ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 805 สองอาณาจักรเชื่อมโยง
“ก็ใช่น่ะสิ” จิ่งโหรวเองก็ปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุด
ดินแดนดาวตกมีเนี่ยเทียนผู้เป็นบุตรแห่งดวงดาวที่โดดเด่น มีอูจี้ผู้เป็น อาจารย์ที่เชี่ยวชาญพลังแห่งกาลเวลา ทั้งยังมีบุคคลเช่นจ้าวซานหลิง หัวมู่
ผู้ที่ใช้พลังแห่งห้วงมิติเลื่อนสู่ขอบเขตสูงส่ง นับว่าหาได้ยากยิ่งใน ดินแดนพงฟูา
จ้าวซานหลิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ เชื่อว่าเมื่อสนามรบสุ้ยเมี่ยเปิดขึ้น เมื่อไหร่ ตนจะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้สำเร็จ
เมื่อเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า เขาก็เตรียมจะใช้สิ่งลี่เฟิงที่เป็นแดนว่าง เปล่าช่วงกลางมาเป็นหินที่ลับใบมีดให้คม ยังไม่ต้องพูดว่าเขาจะทำสำเร็จ หรือไม่ ลำพังเพียงแค่ความกล้าหาญนี้ก็ทำให้จิ่งโหรวประทับใจอย่างยิ่ง
เป็นแค่แดนว่างเปล่าช่วงต้นก็มั่นใจว่าจะสู้ข้ามขั้นกับคนที่ระดับสูง กว่า คนธรรมดามีที่ไหนที่จะเป็นเช่นนี้?
คู่สามีหลี่มู่หยาง สิ่งหวนเยว่ที่เนื่องจากอาณาจักรเชียนแจว๋มีขีดจำกัด ขอบเขตจึงไม่มีการพัฒนา
ทว่าพอมาถึงอาณาจักรคูเหยียน เพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่เดือนกลับพากัน เลื่อนขั้นสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้สำเร็จ
และพอจิ่งโหรวได้ทำความคุ้นเคยฉีป๋ายลู่และหัวมู่สองคนก็รู้ว่าพวก เขาต่างก็เป็นบุคคลมากความสามารถ
แล้วนับประสาอะไรกับที่ต้วนสือหู่สามีของนางเองก็มาจากดินแดน ดาวตกเช่นกัน
พรสวรรค์ด้านวิถีแห่งอักขระของต้วนสือหู่ แม้แต่นางก็ยังเทียบไม่ติด และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำแห่งสำนักอักขระเทพในอนาคตแล้ว
ดินแดนดาวตกเล็กๆ แห่งเดียว ทว่าทุกคนที่มาเยือนกลับไม่ธรรมดา ขนาดนี้ นี่ทำให้จิ่งโหรวตื่นตะลึงอย่างหนัก
“ช่างเถอะ เดิมทีข้ายังไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง แต่ในเมื่อคนผู้นั้นเตรียม จะเข้าไปสังหารสิ่งลี่เฟิงในสนามรบสุ้ยเมี่ย ลำพังเพียงแค่จุดนี้ก็ทำให้ข้า นับถือเขามากพอแล้ว” เมิ่งหลีถอนหายใจเบาๆ หนึ่งทีแล้วพูดอีกครั้งว่า “พวกเราพูดคุยกับสำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาลเรียบร้อย แล้ว ต่อไปหากคนในดินแดนดาวตกของเจ้ามาเยือนก็สามารถไปไหนมา ไหนได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสำนักภูเขาพันกระบี่และสำนัก ทองไพศาลหาเรื่อง”
“ขอบพระคุณมาก” เนี่ยเทียนกุมมือคารวะ
เขารู้ดีว่ามีประโยคนี้ของเมิ่งหลี คนในดินแดนดาวตกก็สามารถมีการ ติดต่อกับดินแดนพงฟูาได้อย่างแท้จริงแล้ว
วันหน้าพวกหัวมู่ฉีป๋ายลู่จะสามารถเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิว หรืออาณาจักรอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนวัตถุดิบกับกลุ่มอิทธิพลของ
ดินแดนพงฟูาและชนต่างเผ่าได้ตามใจชอบ เพื่อสะสมวัตถุดิบที่ต้องการ ให้ได้โดยเร็วที่สุด
เขาแอบรู้สึกว่าเมื่อมีค่ายกลนำส่งของจ้าวซานหลิงอยู่ที่นี่ อีกไม่นาน นัก เขตวิญญาณของแต่ละสำนักในดินแดนดาวตกย่อมต้องเลื่อนขอบเขต ได้อย่างรวดเร็ว
และตามคำบอกของทุกคน ดินแดนดาวตกก็เป็นของเขาในนาม
ยิ่งดินแดนดาวตกแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าศักยภาพที่ เขาครอบครองก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
สักวันหนึ่ง รอจนเขาอาศัยค่ายกลที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง ไว้ให้เดินทางไปถึงพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว คนเหล่านั้นก็จะกลายมา เป็นรากฐานและต้นทุนของเขา
“ไม่ได้กลับไปดินแดนดาวตกนานมากแล้ว ข้าอยากจะไปที่นั่นสักครั้ง ไปพบท่านอาจารย์สักหน่อย” ต้วนสือหู่แสดงท่าที
“ข้าก็ไปด้วย” จิ่งโหรวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม” ต้วนสือหู่พยักหน้า
“ก็ดี รีบเอาทรายไหลแห่งกาลเวลาขวดนั้นไปมอบให้ท่านอาจารย์ มันต้องมีประโยชน์กับท่านอาจารย์อย่างใหญ่หลวงแน่นอน” เนี่ยเทียน พยักหน้ารับ
พวกฉีป๋ายลู่ หัวมู่ไม่ได้รีบร้อนจากไป ยังคงอยู่ในอาณาจักรวอหลิว เพราะมีแผนการอย่างอื่น
เนี่ยเทียนและคู่สามีภรรยาต้วนสือหู่จึงอาศัยค่ายกลนำส่งของจ้าว ซานหลิงเดินทางไปยังพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตของอาณาจักรเลี่ยคง
เดิมทีค่ายกลนำส่งของจ้าวซานหลิงก็อยู่ไม่ห่างจากพระราชวังที่เนี่ย เทียนเรียกให้ผุดออกมาจากใต้ดินเท่าไหร่นัก
และตอนที่เขาเดินทางกลับไปถึงอาณาจักรเลี่ยคงอีกครั้งก็ได้ย้ายค่าย กลนำส่งห้วงมิติหลังนั้นไปไว้ใกล้ๆ กับพระราชวังที่เนี่ยเทียนเข้าออกได้ ตามใจชอบอย่างไม่เกรงใจใคร
“พระราชวังหลังนี้ก็คือพระราชวังที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง ไว้ให้งั้นรึ?”
ยืนอยู่หน้าพระราชวัง ต้วนสือหู่ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ มอง ประเมินไปยังค่ายกลดวงดาวจำนวนมากที่สลักไว้บนพื้นผิวพระราชวัง
“อืม” เนี่ยเทียนตอบรับ
จิ่งโหรวจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ “ค่ายกลที่ลี้ลับเกินคาดเดา เหล่านั้นมีสัจธรรมแห่งฟูาดินแฝงเร้นไว้มากมาย และมีความคล้ายคลึงกับ วิถีแห่งอักขระของสำนักอักขระเทพเรา!”
“แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจเวทลับดวงดาว แต่เพียงแค่มองลวดลายที่ลึกลับ ของค่ายกลเหล่านั้น มันกลับสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าได้” ต้วนสือหู่ฝืน ย้ายดวงตาออกมาจากพระราชวังอย่างยากลำบาก “รอจนได้พบกับ อาจารย์แล้ว ข้าค่อยมาดูค่ายกลพวกนี้อย่างละเอียด หวังว่าจะได้ผลพวง อะไรกลับมาบ้าง”
“ข้าเองก็ตั้งใจอย่างนี้เหมือนกัน” จิ่งโหรวยิ้มบางๆ
เนี่ยเทียนตะลึงงัน
ในสายตาของเขา พระราชวังที่ลอยมาจากใต้พื้นดินแห่งนี้ ไม่มีอะไรที่ มหัศจรรย์เท่าใดนัก
เขาเองก็มองออกว่าบนผนังของพระราชวังหลังนี้มีร่องรอยของค่าย กลดวงดาวลึกลับสลักอยู่
เพียงแต่ว่าหากยังไม่ได้กระตุ้นพลังแห่งดวงดาว ร่องรอยของค่ายกล เหล่านั้นกลับไม่มีความลี้ลับใดๆ ให้เห็น
มีเพียงรวบรวมพลังดวงดาวมาไว้ บนผนังถึงจะมีแสงดาวเปล่ง ประกาย ค่ายกลดวงดาวที่ลี้ลับถึงจะทยอยกันส่องแสงเจิดจ้าออกมา
“อาจารย์กำลังฝึกตน ตอนที่ท่านไปโปรดระวังตัวหน่อย” เนี่ยเทียน ส่งขวดทรายไหลแห่งกาลเวลาไว้บนฝุามือของต้วนสือหู่ “เมื่อหลายเดือน ก่อน ข้าเพิ่งได้พบกับท่านอาจารย์ คงไม่ไปแล้ว ข้าจะไปยังฟูาดินที่ถูกปิด ผนึกแห่งนั้นสักหน่อย ดูว่าคนพวกนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง”
“ได้” ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ
ภายใต้การจัดการของเนี่ยเทียน ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวสองคนจึง เดินทางไปยังปุาไผ่เขียวที่คนของตระกูลเนี่ยจากไป
ในปุาไผ่เขียวมีเพียงหลี่หลางเฟิงคนเดียวที่เฝูาพิทักษ์อยู่
ตอนที่หลี่หลางเฟิงมองเห็นเขาก็มีท่าทางตื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
“ส่งพวกเขาไปยังสำนักหลิงอวิ๋น” เนี่ยเทียนเอ่ยสั่งความ
หลี่หลางเฟิงโคจรค่ายกล ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวสองคนจึงหายตัวไป ในค่ายกลซึ่งเชื่อมโยงไปยังสำนักหลิงอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
“หลายเดือนมานี้ สถานการณ์ของดินแดนดาวตกเป็นอย่างไรบ้าง?” เนี่ยเทียนถาม
“ไม่มีอะไรที่พิเศษ” หลี่หลางเฟิงอธิบายง่ายๆ
หลังจากที่พวกเขาเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติของเทือกเขาฮว้านคง แรกเริ่มสำนักใหญ่ๆ ในดินแดนดาวตกต่างก็อยู่กันอย่างหวาดระแวง
พวกเขากังวลว่าจะมีผู้แข็งแกร่งจากนอกอาณาจักรเดินทางผ่านรอย แยกห้วงมิติเข้ามารุกราน
เพราะอย่างไรซะศพของเจินฮุ่ยหลันก็ถูกส่งเข้ามาแล้ว
แต่รออยู่หลายเดือนกลับยังไม่เห็นศัตรูบุกเข้ามา ทุกอย่างยังเป็นปกติ แต่ละสำนักจึงค่อยๆ สงบใจลงได้
ระหว่างนี้ต่งหวังหลิงได้เดินทางกลับมาจากดินแดนปราการดวงดาว และดูเหมือนว่าจะพูดคุยกับสำนักคุมสัตว์ได้อย่างชื่นมื่น
ต่งหวังหลิงมาหาหลี่หลางเฟิงและบอกกับเขาว่ารอให้เนี่ยเทียนกลับ มาแล้วก็หวังว่าเนี่ยเทียนจะไปรับต่งลี่และต่งปุายเจี๋ยสองคนให้เดินทางไป ยังสำนักคุมสัตว์ในดินแดนปราการดวงดาว เพื่อเลือกสัตว์วิเศษที่ เหมาะสมให้พวกเขาได้ฝึกตนด้วยวิชาที่ถูกทำนองคลองธรรม
ตระกูลต่งเองก็จะส่งคนในตระกูลส่วนหนึ่งให้เข้าไปยังดินแดน ปราการดวงดาวพร้อมกับต่งลี่ด้วย
เจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักคุมสัตว์มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด กับบรรพบุรุษตระกูลต่ง ตอนที่สำนักคุมสัตว์รู้ว่าในดินแดนดาวตกมี ตระกูลหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา เขาก็ดีใจอย่างมาก
คนแซ่ต่งที่อยู่ในดินแดนปราการดวงดาวเหลือน้อยนิดเต็มที เจ้า สำนักคนปัจจุบันของสำนักคุมสัตว์จึงกำลังร้อนใจหวังให้มีคนแซ่ต่ง จำนวนมากกว่าเดิมมาช่วยสืบสานสำนักคุมสัตว์ให้มีอนาคตยาวไกล
ทั้งสองฝุายจึงมีความต้องการที่สอดคล้องต้องกัน ตระกูลต่งหวังอาศัย สำนักคุมสัตว์มาฝึกวิชาที่ถูกต้อง หวังให้คนในตระกูลได้เลี้ยงสัตว์วิเศษที่ เหมาะสมกับตัวเอง
ส่วนสำนักคุมสัตว์ก็ยินดีต้อนรับคนตระกูลต่ง เพราะหวังให้สำนักคุม สัตว์มีศักยภาพแข็งแกร่งมากกว่าเดิม
อูจี้ไม่ปรากฏตัว หัวมู่ก็เดินทางไปกับเนี่ยเทียน พวกเนี่ยตงไห่เองก็ไป ยังฟูาดินแห่งนั้น หลี่หลางเฟิงจึงกลายมาเป็นตัวแทนของเนี่ยเทียนที่อยู่ ในดินแดนดาวตก
จงเจิง ฝานข่าย และยังมีผู้แข็งแกร่งของแต่ละฝุายมักส่งคนมาเชื่อม สัมพันธ์กับหลี่หลางเฟิงเป็นประจำ ดังนั้นหลี่หลางเฟิงจึงรู้รายละเอียด ต่างๆ ในดินแดนดาวตกเป็นอย่างดี
เมื่อรู้สถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของดินแดนดาวตกจากปากหลี่หลาง เฟิง เนี่ยเทียนก็ผลักประตูหินของพระราชวังให้เปิดออกแล้วเดินทางไปยัง ฟูาดินที่มีเลือดลมของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณล้อมวน
“สถานที่แห่งนี้น่าจะมีชื่อสักหน่อย ในเมื่อมันเป็นอาณาจักรที่แหลก สลาย ก็ให้ชื่อว่าอาณาจักรโพ่สุ้ยก็แล้วกัน” เนี่ยเทียนตั้งชื่อให้กับมันได้ก็ เดินออกมาจากพระราชวัง
เมื่อเขาก้าวเท้าออกมาก็สร้างทิพย์จักษุเก้าข้างให้ตามหาร่องรอยของ ผู้คนที่อยู่รอบด้านทันที
เนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยนต่งลี่ ต่งปุายเจี๋ยเย่ฉิน เสวียนเข่อ เงาร่างมากมาย ทยอยกันปรากฏตัวอยู่ในเส้นสายตาของทิพย์จักษุ
คนเหล่านั้นอยู่ในพื้นที่ที่ต่างกันและกำลังทำความเข้าใจกับความลี้ลับ ของพื้นที่เหล่านั้น
ในบรรดาคนเหล่านั้น ต่งลี่และต่งปุายเจี๋ยสองคนต่างก็มีตบะเขต สามัญช่วงท้าย และจากการรับสัมผัสของเนี่ยเทียนก็ดูเหมือนว่าอีกไม่ นานพวกเขาคงเลื่อนขั้นสู่เขตลี้ลับแล้ว
ดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะได้รับผลพวงมหาศาลจากแผ่นดินแห่งนี้
นอกจากนี้คนอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่ก็มีการพัฒนาในระดับที่ต่างกันออกไป
“ข้ากลับมาแล้ว!”
เนี่ยเทียนตะโกนเสียงดัง เสียงและความคิดทางจิตวิญญาณของเขาดัง ผ่านทิพย์จักษุเก้าข้างกระจายไปทั่วพื้นที่ต่างๆ ของอาณาจักรโพ่สุ้ย
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเขาต่างก็พากันทะยานมาจากสี่ด้านแปดทิศ ไม่นานนักทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่หน้าพระราชวัง
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีมู่ปี้ฉงเทพธิดาของเขาสุขาวดีรวมอยู่ด้วย
ขอบเขตของมู่ปี้ฉงในเวลานี้ยังคงหยุดอยู่ที่เขตสามัญช่วงท้าย พอนาง มาถึงก็มองเนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็โยนคำถามใส่ หน้าเขาทันที “เจ้าคิดจะกักตัวข้าไว้อีกนานแค่ไหน?”
“ข้าจะส่งเจ้ากลับดินแดนปราการดวงดาว” เนี่ยเทียนกล่าว
มู่ปี้ฉงที่สวมผ้าคลุมหน้าได้ยินเขาพูดแบบนี้กลับมีท่าทางผิดหวัง ทั้ง ยังมองไปยังทิศไกลของอาณาจักรโพ่สุ้ยราวกับอาลัยอาวรณ์
เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าการที่นางอยู่ในอาณาจักรโพ่สุ้ยแห่งนี้ แม้จะเป็น นักโทษ แต่กลับได้รับผลประโยชน์มหาศาล
ดอกไม้ปีศาจที่อยู่ในร่างของนางสามารถติดต่อกับเถาวัลย์ยักษ์ริม ขอบนอกของแผ่นดินอาณาจักรโพ่สุ้ยแล้วดึงเอาจิงชี่พืชหญ้าที่มหัศจรรย์ มาหล่อเลี้ยงตัวเองให้เติบใหญ่
ดอกไม้ปีศาจนั่นสำคัญกับนางอย่างมาก มันเป็นเหมือนทั้งฝันร้ายของ นาง ขณะเดียวกันก็เป็นรากฐานที่ทำให้นางแข็งแกร่งด้วย
ปราณวิญญาณฟูาดินของอาณาจักรโพ่สุ้ยเข้มข้นมากพอ เมื่อสงบ จิตใจฝึกตน ตบะของนางก็เลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว
ในใจนางรู้ดีว่าหากผู้มีความสามารถในสำนักต่างๆ ของดินแดน ปราการดวงดาวรู้ว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ พวกเขาย่อมอยากมาทำความ เข้าใจกับความลี้ลับเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองแน่นอน
คิดถึงผลประโยชน์ที่นางได้รับในช่วงเวลาที่ผ่านมา นางจึงเกิดความ อาลัยอาวรณ์อย่างห้ามไม่ได้
แต่เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจนาง เพียงหันไปยิ้มสดใสให้กับต่งลี่และต่งปุาย เจี๋ย “พวกเจ้าโชคดีไม่น้อยเลย”
ต่งปุายเจี๋ยหัวเราะฮ่าๆ ชี้นิ้วไปยังท้องฟูาที่มีลำแสงหลากสีไหลบ่า “วิญญาณสัตว์ในร่างของข้าและเสี่ยวลี่ต่างก็สามารถดึงเอาสายเลือดที่ บริสุทธิ์ซึ่งหงส์ดำและหมาปุาเทาทิ้งไว้บนท้องฟูามาได้ พอเอามาผสาน รวมเข้ากับวิญญาณสัตว์ในร่างกาย ศักยภาพของพวกมันก็ทะยานขึ้นสูง อย่างรวดเร็ว”
“เอาล่ะ มาถึงตอนนี้ ข้าจะพาพวกเจ้ากลับไปยังดินแดนดาวตก สำนักคุมสัตว์ต้องการให้พวกเจ้าไปที่นั่นเพื่อฝึกวิชาที่ถูกต้อง และเลือก สัตว์วิเศษที่เหมาะสมกับพวกเจ้า” เนี่ยเทียนกล่าว
“สำนักคุมสัตว์?” ต่งปุายเจี๋ยตะลึง
มู่ปี้ฉงเองก็งงงัน
“ใครที่อยากไปจากที่นี่ก็ไปพร้อมกับข้าเลย” เนี่ยเทียนตะโกนถาม เสียงดัง
พวกเย่ฉิน เสวียนเข่อพากันส่ายหน้า แสดงท่าทีว่าในเวลาสั้นๆ นี้ยัง ไม่คิดจะไปจากที่นี่ ยังต้องการฝึกตนอยู่ที่นี่ต่อ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่ไปอีกสักพัก หากคิดจะจากไปก็รอ ให้ข้ามาพาออกไปคราวหน้าก็แล้วกัน” เนี่ยเทียนเองก็ไม่บังคับใจใคร
จากนั้นเนี่ยเทียนก็พาสองพี่น้องต่งลี่ บวกกับมู่ปี้ฉงอีกคนเดินทาง ออกไปจากอาณาจักรโพ่สุ้ย
รอจนเขากลับมาก็พบว่าผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณหลายคนของดินแดน ดาวตกอย่างฝานข่าย จงเจิง ฉางเซินต่างก็พากันมารวมตัวอยู่เบื้องหน้า พระราชวังแห่งนั้นและแสดงท่าทีว่าต้องการเดินทางไปยังอาณาจักรวอ หลิว
พวกเขาล้วนอยากไปอาณาจักรวอหลิวเพราะต้องการแลกเปลี่ยน สิ่งของกับชนต่างเผ่าและผู้แข็งแกร่งของสำนักอื่น
เนี่ยเทียนรับปากทุกคน
พอเห็นว่าเขารับปาก เหล่าผู้แข็งแกร่งของดินแดนดาวตกต่างก็ ตื่นเต้นดีใจกันอย่างยิ่งยวด
ทว่าเนี่ยเทียนกลับนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปยัง ดินแดนปราการดวงดาวเพื่อใช้มู่ปี้ฉงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเขา สุขาวดีก่อน
จากนั้นไม่นานเขาก็มารวมตัวกับพวกคนตระกูลต่งที่มีต่งหวังหลิงเป็น ผู้นำซึ่งรออยู่ที่ภูเขาสายฟูา ครั้นจึงให้เหลยเทียนฉี่เปิดค่ายกล เดินทาง เปลี่ยนสถานีหลายครั้งจนกระทั่งไปถึงดินแดนปราการดวงดาวในที่สุด
ไม่นานเงาร่างของเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์