ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 798 อาณาจักรคูเหยียน
เรือรบทางช้างเผือกลำนั้นจอดอยู่ตรงกลางนครแห่งหนึ่งที่ไม่มีกำแพง รายล้อม
ชั่วขณะที่พวกเนี่ยเทียนเดินออกมาจากในเรือรบทางช้างเผือก หลี่มู่ หยางก็เป็นคนแรกที่ร้องอุทานตกใจ
เขาจ้องเขม็งไปบนท้องฟูา พูดเสียงดังเป็นตะคอก “พระอาทิตย์สาม ดวง!”
ดวงตาทิตย์ที่ร้อนแรงทั้งสามดวงกำลังเผาไหม้พื้นดิน ทำให้อาณาจักร แห่งนี้ร้อนแห้งแล้งมากเป็นพิเศษ
วิชาที่หลี่มู่หลางฝึกตนเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สามารถดึงเอาเปลวเพลิงที่เป็นความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้ามายังจุด ตันเถียนและทำการชุบหลอมโอสถวิญญาณได้อย่างต่อเนื่อง
พลังดวงอาทิตย์ที่พระอาทิตย์ของดินแดนดาวตกปลดปล่อยออกมา อ่อนด้อยกว่าที่แห่งนี้ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
พอเห็นพระอาทิตย์สามดวงนั้น หลี่มู่หยางก็พลันตื่นเต้น เอ่ยเสียงทุ้ม หนัก “อยู่ที่นี่ ขอแค่ข้าสร้างค่ายกลขึ้นมาดูดซับเปลวไฟจากดวงอาทิตย์ ข้าก็มั่นใจว่าภายในสามปีห้าปี ข้าต้องเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้ แน่นอน!”
ก่อนหน้านี้เขามัวแต่ฝึกตนอยู่ในเรือรบทางช้างเผือกจึงไม่รู้ว่า อาณาจักรที่เป็นของต้วนสือหู่จะพิเศษมากขนาดนี้
จู่ๆ ได้มาเห็นพระอาทิตย์ร้อนแรงทั้งสามดวง เขาที่ติดขัดอยู่เขต วิญญาณช่วงกลางมานานหลายปีก็เหมือนมองเห็นแสงสว่างแห่งการเลื่อน ขั้นอย่างรวดเร็ว
“มีภูเขาไฟอยู่หลายลูกเลย” ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธสูดลมหายใจเข้า ลึกด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน “สถานที่แห่งนี้คล้ายคลึงกับอาณาจักรต้าฮ วางไม่น้อย แต่ว่าพลังเปลวเพลิงที่ซ่อนอยู่ในภูเขาไฟทั้งหลายกลับเข้มข้น กว่าอาณาจักรต้าฮวางมากนัก! ที่นี่ก็เหมาะให้ข้าฝึกตนเช่นกัน นับเป็น สถานที่วิเศษอย่างแท้จริง”
ต้วนสือหู่ยิ้มกว้าง “สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าอาณาจักรคูเหยียน ตอน กลางวันอาณาจักรคูเหยียนมีพระอาทิตย์สามดวง อากาศจะร้อนมากจน เกินทานทน แต่พอถึงช่วงเวลากลางคืนกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
“อาณาจักรคูเหยียนในตอนกลางคืนจะมีพระจันทร์ห้าดวงสาดแสง จันทร์เย็นกระจ่างปกคลุมไปทั้งแผ่นดิน ทำให้ตลอดทั้งอาณาจักรอาบไล้ อยู่ท่ามกลางแสงจันทร์”
จบคำพูดของเขา สิ่งหวนเยว่จากสำนักหยินก็ตัวสั่นเยือก “ว่าไงนะ อาณาจักรคูเหยียนในตอนกลางคืนจะมีพระจันทร์ห้าดวง?”
เนี่ยเทียนเองก็อึ้งตะลึง
เขารู้ดีว่าวิชาฝึกตนของหลี่มู่หยางกับสิ่งหวนเยว่ค่อนข้างจะพิเศษ คน ทั้งสองสามารถดึงเอาพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มาเพิ่มความเร็ว ในการฝึกตนได้
หินวิเศษที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในดินแดน ดาวตกหาได้ยากมาก
และบางทีก็อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ขอบเขตของคนทั้งสองถึงเป็นรอง ฝานข่ายจากวิมานสวรรค์ และถูกเซี่ยอี้เทพเพลิงแซงหน้า
หากสำนักหยินและสำนักหยางไม่ได้อยู่ที่อาณาจักรเชียวแจว๋ แต่มา อยู่ที่อาณาจักรคูเหยียนของต้วนสือหู่ เกรงว่าขอบเขตของพวกเขาคง เหนือระดับนี้ไปนานแล้ว
ในสำนักหยินและสำนักหยางต่างก็มีค่ายกลและอาวุธวิเศษที่ช่วยใน การรวบรวมพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
เพียงแต่ว่าเนื่องจากได้รับขีดจำกัดจากดินแดนดาวตก พลังดวง อาทิตย์และดวงจันทร์ที่พวกเขาสั่งสมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจึงยังไม่มากพอให้ พวกเขาเลื่อนขั้นได้
ทว่าอาณาจักรคูเหยียนแห่งนี้ตอนกลางวันมีดวงอาทิตย์สามดวง ตอน กลางคืนยังมีดวงจันทร์อีกห้าดวง อีกทั้งแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ที่พวก มันสาดส่องออกมาก็ล้วนแรงกล้ายิ่งกว่าที่ดินแดนดาวตก
หากใช้ค่ายกลมารวบรวมพลังของที่นี่ก็มีความเป็นไปได้มากว่าคนทั้ง สองจะฝุาปราการขอบเขตไปได้ในช่วงเวลาสั้นๆ!
ยิ่งในมือของพวกเขาตอนนี้ยังมีคัมภีร์สองเล่มที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวทิ้งไว้ในภูเขาสองลูก การข้ามขอบเขตของพวกเขาจึงขาดแค่ การสั่งสมและชุบหลอมพลังให้มากพอเท่านั้น
“อาณาจักรคูเหยียนมีภูเขาไฟเยอะมากอย่างแท้จริง จุดลึกของภูเขา ไฟเหล่านั้นก็มีหินวิเศษเปลวเพลิงอยู่เป็นจำนวนมากด้วย” ต้วนสือหู่ยิ้ม “หินวิเศษเปลวเพลิงพวกนั้นก็คือแหล่งรายได้หลักของข้า พวกนักล่าที่ ก่อนหน้านี้เร่ร่อนอยู่ที่นี่ตอนนี้ล้วนมาทำงานให้ข้าโดยการช่วยข้าขุดหา หินวิเศษเหล่านั้น”
เนี่ยเทียนพลันมีสีหน้าสนใจ “ศิษย์พี่ กลางภูเขาไฟพวกนั้นมีแก่น เพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพอยู่หรือไม่?”
“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว” ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ “เพียงแต่ว่าการเก็บแก่น เพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพไม่ใช่เรื่องง่ายนัก มีเพียงผู้ที่ฝึกคาถา เปลวเพลิงเท่านั้นถึงจะดึงเอาวิญญาณเปลวเพลิงของวัตถุประเภทนี้ ออกมาได้อย่างราบรื่น พวกนักล่าที่ภักดีต่อข้าก็มีคนที่ฝึกคาถาเปลวเพลิง และขอบเขตสูงอยู่น้อยนิด การเก็บเอาของเหล่านั้นมาจึงเป็นเรื่องลำบาก สำหรับข้าเช่นกัน”
“ศิษย์พี่ หากท่านไม่ถือสา ขอให้ข้าไปเก็บแก่นเพลิงพิภพและเส้น ผลึกเพลิงพิภพมาสักส่วนหนึ่งได้หรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเกรงใจ
เพื่อช่วยชุบหลอมวิญญาณของมหาราชาเผ่าอสูรกาย เกราะมังกร เพลิงต้องเผาผลาญพลังงานความร้อนไปไม่น้อยจึงร้อนใจอยากฟื้นคืน พลังให้ได้โดยเร็วที่สุด
เขารู้มานานแล้วว่าการรวบรวมพลังเปลวเพลิงของเกราะมังกรเพลิง ล้วนต้องอาศัยแก่นเพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพที่หายากเป็นหลัก ดังนั้นถึงได้ถามออกไปเช่นนี้
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ต้วนสือหู่ตอบรับอย่างใจกว้าง
“เนี่ยเทียน ข้ามั่นใจแล้วว่านังหนูที่ชื่อเผยฉีฉีไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังได้รับความสำคัญจากสิ่งปุายมากด้วย” ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้จิ่ง โหรวคอยติดต่อกับเส้นสายของสำนักอักขระเทพอยู่ตลอดเวลาจึงได้ข่าว ใหม่ล่าสุดมา “ดูเหมือนว่าสิ่งปุายคิดจะลบเลือนความทรงจำในอดีตของ นาง หมายจะแต่งนางเป็นภรรยา”
“ลบเลือนความทรงจำ แต่กระนั้นก็ยังเก็บพลังห้วงมิติที่นางบรรลุได้ เอาไว้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้”
“สิ่งปุายจึงเตรียมจะพานางกลับไปยังสำนักภูเขาพันกระบี่ คิดจะเชิญ ให้ผู้แข็งแกร่งของสำนักภูเขาพันกระบี่ช่วยจัดการกับนางให้”
สีหน้าเนี่ยเทียนพลันเย็นเยียบ “ลบเลือนความทรงจำของศิษย์พี่หญิง เผย แต่งนางเป็นภรรยางั้นรึ?”
ไม่รู้ว่าทำไม ชั่วขณะที่ได้ยินว่าสิ่งปุายจากสำนักภูเขาพันกระบี่คิดจะ เอาเผยฉีฉีไปเป็นภรรยา เนี่ยเทียนก็แทบจะข่มกลั้นความเดือดดาลในใจ เอาไว้ไม่อยู่ เขามีความรู้สึกวู่วามอยากจะแล่นไปสังหารสิ่งปุายให้ตายๆ ไปซะแล้วช่วยเผยฉีฉีออกมาเสียเดียวนี้
พอความวู่วามนี้บังเกิดขึ้น เขาก็ค้นพบว่าคิดจะสะกดกลั้นมันเอาไว้ ช่างเป็นเรื่องยากเหลือทน
พวกหัวมู่เองก็พากันมีสีหน้าเย็นชา
“อย่าเพิ่งวู่วาม เรายังมีเวลาอีกมาก” จิ่งโหรวมองออกว่าสีหน้าของ เขาดุดันผิดปกติจึงรีบเกลี้ยกล่อม “การที่จะกลับไปยังสำนักภูเขาพัน กระบี่ สิ่งปุายต้องใช้เวลานานยิ่งกว่าพวกเรา นอกจากนี้ข้างกายเขายังมี คนของสำนักอักขระเทพของข้าอยู่ ข้าจะให้พวกเขาจับตามองสิ่งปุายทุก เวลานาที ไม่มีทางปล่อยให้สิ่งปุายสมใจเด็ดขาด”
การรับรองของนางทำให้เนี่ยเทียนพอจะสงบใจลงได้บ้าง
“ศิษย์พี่ ข้าจะไปเก็บแก่นเพลิงพิภพก่อนนะ ท่านช่วยบอกทางข้า หน่อย ที่นั่นมีคนของท่านอยู่หรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ เล็กน้อย
“ทางนั้น” ต้วนสือหู่ชี้มือไปยังทิศทางหนึ่ง “กลุ่มภูเขาตรงนั้นยังไม่ เคยถูกขุดค้นมาก่อน ข้าจะสั่งความไม่ให้ลูกน้องของข้าไปวุ่นวายที่นั่น”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ก่อนหันไปพูดกับจิ่งโหรว “หากมีข่าวใหม่ ล่าสุด รบกวนแจ้งให้ข้าทราบทันที”
“แน่นอน” จิ่งโหรวตอบกลับ
เนี่ยเทียนจึงเรียกเรือดาราออกมาแล้วทะยานตรงไปที่นั่นทันทีโดยไม่ คิดจะสำรวจนครแห่งนี้
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่สองคนที่พอได้รับคำอนุญาตจากต้วนสือหู่ก็ ไปอยู่ในที่พักแห่งหนึ่งแล้วเริ่มประกอบค่ายกล หมายอาศัยความ มหัศจรรย์ของที่แห่งนี้มารวบรวมพลังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หวังฝุา ขอบเขตเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด
หัวมู่และฉีป๋ายลู่ใคร่รู้ความเป็นไปของเมืองนี้จึงเริ่มเดินสำรวจ คิดจะ ทำความเข้าใจของสถานการณ์ในดินแดนพงฟูาให้ได้โดยเร็วที่สุด
จ้าวซานหลิงอยู่ตัวคนเดียว แล้วก็ไม่รู้ว่าไปที่ไหน
บนท้องฟูาเหนือกลุ่มภูเขาไฟมากมาย เรือดาราพลันแล่นมาจอดนิ่ง
เนี่ยเทียนเรียกเกราะมังกรเพลิงออกมา
พอเกราะมังกรเพลิงออกมา เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ถึงความลิงโลดของ วิญญาณวัตถุทันที รู้ว่าสถานที่แห่งนี้มีประโยชน์กับมันอย่างมาก
“รีบเก็บพลังความร้อนมาฟื้นคืนตัวเองโดยเร็วที่สุด” เนี่ยเทียนสั่ง ความ
เกราะมังกรเพลิงกลายร่างเป็นลำแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งที่พุ่งเข้าไป ยังปล่องภูเขาไฟซึ่งปริแตกแล้วตรงดิ่งลงไปในจุดลึกใต้ดินของภูเขาไฟ
พอรู้ว่าสิ่งปุายจะลบความทรงจำของเผยฉีฉีแล้วแต่งนางเป็นภรรยา เนี่ยเทียนก็พลันเกิดความร้อนรนกระวนกระวายใจ
เขาจึงเตรียมจะฟื้นคืนพลังการต่อสู้ให้ไต่ไปถึงจุดพรั่งพร้อมสูงสุด และเกราะมังกรเพลิงก็คือหนึ่งในอาวุธร้ายกาจที่สุดที่อยู่ในการ ครอบครองของเขา
ตอนที่อยู่แผ่นดินปริแตกแห่งนั้น เขาไม่ได้ให้เกราะมังกรเพลิงไปเก็บ ความร้อนในพื้นที่เปลวเพลิง เพราะรู้ว่าค่ายกลพลิกกลับสองขั้วมีความ เกี่ยวข้องแนบแน่นกับพื้นที่ทั้งห้าแห่ง
เขากังวลว่าหากเกราะมังกรเพลิงดึงเอาพลังงานความร้อนของที่แห่ง นั้นมามากเกินไปจะทำลายสมดุลของค่ายกล ดังนั้นจึงห้ามปรามมันเอาไว้
แต่อาณาจักรคูเหยียนไม่ได้มีค่ายกลขนาดใหญ่ปูองกัน ดูจาก ความหมายของศิษย์พี่เขา สูญเสียแก่นเพลิงพิภพไปส่วนหนึ่งคงไม่ใช่ ปัญหาใหญ่อะไรสำหรับอีกฝุาย
เขาจึงให้เกราะมังกรเพลิงฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
การเก็บแก่นเพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพเดิมทีเป็นเรื่อง ยากลำบาก ปีนั้นที่ตำหนักเทพเพลิงสามารถไปเก็บเส้นผลึกเพลิงพิภพ จากอาณาจักรต้าฮวางได้เป็นจำนวนมากก็เพราะมีเซี่ยอี้อยู่ด้วย
สำหรับคนอื่นแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่สำหรับเกราะมังกรเพลิง กลับไม่ใช่ปัญหา
พอเกราะมังกรเพลิงดิ่งลึกไปยังใต้ดินของภูเขาไฟ เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ อย่างเฉียบไวว่าการเคลื่อนไหวของเปลวเพลิงในภูเขาไฟร้อนระอุลูกนี้เริ่ม สงบลงอย่างรวดเร็ว
เขารู้ว่าแก่นเพลิงพิภพที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ดินกำลังถูกเกราะมังกรเพลิง เก็บเอามาอย่างบ้าคลั่ง
สามวันต่อมา
ภูเขาไฟปะทุหกลูกที่อยู่รอบด้านก็กลายมาเป็นภูเขาที่มอดดับ แก่น เพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพถูกดึงไปจนหมดเกลี้ยง
เกราะมังกรเพลิงบินออกมาพร้อมปราณแห่งเปลวเพลิงร้อนแรงที่ ขนาดเนี่ยเทียนเองก็ยังไม่สบายตัวเท่าไหร่นัก ก่อนที่วิญญาณวัตถุจะส่ง ข้อความเสียงมาหาเขา “ขอนายท่านโปรดมอบแก่นเลือดพวกนั้นให้กับ ข้าด้วยเถิด แก่นเลือดของท่านมีประโยชน์ในการเลื่อนขั้นของข้ามหาศาล ยิ่งนัก!”
วิญญาณวัตถุแสดงความปรารถนาในแก่นเลือดของเขามาตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากสาเหตุหลากหลายประการ เนี่ยเทียนจึงยังไม่คิดจะมอบให้ มัน
คราวนี้เมื่อรวบรวมพลังเปลวเพลิงจากภูเขารอบด้านเสร็จเรียบร้อย วิญญาณวัตถุกลับร้องขอขึ้นมาอีกครั้ง
และตอนนี้สายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนก็เริ่มจำศีลเพื่อรอการแปร สภาพครั้งต่อไปแล้ว
เขาสามารถใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่เกินจำเป็นมาชุบหลอมเป็นแก่นเลือด สิบหยดใหม่ได้อีก ดังนั้นเขาจึงลังเลเพียงแค่ครู่เดียวก็ตอบสนองความ ต้องการของเกราะมังกรเพลิง
แก่นเลือดหยดแล้วหยดเล่าที่ใสแวววาวราวหินโมราสีแดงบินออกมา จากหัวใจของเขา ก่อนจะตรงไปผสานรวมกับแกนเลือดของเกราะมังกร เพลิง
ทันใดนั้นแกนเลือดก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง!