ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 797 ดินแดนพงฟ้า
“ว่าไงนะ? เจ้าผ่านการประลองของประตูสวรรค์ในดินแดนดาวตกจน กลายมาเป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว?!”
ต้วนสือหู่ตะลึงพรึงเพริด ถลันลุกพรวดขึ้นยืนอย่างตกใจ จุดลึกใน ดวงตามีอักขระจำนวนนับไม่ถ้วนตัดสลับกันส่องแสงเจิดจ้า รอบกายก็มี แสงศักดิ์สิทธิ์ล้อมวนเวียน
เขาและเนี่ยเทียนสนทนากันอยู่อีกห้องหนึ่ง
ห้องนี้จัดวางเต็มไปด้วยหินวิเศษซึ่งก่อตัวกันขึ้นมาเป็นค่ายกลพลัง วิญญาณ เนี่ยเทียนที่อยู่ในห้องนี้ต่อให้ไม่ใช่คาถาชักนำลมปราณ ปราณ วิญญาณก็ยังไหลเข้ามาหามหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนแล้วทำการชุบ หลอมโอสถวิญญาณอย่างรวดเร็ว
“เคร้ง!”
ถาดสีเงินที่อยู่ในมือของจิ่งโหรวร่วงกระแทกลงพื้นเพราะจิตใจที่สั่น ไหว
เนื้อสัตว์วิเศษชิ้นใหญ่ที่นางปรุงมาให้เนี่ยเทียนซึ่งอยู่ในถาดนั้นก็หก ระเนระนาดไปด้วย
“บุตรแห่งดวงดาว!”
นางที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินเสียงอุทานตกใจของต้วนสือหู่จึงยืนอึ้งค้าง ไปเหมือนกัน
“ศิษย์พี่ ท่านตื่นเต้นขนาดนี้ทำไมกัน?” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้านี่นะ!” ต้วนสือหู่ถลึงตามองเขา “เจ้าไม่รู้เลยสักนิดว่าบุตรแห่ง ดวงดาวหมายถึงอะไร! ความหมายของคำว่าประตูสวรรค์ก็คือเดินขึ้นฟ้า ในก้าวเดียว! เจ้าผ่านการประลองของประตูสวรรค์ กลายมาเป็นบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว นับว่าโชคดีเทียมฟ้า นั่นคือความโชคดีที่สุดของโลกใบนี้!”
“ข้าอยู่ในดินแดนดาวตกมาตั้งนานหลายปี เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ ประตูสวรรค์มาบ้างเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสนั้น ไม่ได้รอ อยู่จนถึงวันที่ประตูสวรรค์เปิดออก”
“แต่ข้ารู้สึกว่าต่อให้ประตูสวรรคฺเปิดออกจริง ข้าไม่ก็น่าจะผ่านการ ประลองจนกลายมาเป็นบุตรแห่งดวงดาวได้”
“ก่อนหน้าเจ้า ประตูสวรรค์ก็เคยเปิดขึ้นที่ดินแดนดาวตกอยู่หลาย ครั้ง แต่ว่าไม่เคยมีคนหนุ่มสาวของดินแดนดาวตกคนใดได้รับการโปรด ปรานจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และได้รับเกียรติให้กลายเป็นบุตร แห่งดวงดาวแม้แต่คนเดียว!”
หลังจากที่จิ่งโหรวรู้ว่าเนี่ยเทียนคือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สายตาที่นางใช้มองเนี่ยเทียนก็ต่างไปจาก เดิมอย่างสิ้นเชิง
เดิมทีนางยังลังเล ลังเลว่าควรจะระดมกำลังพล ใช้ตัวหมากของสำนัก อักขระเทพที่ซ่อนไว้เพื่อช่วยให้ศิษย์น้องของต้วนสือหู่ตรวจสอบเรื่องที่ เผยฉีฉีเป็นหรือตายดีหรือไม่
รากฐานของสำนักอักขระเทพนั้นนับเป็นหนึ่งในดินแดนพงฟ้า ใน สำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาลจึงมีสายลับของสำนักอักขระ เทพซ่อนตัวอยู่มากมาย
เพียงแต่ว่าตัวตนของเส้นสายเหล่านั้นค่อนข้างจะสูงส่ง สำนักอักขระ เทพจัดวางพวกเขาไว้ก็เพื่อรอให้ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่สำคัญ
การที่เปิดเผยตัวตนของคนเหล่านั้นก่อนกำหนดจะทำให้เส้นสายและ ตัวหมากที่พวกเขาวางเอาไว้หมดมูลค่า
การที่ต้องสิ้นเปลืองเส้นสายซึ่งสำนักอักขระเทพซุกซ่อนไว้นานหลาย ปีเพียงเพื่อผู้หญิงคนเดียวจากดินแดนดาวตก นางยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่า เสียดาย
แต่พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนคือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว นางก็พลันเปลี่ยนความคิดทันที
นางรู้มาแต่แรกแล้วว่าดินแดนดาวตกที่ต้วนสือหู่จากมาไม่มีค่าพอให้ พูดถึง
ในสายตาของนาง อาจารย์ที่ต้วนสือหู่ไม่เคยลืมเลือน รวมไปถึงตลอด ทั้งดินแดนดาวตกล้วนไม่มีคุณค่ามากนัก
แล้วก็ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ต้วนสือหู่แสดงให้รู้ว่าอยากหาวิธีเดินทาง กลับไปยังดินแดนดาวตกเพื่อไปพบอูจี้อาจารย์ของเขา นางจึงคอยเกลี้ย กล่อมไม่ให้ต้วนสือหู่รีบร้อน
ตอนนี้รู้ว่าศิษย์น้องของต้วนสือหู่คือบุตรแห่งดวงดาวที่ได้รับการ ยอมรับจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว นางก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่คือ โอกาสดีอย่างใหญ่หลวงสำหรับสำนักอักขระเทพ
“ผู้หญิงที่ชื่อเผยฉีฉีคนนั้น…” นางยิ้มบางๆ หันมาพูดกับเนี่ยเทียน “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนางอีกแล้ว เชื่อข้าเถอะ อีกไม่นานข้าต้องได้รู้ข่าว ของนาง รู้สถานการณ์ปัจจุบันของนาง ข้ารับรองกับเจ้าได้เลยว่า ในช่วง เวลาสั้นๆ นี้นางต้องยังไม่ตายแน่นอน นอกจากนี้ข้าจะคิดหาวิธีใช้กำลัง ของสำนักอักขระเทพช่วยเหลือนางออกมา”
เนี่ยเทียนตะลึงลาน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่จิ่งโหรวพูดถึงเผยฉีฉี นางยังเกลี้ยกล่อมให้ พวกเขาไม่ต้องบุ่มบ่าม บอกพวกเขาว่าต้องวางแผนในระยะยาว
ทั้งนางยังเผยสีหน้าลำบากใจออกมาให้เห็น
แต่จู่ๆ นางกลับพูดรับรองความปลอดภัยของเผยฉีฉีอย่าง กระตือรือร้น ทั้งยังบอกว่าจะคิดหาวิธีช่วยเหลือเผยฉีฉีออกมา ท่าทีที่ เปลี่ยนแปลงอย่างกะหันทันของนางทำให้เนี่ยเทียนตั้งตัวไม่ทันเล็กน้อย
“ข้าขอบอกตามตรงเลยก็แล้วกัน” จิ่งโหรวยิ้มอ่อน “ข้าโตมาใน สำนักอักขระเทพตั้งแต่เด็ก ถูกท่านพ่อท่านแม่ฝากฝังความหวังที่ใหญ่ หลวง หลายครั้งเวลาที่ตัดสินใจจะทำอะไรมักต้องพิจารณาถึง
ผลประโยชน์ของสำนักเป็นหลัก ที่ก่อนหน้านี้ข้าลังเลเพราะเข้าใจดีว่า หากสำนักอักขระเทพยื่นมือเข้าแทรกเรื่องนี้อย่างเต็มกำลังจะชักนำให้ ดินแดนพงฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และอาจถูกสำนักภูเขาพัน กระบี่กับสำนักทองไพศาลร่วมมือกันเล่นงาน”
“หากทำให้สำนักเจอกับมรสุมลูกใหญ่เพียงเพื่อผู้หญิงคนเดียวจาก ดินแดนดาวตกของพวกเจ้า ข้าเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้พวกผู้อาวุโสฟัง อย่างไร”
“แต่เจ้าไม่เพียงแต่เป็นศิษย์น้องของสือหู่ ทั้งยังมีตำแหน่งบุตรแห่ง ดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้เรื่องราวย่อม ต่างออกไป เพื่อบุตรแห่งดวงดาวอย่างเจ้า การที่จะให้สำนักอักขระเทพ ลงแรงลงใจช่วยเหลือ พวกผู้อาวุโสเหล่านั้นย่อมไม่กล้าพูดว่าข้าทำตัว เหลวไหลแน่นอน”
ต้วนสือหู่แค่นเสียงกล่าว “พวกคนที่เติบโตมาในสำนักใหญ่ๆ อย่าง พวกเจ้าก็ดีแต่เห็นผลประโยชน์เป็นสำคัญกันทั้งนั้น!”
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เขาคือคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเนี่ยเทียนโดยไม่ สนใจว่าจะเสียค่าตอบแทนเท่าไหร่
เขาเป็นคนที่เห็นแก่ความสัมพันธ์อย่างยิ่ง
เขายินดีช่วยเหลือเนี่ยเทียน ไม่ใช่เพราะตัวตนบุตรแห่งดวงดาวของ เนี่ยเทียน แต่เป็นเพราะเนี่ยเทียนก็คือลูกศิษย์ของอูจี้เช่นกัน
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวซักถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย รอจนพวกเขารู้ ว่ามีพระราชวังแห่งหนึ่งที่ถูกเนี่ยเทียนทำให้ลอยออกมาจากใต้ดินของ อาณาจักรเลี่ยคงได้ สีหน้าของต้วนสือหู่ก็คลายลงในที่สุด
“ทางฝั่งของดินแดนดาวตก เจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นกังวลมากแล้ว” จิ่ง โหรวยิ้มแย้มอ่อนหวาน “ในเมื่อพระราชวังลอยออกมาแล้วก็หมายความ ว่าดินแดนดวงดาวแห่งนั้นเป็นสถานที่ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ตั้งใจทิ้งไว้ให้กับบุตรแห่งดวงดาว”
“หากสำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาลรู้เรื่องนี้ ย่อมไม่กล้า ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน”
“อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ต่อให้เป็นสำนักอักขระเทพของพวกเราก็ไม่ กล้าทำตัวโอหังในถิ่นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเช่นกัน”
“ดินแดนดาวตกปลอดภัยเต็มร้อยแน่นอน ขอแค่เป็นสำนักใหญ่ของ เผ่ามนุษย์ที่มองเห็นพราะราชวังหลังนั้นย่อมต้องถอยออกมาแน่”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “เป็นอย่างนั้นก็ดี”
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ถูกปิดผนึก บอก พวกเขาว่าสิ่งเป่ยเฉินจากสำนักภูเขาพันกระบี่เรียกตัวพวกเคอจินเผิงมา หมายจะฮุบชิงแผ่นดินมหัศจรรย์ผืนนั้น ทว่าสุดท้ายถูกเขาใช้ค่ายกลพลิก กลับสองขั้วสังหารจนตายเป็นเบือ
เมื่อรู้ว่าสิ่งเป่ยเฉินถูกสังหาร แม้แต่เคอจินเผิง ซาเหยียน แดนว่าง เปล่ารวมทั้งหมดห้าคนต่างก็ตายเพราะเนี่ยเทียน ต้วนสือหู่ก็หัวเราะสะใจ อย่างบ้าคลั่ง พูดว่า “ทำได้ดี!” ติดๆ กันหลายครั้ง
สำนักภูเขาพันกระบี่แข็งแกร่งยิ่งกว่าห้าสำนักสามตระกูลของดินแดน ปราการดวงดาว ทว่าจำนวนของแดนว่างเปล่ากลับมีไม่มากนัก
แดนว่างเปล่าห้าคนตายไปถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของ สำนักภูเขาพันกระบี่ ทำให้ต้นกำเนิดพลังชีวิตของสำนักภูเขาพันกระบี่ถูก ทำลาย
จิ่งโหรวจึงมีความมั่นใจที่จะกล่าวโทษเอาผิดสำนักภูเขาพันกระบี่มาก ยิ่งขึ้น
ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวมากมายในดินแดนดาว ตกอยู่ในห้องลับแห่งนั้น สุดท้ายต้วนสือหู่บอกให้เนี่ยเทียนตั้งใจฝึกตน ส่วนเขากับจิ่งโหรวจะเตรียมวางแผนเล่นงานสิ่งป่ายเพื่อช่วยเผยฉีฉี ออกมา
ก่อนจะจากไป รู้ว่าเนี่ยเทียนเป็นคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทั้งหินดวงดาวในมือใกล้จะหมดลง จิ่งโหรวจึงเอาหินดวงดาวที่นางเก็บไว้ ในแหวนเก็บของเพื่อเตรียมจะนำไปแลกเปลี่ยนออกมาให้เนี่ยเทียน ทั้งหมด
หินดวงดาวที่นางมอบให้เนี่ยเทียนมีมากถึงสองพันกว่าก้อน มากพอ ให้เนี่ยเทียนฝึกตนได้ช่วงหนึ่งและพอสำหรับนำมาให้เรือดาราเผาผลาญ
ตามคำบอกของนาง ในหินอุกกาบาตนอกโลกส่วนใหญ่มักจะมีหิน ดวงดาวปรากฏให้เห็น
ทว่าบนโลกใบนี้มีผู้ที่ฝึกพลังดวงดาวไม่เยอะนัก สำนักอักขระเทพของ พวกนางได้หินดวงดาวมาก็มักจะนำออกมาแลกเปลี่ยนกับฝ่ายอื่นเสมอ
พอได้หินดวงดาวมาเพิ่ม บวกกับปราณวิญญาณที่เข้มข้นในห้องลับ แห่งนั้น เนี่ยเทียนจึงตั้งใจฝึกตนได้อย่างสงบใจ
จิ่งโหรวยังมองออกด้วยว่าเรือนกายของเขาไม่เหมือนคนทั่วไปจึงคอย เอาเนื้อสัตว์วิเศษจำนวนมากที่ปรุงสุกแล้วมาให้เขาเป็นระยะ
เนื้อวิเศษที่นางส่งมาให้ไม่เพียงแต่รสชาติเลิศล้ำ ระดับของสัตว์วิเศษ ก็ไม่ต่ำ ทำให้ปราณเลือดสีเขียวในร่างของเนี่ยเทียนดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อ มาได้อย่างบ้าคลั่ง
ภายหลังเมื่อนางพบว่าปริมาณการกินอาหารของเนี่ยเทียนเหนือเกิน กว่าที่นางคาดคิดเอาไว้ นางก็ส่งเนื้อสัตว์วิเศษมาเพิ่มให้มากกว่าเดิม
ดูเหมือนว่าเนื้อสัตว์วิเศษในแหวนเก็บของของนางจะมีมากมายไร้ที่ สิ้นสุด
เมื่อได้เนื้อสัตว์วิเศษจากนาง สายเลือดแห่งชีวิตในร่างของเนี่ยเทียนก็ ดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อมาอย่างกำเริบเสนิบสาน ขณะที่เขารวบรวมปราณ วิญญาณมาชุบหลอมวิญญาณโอสถ ไม่นานนักสายเลือดแห่งชีวิตก็เข้าสู่ ระยะการจำศีลเพื่อรอแปรสภาพใหม่อีกครั้ง
เวลาผ่านพ้นดั่งสายน้ำไหล เรือรบทางช้างเผือกลำนี้ยังคงห้อทะยาน อยู่นอกอาณาจักรดวงดาวอยู่ตลอดเวลา
ระหว่างทางเรือรบทางช้างเผือกที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในดินแดนพงฟ้า ลำนี้ได้เจอกับเรือโบราณของกลุ่มอิทธิพลอื่นอยู่เป็นระยะ แต่พอคนจาก สำนักอื่นเห็นเรือรบลำนี้ก็มักจะหลีกลี้หนีห่างไปไกล ไม่กล้าเข้ามาใกล้
บางครั้งที่มีคนกล้าขยับมาใกล้ก็ล้วนเป็นพวกที่มีความสัมพันธ์ไม่ ธรรมดากับสำนักอักขระเทพจึงหวังมาทักทายจิ่งโหรวและต้วนสือหู่
สามเดือนให้หลัง ในที่สุดต้วนสือหู่และจิ่งโหรวก็ควบคุมเรือรบทาง ช้างเผือกลำนี้มาถึงจุดลึกในดินแดนพงฟ้าซึ่งเป็นจุดที่ถูกแบ่งให้เป็น อาณาจักรของต้วนสือหู่โดยเฉพาะ
“ครืนๆๆ!”
เรือรบทางช้างเผือกจอดนิ่งอยู่ในอาณาจักรแห่งหนึ่ง ก่อนที่ต้วนสือหู่ จะเชิญให้พวกเนี่ยเทียนออกมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะดังกระหึ่ม “ศิษย์ น้อง พวกเรามาถึงแล้ว สถานที่แห่งนี้ก่อนหน้านั้นเคยเป็นจุดรวมพลของ เหล่านักล่าแห่งทางช้างเผือก เป็นสถานที่ที่ข้าได้รู้จักกับเสี่ยวโหรว ตอนนี้ มันเป็นอาณาจักรของข้าแล้ว”