ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 802 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“ผลึกจิตวิญญาณ! สำนักอักขระเทพมีผลึกจิตวิญญาณได้อย่างไร?”
โหยวน่าจากเผ่าอสูรกายเห็นว่าหงส์น้ำแข็งทิ้งสำนักทองไพศาลดิ่งไป หาสำนักอักขระเทพ นางก็รู้สึกงุนงงอย่างมาก
หญิงชราจากสำนักทองไพศาลและคนจากสำนักภูเขาพันกระบี่เองก็ ฉงนสนเท่ห์ไม่ต่างกัน
ผลึกจิตวิญญาณไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการมารวมตัว กันของวิญญาณสรรพชีวิต ซึ่งต้องผ่านวิธีการชุบหลอมที่พิเศษรอบแล้ว รอบเล่าเพื่อชำระสิ่งเจือปนทั้งหมดที่อยู่ในจิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณ หลงเหลือเพียงส่วนที่บริสุทธิ์มากที่สุดเอาไว้ ถึงจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาเป็น ผลึกจิตวิญญาณได้
ผู้ที่สามารถชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณได้ จำเป็นต้องเชี่ยวชาญความลี้ ลับของจิตวิญญาณ ทั้งยังจำเป็นต้องยืมใช้ค่ายกลที่ดุร้าย
ในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลมีเผ่าพันธุ์มากมายแพร่ขยาย เผ่าพันธ์ แต่เผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญการรวบรวมวิญญาณ สร้างผลึกจิต วิญญาณขึ้นมากลับมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เผ่าอสูรกายก็คือหนึ่งในเผ่าที่มีความสามารถเช่นนี้
นอกจากนี้แล้วยังมีสำนักผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์บางส่วนที่เชี่ยวชาญ เวทลับชั่วร้ายด้านจิตวิญญาณซึ่งถึงจะมีความสามารถนี้
แต่เห็นได้ชัดว่าสำนักอักขระเทพไม่ใช่สำนักที่ควรมีความสามารถนี้
โหยวน่าขมวดคิ้วเป็นปม
หญิงชราจากสำนักทองไพศาลถอนหายใจเบาๆ ก่อนกล่าวว่า “คาด ไม่ถึงว่าสำนักอักขระเทพจะมีผลึกจิตวิญญาณเสียได้”
ผลึกจิตวิญญาณนับว่ามีประโยชน์ที่อัศจรรย์ต่อจิตวิญญาณของ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มพลังให้จิตวิญญาณแข็งแกร่ง หรือบำรุง สร้างความอบอุ่นให้กับจิตวิญญาณ ผลึกจิตวิญญาณก็ล้วนสามารถสร้าง คุณประโยชน์อันลึกล้ำได้
นี่คือความลี้ลับที่ยาวิญญาณหวนไม่มี
ยาวิญญาณหวนเป็นยาวิเศษที่ยอดเยี่ยมสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บ ทางจิตวิญญาณของผู้ฝึกวิญญาณเผ่ามนุษย์ ทว่าสำหรับสัตว์โบราณอย่าง หงส์น้ำแข็งแล้ว ประสิทธิภาพกลับลดลงฮวบฮาบ
พอได้ยินว่าสำนักอักขระเทพเอาผลึกจิตวิญญาณออกมา นางก็เข้าใจ ทันทีว่าสำนักทองไพศาลคงไม่สามารถแลกเอาทรายไหลแห่งกาลเวลา ของหงส์น้ำแข็งตัวนี้มาได้อีก
“ฟิ้ว!”
แสงน้ำแข็งแวววาวพลันลดตัวลงมาบนดาดฟูาทรงกลมที่พวกเนี่ย เทียนยืนอยู่
เงาร่างพร่าเลือนของหงส์น้ำแข็งระดับแปดที่อยู่ในม่านแสงน้ำแข็งเอ่ย ขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาเย่อหยิ่ง “พวกเจ้ามีผลึกจิตวิญญาณอยู่จริงๆ รึ?”
เวลานี้เมิ่งหลีก็สังเกตเห็นว่ามีชนต่างเผ่าและผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ คนอื่นๆ จำนวนมากที่เข้ามาในอาณาจักรวอหลิวซึ่งต่างก็พากันมารวมตัว ตรงจุดนี้เหมือนตั้งใจและเหมือนไม่ตั้งใจ
โหยวน่าจากเผ่าอสูรกายเองก็เดินเตร่ขยับเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ
เมิ่งหลีแค่นเสียงเบาๆ “ไปคุยกันข้างใน”
คนทั้งสี่ซึ่งรวมเนี่ยเทียนอยู่ด้วยพากันเดินเข้าไปในหอหินแห่งนั้น
หงส์น้ำแข็งเดินตามเข้าไปอย่างไร้ซึ่งความหวาดเกรง
พอทุกคนเข้าไปในหอเรือนหินก็มีอักขระคำว่า “ห้าม” ใหญ่ยักษ์ตัว หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือหอเรือนหิน และมีม่านแสงสีครามลึกลับแวววาว เปล่งประกาย
พอเห็นอักษรคำว่า “ห้าม” ที่เก่าแก่โบราณ รวมไปถึงม่านแสงสีคราม ปรากฏขึ้น พวกคนที่ขยับเข้ามาใกล้ก็รู้ว่านี่คือการกักกันเส้นสายตาและ การรับสัมผัสทางจิตวิญญาณที่สำนักอักขระเทพมีต่อพวกเขา
คำว่า “ห้าม” นี้มาจากการร่ายเวทร่วมกันของผู้แข็งแกร่งแดน เอตทัคคะทั้งสองท่านของสำนักอักขระเทพสำนัก เว้นเสียแต่ว่าผู้ที่มีแดน เอตทัคคะเท่าเทียมกันเยื้องกรายมาถึง หาไม่แล้วก็มิอาจมองผ่านคำว่า “ห้าม” ไปเห็นความลี้ลับที่อยู่ภายในได้
แม้แต่โหยวน่าที่เชี่ยวชาญเวทลับทางจิตวิญญาณซึ่งพอมองเห็นคำว่า “ห้าม” ที่แฝงเร้นสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ก็ยังได้แต่ขมวดคิ้ว ไม่เอ่ยคำใด
ห้องโถงที่อยู่ด้านในหอเรือนหิน
พอเห็นต้วนสือหู่บอกเป็นนัย เนี่ยเทียนก็หยิบเอาผลึกจิตวิญญาณ ก้อนหนึ่งออกมาจากในแหวนเก็บของ
วินาทีที่ผลึกจิตวิญญาณลักษณะเหมือนเพชรสีดำเม็ดโตหล่นอยู่กลาง ฝุามือของเนี่ยเทียน หงส์น้ำแข็งระดับแปดก็อุทานเบาๆ หนึ่งเสียง “ไม่ผิด แน่ นี่คือผลึกจิตวิญญาณจริงๆ”
“ผลึกจิตวิญญาณยี่สิบก้อนแลกกับทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดนั้น” เมิ่งหลีเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ไม่พอ!” หงส์น้ำแข็งระดับแปดแค่นเสียงเย็น “สำนักอักขระเทพของ พวกเจ้าก็น่าจะรู้มูลค่าของทรายไหลแห่งกาลเวลาเป็นอย่างดี วัตถุชิ้นนี้ไม่ เพียงแต่ผสานรวมเข้ากับวัตถุได้ สำนักอักขระเทพของพวกเจ้ายังเอาไป หลอมรวมไว้ในอักขระ ทำให้อักขระนั่นมีความลี้ลับแห่งห้วงเวลา แม้ว่า ผลึกจิตวิญญาณจะล้ำค่า แต่มูลค่าที่แท้จริงกลับเป็นรองยาวิญญาณหวน”
“เพียงแต่ว่าสำหรับข้าแล้วยาวิญญาณหวนไม่สามารถให้ ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่านั้น”
เมิ่งหลีใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าผลึกจิตวิญญาณยี่สิบก้อนแลกมา ด้วยทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดหนึ่งนับว่าน้อยไปจริงๆ เขาจึงเหลือบมอง เนี่ยเทียนแวบหนึ่ง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ บอกเป็นนัยว่าเขาสามารถต่อรองราคาได้ ต่อ
“เจ้าต้องการเท่าไหร่” เมิ่งหลี่ถามกลับ
“ห้าสิบก้อน” หงส์น้ำแข็งระดับแปดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้ ปฏิเสธ
“มากเกินไปแล้ว” เมิ่งหลีขมวดคิ้ว ในใจก็เป็นกังวลว่าเนี่ยเทียนจะมี ผลึกจิตวิญญาณมากพอมาแลกเปลี่ยนกับหงส์น้ำแข็งระดับแปดตัวนี้ หรือไม่
“เอาอย่างนี้” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็หยิบเอาผลึกจิตวิญญาณห้า สิบก้อนออกมาจากในแหวนเก็บของ “ข้ายินดีใช้ผลึกจิตวิญญาณห้าสิบ ก้อนแลกด้วยทรายไหลแห่งกาลเวลาของเจ้า แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าไปได้ ทรายไหลแห่งกาลเวลานี้มาจากที่ไหน?”
“พื้นที่ลับแห่งหนึ่งในสนามรบสุ้ยเมี่ย ที่นั่นมีแม่น้ำที่มหัศจรรย์สาย หนึ่งซึ่งจะปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ในทุกๆ ระยะเวลาที่กำหนด และจะมี ทรายไหลแห่งกาลเวลาไหลออกมาอย่างกระจัดกระจาย” หงส์น้ำแข็ง ระดับแปตอบรับทันที “เพื่อเก็บทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดนี้ ข้าต้องใช้ เวลาถึงครึ่งปี ระหว่างนี้ยังต้องผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง เกือบเอาชีวิตไม่ รอด”
“แม่น้ำที่มหัศจรรย์สายหนึ่ง?” เมิ่งหลีตะลึงพรึงเพริด “หรือว่าจะ เป็นแม่น้ำแห่งกาลเวลาในตำนาน?”
เนี่ยเทียนเองก็ตัวสั่นเยือก
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่เขาและอูจี้เชื่อมจิตวิญญาณเพื่อสนทนากัน เขาเคยได้ยินอูจี้บอกว่าตอนที่อูจี้ฝุาทะลุสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จ กระแส
จิตวิญญาณของเขาก็คล้ายจะล่องลอยอยู่ในแม่น้ำสายหนึ่งที่แฝงเร้นสัจ ธรรมความจริงแห่งห้วงเวลาเอาไว้
และเมื่ออยู่ในพื้นที่ลับแห่งนั้น อูจี้จึงมองเห็นว่ามารดาของเขายังไม่ ตาย
อูจี้เพียงแค่อยู่ในห้วงเจตนารมณ์ที่พิเศษอย่างหนึ่ง เมื่อใช้จิตวิญญาณ รับสัมผัสจึงมองผ่านแม่น้ำลึกลับสายนั้นไปเห็นอดีตที่ผ่านมา
หรือว่าแม่น้ำที่หงส์น้ำแข็งระดับแปดพูดถึงจะเป็นแม่น้ำสายนั้น?
“มันก็น่าจะเป็นแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่ลึกลับที่สุดในโลกสายนั้นนั่น แหละ” หงส์น้ำแข็งระดับแปดให้คำตอบยืนยัน “ในตำนานบอกว่าแม่น้ำ สายนั้นแฝงเร้นสัจธรรมความจริงแห่งกาลเวลาเอาไว้ เมื่ออยู่ที่นั่น สามารถมองเห็นอดีตที่ผ่านไป มองเห็นอนาคตของตัวเอง ที่ข้าเห็นตอน อยู่ในพื้นที่ลับแห่งนั้นของสนามรบสุ้ยเมี่ยก็น่าจะเป็นเพียงช่วงเล็กๆ ช่วงหนึ่งของแม่น้ำแห่งกาลเวลาเท่านั้น อีกทั้งมันยังปรากฏเพียงแค่ครู่ เดียวก็หายวับไป”
“หลังจากที่แม่น้ำแห่งกาลเวลาหายไปถึงจะมีทรายไหลแห่งกาลเวลา ไหลลงมาเป็นเม็ดๆ ตอนที่ข้าเก็บเอาทรายไหลพวกนี้มา ได้ถูกพลังแห่ง ห้วงเวลาแทรกซอนเข้ามาในเรือนกาย สายเลือดจึงถดถอยลงไประดับ หนึ่ง”
“หากไม่เพราะพลังของข้าลดลงไป ตอนที่เก็บเอาทรายไหลแห่ง กาลเวลามาเรียบร้อยแล้ว ข้าก็ไม่มีทางถูกพวกหนูโสโครกล้อมโจมตีจน จิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บสาหัส”
หงส์น้ำแข็งอธิบายเสียงเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปหาเนี่ยเทียนอย่าง หงุดหงิด
มือข้างหนึ่งที่เป็นราวหยกใสของนางยัดขวดทรายไหลแห่งกาลเวลาใส่ มาในมือของเนี่ยเทียน ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากม่านแสง น้ำแข็งแล้วฉกเอาผลึกจิตวิญญาณห้าสิบก้อนกลับไปเป็นของตัวเอง
“การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น พวกเราล้วนไม่ติดค้างกัน”
เมื่อได้ผลึกจิตวิญญาณมาครอง นางก็ทำท่าเร่งร้อนจะจากไปเหมือน ไม่อยากรั้งรอแม้แต่นาทีเดียว
“เจ้าจะกลับไปที่สนามรบสุ้ยเมี่ยอีกครั้งหรือไม่?” เมิ่งหลีซักถาม
“แน่นอนว่าย่อมต้องกลับไปเอาคืนเจ้าพวกสารเลวพวกนั้น!” หงส์ น้ำแข็งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยปราณสังหาร
“แต่ดูเหมือนว่ารอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงจากอาณาจักรวอหลิวไป ยังสนามรบสุ้ยเมี่ยจะยังไม่ถึงเวลาเปิดนะ!” ต้วนสือหู่อุทานตกใจ
“ข้ามีเส้นทางอื่นให้ไปที่นั่น” หงส์น้ำแข็งหมุนตัวแล้วบินออกไปจาก หอเรือนหินโดยไม่สนใจพวกเขาอีก
“แคร๊ก! แคร๊ก!”
ตอนที่นางบินออกมาจากหอเรือนหินของสำนักอักขระเทพ เนี่ยเทียน ก็ได้ยินเสียงผลึกจิตวิญญาณแตกออก
พอพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนไหลออกมาก็ถูกนางดูดซับ ไปทันทีทันใด ราวกับไม่ต้องการให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
ปราณจิตวิญญาณของนางที่อ่อนระโหยเปลี่ยนมาเป็นพลุ่งพล่าน ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็ว
เวลาเพียงแค่ครู่เดียว จิตวิญญาณของนางก็แผ่ไปรับสัมผัสจากทั่วทุก มุมในอาณาจักรวอหลิว
“หืม?”
นางที่บินออกมาจากหอเรือนของสำนักอักขระเทพ กำลังจะจากไป แต่พลันค้นพบอะไรบางอย่าง
“ตึง!”
เรือนกายที่เป็นคนงามสง่าของนางพลันขยายใหญ่ เวลาสั้นๆ เพียงแค่ สามวินาทีก็กลับมาฟื้นคืนสภาพเป็นหงส์น้ำแข็งที่ร่างใหญ่มหึมาอีกครั้ง
ปราณเย็นเยียบที่ทำให้คนหนาวเยือกเข้าไปถึงไขกระดูกพลัน กระเพื่อมออกมาจากร่างของหงส์น้ำแข็ง
นางกำลังร่ายใช้เวทลับทางสายเลือดบางอย่าง
ในเรือรบทางช้างเผือกของสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ลอยอยู่ ผลึกน้ำแข็ง ที่แช่แข็งร่างของเผยฉีฉีไว้ด้านในเหมือนถูกสายเลือดของนางชักนำจึง พลันบินออกมาจากในห้องลับ
เพียงแค่ครู่เดียว ผลึกน้ำแข็งก็บินเข้าหาหงส์น้ำแข็ง
“เอ๊ะ ในหยกน้ำแข็งหมื่นปีก้อนนี้ เหตุใดถึงมีคนอยู่ด้วย ?” หงส์ น้ำแข็งพึมพำ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดของ ตัวเองมาชักนำผลึกน้ำแข็งก้อนนั้นต่อไป
“อู้!”
ผลึกน้ำแข็งลอยมาตกอยู่ตรงปีกน้ำแข็งใสกระจ่างที่กว้างใหญ่ของนาง เบาๆ นางเปล่งเสียงร้องด้วยน้ำเสียงเบิกบานใจ ก่อนจะพลันบินเข้าไปใน รอยแยกห้วงมิติที่อยู่ในม่านน้ำ
“ผลึกน้ำแข็งของข้า!” สิ่งปุายคำรามเสียงดังลั่น
ทางฝุายของสำนักภูเขาพันกระบี่ก็มีเงาร่างมากมายบินออกมาหมาย สกัดกั้นหงส์น้ำแข็งตัวนั้นเอาไว้อย่างสุดชีวิต
ทว่าหงส์น้ำแข็งระดับแปดตัวนั้นแค่กระพือปีกเบาๆ ก็มีม่านน้ำแข็ง หมื่นจั้งคล้ายแท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทิ่มแทงไปยังแปดทิศ สกัดกั้น ทุกคนของสำนักภูเขาพันกระบี่เอาไว้
“กะอีแค่ยารวมจิตวิญญาณก็ยังคิดจะเอามาแลกทรายไหลแห่ง กาลเวลาของข้า สำนักภูเขาพันกระบี่ของพวกเจ้าช่างน่าขันยิ่งนัก หยก น้ำแข็งหมื่นปีก้อนนี้ถือว่าเป็นของชดใช้ให้ข้าก็แล้วกัน หากสำนักภูเขาพัน กระบี่ไม่ยินยอมก็จงมาหาข้าที่สนามรบสุ้ยเมี่ย อาการบาดเจ็บของข้าฟื้น ตัวเมื่อไหร่ ข้าจะไปที่นั่นทันที”
“ฟิ้ว!”
กล่าวจบหงส์น้ำแข็งระดับแปดก็หายวับเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเส้น หนึ่งบนม่านน้ำ