ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 803 ข่าวดี
อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัวเสมอ
มองผ่านกระจกบานนั้นของจิ่งโหรว เนี่ยเทียนจึงเห็นอย่างชัดเจนว่า เผยฉีฉีอยู่ในผลึกน้าแข็งก้อนนั้น
ทว่าเผยฉีฉีและผลึกน้าแข็งต่างก็ถูกหงส์น้าแข็งระดับแปดที่คืนสภาพ พาหายเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ ไม่รู้ว่าไปที่ไหน
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวต่างก็อึ้งงันไปเช่นกัน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ พวกเขาวางแผนไว้อย่างรัดกุม ทั้งยังถึงขั้นเกลี้ย กล่อมให้เมิ่งหลีช่วยลงมือ ใช้หมากที่ส้านักอักขระเทพซ่อนไว้ในส้านัก ภูเขาพันกระบี่ หมายช่วยเผยฉีฉีออกมา
ใครจะไปคาดคิดว่าก่อนหน้าที่หงส์น้าแข็งจะจากไป นางดันสัมผัสได้ ถึงหยกน้าแข็งหมื่นปีที่เผยฉีฉีถูกแช่แข็งอยู่ด้านใน จึงเอาไปทั้งหยก น้าแข็งและทั้งเผยฉีฉีด้วย?
“หรือว่าส้านักภูเขาพันกระบี่ไม่มีค่ายกลที่ขัดขวางไม่ให้หงส์น้าแข็ง เอาผลึกน้าแข็งไปได้?!” เนี่ยเทียนตวาดกร้าว
เมิ่งหลีถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “แน่นอนว่าย่อมมี เพียงแต่ว่าหยก น้าแข็งหมื่นปีก้อนนั้นอยู่ด้านในเรือรบทางช้างเผือกที่สิ่งปุายโดยสารมา เนื่องจากขนาดของผลึกน้าแข็งใหญ่เกินไป จึงไม่สามารถเอาไปไว้ในจุด ลึกของค่ายกลจากส้านักภูเขาพันกระบี่ได้ หงส์น้าแข็งที่มีสายเลือดอยู่ จุดสูงสุดของระดับแปด พอได้รับผลึกจิตวิญญาณจากเจ้าไปก็ฟื้นคืนพลัง
จิตวิญญาณมาหลายส่วน การที่นางใช้เวทลับทางสายเลือดมาดึงหยก น้าแข็งหมื่นปีนั่นไปนับเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็คาดคิดไม่ถึง”
และเวลานี้ เนี่ยเทียนที่มองผ่านกระจกบานนั้นก็เห็นว่าพวกผู้ แข็งแกร่งจากส้านักภูเขาพันกระบี่พากันร้องค้ารามเดือดดาล
ทั้งๆ ที่พวกเขาเห็นรอยแยกห้วงมิติเส้นที่หงส์น้าแข็งระดับแปด หายไป แต่พวกเขากลับไม่กล้าติดตามไปเอาเรื่อง
“รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นน่าจะเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรบางแห่งของ สัตว์โบราณ” จิ่งโหรวยิ้มเจื่อน “แต่ไรไหนมา น้อยครั้งนักที่จะมีคนของ เผ่าสัตว์โบราณเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิว ความรู้ที่พวกเรามีต่อเผ่า สัตว์โบราณเรียกได้ว่าน้อยนิดจนน่าสงสาร ส้านักภูเขาพันกระบี่เองก็ย่อม ไม่ต่างกัน”
“ในเมื่อไม่รู้ว่ารอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรไหน มี พละก้าลังการต่อสู้เช่นใดรออยู่ ส้านักภูเขาพันกระบี่จะกล้าเข้าไปข้างใน ได้อย่างไร”
“ศิษย์พี่หญิงเผยถูกหงส์น้าแข็งระดับแปดตัวนั้นพาไป นางจะมีจุดจบ เช่นไร?” เนี่ยเทียนถามเสียงหนัก
“ตามความเห็นของข้า นางน่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าตอนอยู่ใน เงื้อมมือของสิ่งปุาย” จิ่งโหรวลังเลอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วย ความหวังดี “เนี่ยเทียน ส้าหรับหงส์น้าแข็งระดับแปดตัวนั้นแล้ว ศิษย์พี่ หญิงเผยของเจ้าก็คือเรื่องไม่คาดคิดอย่างหนึ่งเช่นกัน เกรงว่าตอนที่แย่ง
เอาน้าแข็งหมื่นปีมา แม้แต่นางเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าข้างในนั้นจะ แช่แข็งร่างของศิษย์พี่หญิงเผยของเจ้าเอาไว้”
“นางไม่มีความแค้นอะไรกับศิษย์พี่หญิงเผยของเจ้า คงไม่น่าจะเล่น งานนาง หรือท้าเรื่องเลวร้ายกับนาง”
“อย่างน้อยนางก็ไม่มีทางลบเลือนความทรงจ้าแล้วแต่งศิษย์พี่หญิง เผยของเจ้ามาเป็นภรรยาหรอกกระมัง?”
พอได้ยินนางพูดอย่างนี้ เนี่ยเทียนก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้ คิดๆ ดู อีกทีก็รู้สึกว่าขอแค่เผยฉีฉียังมีชีวิตอยู่ จะอย่างไรก็ย่อมดีกว่าอยู่ในเงื้อม มือของสิ่งปุาย
เพียงแต่ว่าเผยฉีฉีที่อยู่ในเงื้อมมือของหงส์น้าแข็งระดับแปดตัวนั้นจะ รอดชีวิตได้จริงๆ น่ะหรือ?
“มีวิธีติดต่อกับเผ่าสัตว์โบราณหรือไม่?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“ขอข้าหาวิธีไปสืบข่าวของหงส์น้าแข็งระดับแปดตัวนั้นก่อนแล้วกัน” จิ่งโหรวขมวดคิ้วพูด
เพราะเผยฉีฉีถูกหงส์น้าแข็งตัวนั้นพาไป การเตรียมการทั้งหมดของ พวกต้วนสือหู่ที่หมายจะช่วยนางออกมาจึงเสียเปล่า
เนี่ยเทียนหงุดหงิดงุ่นง่าน แต่ขณะเดียวกันก็จนใจมากด้วย สุดท้ายจึง ได้แต่พูดว่า “หากติดต่อกับเผ่าโบราณไม่ได้ ข้าคิดว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน จะเข้าไปยังสนามรบสุ้ยเมี่ยแห่งนั้น ก่อนนางจะจากไปก็บอกกับส้านัก
ภูเขาพันกระบี่แล้วไม่ใช่หรือว่าอีกไม่นานนางจะกลับไปที่สนามรบสุ้ยเมี่ย อีกครั้ง? หากไปที่สนามรบสุ้ยเมี่ยต้องหานางเจอแน่นอน!”
“ในมือข้ายังมีผลึกจิตวิญญาณอีกไม่น้อย ขอแค่ได้เจอกับนางอีกครั้ง ข้าจะต้องช่วยศิษย์พี่หญิงเผยกลับมาให้ได้!”
พอได้ยินว่าเขาจะไปสนามรบสุ้ยเมี่ย พวกเมิ่งหลีก็พากันหน้าเปลี่ยนสี
……
กลางอากาศสูงของอาณาจักรวอหลิว
พวกสิ่งปุาย เกาหันที่อยู่บนอาวุธวิเศษประเภทบินล้าหนึ่งก้าลังเดือด ดาลเป็นฟืนเป็นไฟ พากันมองไปยังจุดที่หงส์น้าแข็งหายไป
ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะบินมายังถิ่นที่เป็นของส้านักภูเขาพันกระบี่
“ผู้อาวุโสตู้เจิ้ง เมื่อครู่นี้หงส์น้าแข็งระดับแปดแย่งหยกน้าแข็งหมื่นปี ไปพร้อมกับนักโทษคนหนึ่งของข้าด้วย” สิ่งปุายระงับความโมโห พยายามท้าให้ตัวเองสงบลงแล้วกล่าวขึ้น
ตู้เจิ้งก็เหมือนเมิ่งหลีซึ่งเป็นตัวแทนของส้านักภูเขาพันกระบี่มาเฝูา พิทักษ์อยู่ในอาณาจักรวอหลิว
แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะเพิ่งได้รับข่าวจึงเร่งร้อนเดินทาง มา
อันที่จริงจิ่งโหรวและต้วนสือหู่ได้ด้าเนินแผนการช่วยเหลือเผยฉีฉี อย่างเงียบๆ แล้ว
ซึ่งขั้นแรกก็คือล่อตู้เจิ้งไปจากที่อาณาจักรวอหลิวชั่วคราว
ก่อนหน้านี้ตู้เจิ้งไม่อยู่ที่นี่เพราะถูกเรื่องยิบย่อยบางอย่างในตระกูล ตัวเองรั้งตัวเอาไว้ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นเกิดจากฝีมือของจิ่งโหรวพอดี
หลังจากที่เขาได้รับข่าวก็ทิ้งเรื่องพวกนั้นไว้แล้วเร่งรุดเดินทางมาที่นี่
พอพลิ้วกายลงมาบนอาวุธวิเศษประเภทบินของสิ่งปุายและเกาหัน เขาก็เพ่งสายตามองไปยังทิศทางที่หงส์น้าแข็งจากไป เงียบไปนานถึงพูด ว่า “เรื่องนี้ปล่อยไปตามนี้แหละ ไม่ต้องซักไซ้หาความต่อแล้ว”
สิ่งปุายมีท่าทางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“หงส์น้าแข็งระดับแปดขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เลื่อนสู่ระดับเก้าได้ ส้าเร็จ” ตู้เจิ้งสีหน้าเคร่งเครียด “เพื่อหยกน้าแข็งหมื่นปีก้อนเดียว ไม่ จ้าเป็นต้องระเบิดข้อขัดแย้งกับนาง พวกเรามีความรู้ต่อเผ่าสัตว์โบราณไม่ มากนัก อาณาจักรที่หงส์น้าแข็งจากไปมีความลี้ลับอะไรอยู่กันแน่ พวก เราก็ไม่รู้เลยสักอย่าง”
“เพียงแค่หงส์น้าแข็งตัวนั้นเลื่อนสู่ระดับเก้า หากส้านักภูเขาพันกระบี่ ของพวกเราต้องรับมือกับมัน ย่อมยากล้าบากอย่างยิ่ง”
“แล้วนับประสาอะไรกับที่เจ้าเองก็ไม่รู้ว่าเบื้องหลังของนางยังมีสัตว์ โบราณที่ยิ่งใหญ่อีกมากน้อยแค่ไหน?”
สิ่งปุายค้ารามเบาๆ “แต่ผู้หญิงคนนั้นส้าคัญกับข้ามาก”
“ต่อให้ส้าคัญแค่ไหนก็เทียบกับความปลอดภัยของส้านักไม่ได้!” ตู้เจิ้ง กวาดตามองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ “เจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาด รู้หนักรู้ เบา ครั้งนี้เป็นอะไรไป?”
สิ่งปุายก้มหน้า
“พอที ทุกคนของส้านักภูเขาพันกระบี่ห้ามเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ เส้นนั้นเพื่อตามไปหาเรื่องหงส์น้าแข็งตัวนั้นเด็ดขาด” ตู้เจิ้งแค่นเสียงใน ล้าคอ ก่อนจะโบกมือไล่ “จงกลับกันไปให้หมด เรื่องนี้ยุติเพียงเท่านี้!”
ทุกคนของส้านักภูเขาพันกระบี่ที่พอได้ยินเสียงเขาตวาดก็พากันก้ม หน้าก้มตากลับไปยังถิ่นของส้านักภูเขาพันกระบี่ด้วยความจนใจ
……
เผยฉีฉีถูกหงส์น้าแข็งพาตัวไป เนี่ยเทียนเกรี้ยวกราดอารมณ์เสียอย่าง หนัก แต่กลับอับจนหนทาง
ทว่าต่อให้สูญเสียเผยฉีฉีไปแล้ว กระนั้นแค้นที่สิ่งปุายสังหารเจินฮุ่นห ลันก็ยังจ้าเป็นต้องทวงคืน
เนี่ยเทียนแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน ทว่าจิ่งโหรวกลับบอกเขาว่า ไม่ต้องรีบร้อน ส้านักอักขระเทพได้ลงมือตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว
ขอแค่แน่ใจว่าสิ่งปุายสมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูกจริง ส้านักภูเขาพัน กระบี่ก็ไม่สามารถปกปูองสิ่งปุายได้ นอกจากสิ่งปุายผู้นั้นจะต้องหมด ชื่อเสียงหมดอนาคตแล้ว ยังต้องถูกลงโทษอย่างหนักด้วย
เนี่ยเทียนจึงอยู่รออาณาจักรวอหลิวชั่วคราว
ไม่นานนักสิ่งปุายก็โดยสารเรือรบทางช้างเผือกออกจากอาณาจักรวอ หลิว เดินทางกลับไปยังส้านักภูเขาพันกระบี่
หลังจากนั้นไม่นานจิ่งโหรวก็ได้ข่าวใหม่มาว่าเรื่องที่สิ่งปุายไปมาหาสู่ กับเผ่าโครงกระดูกนั้น ส้านักภูเขาพันกระบี่ไม่รู้เรื่องด้วย
จิ่งโหรวก้าลังรอเวลา รอให้สิ่งปุายติดต่อกับเผ่าโครงกระดูกอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานยืนยันที่แน่ชัด หมายท้าให้สิ่งปุายอยู่ในดินแดนพงฟูา อย่างยากล้าบาก
ระหว่างนี้จิ่งโหรวก็บอกกับเนี่ยเทียนว่านางได้ติดต่อไปยังจ้งซื่อซูจาก ส้านักทองไพศาลเป็นการส่วนตัว อธิบายให้ทางฝั่งนั้นรับรู้ชัดเจนแล้วว่า ดินแดนดาวตกไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ฝังกระดูกของเผ่าโครงกระดูก
ทางฝุายของส้านักทองไพศาลจึงไม่คิดจะไล่ล่าพวกจ้าวซานหลิงอีก ต่อไป แต่จะช่วยจิ่งโหรวหาหลักฐานที่แน่ชัดเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งปุายมี ความสัมพันธ์แนบแน่นกับเผ่าโครงกระดูกอย่างแท้จริง
ส่วนเนี่ยเทียนที่อยู่รอในอาณาจักรวอหลิวก็ฝึกตนพลางท้าความ เข้าใจกับความมหัศจรรย์ของอาณาจักรวอหลิวไปด้วย
เขามักจะเห็นชนต่างเผ่ามากมายแลกเปลี่ยนสิ่งของกับผู้แข็งแกร่งเผ่า มนุษย์ของอาณาจักรวอหลิวอย่างใจกล้าโจ่งแจ้ง
ความมหัศจรรย์ของอาณาจักรวอหลิวท้าให้เนี่ยเทียนตื่นตะลึงอย่าง หนัก เขาแจ้งให้ต้วนสือหู่ช่วยพาพวกจ้าวซานหลิงมาจากอาณาจักรคูเห ยียน หวังให้คนเหล่านั้นได้เห็นความมหัศจรรย์ของที่แห่งนี้เช่นกัน
เขารู้สึกว่าหากพวกกจ้าวซานหลิงมาที่อาณาจักรวอหลิวก็สามารถ แลกเปลี่ยนกับชนต่างเผ่า ซึ่งบางทีอาจจะได้แลกวัตถุดิบที่จ้าเป็นส้าหรับ การสร้างดินแดนของพวกเขาก็เป็นได้
นอกจากนี้อาณาจักรวอหลิวยังมีความลี้ลับของห้วงมิติ เขาจึงรู้สึกว่า หากจ้าวซานหลิงอยู่ที่นี่ก็น่าจะช่วยให้ขอบเขตของเขาฝุาทะลุได้
จ้าวซานหลิง ฉีป๋ายลู่และหัวมู่จึงทยอยกันใช้ค่ายกลน้าส่งใหญ่ของ ส้านักอักขระเทพมาจากอาณาจักรคูเหยียน
ส่วนหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่นั้นค่อนข้างพอใจกับสภาพแวดล้อม ของอาณาจักรคูเหยียน จึงลงมือท้าการเลื่อนขั้นสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย ไม่ได้มาด้วย
หลังจากที่จ้าวซานหลิงมาถึงก็เรียกเจดีย์ซวีหลิงออกมารับสัมผัสกับ ความมหัศจรรย์ของอาณาจักรวอหลิว ส่วนกระแสจิตวิญญาณของเขาก็ แทรกซอนเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติและท้าการส้ารวจอย่างลับๆ
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง จ้าวซานหลิงก็มาหาเนี่ยเทียนและบอกข่าวหนึ่งแก่ เขา “อาณาจักรวอหลิวพิเศษอย่างถึงที่สุด ข้าสามารถสร้างค่ายกลน้าส่ง ห้วงมิติแห่งหนึ่งขึ้นมาโดยใช้เจดีย์ซวีหลิงเป็นแกนกลางของค่ายกล แล้ว เชื่อมโยงไปยังค่ายกลน้าส่งห้วงมิติอีกแห่งที่ข้าสร้างไว้ในอาณาจักรฮว้า นคง”
“ว่าไงนะ?” เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก
เขาอยู่ในดินแดนพงฟูาก็ปวดหัวมาตลอดว่าควรจะติดต่อกับทางฝุาย ของดินแดนดาวตกเช่นไร
คาดไม่ถึงว่าจ้าวซานหลิงมาที่อาณาจักรวอหลิวได้แค่พักเดียวกลับน้า ข่าวที่ดีแบบนี้มามอบให้แก่เขา
“อาณาจักรเลี่ยคงห่างจากที่แห่งนี้โดยมีทางช้างเผือกกว้างไกลไร้ที่ สิ้นสุดกั้นขวาง เจ้าจะใช้ค่ายกลน้าส่งเชื่อมการติดต่อระหว่างทั้งสอง สถานที่นี้ได้จริงหรือ?” หัวมู่เองก็ตกตะลึงอย่างหนัก
เพื่อติดต่อกับดินแดนดาวตก ส้านักไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนปราการ ดวงดาวยังต้องจัดวางค่ายกลน้าส่งเพื่อเปลี่ยนสถานีถึงเจ็ดแห่ง
และดินแดนปราการดวงดาวก็นับว่าอยู่ใกล้กับดินแดนดาวตกมาก แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังจ้าเป็นต้องใช้ค่ายกลหลายแห่งถึงจะเดินทางไปถึง
ระยะห่างระหว่างดินแดนพงฟูากับดินแดนดาวตกน่าจะไกลกันมาก แต่จ้าวซานหลิงกลับพูดว่าสามารถใช้ค่ายกลน้าส่งห้วงมิติเชื่อมโยงสอง สถานที่เข้าด้วยกัน นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
“ข้าแน่ใจว่าท้าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรเลี่ยคงหรืออาณาจักร วอหลิวต่างก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการจัดวางค่ายกลน้าส่ง นอกจากนี้ ข้ายังมีเจดีย์ซวีหลิงที่เป็นอาวุธวิเศษด้านห้วงมิติที่ร้ายกาจอยู่ ในมือ” จ้าวซานหลิงสีหน้าเย่อหยิ่ง “อาวุธที่เป็นประเภทห้วงมิติเดิมทีก็ หาได้ยากอยู่แล้ว เจดีย์ซวีหลิงจึงยิ่งเป็นของวิเศษล้าค่า แน่นอนว่าย่อม ต้องท้าได้”
“ข้าจะคุยกับส้านักอักขระเทพ ท่านลงมือได้ตามสบายเลย!” เนี่ย เทียนกล่าวอย่างตื่นเต้น