ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 792 ท้องฟ้านอกอาณาจักร
หากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่ก็จะพบว่าชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งผู้นั้นมีหน้าตา คล้ายคลึงสิ่งเป่ยเฉินอยู่หลายส่วน
คนผู้นี้มีนามว่าสิ่งป่าย และมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับสิ่งเป่ ยเฉินอย่างแท้จริง เขาคือลูกผู้น้องของสิ่งเป่ยฉิน และก็มาจากสำนักภูเขา พันกระบี่ของดินแดนพงฟ้าเช่นกัน
ตำแหน่งของเขาในสำนักภูเขาพันกระบี่ยังสูงกว่าสิ่งเป่ยเฉินอยู่ระดับ หนึ่งด้วย เขาคือผู้กล้าอันดับต้นๆ ของสำนักภูเขาพันกระบี่!
เขาอายุน้อยกว่าสิ่งเป่ยเฉินเล็กน้อย ทว่าขอบเขตของเขาในตอนนี้ กลับเป็นเขตลี้ลับช่วงกลางแล้ว
สิ่งป่ายเรือนกายผอมบาง ทว่าใบหน้าหล่อเหลา เขาชี้ไปยังท้ายเรือรบ กระดูกขาวที่แตกออกซึ่งมีประตูโค้งกระดูกประกอบกันขึ้นมาแล้วพูด กับจ้งซื่อซูว่า “ผู้อาวุโสจ้ง คนจากดินแดนดาวตกพวกนั้นเหมือนจะมา จากพื้นที่ฝังกระดูก พวกเราไปตรวจสอบดูหน่อยเถอะ”
“คนผู้นั้นที่สำนักภูเขาพันกระบี่ของเราสังหารไป ก่อนตายนางหลุด จากพันธนาการของพวกเราและคล้ายจะหายตัวไปจากพื้นที่ฝังกระดูก แห่งนั้น”
จ้งซื่อซูพยักหน้ารับ “ตกลง!”
เขาทิ้งคนอื่นๆ ไว้ข้างนอก ส่วนตัวเองเข้าไปยังประตูโค้งกระดูกขาว กับคนอีกคนหนึ่งที่เป็นเขตวิญญาณช่วงท้ายซึ่งต่อสู้กับโครงกระดูกปีศาจ เลือดไปเมื่อครู่นี้
สิ่งป่ายกวักมือไปบนฟ้า เขตวิญญาณช่วงท้ายคนหนึ่งของสำนักภูเขา พันกระบี่ก็บินลงมา
คนสี่คนทยอยกันข้ามผ่านซุ้มประตูโค้งเข้าไปยังพื้นที่ฝังกระดูกที่พวก เนี่ยเทียนเพิ่งจากไป
จ้งซื่อซูลอยตัวอยู่กลางอากาศสูง ทอดสายตามองไปไกลก็เห็นภูเขา กระดูกหลายลูกที่กองทับถมกันด้วยศพของเผ่ามนุษย์ มองเห็นทะเล กระดูกผืนแล้วผืนเล่า รวมไปถึงแท่นบูชากระดูกขาวที่อยู่ในทะเลกระดูก
จ้งซื่อซูสีหน้าดำมืด “ตลอดทั้งพื้นที่ฝังกระดูกล้วนทำมาจากศพของ มนุษย์!”
“ผู้ฝึกลมปราณของดินแดนดาวตกถึงขั้นกล้าสมคบคิดกับเผ่าโครง กระดูก ทั้งยังส่งศพของคนเผ่าเดียวกันมาให้พวกเขาเป็นจำนวนมาก” สิ่ง ป่ายถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “ผู้ฝึกลมปราณของทางนั้น แม้แต่บรรทัด ฐานของความเป็นคนก็ยังไม่มีเหลือ”
“ลองหาดูสิว่าจะเจอช่องทางที่พวกเขาเข้ามาได้หรือไม่” ดวงตาจ้ง ซื่อซูเต็มไปด้วยปราณสังหาร “พวกเราไม่มีทางปล่อยผู้ฝึกลมปราณของ ดินแดนดาวตกเอาไว้แน่!”
สิ่งป่ายเองก็เห็นด้วย เขาโบกมือบอกเป็นนัยให้เขตวิญญาณช่วงท้ายที่ ติดตามมาออกไปตรวจสอบรอบด้าน
จ้งซื่อซูมองไปรอบด้านที่มีแต่ศพกลาดเกลื่อน ก่อนจะเรียกธงหลาย ผืนออกมาจากในแหวนเก็บของ
บนธงที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงพลันบินไปทางภูเขากระดูกและทะเล กระดูก
เปลวเพลิงสีส้มอมแดงถูกธงชักนำให้เริ่มเผาไหม้รุนแรง
ศพที่กลาดเกลื่อนส่งเสียงเผาไหม้ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ ไม่นานก็เหลือเพียง เถ้าธุลี
จ้งซื่อซูพึมพำกับตัวเอง “สิ่งที่ข้าพอจะทำให้พวกเจ้าได้ ตอนนี้คงมี เพียงเท่านี้ แต่ผู้ฝึกลมปราณของดินแดนดาวตกที่เป็นเหตุให้พวกเจ้าต้อง ตาย และส่งศพของพวกเจ้ามาที่นี่ ข้าจะหาตัวพวกเขาให้พบโดยเร็วที่สุด และช่วยแก้แค้นให้กับพวกเจ้า”
เขาเดือดดาลกับการตายของคนเหล่านั้นอย่างแท้จริง
หนึ่งเค่อต่อมา
ภูเขากระดูก ทะเลกระดูกทั้งหมดที่ประกอบกันขึ้นเป็นพื้นที่ฝัง กระดูกก็มอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดี พวกจ้งซื่อซูและสิ่งป่ายค้นหาไปทั่วแต่ก็ยัง หารอยแยกห้วงมิติที่ผลุบๆ โผล่ๆ เส้นนั้นไม่เจอ
“ต่อให้อาศัยอาวุธห้วงมิติ คนพวกนั้นก็ไม่น่าจะหนีไปได้ไกลนัก” สิ่ง ป่ายขมวดคิ้วกล่าว “ข้าจะสั่งความให้คนของสำนักภูเขาพันกระบี่ตามหา ร่องรอยของพวกเขา หากมีข่าวเมื่อไหร่จะแจ้งให้ผู้อาวุโสจ้งทราบทันที”
“สำนักทองไพศาลของพวกเราก็จะตามหาพวกเขาด้วย! ” จ้งซื่อซู กล่าวอย่างเคียดแค้น
จากนั้นจ้งซื่อซูก็ไปจากพื้นที่ฝังกระดูก
สิ่งป่ายและผู้ฝึกลมปราณของสำนักภูเขาพันกระบี่คนนั้นกลับไม่ได้รีบ ร้อนจากไป
“คุณชาย รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นต้องเชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตก แน่นอน” ผู้เฒ่าของสำนักภูเขาพันกระบี่นามว่าเกาหันทอดสายตามองไป ยังทิศทางที่มีรอยแยกห้วงมิติผลุบๆ โผล่ๆ แล้วกล่าวว่า “ในเมื่อคนพวก นั้นมาถึงแล้วก็แสดงว่าศพที่พวกเราโยนเข้าไปได้ไปถึงดินแดนดาวตก แล้ว”
“คุณชาย คนของดินแดนดาวตกถูกท่านเล่นงาน แต่พื้นที่ฝังกระดูก แห่งนี้ก็ถูกทำลายทิ้งเหมือนกัน แบบนี้จะไม่ค่อยเหมาะหรือเปล่า?”
“ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมของข้า” สิ่งป่ายยิ้ม บางๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ “รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นมหัศจรรย์ อย่างมาก ต้องผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งถึงจะปรากฏออกมา หากพวก เราไปตอนนี้จะทำให้จ้งซื่อซูสงสัยเอาได้ อย่าเพิ่งวู่วามจะดีกว่า”
“อืม” เกาหันพยักหน้ารับ
“พวกเราออกไปก่อน เจ้าทิ้งไข่มุกระเบิดเอาไว้ รอพวกเราออกไป แล้ว ข้าจะระเบิดประตูโค้งนี่ทิ้งซะ” สิ่งป่ายสั่งความ
“รับทราบ” เกาหันหยิบเอาไข่มุกอาคมสีเงินยวงออกมาหลายเม็ด ก่อนจะจัดวางมันไว้รอบๆ ซุ้มประตูกระดูกขาวอย่างระมัดระวัง ครั้นจึง จากไปพร้อมกับสิ่งป่าย
พวกเขาหายตัวไปได้ไม่นาน ด้านในของไข่มุกอาคมที่มีชื่อว่าไข่มุก ระเบิดก็มีคลื่นพลังวิญญาณที่เดือดพล่านไหลบ่าออกมา
“ตูมๆๆ!”
ไข่มุกเหล่านั้นระเบิดปะทุติดต่อกัน ทำลายให้ซุ้มประตูกระดูกขาว ย่อยยับ
หากคนของสำนักทองไพศาลคิดจะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง เกรงว่าคง ไม่สามารถผ่านประตูนี้มาได้
สิ่งป่ายและเกาหันสองคนจัดการกับเรือรบกระดูกขาวอีกพักหนึ่งจึง กลับไปยังเรือรบทางช้างเผือกที่เป็นของสำนักภูเขาพันกระบี่ลำนั้น
พอสิ่งป่ายเข้ามาในเรือ เขาก็เดินตรงไปยังห้องหินแห่งหนึ่งที่เต็มไป ด้วยความเย็นหนาวเยือก
ในห้องหินขนาดไม่กว้างนักมีผลึกน้ำแข็งก้อนหนึ่งตั้งอยู่ และเผยฉีฉีก็ อยู่ในผลึกน้ำแข็งก้อนนั้น
เรือนกายของเผยฉีฉีเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง ไอความเย็นแทรกซอนเข้าไป ในเลือดเนื้อและจุดตันเถียนของนาง ทำให้นางมิอาจดึงพลังวิญญาณ ออกมาใช้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
ทว่ามหาสมุทรจิตวิญญาณของนางยังคงมีคลื่นกระเพื่อมไหว ไม่ได้ ขาดสติไปทั้งหมด
“รอให้ข้ากลับไปถึงสำนักภูเขาพันกระบี่เมื่อไหร่ ข้าจะให้ผู้แข็งแกร่ง แดนว่างเปล่าของสำนักลบเลือนความจำส่วนใหญ่ของเจ้าทิ้งไป แต่จะไม่ ทำลายวิชาฝึกตนในครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของเจ้า” สิ่งป่ายมองเผยฉีฉีที่อยู่ใน ผลึกน้ำแข็งด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล “เจ้าคือสตรีที่โดดเด่น เป็นหนึ่งในโลกหล้า ในร่างของเจ้ามีสายเลือดห้วงมิติที่มหัศจรรย์อยู่”
“แล้วก็มีเพียงเจ้าที่ถึงจะคู่ควรกับข้า”
“รอจนความทรงจำของเจ้าถูกลบเลือนไปแล้ว เจ้าก็จะเหมือนได้เกิด ใหม่ ความทรงจำทั้งหมดในอีกครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าจะมีเพียงเงาร่าง ของข้าที่ตราตรึงอยู่ในนั้น”
“ในอนาคตเราจะมีลูกด้วยกัน เมื่อลูกของพวกเราเกิดมาก็จะมี สายเลือดของเจ้า”
“เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป ใกล้แล้ว ข้าใกล้จะปล่อยเจ้าออกมาแล้ว จะ ไม่ให้เจ้าถูกผลึกน้ำแข็งพันธนาการอีกต่อไป”
เขาพูดเสียงแผ่ว ดวงตาก็จับจ้องมองไปที่เผยฉีฉีประหนึ่งมองสมบัติ ล้ำค่าของโลก
……
นอกอาณาจักร
จุดแสงมืดมัวจุดหนึ่งพลันขยายใหญ่ ก่อนที่เงาร่างของพวกเนี่ยเทียน จะบินออกมาจากในจุดแสงนั้น
“ฟิ้ว!”
เจดีย์ซวีหลิงบินออกมาหลังสุด
พอเจดีย์ซวีหลิงหลุดออกมา จุดแสงก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็วและจาง หายไปในที่สุด
“ที่นี่คือ!”
หัวมู่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ รีบรวบรวมพลังวิญญาณมาทำเป็นโล่แสงคุ้ม กันกายทันที
เนี่ยเทียนเองก็หน้าเปลี่ยนสี รู้สึกเพียงว่าพื้นที่นอกอาณาจักรที่มืดมิด มีสิ่งเจอปนหลากหลายชนิด ซึ่งสิ่งเจือปนเหล่านั้นกำลังกัดกร่อนเรือน กายที่มีเลือดเนื้อของเขา ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างยิ่ง
สิ่งเจือปนหลากหลายชนิดของนอกโลกมีทั้งที่ไร้รูปลักษณ์ซึ่งสามารถ แทรกซอนเข้ามายังมหาสมุทรจิตวิญญาณทำให้ความคิดของเขาช้าลง
และยังมีสิ่งเจือปนบางอย่างที่มีลักษณะแปลกตาซึ่งพวกมันมีน้ำหนัก หนักอึ้งผิดปกติ ทั้งยังพกพาเอาปราณแห่งการกัดกร่อนมาด้วย หาก สัมผัสโดนเนื้อหนังของเขาเมื่อไหร่ก็เหมือนกับมีน้ำทะเลผืนใหญ่ที่ซึมเข้า มาในร่างกายเขา ทำให้เขาเจ็บปวดจนเกินบรรยาย
“นี่ก็คือพื้นที่ว่างนอกอาณาจักรอย่างแท้จริง” จ้าวซานหลิงยิ้มเจื่อน กล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจ “พื้นดินที่พวกเรายืนอยู่ก่อนหน้านี้คือตรงนั้น”
เขาชี้ไปยังดวงดาวที่มืดสลัวดวงหนึ่ง
ทุกคนเพ่งสมาธิมองไปก็พบว่าดวงดาวนั้นค่อนข้างใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้กับ พวกเขาในระยะประชิด
“ดาวดวงนั้นมอดดับไปแล้ว ถูกเรียกว่าดวงดาวที่ตายแล้วหรือไม่ก็ อาณาจักรที่ตายแล้ว ไม่มีปราณวิญญาณฟ้าดินปลดปล่อยออกมาอีก ต่อไป” จ้าวซานหลิงอธิบายเบาๆ “ดวงดาวที่มอดดับนั้นยังมีหินแร่อยู่อีก เล็กน้อย ซึ่งน่าจะเป็นสำนักทองไพศาลที่ให้คนมาขุดหา แต่ว่าดวงดาวที่ มอดดับดวงนั้นเล็กเกินไป หากพวกเราไปอยู่ที่นั่นก็น่าจะถูกหาตัวเจอใน เวลาไม่นาน”
“ข้าจึงได้แต่อาศัยเจดีย์ซวีหลิงพาพวกเจ้าหนีจากดวงดาวที่ตายแล้ว ดวงนั้นออกมาอยู่ในพื้นที่นอกอาณาจักรแห่งนี้”
เนี่ยเทียนร้องอุทานตกใจ “พื้นที่นอกอาณาจักรที่แท้จริง!”
จ้าวซานหลิงพยักหน้าหนักๆ “ถูกต้อง ไม่เหมือนกับพื้นที่ห้วงมิติ ปั่นป่วน พื้นที่นอกอาณาจักรที่แท้จริงเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย ทุกหน แห่งมีแต่สิ่งเจือปนนอกอาณาจักร สิ่งเจือปนพวกนั้นมีทั้งที่จับต้องได้และ จับต้องไม่ได้ ซึ่งมันจะคอยกัดกร่อนเรือนกายและจิตวิญญาณของผู้ฝึก ลมปราณอย่างต่อเนื่อง”
“มีเพียงเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าแล้วซ่อนตัวอยู่ในดินแดนของตัวเอง เท่านั้นถึงจะสามารถเคลื่อนไหวอยู่นอกอาณาจักรได้อย่างแท้จริง”
“นอกจากนี้ก็ได้แต่อาศัยเรือรบทางช้างเผือก ใช้ความแข็งแกร่งของ เรือรบทางช้างเผือกมาต้านทานการแทรกซึมของสิ่งเจือปนนอกโลก”
เนี่ยเทียนรับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ก็เข้าใจว่าพื้นที่นอกอาณาจักรไม่ เหมือนกับพื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วนอย่างแท้จริง
ตอนที่เขาอยู่ในพื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วน ปราณวิญญาณในร่างของเขาแค่ ไหลหายไปอย่างเชื่องช้าและต้องคอยหลบเลี่ยงลำแสงน่ากลัวที่พุ่งเข้ามา โจมตีเท่านั้น
แต่เมื่ออยู่ที่นี่ สิ่งเจือปนนอกอาณาจักรที่ทั้งมีรูปร่างและไร้รูปร่างต่าง ก็คอยแทรกซึมเข้ามาทำลายจิตวิญญาณและเรือนกายของเขาอย่าง ต่อเนื่อง
เพียงแค่ครู่สั้นๆ นี้เขาก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งของเรือนกาย เกิด ความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวราวกับว่าร่างจะค่อยๆ จมดิ่งและตกสู่ความตาย ในท้ายที่สุด
ทว่าแผ่นดินที่เคยถูกปิดผนึกมานับหมื่นปีซึ่งอยู่นอกอาณาจักร เหมือนกันกลับไม่มีปัญหานี้
เขามาคิดดูอีกครั้งก็รู้ว่าบางทีอาจเป็นเพราะพื้นที่แห่งนั้นถูกปิดผนึก สิ่งเจือปนมากมายจึงถูกสกัดกั้นไว้ข้างนอก ดังนั้นเขาจึงอยู่ในพื้นที่แห่ง นั้นได้อย่างสบายๆ
“รอบด้านมีดวงดาวมอดดับอยู่มากมาย พวกเราไปที่นั่นไม่ได้ก็ลองไป หาที่อื่นต่อ ดูสิว่าจะเจอผู้ฝึกลมปราณของสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ค่อนข้าง อ่อนแอแล้วจับตัวมาสอบปากคำเค้นความจริงเรื่องการตายของศิษย์น้อง หญิงได้หรือไม่” จ้าวซานหลิงหรี่ตากล่าว “เจดีย์ซวีหลิงของข้าสกัดกั้น สิ่งเจือปนนอกอาณาจักรได้ก็จริง แต่เผาผลาญพลังของข้ามากเกินไป”
“ข้าจะลองเอาเรือดาราออกมาใช้ดู” เนี่ยเทียนกล่าว
เขาเรียกเรือดาราที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจทิ้งไว้ให้เขาออก มาแล้วทะยานตัวเข้าไปข้างใน
“ตึง!”
แสงดาวขมุกขมัวเป็นชั้นๆ แผ่ออกมาจากเรือดาราคล้ายทะเลที่ ครอบคลุมเรือดาราเอาไว้จนมิด
แสงดาวเหล่านั้นมีหินดวงดาวตรงก้นเรือเป็นต้นกำเนิดพลังงาน เพิ่ง จะก่อตัวได้สำเร็จ เนี่ยเทียนก็ค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่าสิ่งเจือปน ทั้งหมดที่อยู่นอกอาณาจักรล้วนถูกสกัดขวางไว้นอกแสงดาว
“เข้ามากันเถอะ ในนี้ปลอดภัย” เนี่ยเทียนตะโกนดัง
ทุกคนมีสีหน้าดีใจ ก่อนทยอยกันบินเข้าไปในเรือดารา แล้วก็ค้นพบ ทันทีว่าสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรถูกสกัดไว้ข้างนอกอย่างแท้จริง
ในความรู้สึกของพวกเขา สิ่งเจือปนที่อยู่นอกแสงดาวเป็นเหมือนฝน กระหน่ำที่เทลงมา แต่พอเข้ามาในเรือดารากลับสงบนิ่ง ไร้อันตรายใดๆ
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวร้ายกาจจริงๆ” จ้าวซานหลิงเอ่ยชม “โดยทั่วไปแล้ว อาวุธวิเศษประเภทบินขนาดเล็กไม่สามารถบรรจุค่ายกล พลังวิญญาณได้มากนัก มันจะมีแค่ความสามารถในการบินอันเป็น ความสามารถพื้นฐานเท่านั้น มีเพียงเรือรบทางช้างเผือกขนาดใหญ่ที่ สามารถสลักค่ายกลเอาไว้เป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่ลอดผ่านทะเล
ดวงดาว ยังสามารถสกัดกั้นการแทรกซึมของสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรได้ ด้วย”
“แต่ไม่รู้ว่าอาวุธวิเศษประเภทบินขนาดเล็กลำนี้สลักค่ายกลลับที่ ลึกลับไว้มากน้อยแค่ไหน ถึงมีความสามารถเช่นเดียวกับเรือรบทาง ช้างเผือกได้แบบนี้”
เขาพูดพลางมองประเมินรอบด้านไปด้วย ก่อนจะชี้นิ้วไปยังดวงดาว มอดดับดวงหนึ่งที่ห่างจากพวกเขาไปค่อนข้างไกล “ไปดูทางนั้นกัน”
เนี่ยเทียนจึงบังคับเรือดาราให้แล่นไปยังทิศทางที่เขาบอก