ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 801 ทรายไหลแห่งกาลเวลา
“หงส์น้าแข็งระดับแปด!”
เงาร่างหนึ่งพลันเผยกายอยู่บนแท่นหินทรงกลม สีหน้าท่าทางตก ตะลึงอย่างยิ่งยวด
นั่นคือผู้เฒ่าคนหนึ่งที่เรือนกายสูงใหญ่ เส้นผมของเขาเป็นสีเงินยวง ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องลึกแห่งกาลเวลา
“ท่านปู่เมิ่ง” จิ่งโหรวทักทายเสียงเบา
ผู้เฒ่าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปแนะน้าตัวกับเนี่ยเทียน “ข้าผู้อาวุโสมีนามว่าเมิ่งหลี มาจากส้านักอักขระเทพ ยินดีต้อนรับเจ้ามา เป็นแขกที่ส้านักอักขระเทพ”
เห็นได้ชัดว่าเขารู้ตัวตนของเนี่ยเทียนถึงได้เกรงใจขนาดนี้
เนี่ยเทียนรีบคารวะกลับไป
ผู้เฒ่าร่างสูงใหญ่ที่เรียกตัวเองว่าเมิ่งหลีสวมอาภรณ์ยาว ชายอาภรณ์ มีอักขระมากมายห้อยระย้า บุคลิกรัศมีไม่ธรรมดา
“เผ่าสัตว์โบราณคือสายเลือดที่แยกออกมาของเผ่าวิญญาณโบราณ น้อยครั้งนักที่พวกเขาจะปรากฏตัวในอาณาจักรวอหลิว บางครั้งที่ปรากฏ ตัวก็มักจะท้าให้อาณาจักรวอหลิวเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ ป้องกันไม่ได้” เมิ่งหลีทอดสายตามองยังจุดลึกของชั้นเมฆที่มีร่างของหงส์ น้าแข็งระดับแปดซึ่งพอกลายร่างเป็นคนแล้วก็ถูกม่านแสงน้าแข็งล้อมวน
มองโฉมหน้าที่แท้จริงไม่ออกยืนอยู่ เขาพูดด้วยน้าเสียงเคร่งเครียด ท่าทางกระวนกระวายเล็กน้อย
ด้วยตบะของเขายังแค่สัมผัสได้ว่าสายเลือดของหงส์น้าแข็งระดับแปด น่าจะอยู่ขั้นสูงสุด ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็สามารถเลื่อนเป็นระดับเก้าได้ แล้ว
ในเวลาส่วนใหญ่ อาณาจักรวอหลิวจะไม่มีผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะ นั่งบัญชาการณ์ แดนว่างเปล่านับเป็นพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว
เมิ่งหลีเป็นตัวแทนของส้านักอักขระเทพซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบควบคุม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาณาจักรวอหลิว
แต่หงส์น้าแข็งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนตัวนั้นกลับอยู่ในขั้นสูงสุดของ สายเลือดระดับแปด และเขาก็เป็นแค่แดนว่างเปล่าช่วงกลาง เขาชั่ง น้าหนักอยู่ในใจ หากบวกกับสองท่านของส้านักภูเขาพันกระบี่และส้านัก ทองไพศาลเข้าไปจะมีทางเอาชนะหงส์น้าแข็งระดับแปดตัวนี้ได้หรือไม่
หัวคิ้วของเขาจึงขมวดกันเป็นปมอย่างรวดเร็ว
ต้วนสือหู่ไม่ได้สนใจเขา ยังคงพูดอธิบายให้เนี่ยเทียนฟังต่อไป “ศิษย์ น้อง ว่ากันว่าทรายไหลแห่งกาลเวลาคือของที่เล่าลือกันในต้านาน แฝง เร้นไว้ด้วยพลังแห่งห้วงเวลาที่ลึกลับสุดจะหยั่ง วัตถุชิ้นนี้สามารถเอามา ท้าเป็นอาวุธวิเศษ และจะท้าให้อาวุธวิเศษมีอานุภาพในการย้อนทวน เวลา”
“วัตถุที่หล่อหลอมทรายไหลแห่งกาลเวลาเข้าไป เวลาที่เอามาใช้ต่อสู้ จะท้าให้เวลาหวนกลับได้ในช่วงสั้นๆ!”
“เจ้าลองคิดตามดูนะ มีคนสองคนที่ขอบเขตเท่ากัน พลังการต่อสู้ เท่ากันก้าลังประมือกันอยู่ คนผู้หนึ่งครอบครองวัตถุที่ท้าให้เวลาหมุน ย้อนกลับแล้วใช้วัตถุที่ว่านั่นในขณะที่อีกฝ่ายโจมตีด้วยพลังการต่อสู้ที่ แข็งแกร่งที่สุด เพียงเวลาย้อนกลับไปไม่กี่วิ อานุภาพของการโจมตีที่ แข็งแกร่งที่สุดของศัตรูกลับลดลงฮวบฮาบ!”
“ผู้ที่ได้ครอบครองวัตถุเช่นนี้จะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้!”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนคิดตามอย่างละเอียดก็แสดงสีหน้า สนใจ “หากทรายไหลแห่งกาลเวลาสามารถท้าให้วัตถุชิ้นหนึ่งมีการ เปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้จริง ย่อมไม่ใช่สิ่งของธรรมดา”
“นี่ยังเป็นเพียงว่าหากอยู่ในมือของคนทั่วไปเท่านั้นนะ แต่เจ้าลองคิด ดูสิ หากทรายไหลแห่งกาลเวลาตกไปอยู่ในมือของอาจารย์ มันก็จะ สามารถปลดปล่อยอานุภาพที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมออกมาได้แน่นอน” ต้ วนสือหู่ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด “วัตถุชิ้นนี้ข้าจะพยายามแลกมาให้ได้! ในมือ ของข้ามียารวมจิตวิญญาณอยู่หลายเม็ดพอดี หวังว่าจะเอามาแลกทราย ไหลแห่งกาลเวลาขวดนั้นได้!”
“เกรงว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เท่าไหร่” จิ่งโหรวยิ้มเจื่อน
เมิ่งหลีเองก็ส่ายหน้าเบาๆ “ยารวมจิตวิญญาณไม่ถือว่าเป็นของ ระดับสูง พวกคนของส้านักภูเขาพันกระบี่และส้านักทองไพศาลก็น่าจะมี อยู่ในครอบครอง ยาชนิดนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเลื่อนสู่เขตสามัญ ท้าให้ พลังจิตแปรสภาพมาเป็นจิตวิญญาณ เพื่อสร้างจิตวิญญาณที่แท้จริงขึ้นมา เท่านั้น”
“ยารวมจิตวิญญาณเหมาะแค่ให้เขตต้นสวรรค์เลื่อนสู่เขตสามัญ ส้าหรับหงส์น้าแข็งตัวนั้น…เกรงว่าคงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่”
“ข้าแอบรู้สึกว่าจิตวิญญาณของหงส์น้าแข็งนั่นน่าจะได้รับบาดเจ็บ สาหัส หาไม่แล้วนางคงไม่มีทางมาที่อาณาจักรวอหลิวแล้วเอาทรายไหล แห่งกาลเวลามาแลกหรอก”
“มีเพียงยาวิเศษที่ท้าให้จิตวิญญาณของนางฟื้นคืนกลับมาในช่วง ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นถึงจะพอมีหวังเอามาแลกทรายไหลแห่งกาลเวลา”
ตอนที่เมิ่งหลีกล่าว จิ่งโหรวก็หยิบกระจกสี่หน้าบานนั้นออกมาอีกครั้ง
สี่ด้านของกระจกนี้ล้วนสะท้อนภาพในมุมสูง ท้าให้เนี่ยเทียนมองเห็น เหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน
ต้วนสือหู่และเมิ่งหลีเองก็ขยับเข้ามาใกล้ เพ่งสายตามองไปยังกระจก
มองผ่านกระจก คนทั้งสี่เห็นว่าหงส์น้าแข็งที่เดินทางมาไกลก้าลัง ลอยตัวอยู่เหนืออากาศของอาณาจักรวอหลิว
แสงน้าแข็งจ้านวนนับไม่ถ้วนปกคลุมร่างนางเอาไว้ ท้าให้ทุกคน มองเห็นเพียงเรือนกายที่อรชรอ้อนแอ้น มองไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริง
แขนเรียวยาวราวหยกเนื้อดีของนางโผล่พ้นออกมาจากม่านแสงผลึก น้าแข็ง ในมือข้างนั้นถือขวดน้าแข็งขวดหนึ่งเอาไว้ มองผ่านขวดเข้าไปจะ เห็นเป็นเม็ดทรายเล็กละเอียดสีเงินยวงที่บรรจุไว้จนเต็มแน่น
ขวดผลึกใสนั้นมีไอเย็นเยียบลอยกรุ่นออกมา เหมือนต้องการบดบัง ความลี้ลับของเม็ดทรายสีเงินยวงเอาไว้
แต่ไม่ว่าใครก็ล้วนรู้ว่าเม็ดทรายสีเงินยวงที่อยู่ในขวดนั้นก็คือทราย ไหลแห่งกาลเวลา
เวลานี้รอบกายของหงส์น้าแข็งมีผู้แข็งแกร่งมากมายมารวมตัวกัน มี ทั้งเผ่ามนุษย์ อสูรกาย และเผ่าอื่นๆ อีกมากมาย
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านั้นต่างก็สนใจในทรายไหลแห่งกาลเวลาอย่างลึก ล้า
สิ่งป่ายและเกาหันจากส้านักภูเขาพันกระบี่ซึ่งอยู่บนอาวุธวิเศษ ประเภทบินล้าหนึ่งก็รวมตัวอยู่ในกลุ่มคนด้วย
“เอ๊ะ!”
ม่านตาของเนี่ยเทียนหดตัว เขาพลันมองเห็นบุคคลที่เคยเห็นผ่านตา มาก่อน—โหยวน่าจากเผ่าอสูรกาย!
ตอนนั้นที่อยู่ในแผ่นดินซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยึดครอง เขา ได้อาศัยความมหัศจรรย์ของพระราชวังมาโคจร “คาถาดาวตก” เพื่อใช้ โจมตีกองทัพของภูตผีปีศาจและอสูรกายที่ป้วนเปี้ยนอยู่ภายนอก
เวลานั้นกระแสจิตวิญญาณของเขาถูกอ้านาจของพระราชวังช่วยท้า ให้ปลดปล่อยออกมาได้มากกว่าปกติหลายร้อยเท่า จึงเคยเห็นโหยวน่ามา ก่อน
เขาจดจ้าโหยวน่าแห่งเผ่าอสูรกายผู้สูงศักดิ์คนนี้ได้แม่นย้า รู้ว่านางก็ คือเผ่าอสูรกายที่มีสายเลือดระดับแปด พลังอ้านาจลึกล้าเกินคาดเดา
เขารู้จักโหยวน่า แต่เนื่องจากโหยวน่าไม่เคยเข้าไปในแผ่นดินแห่งนั้น จึงไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน
ทว่าเมื่ออยู่ในอาณาจักรวอหลิว เขากลับได้มาพบโหยวน่าอีกครั้ง นี่ จึงท้าให้เขาแปลกใจไม่น้อย
“ส้านักภูเขาพันกระบี่ยินดีใช้ยารวมจิตวิญญาณห้าสิบเม็ดมาแลกกับ ทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดนั้น!” เกาหันที่อยู่ข้างกายสิ่งป่ายยืนอยู่บน อาวุธวิเศษประเภทบินและหันไปตะโกนใส่หงส์น้าแข็งตัวนั้น
“ยารวมจิตวิญญาณ?” หงส์น้าแข็งหัวเราะพรืด ก่อนจะกล่าวดูแคลน อย่างไม่ไว้หน้า “กะอีแค่ยารวมจิตวิญญาณก็คิดจะเอามาแลกทรายไหล แห่งกาลเวลา ช่างน่าขันยิ่งนัก! เพื่อทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดนี้ข้า เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในสนามรบสุ้ยเมี่ย เจ้ากลับคิดจะเอายารวมจิต วิญญาณกระจอกๆ ของเผ่ามนุษย์มาล่อหลอกข้า นึกหรือว่าสัตว์โบราณ ระดับสูงอย่างพวกข้าจะโง่เง่าไร้ปัญญาเฉกเช่นสัตว์วิเศษระดับต่้าพวก นั้น?”
“สนามรบสุ้ยเมี่ย!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
เขาพลันนึกขึ้นได้ถึงบทสนทนาระหว่างตัวเองกับวิญญาณวัตถุ
วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงเคยบอกกับเขาว่าผังชื่อเฉิงเจ้านาย คนที่สองของเกราะมังกรเพลิงถูกคนล้อมสังหารในสนามรบสุ้ยเมี่ย จึง จ้าต้องดึงเอาพลังงานทั้งหมดของเกราะมังกรเพลิงมาใช้ถึงจะหนีไปได้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นหรือตาย
“เจ้าก็เคยได้ยินชื่อสนามรบสุ้ยเมี่ยมาก่อนรึ?” ต้วนสือหู่ตะลึงไม่ ต่างกัน
“เคยได้ยิน แต่ไม่รู้รายละเอียด” เนี่ยเทียนบอกตามความจริง
ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ “ม่านน้าของอาณาจักรวอหลิวแห่งนี้ ทุกๆ ช่วง หลายปีจะมีรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังสนามรบสุ้ยเมี่ยปริแตกออก แต่ว่าที่นั่น…”
เขายิ้มขื่น “ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะเยื้องกรายไปได้ แม้ว่า หลังจากนี้อีกไม่นานจะมีรอยแยกห้วงมิติเส้นใหม่เปิดออก แต่ข้าก็ไม่เคย มีความคิดอยากจะไปที่นั่น”
“เจ้าจงอยู่ดินแดนพงฟ้าให้ข้าแต่โดยดี หากยังไม่เลื่อนสู่เขตวิญญาณ ก็อย่าได้คิดท้าตัวเหลวไหล!” จิ่งโหรวถลึงตาใส่เขา
ต้วนสือหู่ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที ไม่พูดอะไรมากอีก
ในกระจกบานนั้นสะท้อนภาพให้เห็นว่าเมื่อเกาหันจากส้านักภูเขาพัน กระบี่ถูกหงส์น้าแข็งเหน็บแนม เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
กลับเป็นโหยวน่าจากเผ่าอสูรกายที่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ข้า ยินดีใช้ซากวิญญาณสามร้อยดวงมาแลกกับทรายไหลแห่งกาลเวลาขวด นั้น ซากวิญญาณสามร้อยดวงที่ว่านี้มีวิญญาณของหลายเผ่าปะปนกัน พลังจิตวิญญาณไม่ธรรมดา หากเจ้าชุบหลอมมันได้ย่อมมีประโยชน์อย่าง ยิ่ง”
“ไม่สนใจ” หงส์น้าแข็งพูดเสียงเย็น
ซากวิญญาณส่วนใหญ่ที่เผ่าอสูรกายรวบรวมไว้มักจะยังมีความทรงจ้า ของตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งในนั้นจะเต็มไปด้วยอารมณ์ในเชิงลบ จิต วิญญาณของนางได้รับบาดเจ็บมากพอแล้ว ย่อมไม่มีทางชุบหลอมซาก วิญญาณพวกนั้นได้
“ส้านักทองไพศาลยินดีใช้ยาวิญญาณหวนสิบเม็ดมาแลกกับทรายไหล แห่งกาลเวลาขวดนั้น” หญิงชราคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาเสียงดัง นางยืนอยู่ กลางอากาศโดยไม่ใช้อาวุธวิเศษประเภทบิน
“ยาวิญญาณหวน!” จิ่งโหรวสีหน้าตะลึง “ยาวิญญาณหวนน้ามาใช้ รักษาอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณโดยเฉพาะ ยาวิเศษชนิดนี้ค่อนข้าง ล้าค่า แต่หากสัตว์โบราณเอาไปใช้กลับไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าเผ่ามนุษย์เรา แต่ยาวิญญาณหวนก็นับว่ายังมีประโยชน์ต่ออาการบาดเจ็บทางจิต วิญญาณของนาง มีความเป็นไปได้ว่าส้านักทองไพศาลจะแลกทรายไหล แห่งกาลเวลาไปได้”
พอได้ยินค้าว่ายาวิญญาณหวนสิบเม็ด หงส์น้าแข็งที่มองไม่เห็น หน้าตาแน่ชัดก็สงบลงได้ในที่สุด
เห็นได้ชัดว่านางก้าลังสองจิตสองใจ
“ยังมีของที่ดีกว่านี้หรือไม่?” ผ่านไปพักใหญ่ นางก็ถามขึ้นเสียงดัง
“สมควรตายนัก!” ต้วนสือหู่กัดฟัน “เดิมทียาที่บ้ารุงจิตวิญญาณก็หา ยากมากพออยู่แล้ว ในมือข้ามีแค่ยารวมจิตวิญญาณเท่านั้น เกรงว่าคงไม่ สามารถช่วงชิงทรายไหลแห่งกาลเวลามาให้ท่านอาจารย์ได้!”
“ศิษย์พี่ แล้วผลึกจิตวิญญาณล่ะ? ผลึกจิตวิญญาณใช้ได้ไหม?” เนี่ย เทียนถามอย่างสงสัย
“ผลึกจิตวิญญาณ!” จิ่งโหรวตัวสั่น “เจ้ามีผลึกจิตวิญญาณ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “มีไม่น้อยด้วยนะ”
ดวงตาของต้วนสือหู่พลันมีอักขระมากมายตัดสลับกัน “ผลึกจิต วิญญาณต้องใช้ได้แน่นอน! ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหน ผลึกจิตวิญญาณก็ให้ ผลลัพธ์ต่อจิตวิญญาณได้อย่างเท่าเทียมกัน! เมื่อเทียบกับยาวิญญาณหวน แล้ว ผลึกจิตวิญญาณต้องดึงดูดความสนใจจากนางได้มากกว่าแน่นอน!”
“แน่ใจรึว่าจะเอาผลึกจิตวิญญาณไปแลกกับทรายไหลแห่ง กาลเวลา?”
“แน่ใจ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง”
เมิ่งหลีกระแอมเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะตะโกนเสียงดังก้องไปทั้งชั้นฟ้า “ส้านักอักขระเทพยินดีใช้ผลึกจิตวิญญาณมาแลกกับทรายไหลแห่ง กาลเวลาของท่าน ส่วนจะแลกด้วยจ้านวนเท่าไหร่นั้น ขอให้ท่านมา ปรึกษากัน”
จบค้าพูดนี้ หงส์น้าแข็งที่ลอยตัวอยู่บนฟ้าสูงก็พลันสละทิ้งทุกคน กลายร่างแสงน้าแข็งเส้นหนึ่งที่ห้อทะยานมาอย่างรวดเร็ว