ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 795 ความบังเอิญ
“สำนักภูเขาพันกระบี่!”
พอได้ยินว่าคนที่มาคือคนจากสำนักภูเขาพันกระบี่ สีหน้าเนี่ยเทียนก็ เปลี่ยนมาเป็นเย็นเยียบ
ฉีป๋ายลู่ขมวดคิ้ว กล่าวเสียงหนัก “พวกเรามีเหตุผลให้สงสัยว่าคนที่ส่ง ศพของเผ่ามนุษย์จำนวนมากไปให้กับเผ่าโครงกระดูกก็คือสำนักภูเขาพัน กระบี่!”
จิ่งโหรวตกตะลึง “นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
ต้วนสือหู่แค่นเสียงกล่าว “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ข้าล่ะไม่เคยชอบ ขี้หน้าเจ้าสิ่งป่ายนั่นเลย! ปีนั้นเจ้าสิ่งเป่ยเฉินญาติผู้พี่ของเขาเป็นแค่ คางคกแต่ดันอยากจะกินเนื้อหงส์ บังอาจคิดไม่ซื่อกับเจ้า ยังดีที่นายท่าน อย่างข้าร้ายกาจมากพอจนเกือบจะปลิดชีพเจ้าคนต่ำช้านั่นได้ ทั้งยังบีบ ให้เขาต้องออกไปจากดินแดนพงฟ้า แล้วก็ไม่กล้าเสนอหน้ากลับมาอีก!”
“สิ่งเป่ยเฉินมีนิสัยต่ำช้าแค่ไหน ท่านยังไม่รู้อีกหรือ? สิ่งป่ายภายนอก วางตัวเป็นคนดีมีคุณธรรม ใครจะไปรู้ว่าลับหลังเขาจะมีสันดาน เช่นเดียวกับสิ่งเป่ยเฉินหรือไม่?”
“ตามความเห็นข้า คนที่แอบสมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูกก็คือเจ้าสิ่ง ป่ายนี่แหละ!”
เนี่ยเทียนตะลึงไปครู่ ก่อนจะยกมือลูบคำปลายคาง พูดด้วยสีหน้าปั้น ยาก “สิ่งป่ายจากสำนักภูเขาพันกระบี่เป็นญาติผู้น้องของสิ่งเป่ยเฉินรึ?”
“อืม คนทั้งสองเป็นพวกเดียวกัน แซ่สิ่งเหมือนกัน ไม่มีใครดีสักคน! ” ต้วนสือหู่ตวาดกร้าว
“เอาล่ะๆ เจ้าบีบเขาออกไปจากดินแดนพงฟ้าแล้ว ยังจะเอาอะไร อีก?” จิ่งโหรวปรายตามองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงกระเง้ากระงอด ทว่าใน ดวงตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ราวกับว่าการที่ต้วนสือหู่หึงหวงในตัวนาง ทำให้นางพึงพอใจอย่าง มาก
“สิ่งเป่ยเฉินตายไปแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ
“เจ้ารู้จักสิ่งเป่ยเฉินด้วยรึ?” ต้วนสือหู่ถามน้ำเสียงแปลกใจ
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ศิษย์พี่ เรื่องของท่านกับเขา ข้าไม่รู้ว่าเป็นมา อย่างไร แต่ข้าเองก็เคยได้ยินมาว่าเขาเหมือนล่วงเกินใครบางคนใน ดินแดนพงฟ้า เลยถูกบีบให้ออกจากดินแดน ไปอยู่ที่สำนักสามกระบี่ของ ดินแดนปราการดวงดาว ทั้งยังเป็นศิษย์ผู้กล้าแห่งสำนักสามกระบี่ด้วย”
“คนที่เขาล่วงเกินก็คือข้านี่แหละ! ” ต้วนสือหู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเผด็จ การ “ปีนั้นข้าเกือบจะฆ่าเขา เขาคงรู้ว่าขอแค่ยังอยู่ในดินแดนพงฟ้า ไม่ ช้าหรือเร็วก็ต้องถูกข้าฆ่าตาย จึงได้แต่หนีไป”
“เรื่องที่ศิษย์พี่ทำไม่สำเร็จ น้องชายช่วยจัดการให้ท่านแล้ว” เนี่ย เทียนยิ้มกว้าง
“ว่าไงนะ?” แม้แต่จิ่งโหรวก็ยังตกตะลึงไปด้วย “หรือว่าเจ้าฆ่าสิ่งเป่ย เฉินไปแล้ว? ข้าเองก็รู้จักดินแดนปราการดวงดาวเหมือนกัน แม้ว่าที่นั่น
จะไม่มีผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะ แต่แดนว่างเปล่าก็มีไม่น้อย ข้าได้ยินสือ หู่พูดว่าดินแดนดาวตกของพวกเจ้าไม่มีแดนว่างเปล่าแม้แต่คนเดียวไม่ใช่ หรือ?”
“ไม่เพียงแค่สิ่งเป่ยเฉิน ยังมีคนที่ชื่อเคอจินเผิง ซาเหยียนและแดน ว่างเปล่าของสำนักภูเขาพันกระบี่อีกสามคนที่ล้วนตายด้วยน้ำมือข้า ” เนี่ยเทียนพูดพลางอมยิ้ม
พอเขาพูดอย่างนี้ ไม่เพียงแต่จิ่งโหรวที่ไม่เชื่อ แม้แต่ต้วนสือหู่ก็ยังเริ่ม รู้สึกว่าเขากำลังโม้ด้วย
ทว่าเคอจินเผิง ซาเหยียนที่เนี่ยเทียนสังหารไปก็คือผู้แข็งแกร่งแดน ว่างเปล่าของสำนักภูเขาพันกระบี่อย่างแท้จริง และพวกต้วนสือหู่ก็เคย เจอหน้ามาก่อน
หากเนี่ยเทียนไม่ได้โม้ ทว่าต่อให้รวบรวมพละกำลังทั้งดินแดนดาวตก มาก็ไม่น่าจะทำอะไรพวกเคอจินเผิงได้กระมัง?
แต่ถ้าเนี่ยเทียนแค่คุยโว แล้วอย่างนั้นเขาจะรู้จักพวกเคอจินเผิง ซาเห ยียนได้อย่างไร?
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวเต็มไปด้วยข้อกังขา
ทว่าเวลานี้เอง เรือรบทางช้างเผือกของสำนักภูเขาพันกระบี่ก็ได้มา จอดอยู่ข้างนอกและมีเสียงสิ่งป่ายตะโกนถามมา
“ร่องรอยของพวกเราจะถูกเปิดโปงหรือเปล่า?” ฉีป๋ายลู่เป็นกังวล เล็กน้อย
“ผู้อาวุโสฉีวางใจได้ ด้านในเรือลำนี้ของพวกเรามีการป้องกันมิดชิด ไม่มีใครสามารถรับสัมผัสได้” ต้วนสือหู่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ก่อนหน้านี้ที่ พวกท่านรับสัมผัสได้ถึงพวกเราเป็นเพราะพวกเราจงใจให้พวกท่านรับรู้ ข้าเดาเอาว่าพวกท่านมาจากดินแดนดาวตกถึงได้จงใจเปิดโอกาสให้พวก ท่านเข้ามาใกล้”
เขามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกล้ำครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ศิษย์น้อง ไว้เดี๋ยวพวกเราค่อยมาคุยกัน ข้าจะไปพบสิ่งป่าย ก่อน!”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
“อู้!”
กระจกสี่เหลี่ยมบานหนึ่งที่อยู่ในมือของจิ่งโหรวลอยมาอยู่นิ่งๆ ตรงหน้าทุกคน
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองไปก็เห็นว่าในกระจกบานนั้นฉายภาพเรือรบ ทางช้างเผือกลำหนึ่งของสำนักภูเขาพันกระบี่
บนลำเรือมีชายหนุ่มผอมบางที่หน้าตาคล้ายคลึงกับสิ่งเป่ยเฉินอยู่ หลายส่วนเดินออกมาจากม่านแสงพลังวิญญาณของเรือโบราณพร้อมกับ เขตวิญญาณผู้หนึ่ง
จิ่งโหรวทิ้งกระจกบานนั้นไว้ให้พวกเขาจับตามองภาพเหตุการณ์ ส่วนตัวเองเดินออกไปข้างนอกกับต้วนสือหู่
อักขระหลากสีจำนวนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นมาจากบนเรือลำนี้ที่พวกเขา โดยสารอีกครั้งเพื่อสกัดกั้นสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรเอาไว้
“ศิษย์พี่ของเจ้าคนนี้ไม่ธรรมดายิ่งนัก” จ้าวซานหลิงที่เงียบมานานหรี่ ตาลงแล้วพูดเบาๆ “เขาอยู่เขตลี้ลับช่วงกลาง ภรรยาของเขาคือเขตลี้ลับ ช่วงท้าย สำนักอักขระเทพของพวกเขาน่าจะไม่เป็นรองสำนักภูเขาพัน กระบี่และสำนักทองไพศาลเลยแม้แต่น้อย”
พวกหัวมู่เองก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
สิ่งเป่ยเฉินเองก็มาจากสำนักภูเขาพันกระบี่ แต่เพราะล่วงเกินต้วนสือ หู่จึงเกือบจะโดนต้วนสือหู่ฆ่าตาย จำต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกไปจาก ดินแดนพงฟ้า และไม่กล้ากลับมาเป็นนาน
ลำพังเพียงแค่จุดนี้ก็บอกให้รู้ได้แล้วว่าต้วนสือหู่ไม่เกรงกลัวสำนัก ภูเขาพันกระบี่
เนี่ยเทียนเองก็กล่าวว่า “ศิษย์พี่ของข้าคนนี้ร้ายกาจอย่างแท้จริง อาจารย์ของข้าเพิ่งจะฝ่าพันธนาการขอบเขตเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้เมื่อไม่ นานมานี้เอง แต่เขาเพิ่งจะไปจากอาณาจักรหลีเทียนได้แค่ไม่กี่สิบปี ตอนนี้กลับมีเขตลี้ลับช่วงกลาง ด้วยความเร็วในการเลื่อนขั้นของเขา เกรง ว่าอีกไม่นานเท่าไหร่คงแซงหน้าอาจารย์ข้าเป็นแน่”
“สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรไม่เหมือนกัน” หัวมู่ถอนหายใจ “จะ อย่างไรซะที่นี่ก็คือดินแดนพงฟ้า เป็นดินแดนดวงดาวของผู้ฝึกลมปราณที่ มีระดับสูงกว่าดินแดนปราการดวงดาวเข้าไปอีก เขาสามารถเดินทาง มาถึงที่นี่ ทั้งยังแต่งงานเป็นสามีภรรยากับหญิงสาวผู้นั้น อีกทั้งคนทั้งสอง
ยังได้ครอบครองเรือรบทางช้างเผือกลำนี้ นี่หมายความว่าตำแหน่งของ พวกเขาในสำนักอักขระเทพต้องพิเศษมากอย่างแน่นอน”
“คนทั้งสองต่างก็มีพรสวรรค์เลิศล้ำ เมื่อได้รับทรัพยากรในการฝึกตน จำนวนมาก ทั้งยังผ่านการสั่งสอนจากอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เลื่อนขอบเขต ได้เร็วก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดีแล้ว”
จ้าวซานหลิงกล่าว “อาจารย์ของเจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น วิชาลับที่เขา ใช้ฝึกตนคือพลังแห่งเวลา ซึ่งนั่นเป็นวิชาที่อยู่เหนือการคาดการณ์ของเจ้า ไปไกลโขนัก บุคคลเฉกเช่นอาจารย์ของเจ้า แม้แต่สวรรค์ยังอิจฉา ดังนั้น ถึงได้ถูกจำกัดด้านอายุขัย แต่ในเมื่อเขาข้ามผ่านจุดที่สำคัญที่สุดมาได้แล้ว ด้วยความสามารถเลิศล้ำของอาจารย์เจ้า ขอแค่ได้พัฒนาไปทีละก้าว สัก วันก็ต้องเจิดจรัสไปทั่วทางช้างเผือกแน่นอน!”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “ข้าเองก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งอาจารย์ของข้าต้องสร้าง ความสะท้านสะเทือนให้กับโลกใบนี้อย่างแน่นอน!”
“สิ่งป่าย เจ้ามาทำลับๆ ล่อๆ อะไรแถวนี้?” ในกระจกสี่เหลี่ยม ต้ วนสือหู่ที่สีหน้าเย่อหยิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของเขา ทุกคนล้วนมองเห็นและได้ยินผ่าน กระจกบานนั้น
“คารวะพี่ต้วน พี่หญิงจิ่ง” สิ่งป่ายโค้งตัวคารวะ เมื่อเผชิญหน้ากับ สองสามีภรรยา เขาก็พยายามวางตัวถ่อมตนให้ได้มากที่สุด
ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับจ้งซื่อซูจากสำนักทองไพศาลกลับไม่มีท่าที เช่นนี้
เนี่ยเทียนที่อยู่ในเรือมองแค่สีหน้าและท่าทางของเขาก็รู้แล้วว่าจุดลึก ในใจของเขานั้นกริ่งเกรงในตัวต้วนสือหู่และจิ่งโหรวอย่างมาก มีเพียง หวาดกลัวจากใจจริงเท่านั้นถึงจะมีท่าทางระมัดระวังเช่นนี้ได้
ทั้งๆ ที่ข้างกายเขามีเขตวิญญาณช่วงท้ายติดตามมาด้วย แต่เมื่อเจอ กับจิ่งโหรวและต้วนสือหู่ เขากลับยังแสดงท่าทีเช่นนี้ นี่ได้อธิบายให้เห็น ถึงปัญหาหลายข้อแล้ว
“พวกเราและสำนักทองไพศาลกำลังร่วมมือกันไล่ล่าคนจากนอก ดินแดน” สิ่งป่ายพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “พวกคนจากต่างดินแดนมา จากสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่าดินแดนดาวตก! ผู้ฝึกลมปราณของที่นั่น สมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูก คอยเอาศพของเผ่ามนุษย์จำนวนมากส่งไป ให้กับเผ่าโครงกระดูก!”
“ในกลุ่มของพวกเขามีเขตวิญญาณอยู่หลายคน และยังมีคนที่ เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติด้วย”
“ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาถูกสำนักทองไพศาลเล่นงานจึงจำต้องใช้ อาวุธห้วงมิติเผ่นหนีไป ข้าลองไปตรวจสอบดาวมอดดับที่พวกเขาจาก มาแล้ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของพวกเขา”
“พวกเราจึงเดาว่าพวกเขาอาจหนีออกมาจากดาวมอดดับและมายัง พื้นที่ท้องฟ้านอกอาณาจักร”
“ข้ากังวลว่าพวกท่านสองสามีภรรยาจะเจอเข้ากับพวกเขา ดังนั้นจึง ตั้งใจมาแจ้งเตือน หวังว่าพวกท่านจะระวังตัวสักหน่อย และอย่าเดิน ออกมานอกเรือรบทางช้างเผือกของพวกท่านเด็ดขาด”
“ด้วยระดับเรือรบทางช้างเผือกของพวกท่าน ขอแค่อยู่ภายในเรือ ย่อมไม่ต้องหวาดกลัวเขตวิญญาณไม่กี่คนพวกนั้น”
ใบหน้าของสิ่งป่ายเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่สงสัยเลยสักนิดว่าด้านในเรือ รบทางช้างเผือกของสำนักอักขระเทพลำนี้จะมีปัญหาอะไรหรือไม่
“รู้แล้ว” ต้วนสือหู่โบกมืออย่างขี้หงุดหงิด “ไม่มีเรื่องอื่นแล้วพวกเจ้า ก็จงรีบไปให้พ้นๆ หน้าข้า คนตระกูลสิ่งของพวกเจ้า ข้าผู้อาวุโสรังเกียจ ยิ่ง!”
สิ่งป่ายยังคงแย้มยิ้มดังเดิม เขาพยักหน้ารับแล้วกล่าวว่า “ตกลง พวก เราจะไปเดี๋ยวนี้”
“อ้อ ใช่แล้ว” จิ่งโหรวพลันเอ่ยแทรก “พื้นที่ฝังกระดูกที่คนของ ดินแดนดาวตกเข้าออก สำนักอักขระเทพของพวกเราจะรับช่วงไป ตรวจสอบต่อ การที่มีคนต่างดินแดนส่งศพของเผ่ามนุษย์จำนวนมากให้ เผ่าโครงกระดูกเช่นนี้เป็นเรื่องที่สวรรค์มิอาจยอมรับ สำนักอักขระเทพ ของพวกเราไม่มีทางนิ่งดูดายแน่ จะอย่างไรก็ต้องตรวจสอบให้รู้แน่ชัด”
รอยยิ้มของสิ่งป่ายพลันแข็งค้าง “สำนักอักขระเทพของพวกท่านคิด จะไปตรวจสอบพื้นที่ฝังกระดูก?”
จิ่งโหรวพยักหน้ารับ “ถูกต้อง รอให้สำนักอักขระเทพของพวกเรา ตรวจสอบจนรู้ชัดเจนแล้วย่อมแจ้งให้พวกเจ้าทราบ สำนักทองไพศาล และสำนักภูเขาพันกระบี่ของพวกเจ้าไม่ค่อยมีคนที่เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ ให้พวกเจ้าไปตรวจสอบย่อมไม่ได้ความเท่าไหร่ แบบนี้ก็สู้ให้สำนักอักขระ เทพของพวกเราไปตรวจสอบอย่างละเอียดจะดีกว่า”
“งั้น งั้นก็ดี ให้สำนักอักขระเทพของพวกท่านตรวจสอบก่อน สำนัก ภูเขาพันกระบี่ของพวกเราค่อยให้ความร่วมมือดีไหม?” สิ่งป่ายกล่าว
“อืม” จิ่งโหรวเห็นด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่รบกวนแล้ว” สิ่งป่ายหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเรือ รบทางช้างเผือก สีหน้าของเขามืดคล้ำ คำรามเบาๆ “บัดซบ ไม่นึกเลยว่า สำนักอักขระเทพก็จะสนใจดินแดนดาวตกด้วย!”