ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 81 จากลาชั่วคราว
“สำานักภูตผีและสำานักโลหิตเข้าไปในโลกมายามรกต นอกจาก พวกเราแล้ว คนอื่นๆ…น่าจะตายกันหมด้แล้ว” เจียงหลิงจูถอน หายใจกล่าว
เมื่อคำาพูด้นี้ด้ังออกมา อันซืออี๋ ลี่ฝาน ซางปิ่งและหญิง ชราเวิงที่เฝอารอกันอยู่ตรงทะเลสาบมานานกมพลันหน้าเปลี่ยนสี
“สำานักภูตผี! สำานักโลหิต!” ซางปิ่งคำารามเคียด้แค้น เสียงด้ังสะเทือนเลือนลั่น
หยวนเฟิงนั้นคือลูกศิษย์อันเป็นจุด้ศูนย์กลางที่หุบเขา เทามองเป็น “เมลมด้พันธ์” หุบเขาเทาได้้ลงทุนยาและอาวุธเศษไป เป็นจำานวนมากกับตัวของหยวนเฟิง พวกเขาเลี้ยงดู้และอบรมหยวน เฟิงเป็นด้ั่งแม่ทัพในอนาคตของหุบเขาเทา
ในสายตาของพวกเขา หยวนเฟิงสำาคัญยิ่งกว่าพวกอ วิ๋นซงเก้าคนนั้นมากมายนัก!
การตายของหยวนเฟิง หุบเขาเทาไม่มีทางยอมรับได้้ เด้มด้ขาด้!
เนี่ยเทียนที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคน มองเหมนซางปิ่งที่ คำารามกร้าวกมแอบหวาด้ผวาอยู่ในใจ
เวลานี้เขาแอบเหล่มองเจียงหลิงจูหนึ่งครั้ง ในใจเตมไป ด้้วยความซาบซึ้ง
เขารู้ว่าหากเจียงหลิงจูไม่ได้้เอาธงผืนนั้นไปจากมือของ เขา พอเขาออกมาจากโลกมายามรกต
เกรงว่าซางปิ่งแห่งหุบเขาเทาคงสัมผัสได้้ทันทีทันใด้
ยิ่งซางปิ่งเจมบแค้นเด้ือด้ด้าลมากเท่าไหร่ เขากมยิ่งรู้ชัด้ว่า หากเรื่องที่เขาฆ่าหยวนเฟิงถูกเปิด้โปงออกไป เขาจะต้องเผชิญหน้า กับไฟโทสะของหุบเขาเทาอย่างแน่นอน
อย่าว่าแต่ตอนนี้เขายังไม่ใช่ลูกศิษย์ที่แท้จริงของสำานัก หลิงอวิ๋นเลย ต่อให้เขาใช่ กมยากที่จะหนีเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้้
“อันอิ่ง คนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตล่ะ?” อันซื ออี๋รีบซักถาม
“ข้ากมไม่รู้” อันอิ่งยิ้มเจื่อน “ช่วงเวลาสุด้ท้าย พวกเรา ไล่โจมตีพวกเขา ทว่าพวกเขา…กลับหายตัวไปอย่างประหลาด้ แม้แต่ร่องรอยกมไม่เหลือทิ้งไว้”
“ข้าต้องให้พวกมันได้้ชด้ใช้แน่!”
ซางปิ่งแห่งหุบเขาเทาคำารามเกรี้ยวกราด้ บุกพรวด้ เข้าไปในน้ำาวนนั้น พริบตาเด้ียวกมหายไปไม่เหมนเงา
“แม่หนูอัน เรื่องของทางฝั่งนี้คงต้องมอบให้เจ้าจัด้การ แล้ว” หญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้พอได้้ยินว่าสำานักภูตผีและ สำานักโลหิตปรากฏตัวในโลกมายามรกตกมิอาจนิ่งเฉยได้้อีก “ข้ากับ ซางปิ่งจะไปหาดู้ในโลกมายามรกต หวังว่าจะยังสามารถจับกุมตัว เจ้าพวกชั่วช้าของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตได้้ทันกาล!”
“ข้ากมไปดู้ด้้วย” ลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นเอ่ยเสียง กร้าว
ทั้งสองสีหน้ามืด้คล้ำาด้ำาทะมึน พุ่งเข้าไปในน้ำาวนตาม หลังซางปิ่ง
พริบตาเด้ียว ผู้นำาที่ยังเหลืออยู่ข้างทะเลสาบจึงมีเพียง อันซืออี๋แห่งหอหลิงเป่าคนเด้ียว
“เล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียด้สิ!” อันอิ่งสีหน้าเคร่งขรึม
เจียงหลิงจู อันอิ่ง พันเทา และยังมีเจิ้งปินแห่งอาราม เสวียนอู้พากันเล่าเหตุการณ์ที่พวกเขาประสบพบเจอในโลกมายา มรกตอย่างละเอียด้
เนี่ยเทียนยืนอยู่ด้้านข้าง ไม่พูด้ไม่จา รอคอยอย่าง เงียบเชียบ
เขาสังเกตเหมนว่า อันเหอข้ารับใช้ชราของตระกูลอัน เวลานี้กมยืนอยู่ข้างกายอันซืออี๋ด้้วย
เขาเด้ินทางมาจากเมืองเฮยอวิ๋นภายใต้การนำาส่งของ อันเหอ หลังจากที่การประลองในโลกมายามรกตสิ้นสุด้ลง
อันเหอปรากฎตัวอีกครั้งกมน่าจะเพื่อนำาเขากลับไปส่งยังเมืองเฮ ยอวิ๋น
ตอนที่เขามองไปยังอันเหอ อันเหอเองกมหันมามองเขา พอด้ี เขาจึงส่งยิ้มน่าเอมนดู้ รีบโค้งตัวเคารพอันเหอ
อันเหอพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ จากนั้นจึงกล่าว กับอันซืออี๋: “คุณหนู ให้ข้า…พาเนี่ยเทียนไปส่งกลับเมืองเฮยอวิ๋ นก่อนด้ีหรือไม่?”
“ได้้ เจ้าพาเขากลับไปก่อนเถอะ” อันซืออี๋กล่าวพลาง โบกมือไปด้้วย
เด้ิมทีนางคิด้จะถามอันอิ่งอย่างละเอียด้ ต้องการรู้ว่า เนี่ยเทียนแสด้งออกอย่างไรบ้างในโลกมายามรกต มีจุด้ไหนที่มีความ พิเศษหรือไม่
ทว่าการปรากฏตัวของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตใน โลกมายามรกตทำาให้การประลองครั้งนี้มีคนตายมากเกินไป
นั่นจึงทำาให้นางไม่มีอารมณ์สนใจเรื่องของเนี่ยเทียนอีก
การประลองของโลกมายามรกตเกิด้การพลิกผันน่าตื่น ตะลึง ในฐานะที่หอหลิงเป่าเป็นเจ้าบ้าน นางเป็นผู้รับผู้ชอบ ตอนนี้ ต้องแบกรับกับความกด้ด้ันมหาศาล จึงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเลมก น้อยของเนี่ยเทียนอีก
“ตามข้ามาเถอะ” อันเหอกวักมือเรียก
“ขอรับ” เนี่ยเทียนสีหน้าเรียบเฉย หมายจะเด้ินไปทาง อันเหอเพื่อตามเขากลับไปยังตระกูลเนี่ย
ทว่าเวลานี้เอง พันเทาแห่งหอหลิงเป่าพลันเด้ินหน้าขึ้น มาโอบกอด้เขาเอาไว้ กล่าวกับเขาเสียงเบาว่า: “น้องชาย อีกไม่กี่วัน ข้าจะไปหาเจ้าที่เมืองเฮยอวิ๋น หวังว่าวันหน้าพวกเราจะยังได้้สู้รบ เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีก”
เนี่ยเทียนประหลาด้ใจ
พันเทาที่ปล่อยตัวเขา ขยิบตาให้แล้วกล่าวด้้วยท่าทาง มีลับลมคมใน: “ถึงเวลานั้น ข้าจะพาคนคนหนึ่งไปด้้วย”
เนี่ยเทียนรู้สึกแปลกใจเลมกน้อย ไม่รู้ว่าเขาหมายความ ว่าอะไร
“หึ อีกไม่กี่วันเจ้ากมจะได้้รู้แล้ว” พันเทาหัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง ผลักเขาออกเบาๆ กล่าว: “ไปเถอะ เจ้ากลับไปที่เมืองเฮยอ วิ๋นก่อน พวกเราจะต้องได้้เจอกันอีกครั้ง”
“อ้อ” เนี่ยเทียนเองกมไม่ได้้คิด้มาก
“พันเทา…”
อันเหอแห่งตระกูลอัน มองพันเทาที่โอบกอด้เนี่ยเทียน นัยน์ตาเผยความประหลาด้ใจอย่างเหมนได้้ชัด้
ไม่เข้าใจว่าระหว่างพันเทาและเนี่ยเทียนเกิด้เรื่องอะไรขึ้นกัน แน่
เขามองออกว่า พันเทามองเหมนเนี่ยเทียนเป็นสหายร่วม เป็นร่วมตาย ความจริงใจในสายตาของพันเทา มิอาจปิด้บังคนอื่นได้้
พันเทาคือหลานชายของพันหงเจินผู้อาวุโสใหญ่แห่ง หอหลิงเป่า และตำาแหน่งของพันหงเจินในหอหลิงเป่ากมเป็นรองแค่ เจ้าหอเท่านั้น
แม้ว่าตระกูลอันที่เมืองเฮยอวิ๋นจะได้้รับความสำาคัญ อย่างยิ่งจากหอหลิงเป่าเนื่องด้้วยการด้ำารงอยู่ของอันซืออี๋ ทว่า ตระกูลอันกมเป็นเพียงแค่ตระกูลในสังกัด้ของหอหลิงเป่าเท่านั้น
ในหอหลิงเป่า ตำาแหน่งของพันหงเจินสูงส่งกว่าอันซื ออี๋มากนัก ไม่ใช่ผู้ที่ตระกูลอันของพวกเขาจะเทียบเคียงได้้
เมื่อเหมนว่าพันเทาปฏิบัติกับเนี่ยเทียนเช่นนี้ อันเหอกม แอบตกใจอยู่กับตัวเอง
รู้สึกว่าเจ้าเด้มกเนี่ยเทียนผู้นี้ บางทีอาจถนัด้ในการปีนป่ายขึ้นสู่ที่ สูงโด้ยแอบอิงผู้มีอิทธิพล ไม่รู้ว่าตอนอยู่ในโลกมายามรกตใช้วิธีการ ใด้เอาใจพันเทา ถึงได้้ทำาให้พันเทาชื่นชอบขนาด้นี้
“เนี่ยเทียน! อีกไม่กี่วันข้ากมจะไปหาเจ้าที่เมืองเฮยอวิ๋น เหมือนกัน!” อยู่ๆ เจียงหลิงจูกมพูด้ขึ้นมาเสียงด้ัง ตอนที่พูด้ประโยคนี้ นางยังถลึงตาดุ้ด้ันใส่พันเทาด้้วย
พันเทาลูบคลำาจมูก หัวเราะหึหึ แต่กลับไม่ได้้สนใจนาง
“ไข่มุกล้ำาค่าบนฝ่ามือของเจียงจือซู…”
อันเหอตะลึงไปอีกครั้ง เขาใช้สายตาที่เตมไปด้้วยความ สงสัยมองไปที่เนี่ยเทียนก่อน จากนั้นกมองไปยังพันเทาและเจียงหลิง จู ในใจยิ่งใคร่รู้
“เจ้าเด้มกเนี่ยเทียนผู้นี้ถนัด้ในการวางแผนและจัด้การ จริงๆ พันเทาและเจียงหลิงจูถึงได้้ให้ความสำาคัญกับเขาถึงเพียงนี้”
ตลอด้ทางที่เด้ินทางมา เขาไม่ได้้สนใจเนี่ยเทียนเท่าไหร่ นัก อีกทั้งระหว่างกมไม่คิด้จะพูด้คุยอะไรกับเนี่ยเทียน เอาแต่เร่งรุด้ เด้ินทางอย่างเด้ียว
ตอนนั้น อันที่จริงในใจเขายังคงรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก
รายชื่อของผู้ที่เข้ามาประลองในโลกมายามรกตของ ตระกูลอันของพวกเขาถูกอันซืออี๋ยกให้กับเนี่ยเทียน
เขาที่เป็นคนตระกูลอันจึงแอบไม่เหมนด้้วยอยู่ในใจ
และกมด้้วยเหตุนี้ ตลอด้ทางที่มาเขาจึงไม่ได้้สนใจเนี่ย เทียน คิด้แค่ว่าเนี่ยเทียนกมแค่บังเอิญโชคด้ีเท่านั้น
ตอนนี้การประลองในโลกมายามรกต เนื่องจากการ ปรากฏตัวของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต มีคนล้มตายและบาด้เจมบ กันมาก หุบเขาเทากมยิ่งพ่ายแพ้พินาศกันไปหมด้ นี่จึงทำาให้เขาเริ่ม รู้สึกว่าโชคด้ี
โชคด้ีที่เด้มกของตระกูลอันคนนั้นไม่ได้้เหยียบย่างเข้ามา ในโลกมายามรกตก่อนหน้านี้ จึงหลบเลี่ยงหายนะในครั้งนี้ไปได้้ เมื่อไม่มีปมทางใจนี้ และพอมาเหมนอีกว่าอยู่ๆ พันเทากับเจียงหลิงจูกม กระตือรือร้นใส่ใจเนี่ยเทียนมากมายขนาด้นั้น อันเหอจึงเกิด้ฉุกคิด้ อด้ไม่ได้้จนต้องมองเนี่ยเทียนอย่างให้ความสนใจอยู่หลายส่วน
“ไปกันเถอะ ท่านตาของเจ้าคงรอจนร้อนใจอยู่นาน แล้ว ช่วงนี้ตระกูลเนี่ยของเจ้ากมีเรื่องวุ่นวายเยอะมาก เจ้ารีบกลับไป จะด้ีกว่า” เขาพลันพูด้กับเนี่ยเทียนด้้วยใบหน้าที่อ่อนโยน
“เรื่องวุ่นวายอะไรหรือ?” เนี่ยเทียนขมวด้คิ้ว
“เด้ินไปคุยไปเถอะ” อันอิ่งกล่าวอย่างนุ่มนวล
“ตกลง” เนี่ยเทียนกล่าว
เขาเองกมรู้สึกขึ้นมาอย่างฉับพลันว่าท่าทีที่อันเหอมีต่อ เขา แตกต่างไปจากตอนที่เด้ินทางมาอย่างสิ้นเชิง
ไม่นาน เขากมเด้ินตามอันเหอขึ้นมานั่งบนรถม้าคันเด้ียว กับขามา แล้วรถม้าจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากเขตบึงน้ำาแห่งนี้
ตอนที่เขากลับไปยังเมืองเฮยอวิ๋น พวกอันซืออี๋ยังคง รวมตัวกันอยู่ตรงทะเลสาบ รอการกลับมาของซางปิ่ง ลี่ฝานและ หญิงชราเวิง
ผ่านไปหนึ่งวันเตม ลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นถึงได้้พา ตัวเย่กูโม่ที่ใบหน้าเหลืองตอบ หิวโหยจนลมหายใจรวยรินเด้ินออกมา จากในน้ำาวน
“พี่ใหญ่เย่ยังไม่ตาย?” เจียงหลิงจูปิติยินด้ีอย่างถึงที่สุด้
ลี่ฝานพาเย่กูโม่ที่ใกล้จะหมด้สติเตมทีไปไว้ข้างกายนาง กล่าว: “เจ้าเด้มกนี่ชะตาแขมง เขาไปหลบอยู่ในเขตภูเขาไฟคนเด้ียว ตอนที่ใกล้จะหิวตาย ข้ากมหาเขาเจอเสียก่อน”
เย่กูโม่ศีรษะเอียงกะเท่เร่ มองเจียงหลิงจูหนึ่งครั้ง ฝืน เค้นรอยยิ้มออกมา พูด้อย่างไร้เรี่ยวแรง: “พวกเจ้าไม่เป็นอะไรกม ด้ีแล้ว”
“ท่านลี่ ซางปิ่งและหญิงชราเวิงล่ะ?” อันซืออี๋รีบถาม
ลี่ฝานถอนหายใจหนึ่งครั้ง เอ่ย: “น่าจะใกล้ออกมาแล้ว พวกเราหาไปทั่วโลกมายามรกตกมยังหาลูกศิษย์สำานักภูตผีและสำานัก โลหิตไม่เจอ พวกเขาน่าจะจากไปนานแล้ว”
ด้ังคาด้
ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นัก ซางปิ่งที่หน้านิ่งสนิทราว ผิวน้ำากมเด้ินออกมาพร้อมหญิงชราเวิง
หลังจากซางปิ่งออกมา ไม่พูด้ไม่จาอะไรสักคำากมจากไป ทันที
หญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้ส่ายหัวให้กับอันซืออี๋ กล่าว: “หาอะไรไม่เจอสักอย่าง การประลองในโลกมายามรกตสิ้นสุด้ ลงตรงนี้ เรื่องราวในภายหลัง รอให้ทุกคนกลับไปแล้วค่อยปรึกษากัน เถอะ”
“คงทำาได้้เพียงเท่านี้แล้วล่ะ” อันซืออี๋ยิ้มเจื่อน
ด้ังนั้น ทุกคนที่รวมตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้จึงต่างพาเด้มกรุ่น เลมกของสำานักตัวเองทยอยกันจากไป