ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 794 ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมอาจารย์!
“เป็นศิษย์พี่เองหรือนี่!”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าเหลือเชื่อ
เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าอูจี้รับศิษย์ทั้งหมดสามคน เขาคือน้องเล็กสุด
ลูกศิษย์ของอูจี้สองคนก่อนหน้าเขาเคยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว อาณาจักรหลีเทียนอยู่พักหนึ่ง แต่จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และไม่ เคยกลับคืนมายังอาณาจักรหลีเทียนอีกเลย
ตามคำบอกเล่าของพวกฉางเซิน ฝางฮุย ความสามารถด้านการสั่ง สอนลูกศิษย์ของอูจี้เป็นหนึ่งไม่มีผู้ใดทัดเทียม
หากลูกศิษย์สองคนนั้นยังอยู่ก็ต้องเป็นผู้พิชิตของอาณาจักรหลีเทียน แน่นอน
แต่น่าเสียดายที่ลูกศิษย์สองคนนั้นหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่รู้ว่าไปที่ ไหน
ทว่าขณะที่มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้ว่าห่างไกลจากดินแดนดาวตกมาก เท่าไหร่แห่งนี้ จู่ๆ กลับเจอบุคคลผู้หนึ่งที่เรียกว่าตัวเองคือศิษย์ของอูจี้ นี่ จึงทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกเหมือนว่าไม่ใช่ความจริง
แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับตื่นเต้นมากผิดปกติ หลังจากที่เขารู้ตัวตนของ เนี่ยเทียนก็ยังเป็นฝ่ายถอนอักขระหลากสีเหล่านั้นออกไป
เนี่ยเทียนจึงโยนเรือดาราเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของ พวกหัวมู่ที่ตก ตะลึงเช่นเดียวกันต่างก็ทยอยกันลดตัวลงไปในเรือโบราณ
“ไปคุยกันข้างใน”
ชายหนุ่มตัวอ้วน ร่างสูงเกินสองเมตร สูงใหญ่ดั่งหมียักษ์ยิ้มกว้างจน เห็นฟันขาวสะอาด ท่าทางกระตือรือร้นเป็นมิตร
บันไดหินเส้นหนึ่งปริแตกออกมาตรงกลางของเรือโบราณ ก่อนที่เขา จะเดินนำเข้าไปก่อน
พวกเนี่ยเทียนจึงทยอยกันเดินลงลึกไปตามบันไดหินเส้นนั้น
ด้านในเรือโบราณค่อนข้างกว้างขวาง ลำเรือที่ประกอบมาจาก เหล็กกล้าสีเงินสลักอักขระลึกลับเอาไว้จำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งอักขระ เหล่านั้นเป็นเหมือนแสงดาวที่ส่องประกาย
ปราณวิญญาณเข้มข้นคล้ายถูกพ่นออกมาจากในอักขระพวกนั้น ทั้ง ยังมีประโยชน์ในการกล่อมจิตใจให้สงบ ทำให้จิตวิญญาณของคนสงบนิ่ง
“เสี่ยวโหรว นี่คือศิษย์น้องของข้าที่มาจากดินแดนดาวตก!”
ชายหนุ่มหัวเราะร่า พลางตะโกนเสียงดัง
หญิงสาวรูปร่างเล็กอรชร ตัวสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรหกสิบ ท่าทางนิ่มนวล สวมอาภรณ์สีเขียวสะอาดตาเดินยิ้มออกมาจากในห้องลับ
นางโค้งตัวให้เนี่ยเทียนน้อยๆ “ข้าชื่อจิ่งโหรว เป็นภรรยาของสือหู่ มา จากสำนักอักขระเทพ”
“ข้าคือเนี่ยเทียน” เนี่ยเทียนรีบคารวะกลับไป
“ศิษย์น้อง ข้าคือต้วนสือหู่ เดินทางมาจากรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งใน อาณาจักรเลี่ยคงเมื่อหลายสิบปีก่อน นับแต่นั้นมาก็ไม่ได้หวนคืนไปยัง ดินแดนดาวตกอีกเลย” ชายหนุ่มท่าทางเหี้ยมหาญคล้ายหมีในร่างมนุษย์ เดินมากอดเนี่ยเทียนแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้าได้ข่าวมาว่าสิ่งป่าย จากสำนักภูเขาพันกระบี่พบตัวคนจากดินแดนดาวตก ถึงได้เดินทางมา ตรวจสอบดู”
“นึกไม่ถึงว่าจะโชคดีได้พบกับศิษย์น้องอย่างเจ้า”
“ใช่แล้วศิษย์น้อง ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว? หลายปีมานี้ เพราะเหตุผลหลากหลายประการ ข้าเลยไม่เคยกล้ากลับไปยังดินแดน ดาวตก หนึ่งก็เพราะหาช่องทางไม่ได้ อีกข้อหนึ่งก็เพราะเป็นกังวลว่าหาก ข้ากลับไปดินแดนดาวตก จะทำให้ดินแดนดาวตกถูกเปิดเผย กลับ กลายเป็นว่านำภัยไปสู่ดินแดนดาวตกเสียอีก”
“เฮ้อ เพราะข้าอกกตัญญู ควรจะรีบกลับไปให้เร็วกกว่านี้”
ชายหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าต้วนสือหู่โอบประคองเนี่ยเทียน ปากก็พูดจ้อ ไม่หยุด ดวงตาพยัคฆ์ของเขาแดงก่ำ ฉายอารมณ์มากมาย ทั้งตื่นเต้นดีใจ ทั้งปลงอนิจจัง
จิ่งโหรวมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน เพียงอมยิ้มไม่ได้เอ่ยคำใด
เนี่ยเทียนที่ถูกเขาโอบกอดแนบแน่นรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก อัน ที่จริงต้วนสือหู่ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณแม้แต่เสี้ยวเดียว ทว่าเมื่อถูกโอบอยู่ใน เรือนกายมหึมาของเขา เนี่ยเทียนกลับต้องเจอกับแรงกดดันมหาศาล
สายเลือดแห่งชีวิตที่รับสัมผัสได้อย่างเฉียบไวของเนี่ยเทียนสัมผัสได้ อย่างชัดเจนว่า ศิษย์พี่ที่เขาเพิ่งเจอเป็นครั้งแรกคนนี้มีเลือดลมที่พลุ่ง พล่านและเปี่ยมล้นอย่างถึงที่สุด
เลือดลมของต้วนสือหู่เข้มข้นผิดปกติ ราวกับว่าถูกปิดผนึกอยู่ใน อักขระลึกลับหลายตัว
อักขระลึกลับเหล่านั้นแพร่ไปทั่วเลือดเนื้อและกระดูกของเขา เมื่อ กระแสเลือดของเขาไหลเวียนก็มีเสียงครืนครั่นดังออกมา
“สือหู่ พลังของเจ้า เจ้าน่าจะเข้าใจดี” จิ่งโหรวยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ย ตำหนิอย่างไม่จริงจัง “เจ้ากอดศิษย์น้องของเจ้าจนเขาแทบจะหายใจไม่ ออกแล้ว”
ต้วนสือหู่พลันคืนสติ รีบปล่อยมือออกจากเนี่ยเทียนทันที
เขาเพ่งสมาธิมอง ดวงตาดำก็พลันฉายแววแปลกใจ พูดขึ้นเสียงดัง “ศิษย์น้อง เจ้า เจ้าน่าจะผิดปกติจากคนทั่วไป! ในร่างของเจ้าเต็มไปด้วย พลังงานที่ทำให้แม้แต่เลือดลมของข้าก็ยังเดือดพล่าน!”
จิ่งโหรวหรี่ตา มองประเมินเนี่ยเทียนอย่างละเอียด แล้วก็คล้ายจะ มองออกถึงความลี้ลับอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้รีบพูดออกมา
“พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าจะไปเตรียมน้ำชาและของว่างให้ ” นางยิ้ม อ่อนโยนแล้วพลิ้วกายจากไป
ไม่นานนัก ถาดที่จัดเรียงอาหารไว้อย่างประณีตสวยงามก็ถูกนางยก ออกมา
ในถาดมีจานใบเล็กๆ ที่วางผลไม้วิเศษซึ่งเหมือนเพิ่งถูกเด็ดออกมาไว้ จนเต็ม และยังมีอาหารประเภทเนื้อที่ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ บวกกับขนม อีกเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ชิ้นเนื้อหรือว่าขนม ต่างก็มีพลังวิญญาณที่ไม่ ธรรมดาแฝงเร้นอยู่
พวกจ้าวซานหลิง หัวมู่หยิบผลไม้ และขนมที่ดูน่ากินขึ้นมาใส่ปาก เพียงเคี้ยวและกลืนลงท้อง ดวงตาก็เป็นประกาย
“รสชาติล้ำเลิศยิ่ง!” หัวมู่เอ่ยชม
“ศิษย์น้อง กิน!” ต้วนสือหู่ยิ้มเจิดจ้า ผลักเนื้อจานหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาจาก เนื้ออะไรไปไว้ตรงหน้าเนี่ยเทียน “เนื้อสัตว์วิเศษที่เสี่ยวโหรวปรุงเองมี รสชาติเป็นหนึ่งในดินแดนพงฟ้าเชียวนะ เลือดลมในร่างของเจ้าเปี่ยมล้น เช่นนี้ก็ควรจะต้องบำรุงให้ดีๆ!”
หลังจากเอ่ยขอบคุณ เนี่ยเทียนก็เริ่มสวาปามอย่างไม่เกรงใจ
ก้อนเนื้อในจานที่มองดูแล้วหยาบหนา ทว่าพอเข้าปากกลับอ่อนนุ่ม ฉ่ำน้ำ ทำให้เนี่ยเทียนเกิดความรู้สึกพึงพอใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ที่สำคัญที่สุดก็คือเนื้อชิ้นนั้นเต็มไปด้วยจิงชี่เลือดเนื้อที่น่าตะลึง พอ ไหลลงมาในกระเพาะอาหารก็เหมือนมีปราณเลือดที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลว ไฟ ก่อนจะส่งปราณเลือดเป็นเส้นๆ ไปตามแขนขาของเขา ทำให้ทั้งร่าง ของเขาพลันเกิดความอบอุ่น
พวกจ้าวซานหลิงลองชิมแค่ผลไม้วิเศษและขนม แต่หลังจากที่พวก เขาพบว่าผลไม้และขนมพวกนั้นมีประโยชน์ต่อพวกเขา ทุกคนต่างก็ยื่น มือมาหยิบอาหารที่จิ่งโหรวเตรียมมาให้อย่างไม่เกรงใจ จนเกือบจะ เรียกว่าแย่งกันกิน กระทั่งกินทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ
หัวมู่เรอเสียงดัง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ มองไปยังต้วนสือหู่ “พวกเราเพิ่ง มาเป็นครั้งแรก ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง สถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่?”
“เป็นมุมหนึ่งของดินแดนพงฟ้า จุดที่ดวงดาวมอดดับกระจายตัวอยู่ ถือเป็นถิ่นของสำนักทองไพศาล” จิ่งโหรวอธิบาย “แม้ว่าดวงดาวที่มอด ดับจะเงียบสงัดไร้ผู้คน แต่ก็ยังคงมีหินวิเศษจำนวนไม่น้อยที่ถูกขุดพบ ก่อนหน้านี้ไม่นานเผ่าโครงกระดูกเพิ่งรุกรานเข้ามาและระเบิดการต่อสู้ กับสำนักทองไพศาล ฝ่ายเผ่าโครงกระดูกพ่ายแพ้จึงล่าถอยไปก่อน…”
นางอธิบายความเป็นมาของเรื่องราวให้ทุกคนฟัง
หลังจากที่นางเปิดปาก ต้วนสือหู่ทำเพียงแค่มองนางด้วยสีหน้ารักใคร่ เอ็นดูโดยที่ไม่เอ่ยคำใด
เนี่ยเทียนเองก็เริ่มเข้าใจว่าพื้นที่ดวงดาวมอดดับที่พวกเขามาเยือน แห่งนี้เป็นมุมที่รกร้างในดินแดนพงฟ้า ซึ่งอยู่ในครอบครองของสำนักทอง ไพศาล
เผ่าโครงกระดูกเข้ามารุกรานกะทันหัน สำนักทองไพศาลจึงระดมผู้ แข็งแกร่งมาปราบปราม
หลังจากต่อสู้กันหลายครั้ง สำนักทองไพศาลจึงพบพื้นที่ฝังกระดูกของ เผ่าโครงกระดูกหลายแห่ง ซึ่งในพื้นที่ฝังกระดูกเหล่านั้นมีศพของเผ่า มนุษย์อยู่เป็นจำนวนมาก
สำนักทองไพศาลพิโรธหนักจึงส่งตัวผู้แข็งแกร่งมากกว่าเดิมมาเปิด ฉากล้างแค้นเผ่าโครงกระดูก
ทว่าศพของเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกยังคงเป็นปริศนาสำหรับ พวกเขา สำนักทองไพศาลไม่รู้ว่าเผ่าโครงกระดูกใช้วิธีการใดถึงได้รวบรวม ศพของเผ่ามนุษย์มาได้มากมายขนาดนั้น
ภายหลังกลับเป็นสิ่งป่ายจากสำนักภูเขาพันกระบี่ที่พบว่ามีคนจาก ต่างอาณาจักรมาโผล่อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกกะหันทัน
คนของสำนักภูเขาพันกระบี่สังหารคนทั้งสองที่มาจากต่างอาณาจักร และได้รู้จากปากพวกเขาว่ามีดินแดนแห่งหนึ่งชื่อว่าดินแดนดาวตก
สิ่งป่ายจึงบอกให้สำนักทองไพศาลทราบทันทีว่าศพของเผ่ามนุษย์ที่ อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกล้วนมาจากฝีมือของผู้ฝึกลมปราณจากดินแดนดาว ตกที่มีการแลกเปลี่ยนกับเผ่าโครงกระดูกอย่างลับๆ ถึงได้ส่งเอาศพของ เผ่ามนุษย์มากมายมาให้พวกเขาสร้างเป็นพื้นที่ฝังกระดูก จึงเป็นเหตุให้ พวกเขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากเป็นพิเศษยามต่อสู้กับสำนักทอง ไพศาล
จิ่งโหรวอาศัยเส้นสายของสำนักอักขระเทพจึงรู้ว่าคนจากดินแดนดาว ตกปรากฏตัวที่นี่ และได้ถูกสำนักภูเขาพันกระบี่ฆ่าตาย นางเลยบอกให้ต้ วนสือหู่รู้ทันที
เพราะว่าตลอดทั้งดินแดนพงฟ้า มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าสามีตัวเองมา จากดินแดนดาวตก
ต้วนสือหู่จึงขับเรือรบทางช้างเผือกลำนี้มาที่นี่ทันที หมายจะ ตรวจสอบสถานการณ์ให้รู้แน่ชัด
หลังจากที่จิ่งโหรวอธิบายเสร็จก็พลันเงียบเสียงลง เปิดโอกาสให้ทุก คนได้ย่อยข้อมูลที่นางบอกกล่าว
ผ่านไปพักหนึ่ง นางก็หันไปถามเนี่ยเทียนด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ศพ ของเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกเกี่ยวข้องกับพวกเจ้าหรือไม่?”
“ข้าบอกแล้วว่าต้องไม่ใช่ฝีมือของดินแดนดาวตกแน่นอน!” ต้วนสือหู่ แค่นเสียงฮึ่มฮั่มอยู่ในลำคอ ถลึงตามองจิ่งโหรว “ดินแดนดาวตกมองชน ต่างเผ่าเป็นศัตรูมาโดยตลอด มีหรือจะสมคบคิดกับชนต่างเผ่าได้? แล้ว นับประสาอะไรกับที่ดินแดนดาวตกของพวกเรามีแค่เก้าอาณาจักรเท่านั้น จำนวนของผู้คนมีจำกัด จะไปหาศพมากมายขนาดนั้นมาส่งให้เผ่าโครง กระดูกได้อย่างไร”
“ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งโมโห ข้าย่อมต้องเชื่อท่านอยู่แล้ว” จิ่งโหรวเอน ตัวแนบชิดเรือนกายที่ใหญ่โตดั่งหมียักษ์ของเขาแล้วพูดน้ำเสียงอ่อนหวาน เอาใจ “ข้าก็แค่ถามไปเท่านั้นเอง”
“ไม่เกี่ยวกับพวกเรา” เนี่ยเทียนพูดเสียงหนักด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้ สงสัย “เมื่อไม่นานมานี้ ดินแดนดาวตกมีสงครามนองเลือดกับชนต่างเผ่า มาสองครั้งและเป็นฝ่ายโชคดีคว้าชัยชนะมาได้ ส่วนพวกเผ่าโครงกระดูก นั้นไม่เคยปรากฏกายที่ดินแดนดาวตกมาหลายร้อยปีแล้ว ข้ายืนยันได้ว่า
สำนักในดินแดนดาวตกของพวกเราไม่มีฝ่ายไหนที่มีความเกี่ยวข้องกับเผ่า โครงกระดูก”
“เจ้ายังจะไม่เชื่อคำพูดของศิษย์น้องข้าอีกรึ?” ต้วนสือหู่น้ำเสียงเดือด ดาลไม่คลาย
“ย่อมต้องเชื่ออยู่แล้ว” จิ่งโหรวหุบอกเขาเบาๆ หนึ่งทีไม่ให้เขาใจร้อน จากนั้นจึงพูดต่อว่า “แต่ว่าข้าเพิ่งได้ข่าวมาใหม่ ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้ามี หุ่นเชิดเลือดที่เป็นของเผ่าโครงกระดูกตนหนึ่ง ทั้งยังเอาวัตถุของเผ่าโครง กระดูกมาหลอมเป็นอาวุธวิเศษด้วย”
“มีเรื่องนี้จริง” ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธเอ่ยแทรก “แต่ศพของเผ่าโครง กระดูกและอาวุธชิ้นที่ว่านั้นล้วนถูกทิ้งไว้ในอาณาจักรต้าฮวางเมื่อนาน หลายปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตอันยาวนานที่ผ่านมา อาณาจักรต้าฮวางของ ดินแดนดาวตกเราเคยเป็นถิ่นของเผ่าโครงกระดูกมาก่อน แต่นั่นก็เป็น เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมากมาแล้ว”
จิ่งโหรวพยักหน้ารับเบาๆ “เอาล่ะ ข้าไม่มีปัญหาแล้ว ข้าเลือกที่จะ เชื่อพวกเจ้า”
“ครืนๆ!”
และเวลานี้เอง เสียงของเรือรบทางช้างเผือกก็ดังมาจากด้านนอก
จิ่งโหรวขมวดคิ้ว ก่อนหยิบเอากระจกบานหนึ่งออกมาส่องดูแล้วพูด ว่า “สิ่งป่ายจากสำนักภูเขาพันกระบี่มา”