ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 800 อาณาจักรมหัศจรรย์
เนี่ยเทียนกลับไปยังนครแห่งนั้นพร้อมกับต้วนสือหู่ ขณะที่เตรียม จะแจ้งให้พวกหลี่มู่หยางทราบ จิ่งโหรวกลับส่ายหน้าเบาๆ พูดเกลี้ยกล่อม ว่า “ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกพวกเขาไปด้วย”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน
พวกจ้าวซานหลิงต่างก็มีตบะเขตวิญญาณ เมื่ออยู่ในดินแดนดาวตกก็ นับว่าเป็นสุดยอดบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น
คิดจะช่วยเผยฉีฉี แน่นอนว่าย่อมต้องใช้พละกำลังที่ยิ่งใหญ่ จิ่งโหรว ไม่คิดจะพาพวกเขาไป กลับกลายเป็นทำให้เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“พวกเขาสะดุดตาเกินไป พวกเคอจินเผิง ซาเหยียนจากสำนักทอง ไพศาลน่าจะรู้หน้าตาและตบะของพวกเขา” จิ่งโหรวอธิบาย “เมื่อพวก เขาไปถึงอาณาจักรวอหลิวก็อาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตน จนเป็นเหตุให้ ถูกสำนักทองไพศาล สำนักภูเขาพันกระบี่หมายหัว ถ้าสิ่งปุายรู้ว่าพวกเขา มากับพวกเรา เกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น”
“แต่เจ้านั้นไม่เหมือนกัน ขอบเขตของเจ้าไม่นับว่าสูง ขอแค่ไม่ใช้หุ่น เชิดเลือดของเผ่าโครงกระดูกตนนั้นและแปลงโฉมอีกเล็กน้อยก็ไม่น่าจะ สะดุดตาและไม่เป็นที่สนใจ”
“นอกจากนี้ ข้ายังได้โน้มน้าวให้ผู้อาวุโสแดนว่างเปล่าช่วงกลางคน หนึ่งในสำนักอักขระเทพมาช่วยด้วย”
เนี่ยเทียนลังเลไปครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจนใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ทุกอย่างเอาตามที่ท่านจัดการ เรื่องอื่นใดข้าล้วนไม่คาดหวัง หวังเพียงว่า จะช่วยศิษย์พี่หญิงเผยออกมาได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น”
“วางใจเถอะ ไม่มีทางมีปัญหาอะไรแน่” จิ่งโหรวกล่าวด้วยน้ำเสียง มาดมั่น
จากนั้นคนทั้งสองก็พาเนี่ยเทียนไปยังห้องลับแห่งหนึ่งที่มีค่ายกลนำส่ง ขนาดใหญ่จัดวางเอาไว้แล้วเปิดใช้ค่ายกล
คนทั้งสามจึงหายตัวไปจากอาณาจักรคูเหยียนทันที
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนและสองสามีภรรยาคู่นี้ก็เดินออกมาจากค่ายกล นำส่งใต้ดินของหอเรือนหินสูงตระหง่านแห่งหนึ่งในอาณาจักรวอหลิว
“เอ้า เจ้าสวมหน้ากากนี่ไว้ก่อน” จิ่งโหรวโยนหน้ากากบางๆ ชิ้นหนึ่ง มาให้เขา
เนี่ยเทียนสวมไว้บนใบหน้าแล้วหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูก็พบว่าเขาที่ อยู่ในกระจกมีหน้าตาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าเหลืองตอบ ไม่สะดุดตาแม้แต่นิดเดียว
หลังจากที่เขาสวมหน้ากาก ต้วนสือหู่ก็พาเขาเดินออกมาจากชั้นใต้ดิน ของอาคารหินแห่งนั้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา ต้วนสือหู่ จิ่งโหรวสองคนก็พาเนี่ยเทียนมาถึงดาดฟูา ชั้นที่สูงที่สุดของหอเรือนหิน
ยืนอยู่บนดาดฟูา ทอดสายตามองไปไกล ดวงตาของเนี่ยเทียนก็ฉาย แววประหลาด
เขามองปราดเดียวก็เห็นทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาล มองเห็น ดวงดาวดารดาษที่ส่องแสงระยิบระยับ
ทางช้างเผือกเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ที่มากกว่านั้นคือท้องฟูาโล่งกว้าง ซึ่งถูกม่านน้ำโอบล้อมไว้เป็นชั้นๆ
ม่านน้ำเหล่านั้นเหมือนน้ำวนที่ด้านบนกว้างใหญ่ แต่ยิ่งลดลงด้านล่าง ก็ยิ่งเล็กแคบ
ต้วนสือหู่อธิบาย “อาณาจักรวอหลิวที่พวกเราอยู่เป็นอาณาจักรที่ มหัศจรรย์มากแห่งหนึ่ง ตลอดทั้งอาณาจักรวอหลิวเจ้าสามารถมองมัน เป็นน้ำวนพลังวิญญาณธาตุน้ำขนาดใหญ่ยักษ์ลูกหนึ่ง แผ่นดินที่อยู่ใต้ฝุา เท้าของพวกเราลอยอยู่ท่ามกลางน้ำวนใหญ่มหึมานี้”
“ท้องฟูาที่ดารดาษไปด้วยหมู่ดาวซึ่งเจ้ามองเห็นอยู่ในตอนนี้คือ ตำแหน่งริมขอบเหนือสุดของน้ำวน ซึ่งเจ้าจะมองเห็นได้เพียงส่วนเดียว เท่านั้น เหมือนมองเห็นปากบ่อน้ำแห่งหนึ่ง”
“น้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์นี้โอบล้อมหมุนวนลงหาแผ่นดินใหญ่ด้านล่าง ซึ่งอยู่ใต้ฝุาเท้าพวกเรา ในน้ำวนนี้มีรอยแยกห้วงมิติเล็กบ้างใหญ่บ้างซึ่ง ยังคงเคลื่อนไหวอยู่เป็นจำนวนมาก”
“รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้น หากเป็นเส้นเล็กก็เล็กเพียงแค่แมลงลอด ผ่านไปได้ หากเป็นรอยแยกที่ขยายใหญ่ แม้แต่เรือรบทางช้างเผือกก็ สามารถลอดผ่านได้”
ขณะที่ต้วนสือหู่กำลังอธิบาย เนี่ยเทียนก็มองไปเห็นมุมหนึ่งของ ท้องฟูาที่เป็นลายน้ำ แล้วก็เห็นว่ามีเรือรบทางช้างเผือกใหญ่ยักษ์ลำหนึ่ง บินพรวดเข้ามา
เรือรบทางช้างเผือกลำนั้นคล้ายข้ามผ่านม่านน้ำตกมาปรากฏตัวอยู่ ข้างใน
ดูจากลักษณะการสร้างของเรือรบทางช้างเผือกลำนั้น เนี่ยเทียนมอง ปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเผ่าอสูรกาย!
“เผ่าอสูรกาย!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
ต้วนสือหู่เหมือนเห็นมาจนชินชา สีหน้าเขาจึงคงเดิม เพียงเอ่ยกลั้วยิ้ม “ถูกต้อง นั่นคือเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย ไม่เพียงแต่เผ่าอสูร กายเท่านั้น แม้แต่ภูตผีปีศาจ เผ่าทมิฬ และยังมีเผ่าไม้ก็มักจะลอดผ่าน รอยแยกห้วงมิติของน้ำวน เดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวแห่งนี้”
“เพียงแต่ว่าพวกเขามาอาณาจักรวอหลิว หาใช่เพื่อเปิดฉากต่อสู้ แต่ มาเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของเท่านั้น”
“อาณาจักรที่พวกชนต่างเผ่าควบคุมมีวัตถุดิบหายากมากมายที่ช่วย ให้ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์แข็งแกร่งขึ้นได้ และมีวัตถุล้ำค่าที่สามารถเอา มาสร้างดินแดน!”
“ส่วนดินแดนของเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราก็มีวัตถุดิบประหลาด บางอย่างที่ช่วยให้สายเลือดของพวกเขาเลื่อนขั้นได้เร็วขึ้น”
“แม้ว่าสงครามระหว่าง มนุษย์ ชนต่างเผ่า และสัตว์โบราณจะดำเนิน อยู่ตลอดเวลาในหลายๆ อาณาจักร แต่บนโลกใบนี้ไม่มีเรื่องใดที่ตายตัว เสมอไป บางสถานที่จึงมีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร แลกเปลี่ยนสิ่งของ ระหว่างชนเผ่าที่แตกต่างกัน”
“อาณาจักรวอหลิวก็คือหนึ่งในอาณาจักรที่ว่านี้”
“ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างมากมายที่ล้อมวนไปด้วยควันพิษพลันบินมาจากทิศไกล และ หายไปในน้ำวน ไม่เห็นเงาอีก
เนี่ยเทียนหรี่ตารับสัมผัสก็แน่ใจเต็มร้อยว่าเงาร่างเหล่านั้นเป็นของเผ่า ทมิฬ!
“นั่นคือคนของเผ่าทมิฬ!” เขาคำรามเบาๆ
ต้วนสือหู่เหลือบตามองตามหนึ่งครั้งแล้วพยักหน้ารับ “อืม ทิศทางที่ พวกเขาบินไปน่าจะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของสำนักทองไพศาล ดูท่าแล้ว พวกเขาคงเพิ่งจะทำการแลกเปลี่ยนกับสำนักทองไพศาลสำเร็จจึงรีบร้อน จากไป”
“แผ่นดินใต้ฝุาเท้าของพวกเรามีการแบ่งขอบเขตหรือไม่?” เนี่ยเทียน ถามอย่างแปลกใจ
“แน่นอนว่าต้องมี” จิ่งโหรวเอ่ยแทรก นางกล่าวพร้อมยิ้มตาหยี “ขอบเขตหลักๆ มีอยู่สามแห่ง แบ่งเป็นของสำนักอักขระเทพของพวกเรา ของสำนักทองไพศาลและของสำนักภูเขาพันกระบี่ ค่ายกลนำส่งห้วงมิติ
ขนาดใหญ่ในแผ่นดินแห่งนี้ที่สามารถเดินทางออกไปนอกโลกได้มีเพียง สามหลัง ซึ่งก็อยู่ในการครอบครองของพวกเราสามฝุายเช่นกัน”
“หากสำนักและตระกูลอื่นๆ ในดินแดนพงฟูาคิดจะมาที่อาณาจักรวอ หลิวก็จำเป็นต้องผ่านพวกเราสามฝุาย หรือไม่ก็เข้าออกผ่านทางท้องฟูา นอกอาณาจักรเหนืออาณาจักรวอหลิว”
“การใช้ค่ายกลนำส่งของพวกเราสามฝุายมายังอาณาจักรวอหลิว สามารถรับรองความปลอดภัย สะดวกและรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเดิน ทางผ่านเส้นทางดวงดาวที่ยาวไกล”
“แน่นอนว่าหากคิดจะใช้ค่ายกลนำส่งของพวกเราก็จำเป็นต้องจ่าย ด้วยหินวิเศษ”
ต้วนสือหู่หัวเราะร่าเสียงดัง “ศิษย์น้อง ที่นี่เหมือนเปลวอัคคี กะโหลก เลือด และเดือนดับของอาณาจักรเลี่ยคงไหมล่ะ?”
“เหมือนกันจริงๆ นั่นแหละ” เนี่ยเทียนกล่าว
เปลวอัคคี กะโหลกเลือด และเดือนดับคือสามขั้วอิทธิพลใน อาณาจักรเลี่ยคง ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรอื่นๆ ที่คิดจะเข้าออก อาณาจักรเลี่ยคงก็จำเป็นต้องจ่ายหินวิเศษในปริมาณที่แตกต่างกัน
เนื่องจากก่อนหน้านี้อาณาจักรเลี่ยคงมีสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ไม่ เหมาะให้ผู้ฝึกลมปราณฝึกตนอีกต่อไป จึงแทบจะไม่มีผู้ฝึกลมปราณของ สำนักใหญ่เยื้องกรายมาเยือน
คนที่มาเยือนอาณาจักรเลี่ยคงในสมัยก่อนล้วนเป็นพวกจนตรอกมิ อาจไปอาณาจักรอื่นๆ ได้แล้ว
“ตึงๆ!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังครุ่นคิด จุดลึกบนท้องฟูาของอาณาจักรวอหลิว ก็พลันมีเปลวเพลิงสาดส่องลงมา
เปลวเพลิงพวกนั้นร่วงดิ่งแล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ เนี่ยเทียนมองออกว่า นั่นคืออาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำที่ถูกทำลายและยังมีคนบางส่วนที่ ถูกสังหาร
“นั่นคือ…” เขาถามอย่างแปลกใจ
“พวกที่คิดจะมาอาณาจักรวอหลิว แต่ถูกสังหารกลางทาง” ต้วนสื อหู่หรี่ตา พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “คนบางพวกไม่คิดจะจ่ายหินวิเศษ ราคาแพงจึงหมายจะเดินทางลงมาจากท้องฟูานอกอาณาจักรผ่านเข้ามา ตรงปากบ่อ แต่ว่าดาวมอดดับบางส่วนที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรวอหลิวยังมี พวกนักล่าแห่งทางช้างเผือกที่ชั่วร้ายเคลื่อนไหวอยู่ พวกเขาซุ่มอยู่ใน ดวงดาวเหล่านั้นเพื่อสังหารคนที่คิดจะมาที่นี่โดยเฉพาะ”
“คนที่มาอาณาจักรวอหลิว ส่วนใหญ่ล้วนมาเพื่อทำการแลกเปลี่ยน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพกของดีๆ มาด้วย หากฝีมือไม่มากพอก็ง่ายที่จะถูกคน ฆ่าทิ้ง”
“บอกว่าคนอื่นชั่วร้าย แล้วเจ้าดีกว่าพวกเขาตรงไหน?” จิ่งโหรวค้อน ขวับ กล่าวกระเง้ากระงอด “คนสารเลวอย่างเจ้าปีนั้นก็กล้าหาญชาญชัย ถึงขนาดคิดปล้นสะดมเรือสินค้าของสำนักอักขระเทพข้ามิใช่รึ”
เนี่ยเทียนแปลกใจอีกครั้ง “สำนักอักขระเทพของพวกท่านมีค่ายกล นำส่ง เหตุใดถึงยังมีเรือสินค้าเข้าออกตรงจุดนี้?”
“ของที่ใหญ่มากเป็นพิเศษไม่สามารถส่งผ่านมาทางค่ายกลนำส่งได้ ได้แต่ใช้เรือสินค้าบรรทุกมา” จิ่งโหรวตอบกลับ “ดังนั้นต่อให้เป็นสำนัก อักขระเทพของพวกเรา บางครั้งหากแลกเปลี่ยนของชิ้นใหญ่จากชนต่าง เผ่าในอาณาจักรวอหลิวก็จำเป็นต้องอาศัยเรือสินค้าบรรทุกของกลับไปยัง สำนักอักขระเทพ”
“เพียงแต่ว่าถึงแม้นักล่าแห่งทางช้างเผือกที่อยู่ในดวงดาวมอดดับ ใกล้เคียงจะมีมาก ทว่าคนที่กล้าลงมือกับสำนักอักขระเทพ สำนักภูเขา พันกระบี่และสำนักทองไพศาลก็แทบจะไม่มีอยู่”
“กลุ่มนักล่าแห่งทางช้างเผือกที่เมื่อก่อนศิษย์พี่ของเจ้าเข้าร่วมด้วย เป็นพวกคนบ้า ขนาดพวกเราก็ยังกล้ามาหาเรื่อง”
“ภายหลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น ศิษย์พี่ของเจ้าก็คงเล่าให้เจ้าฟังแล้ว เขา ถูกข้าพาเข้าสำนักอักขระเทพ ปีนั้นพวกผู้นำหลักถูกฆ่าทิ้งหลายคน พวก ลูกกระจ๊อกที่เหลืออยู่จึงเลือกพึ่งพิงศิษย์พี่เจ้า ถึงได้พ้นเคราะห์ครั้งนั้นมา ได้”
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง หงส์น้ำแข็งตัวหนึ่งที่ทั่วร่างเป็นผลึกใสแวววาวก็พลัน บินผ่านเข้ามาทางรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งของน้ำวน
ปีกของหงส์นำแข็งตัวนั้นเมื่อกางออกก็ยาวถึงห้าสิบหกสิบเมตร ท่วงท่างดงามสูงสง่าอย่างถึงที่สุด
หงส์นำแข็งเพิ่งจะปรากฏตัวก็ดึงดูดสายตาของคนทั้งหมดในทันที เกล็ดน้ำแข็งที่ร่วงหล่นลงมาจากปีกของมันทำให้อุณหภูมิของอาณาจักร วอหลิวลดลงไปหลายสิบองศา
เมื่อเรือนกายใหญ่ยักษ์ของหงส์นำแข็งมาถึงก็พลันย่อตัวหดเล็กลง
แสงน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ร่างของหงส์ นำแข็งค่อยๆ หดเล็กจนกระทั่งกลายมาเป็นเงาร่างของคนที่พร่าเลือนคน หนึ่ง
นั่นคือสตรีท่วงท่าสวยสง่าที่ถูกปกคลุมอยู่ในแสงผลึกน้ำแข็ง หลังจาก ที่นางกลายร่างเรียบร้อยก็เอ่ยขึ้นด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ที่แม่นยำชัดเจน “ข้ามาอาณาจักรวอหลิวเพื่อทำการแปลกเปลี่ยน ข้ามีทรายไหลแห่ง กาลเวลาอยู่ขวดหนึ่ง ต้องการแลกด้วยวัตถุดิบและยาวิเศษที่ช่วยฟื้นคืน จิตวิญญาณ”
เสียงอ่อนหวานของนางดังไปทั่วทุกมุมในแผ่นดิน
เงาร่างมากมายพลันทะยานขึ้นจากทั่วทุกมุมบนพื้นดินแล้วตรงมาหา นาง
“กลายร่างได้! หงส์น้ำแข็งระดับแปด! แขกจากตระกูลสัตว์โบราณ!” จิ่งโหรวพลันหน้าเปลี่ยนสี
“ทรายไหลแห่งกาลเวลา!” ต้วนสือหู่คำรามต่ำ “เนี่ยเทียน ของสิ่งนี้มี ประโยชน์สูงสุดต่ออาจารย์ที่ฝึกพลังแห่งห้วงเวลา!”