องจากเวลาใกล้จะมาถึงแล้ว อีกทั้งรอบด้้านกมไม่มีสัตว์ วิเศษปรากฏตัว ทุกคนจึงทำาได้้เพียงทนหิว
ห้าวันต่อมา
ทุกคนที่อาหารหมด้สิ้น แต่ละคนหน้าตาเหลืองตอบ หิวจน หูอื้อตาลาย ในที่สุด้กมสัมผัสได้้ว่าบนกำาแพงหินของประตูโลกลับมี คลื่นพลังวิญญาณรุนแรงส่งผ่านมา
“ประตูเปิด้แล้ว!” ทุกคนสีหน้าตื่นเต้น
ไม่นานผนังหินเรียบลื่นกมค่อยๆ เปลี่ยนรูปมาเป็นกระจกใส บานหนึ่ง
“ทุกคนเรียงลำาด้ับกันออกไป!”
ภายใต้เสียงตะโกนก้องของอันอิ่ง ทุกคนที่หิวจนแทบจะ เด้ินไม่ไหวกมทยอยกันมุด้ลอด้ประตูลึกลับออกไป
ด้้านข้างทะเลสาบกลางบึงน้ำา
อันซืออี๋แห่งหอหลิงเป่า ฝานลี่แห่งสำานักหลิงอวิ๋น ซางปิ่ง แห่งหุบเขาเทา และยังมีหญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้ กำาลังพูด้ คุยกันพลางหันมามองน้ำาวนในทะเลสาบ
“หากไม่มีอุบัติเหตุอะไร งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์นั่นน่าจะถูก หยวนเฟิงฆ่า” ซางปิ่งแห่งหุบเขาเทาเชิด้หน้าขึ้นน้อยๆ พูด้กับอันซื ออิ่ง: “แม่หนูอัน ถึงเวลานั้นหอหลิงเป่าของพวกเจ้าอย่าได้้ขี้เหนียว โอสถบรรลุสวรรค์นั่น จำาเป็นต้องมอบให้เราตามกติกาล่ะ”
“เจ้ารู้ได้้อย่างไรว่างูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์จะต้องถูกหยวน เฟิงฆ่า?” อันอิ่งกล่าวด้้วยรอยยิ้มอ่อนหว่าน
ซางปิ่งแสยะปาก หัวเราะหึหึ “ไม่ว่าจะเป็นอันอิ่งน้องสาว เจ้า เจิ้งปิน หรือแม้แต่เจียงหลิงจูกมไม่มีใครที่เคยมีประสบการณ์ แท้จริงมาก่อน แต่หยวนเฟิงกลับผ่านการขัด้เกลาอย่างเข้มงวด้จาก พวกเรา ตอนที่พวกเราต่อสู้กับสำานักโลหิตล้วนพาเขาไปด้้วย เขา เคยผ่านพิธีชำาระล้างด้้วยเลือด้สด้มาก่อน การประลองของโลกมายา มรกต สำาหรับเขาแล้ว เป็นเพียงแค่สนามประลองเลมกๆ เท่านั้น”
“อ้อ งั้นข้ากมอยากจะเหมนนักว่าหยวนเฟิงผู้นั้นจะสามารถ ตัด้หัวของงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์มาได้้จริงหรือไม่” ลี่ฝานพูด้ด้้วยน้ำา เสียงไม่ร้อนไม่หนาว
“งั้นเจ้ากมคอยดู้เถอะ” ซางปิ่งเตมไปด้้วยความมั่นใจ
“ออกมาแล้ว” หญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้อุทาน เบาๆ
คำาพูด้ของนางเพิ่งจะจบลงกมองเหมนผู้ประลองของอาราม เสวียนอู้ที่มีเจิ้งปินเป็นผู้นำาทยอยกันโผล่ออกมาจากกลางทะเลสาบ
เบื้องหลังของพวกเขาคือเจียงหลิงจู เนี่ยเสียนสองคน สุด้ท้ายถึงจะเป็นอันอิ่ง พันเทา เนี่ยเทียนและเจิ้งรุ่ย
“ออกมาท้ายสุด้มักจะได้้รับผลพวงมากที่สุด้เสมอ” ซางปิ่ง แห่งหุบเขาเทาหัวเราะฮ่าๆ สีหน้าปลื้มปิติ คล้ายรู้สึกว่าวินาทีถัด้มา หยวนเฟิงจะต้องถือหัวของงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์พุ่งออกมาจากใน น้ำาวน
น่าเสียด้าย เขาหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งกลับพบว่าหลังจากที่ทุก คนขึ้นมาอยู่บนฝั่งหมด้แล้ว หยวนเฟิงกมยังไม่โผล่หน้ามา
เขาหยุด้เสียงหัวเราะทันที ขมวด้คิ้วน้อยๆ กล่าว: “หรือว่า พวกหยวนเฟิงไม่ได้้มาถึงผนังหินก่อนหน้าที่ประตูโลกลึกลับจะเปิด้ ออก?”
“หยวนเฟิงไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว” เจียงหลิงจูเด้ินมาหยุด้ อยู่ข้างกายลี่ฝาน กล่าว: “ไม่เพียงแค่หยวนเฟิง ผู้ประลองทุกคนของ หุบเขาเทาล้วนไม่มีวันกลับมาอีก”
“ว่าไงนะ?!” ซางปิ่งหน้าเปลี่ยนสีทันควัน