ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 791 โยนความผิดให้คนอื่น
“เกรงว่าพวกเราคงถูกสำนักภูเขาพันกระบี่ใส่ความเสียแล้ว” หัวมู่ยก ยิ้มจืดเจื่อน
ผู้ที่สวมมงกุฎสีทองพูดออกมาอย่างชัดเจนว่าสำนักภูเขาพันกระบี่ บอกกับเขาว่ามีเผ่ามนุษย์สมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูก โยการส่งศพของ คนเผ่าเดียวกันไปให้กับเผ่าโครงกระดูก
อีกด้านหนึ่งก็บอกอย่างชัดเจนว่าพวกเขามาจากดินแดนดาวตก
หัวมู่มาลองคิดดูก็ตระหนักได้ว่าบางทีศพของเจินฮุ่ยหลันก็น่าจะถูก คนของสำนักภูเขาพันกระบี่โยนเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเพื่อชักนำให้ พวกเขามาที่นี่แล้วมาเป็นแพะรับบาป
พวกจ้าวซานหลิงเองต่างก็เป็นผู้เฒ่าประหลาดที่ฝึกตนมาแล้วหลาย ร้อยปี ไม่มีใครที่เป็นคนโง่
วินาทีที่คนผู้นั้นพูดออกมาว่าพวกเขามาจากดินแดนดาวตก พวกเขาก็ พากันตระหนักได้ถึงแผนการของสำนักภูเขาพันกระบี่
“ตุ้บ! ตุ้บ!”
เศษซากของคนเผ่าโครงกระดูกที่ถูกฆ่าจากนอกอาณาจักรร่วงกราว จากท้องฟ้าดั่งฝนสีเทาซีด
“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเจ้าคิด!” สิ่งหวนเยว่จากสำนักหยินเงย หน้าขึ้นตวาดใส่ผู้คนที่อยู่บนท้องฟ้า “ศพที่อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกไม่เกี่ยว อะไรกับพวกเรา เป็นฝีมือของสำนักภูเขาพันกระบี่!”
“อย่ามาใส่ร้ายคนอื่น!” จ้งซื่อซูผู้สวมมงกุฎสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียง รังเกียจ “สำนักภูเขาพันกระบี่กับสำนักทองไพศาลของเราเป็นพันธมิตรที่ แข็งแกร่งต่อกัน มีหรือที่พวกเขาจะส่งศพของเผ่ามนุษย์ไปให้เผ่าโครง กระดูกสร้างพื้นที่ฝังกระดูกแล้วรุกรานเข้ามาในถิ่นของสำนักทองไพศาล เรา?”
“ข้างกายพวกเจ้าก็มีคนของเผ่าโครงกระดูกอยู่ ยังมีหน้ามากล้า ปฏิเสธอีกรึ!”
ระหว่างที่พูดวงล้อแสงสีทองก็พลันบินออกมาจากกลางกระหม่อม ของเขา
วงล้อแสงสีทองประหนึ่งดวงอาทิตย์สีทองอร่ามเจิดจ้าที่ปลดปล่อย แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองลงมากดทับทุกคนช้าๆ
“เขตวิญญาณช่วงท้าย” จ้าวซานหลิงสีหน้าเป็นปกติ ยิ้มบางๆ “ใน เมื่อไม่ฟังคำอธิบายจากพวกเรา ถ้าอย่างนั้นก็…สู้ก่อนค่อยว่ากัน!”
“อู้!”
เจดีย์ซวีหลิงบินออกมาจากกลางหว่างคิ้วของเขาแล้วเข้าปะทะกับวง ล้อแสงสีทอง
เจดีย์ซวีหลิงขนาดเท่ากำปั้นขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พริบตาเดียวก็สูงหลายสิบเมตร
บนเจดีย์ซวีหลิงขนาดมหึมาสลักลายเส้นห้วงมิติเอาไว้นับไม่ถ้วน ลายเส้นห้วงมิติเหล่านั้นขยับเคลื่อนไหวแล้วพลันแผ่พลังการบิดเบือนของ มิติที่น่ากลัวออกมา
แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองเจิดจ้าปะทะกับมีดแสงห้วงมิติมีเงินยวงอยู่กลาง อากาศ คลื่นการโจมตีจึงกระเพื่อมออกมาเป็นวงๆ
คลื่นนั้นมีแสงสีทอง สีเงินตัดสลับกันแล้วสาดกระจายไปสี่ทิศ ทำให้ ภูเขาไฟหลายลูกในบริเวณใกล้เคียงเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อ
“เขตวิญญาณช่วงท้าย! ทั้งยังเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติด้วย!”
ผู้แข็งแกร่งอีกคนหนึ่งของสำนักทองไพศาล แค่นเสียงกล่าว “จาก ข่าวที่สำนักภูเขาพันกระบี่ให้มา คนที่ถูกพวกเขาสังหารก็ฝึกวิชาห้วงมิติ เช่นกัน!”
“ถูกต้องแล้ว เป็นพวกเขาแน่” ดวงตาของจ้งซื่อซูเต็มไปด้วยความ เดือดดาล “เหลือเจ้าเด็กคนนั้นไว้สอบปากคำ ขอบเขตเขาต่ำสุด ง่าย สำหรับการร่ายใช้เวทค้นวิญญาณ”
เด็กที่พวกเขาพูดถึงย่อมหมายถึงเนี่ยเทียน
หัวมู่ฉีป๋ายลู่ต่างก็เป็นเขตวิญญาณ ขอบเขตเท่าเทียมกับพวกเขา
ต่อให้พวกเขาจับตัวพวกหัวมู่เอาไว้ได้ แต่ด้วยตบะที่เท่าเทียมกัน คิด จะค้นความทรงจำทั้งหมดของพวกหัวมู่ออกมาก็ย่อมเต็มไปด้วยความ ยากลำบาก และไม่แน่ว่าอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดอะไรขึ้นก็เป็นได้
ทว่าในสายตาของพวกเขา เนี่ยเทียนที่มีตบะแค่เขตสามัญนั้นลงมือได้ ง่ายกว่ามาก
“คิดจะร่ายเวทค้นวิญญาณกับข้ารึ…” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงหยัน
เห็นได้ชัดว่าพวกคนที่มาจากสำนักทองไพศาลถูกคนของสำนักภูเขา พันกระบี่ปั่นหัวมาก่อนจนแยกแยะถูกผิดไม่ออก แถมยังมั่นใจว่าพวกเขา คือคนที่สมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูก จึงไม่คิดจะฟังพวกเขาอธิบายแม้แต่ น้อย
พลังอำนาจและความมาดมั่นในตัวเองของสำนักทองไพศาลทำให้เนี่ย เทียนโกรธเคือง รู้สึกว่าหากไม่ให้พวกเขาเห็นดีกันเสียบ้าง เกรงว่าคงไม่มี โอกาสได้อธิบายแน่ๆ
“ไป!”
เมื่อความคิดบังเกิด ปราณสังหารกลุ่มหนึ่งที่มาจากเขาก็เล็งไปยังผู้ฝึก ลมปราณของสำนักทองไพศาลอีกคนที่พูดไม่หยุด
โครงกระดูกปีศาจเลือดพลันรับสัมผัสได้ทันที
“ตูม!”
พริบตานั้นหมอกแห่งความตายสีเทาซีดก็แผ่ออกมาจากในร่างของมัน พรสวรรค์ทางสายเลือดที่เป็นของเผ่าโครงกระดูกโดยเฉพาะก็ถูกกระตุ้น ออกมา
หมอกควันแห่งความตายสีเทาซีดเหมือนมังกรควันที่พวยพุ่งออกมา
“ฟู่วๆ!”
ในควันนั้นยังมีเปลวเพลิงสีขาวซีดลุกไหม้ แต่เปลวเพลิงนั้นกลับเต็ม ไปด้วยความเย็นเยียบอึมครึม แผ่ความลี้ลับแห่งความตายออกมา
“ไอ้หมอนี่ถึงขั้นกระตุ้นใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดของตัวเองได้เชียว หรือ!” คนของสำนักทองไพศาลหน้าเปลี่ยนสี รีบเรียกเอาอาวุธล้ำค่า ออกมาใช้ทันที
เทือกเขาสีทองอร่ามพลันบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา
ภูเขาสีทองขยายใหญ่ ด้านบนภูเขาเต็มไปด้วยค่ายกลสีทองจำนวน มาก ค่ายกลสีทองที่แน่นขนัดเหล่านั้นพลันหมุนโคจรทันที
ค่ายกลสีทองที่ทั้งแหลมคม ทนทาน หนักอึ้งถูกปลุกเสกเข้าไปยัง ภูเขาสีทองลูกนั้นอย่างต่อเนื่อง
ภูเขาสีทองพร่างพราวกระแทกลงไปบนร่างของโครงกระดูกปีศาจ เลือดอย่างแรง ส่วนคนผู้นั้นก็กลายร่างเป็นรุ้งยาวสีทองที่มาลอยนิ่งอยู่ เหนือเรือโบราณทองคำ
“ตึง!”
ควันสีขาวซีดที่โครงกระดูกปีศาจเลือดปลดปล่อยออกมาไล่ตามมา โจมตีเรือโบราณทองคำ ทว่ากลับถูกม่านแสงสีเหลืองสดใสชั้นหนึ่งสกัด กั้นเอาไว้ให้อยู่ภายนอก
จากนั้นภูเขาสีทองก็กระแทกลงตามมาโจมตีลงบนร่างใหญ่โตของ โครงกระดูกปีศาจเลือด ทำให้โครงกระดูกปีศาจเลือดเซถอยแล้วร่วง กระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
อีกฝั่งหนึ่ง
เจดีย์ซวีหลิงของจ้าวซานหลิงยังคงปะทะกับวงล้อแสงสีทองของจ้งซื อซูอย่างดุเดือด
มีดแสงห้วงมิตินับไม่ถ้วนปะทะกับค่ายกลสีทองทำให้ฟ้าดินถูกอาบ ย้อมไปด้วยสีทองและสีเงินยวง แสงสว่างเจิดจ้าบาดตา พลังอำนาจคม กริบน่าหวาดเกรง
“อู้!”
และเวลานี้เอง จ้าวซานหลิงก็ปล่อยเขตแห่งความตายออกมา
เมื่อเขตแห่งความตายแผ่ออกมาก็รวมตัวกันเป็นน้ำวนสีเทาซีดน่า หวาดกลัวคล้ายปากขนาดใหญ่ที่อ้าออกแล้วตรงเข้าเขมือบกลืนเรือ โบราณทองคำ
“ยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเผ่าโครงกระดูกอีกรึ?!”
กลางเรือโบราณทองคำ ผู้ฝึกลมปราณคนที่ควบคุมภูเขาสีทองคำราม เดือดดาล
เขตแห่งความตายของจ้าวซานหลิงก็สร้างขึ้นมาจากอาวุธชนิดหนึ่ง ของเผ่าโครงกระดูกซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยความลี้ลับแห่งความตายเช่นกัน
คนของสำนักทองไพศาลกับเผ่าโครงกระดูกเคยต่อสู้กันมาหลายครั้ง พอได้กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากในเขตแห่งความตาย พวก เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าพวกเนี่ยเทียนมีการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับเผ่าโครง กระดูกอย่างที่สำนักภูเขาพันกระบี่บอกไว้จริง ถึงได้มีอาวุธประเภท เดียวกับเผ่าโครงกระดูกให้ใช้และสามารถโคจรพลังงานแห่งความตายได้
“ในเมื่อยุ่งยากนักก็คงต้องใช้พลังของเรือโบราณทองคำสังหารพวก เขาแล้วล่ะ” คนผู้นั้นพึมพำเบาๆ
เขามองออกว่าด้านล่างยังมีเขตวิญญาณอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ลงมือ
เขากังวลว่าค่ำคืนยาวนานความฝันจะเยอะ เพื่อลดปัญหาที่ไม่จำเป็น เขาถึงเตรียมจะใช้พลังของเรือโบราณทองคำ
เรือโบราณทองคำที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของทุกคนพลันสั่นสะเทือน อย่างรุนแรง ทันใดนั้นทรายไหลสีทองก็บินลงมาจากตรงก้นเรือ
ทรายไหลสีทองเหมือนฝนแสงสีทองที่สาดกระจายลงมาจากความว่าง เปล่า
ทรายไหลสีทองเหล่านั้นเพิ่งจะบินออมา จ้าวซานหลิงก็หน้าเปลี่ยนสี อย่างหนัก
เนี่ยเทียนเองก็ตะลึงลานหน้าถอดสี
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าท้องฟ้าที่ทรายไหลบินผ่านเหมือนอบอวล ไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สีทอง ความว่างเปล่าก็คล้ายกลายมาเป็นโลหะที่ แข็งแกร่ง แม้แต่อากาศก็ยังมิอาจเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป
ทรายไหลสีทองจำนวนมากคมกริบอย่างถึงที่สุด โครงกระดูกปีศาจ เลือดที่เพิ่งลุกขึ้นยืนได้ถูกทรายไหลปะทะมาโดน กระดูกใสแวววาวของ มันก็ถูกลอดทะลวงไปส่วนหนึ่ง
พริบตาเดียวบนร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็มีแสงสีทองเพิ่ม ขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน
“ทรายไหลพวกนั้นผ่านการชุบหลอมจากผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่ามา ก่อน มันซุกซ่อนความลี้ลับแห่งแสงสีทองอันคมกริบ!” จ้าวซานหลิง ตะโกนเสียงดัง
และเวลานี้พวกหัวมู่ฉีป๋ายลู่ต่างก็เรียกพลังวิญญาณในร่างออกมา รวบรวมเป็นม่านแสงกำบังกาย
ทว่าพอทรายไหลสีทองหยดลงมา ม่านแสงที่พวกเขารวบรวมมา ห่อหุ้มเรือนกายเป็นชั้นๆ กลับส่งเสียงลั่น “เปรี๊ยะๆ” คล้ายจะระเบิดได้ ทุกเมื่อ
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวเดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วก้มตัวลง บังเนี่ยเทียนเอาไว้เบื้องล่าง
แผ่นหลังที่เป็นกระดูกโปร่งใสของมันช่วยบดบังทรายไหลไว้ให้เนี่ย เทียน ทำให้เนี่ยเทียนไม่โดนทรายพวกนั้นกระทบมาโดน
“ครืนๆๆ!”
จุดลึกของความว่างเปล่ามีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวของเรือรบทาง ช้างเผือกอีกลำดังลอยมา
จ้าวซานหลิงยิ่งกระวนกระวาย เขาลังเลเพียงครู่เดียวก็ละทิ้งคู่ต่อสู้ ทันที
“ไปกับข้า!”
นาทีถัดมาเขาก็มาโผล่อยู่ตรงตำแหน่งใต้หน้าอกของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ลวดลายห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนบนเจดีย์ซวีหลิงเหมือน สายฟ้าสีเงินที่ส่ายไหวอย่างรุนแรง
ช่องทางห้วงมิติที่พร่างพราวเส้นหนึ่งถูกแหวกออก
พวกหัวมู่มุดเข้าไปข้างในนั้นโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด
เนี่ยเทียนเองก็รีบเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดเข้ามาเก็บในแหวนเก็บ ของแล้วบินหายวับเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่ไม่รู้ว่าเชื่อมโยงไปยังที่ใด
“ฟิ้ว!”
จ้าวซานหลิงและเขตแห่งความตายของเขาหายไปเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่รอยแยกห้วงมิติจะพลันหุบเข้าหากัน กลายเป็นจุดแสงจุดหนึ่งที่ หายวับไปอย่างรวดเร็ว
และเวลานี้เอง ทรายไหลสีทองที่สาดกระจายเต็มทองฟ้าถึงได้ร่วงลง มาบนพื้นดิน ทำให้พื้นดินเกิดเป็นหลุมบ่อสีทองจำนวนนับไม่ถ้วน
“ตูม!”
เรือรบทางช้างเผือกลำหนึ่งที่บรรทุกคนของสำนักภูเขาพันกระบี่พลัน ลอดชั้นเมฆทะยานมาถึงจุดนี้
“ผู้อาวุโสจ้ง พวกคนของดินแดนดาวตกล่ะ?”
ชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งคนหนึ่งที่ตรงสาบเสื้อปักสัญลักษณ์ของ สำนักภูเขาพันกระบี่เอาไว้ตะโกนถามอย่างร้อนใจ
“ใช้อาวุธห้วงมิติเปิดรอยแยกห้วงมิติหนีไปที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” จ้งซื่อซู กล่าวเสียงหนัก
“ผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติอีกคนหนึ่งแล้วรึ?” ชายหนุ่มถอนหายใจ “ไม่ผิดแน่ พวกเขานั่นแหละที่คบคิดกับเผ่าโครงกระดูกแล้วคอยเอาศพ ของเผ่ามนุษย์จำนวนมากส่งไปให้เผ่าโครงกระดูกสร้างพื้นที่ฝังกระดูก”
“พวกเขามีศพของเผ่าโครงกระดูกอยู่ศพหนึ่ง ทั้งยังมีอาวุธวิเศษที่ สร้างมาจากพลังแห่งความตายของเผ่าโครงกระดูกด้วย” จ้งซื่อซูพยัก หน้า แล้วก็ยิ่งเชื่อว่าพวกเนี่ยเทียนก็คือหนูสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด