ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 811 การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน!
“พี่เยว่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” กวานฝู่ฉงนสนเท่ห์ รีบซักถาม
เยว่เหยียนสี่กำลังพูดคุยกับพวกเขาอยู่ดีๆจู่ๆ กลับหยิบเอาหินส่ง ข้อความเสียงก้อนหนึ่งออกมาพูดคุยเงียบๆ แล้วก็พลันหน้าเปลี่ยนสี นี่ทำ ให้พวกเขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย
เจียงเฟิงและเจี่ยนถงสองคนต่างก็ติดตามเยว่เหยียนสี่มุ่งหน้าไปยัง ทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว
เยว่เหยียนสี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “เนี่ยเทียนบอกว่ารูปปั้นหิน พวกนั้นไม่ใช่โชควาสนา แต่มีอันตรายที่มิอาจล่วงรู้ ข้าเลือกที่จะเชื่อเขา ดังนั้นจึงให้ลูกศิษย์ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ถอนตัวออกมาทันที!”
“เนี่ยเทียนบอก!”
เจียงเฟิง กวานฝู่และเจี่ยนถงต่างก็หน้าเผือดสี
ในฟ้าดินที่ถูกปิดผนึก พวกเขาเคยได้เห็นความมหัศจรรย์ของเนี่ย เทียน รู้ว่าเนี่ยเทียนคือคนที่ได้รับการยอมรับจากพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว คือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด
บุคคลเช่นนี้ย่อมไม่มีทางไร้ความสามารถ และในช่วงเวลาที่สำคัญ เช่นนี้ก็ยิ่งไม่มีทางพูดจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อน!
แม้เขาสุขาวดีของเจียงเฟิงจะเคยมีข้อพิพาทกับเนี่ยเทียน แต่หลังจาก นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเจียงเฟิงก็ยังเลือกจะเชื่อการตัดสินใจของเนี่ยเทียน เขา
จึงรีบหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาแล้วติดต่อกับลูกศิษย์ของเขา สุขาวดีทันที
กวานฝู่และเจี่ยนถงก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวเนี่ยเทียน ในขณะที่เจียงเฟิงยัง ลังเล พวกเขากลับลงมือแล้ว
“ฟิ้ว!”
วิหคเพลิงบินหลุดออกมาจากจุดลึกของทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว ดิ่ง มายังริมขอบของมหาสมุทร
ส่วนเนี่ยเทียนก็ส่งกระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งไปยังตำแหน่งที่อิน ย่าหนันแห่งสำนักคุมสัตว์อยู่แล้วพลันทะลวงเข้าไปในสมองของอิน ย่าหนันโดยตรง
“คนสารเลวไร้ยางอาย!”
อินย่าหนันยังนึกว่าเนี่ยเทียนจะใช้กระแสจิตวิญญาณมาล่วงเกินนาง อย่างกำเริบเสิบสานอีกครั้ง จึงเต็มไปด้วยความเดือดดาล
ตอนที่กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเนี่ยเทียนบุกเข้ามา นางก็ เตรียมจะลงมือสั่งสอนเนี่ยเทียน
ทว่าเวลานี้ กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนกลับส่งข้อความหนึ่งมา ให้แก่นาง
ดวงตาของนางพลันฉายความตะลึงงัน รีบรับเอาคำเตือนของเนี่ย เทียนมาทันที
“ผู้อาวุโสโจว เขาสุขาวดีของพวกเราจะออกไปจากที่แห่งนี้ หยกวิเศษ ที่จ่ายไปไม่ขอรับคืน” มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีตะโกนขึ้นเสียงดัง
“ไปได้!” โจวซ่างหัวเราะหึหึ
“ผู้อาวุโส ตระกูลกวานของพวกเราก็เตรียมจะจากไปเช่นกัน”
“ในเมื่อไม่ได้รับผลเก็บเกี่ยว ตระกูลเจี่ยนก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีก จะไป จากที่นี่ทันทีเช่นกัน”
ทางฝ่ายตระกูลกวานและตระกูลเจี่ยนก็มีคนสองคนที่ลุกขึ้นยืนแสดง ท่าทีว่าจะจากไปเช่นเดียวกับมู่ปี้ฉง
ขณะที่พูด ค่ายกลหินวิเศษที่อยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบินสามลำซึ่ง พวกเขาโดยสารมาก็เริ่มเปิดใช้งานแล้ว รอแค่ให้โจวซ่างพยักหน้าก็จะ จากไปทันที
ใบหน้าของโจวซ่างยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาพยักหน้า โบกมือ กล่าว “ปล่อยตัวไปได้!”
“ฟิ้วๆๆๆ!”
อาวุธวิเศษประเภทบินของเขาสุขาวดี ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน ต่างก็ทยอยกันบินไปตามหลังวิหคเพลิง
อีกทั้งทิศทางที่พวกเขาจากไป ยังไม่ใช่จุดที่เรือรบทางช้างเผือกของ พวกเขาสามฝ่ายจอดอยู่ แต่กลับเป็นตำแหน่งที่จอดเรือของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์
เพราะว่าเจียงเฟิง กวานฝู่และเจี่ยนถงให้พวกเขาบินตามวิหคเพลิงไป
อินย่าหนันที่รู้จากเนี่ยเทียนว่ารูปปั้นเหล่านั้นมีอันตราย เดิมทียังมี ความลังเลอยู่บ้าง แต่รอจนเขาสุขาวดี ตระกูลกวานและตระกูลเจี่ยนสาม ฝ่ายต่างก็รีบร้อนจากไป นางก็หน้าเปลี่ยนสีไปเหมือนกัน
“สำนักคุมสัตว์เกรงว่าคงไม่ได้รับผลพวงใดๆ ลาตรงนี้ล่ะ!” อินย่า หนันกล่าวอย่างเด็ดขาด
เสียงตะโกนดังของนางทำให้คนของสำนักคุมสัตว์อีกเก้าคนที่เหลือ ต่างก็อึ้งงันกันไปหมด
ทั้งเก้าคนนั้นเห็นว่าคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ เขาสุขาวดี ตระกูล กวานและตระกูลเจี่ยนต่างทยอยกันจากไปด้วยสีหน้าร้อนใจ พวกเขาจึง ตระหนักได้ถึงการบอกเตือนบางอย่าง
ในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความงุนงง ไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ที่ ตรงไหน
พวกเขามองอินย่าหนันด้วยสายตาสอบถาม หวังรู้ว่าอินย่าหนันมี เหตุผลอะไรถึงได้มีการกระทำเช่นเดียวกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
อินย่าหนันส่ายหัว ไม่ได้อธิบาย เพียงแค่หันไปทางโจวซ่าง
“พวกเจ้าก็ไปได้” โจวซ่างโบกมือ สีหน้าเกียจคร้าน ทว่าในที่สุด ดวงตาของเขาก็ฉายความสงสัยขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
สามสำนัก สองตระกูลจู่ๆ กลับสละที่แห่งนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็วแทบจะ เป็นเวลาเดียวกัน นี่ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ
เขาแอบรู้สึกว่าฝ่ายต่างๆ เหล่านั้นมีการตกลงกันอย่างลับๆ
แต่เขานึกไม่ออกว่าเหตุใดตอนที่สำนักฟ้ากลมและตระกูลฉู่ทยอยกัน เชื่อมโยงกับรูปปั้นหินได้ แต่ละฝ่ายถึงจะพากันถอยจากไป
ดวงตาเขาเปล่งประกาย พอเหลือบมองไปเห็นว่าสำนักสามกระบี่และ ตระกูลฉู่ยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม ก็พอจะวางใจลงได้บ้าง
จากนั้นเขาก็พบอีกว่าลูกศิษย์อีกสองคนของสำนักเชื่อมโยงรูปปั้นหิน สองรูปได้สำเร็จ
นี่จึงทำให้เขากลับมาดีใจจนหัวเราะฮ่าๆ อีกครั้ง ไม่คิดอีกว่าทำไมจู่ๆ หลายฝ่ายถึงได้จากไป
เขาคือคนรับผิดชอบของรอบนี้ พาลูกศิษย์ของสำนักที่มีพรสวรรค์ไม่ ธรรมดามาด้วย หากลูกศิษย์หลายคนบรรลุความลี้ลับของรูปปั้นหินได้ นี่ จะเท่ากับเขาสร้างคุณความชอบที่ไม่ธรรมดา
เขาจะยืนหยัดตั้งตระหง่านอยู่ในสำนักฟ้ากลมโดยที่ไม่ถูกโค่นล้ม หรือไม่นั้นก็ต้องดูที่ท่าทีของบรรพบุรุษหุนเทียน
เพราะว่าเมื่ออยู่ในสำนักฟ้ากลม ผู้ที่เป็นแดนว่างเปล่าช่วงกลางไม่ได้ มีเพียงเขาคนเดียว
คุณความชอบของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่เล็กๆ พวกคนที่บรรลุความลี้ลับ จากรูปปั้นหิน วันหน้าก็น่าจะต้องได้รับความสำคัญจากสำนักฟ้ากลม และคนเหล่านั้นก็ล้วนได้รับการดูแลจากเขา
นึกถึงเรื่องราวมากมายที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า อารมณ์ของเขาก็ เบิกบาน ยิ่งมาดมั่นมากกว่าเดิม
“ฟิ้วๆๆ!”
อาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำบินหลุดออกมาจากกลางอากาศสูง เหนือทะเลลึก แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่เรือรบทางช้างเผือกของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์จอดอยู่
พวกเยว่เหยียนสี่บินออกมารับหน้าอย่างเร่งร้อน
และเวลานี้เอง รูปปั้นที่เหลืออยู่ก็ทยอยกันถูกลูกศิษย์ของสำนักฟ้า กลมเชื่อมโยงได้สำเร็จ
รูปปั้นหินแปดรูปเปลี่ยนจากลักษณะของหินสีเทาซีด กลายมาเป็น เหมือนหยกแกะสลัก
เหตุเปลี่ยนแปลงมีลางที่จะเกิดนานแล้ว ทว่ายามที่เกิดขึ้นจริงกลับ กะทันหันโดยมิทันตั้งรับ
หลังจากที่อาวุธวิเศษประเภทบินซึ่งคนจากหลายฝ่ายบินจากไปได้ไม่ นาน เมื่อรูปปั้นหินทั้งแปดรูปกลายมามีลักษณะเป็นหยกแวววาว คนแปด คนจากสำนักฟ้ากลมและตระกูลฉู่ที่เชื่อมต่อกับรูปปั้นหินทั้งแปดได้สำเร็จ พลันบินถลาเข้าหารูปปั้นเหล่านั้นอย่างที่มิอาจควบคุมได้
“จางเทียน!”
“ตูมๆๆ!”
ตอนที่คนทั้งแปดขยับเข้าไปใกล้ ร่างของพวกเขาก็พลันระเบิด กระจาย!
กระดูก เนื้อหนัง เลือดของพวกเขาแทบจะผสานรวมเป็นหนึ่ง เดียวกับรูปปั้นทั้งแปด แม้แต่จิตวิญญาณที่แท้จริงก็ยังถูกกระชากดึงให้ เข้าไปข้างในด้วย
ใบหน้าของรูปปั้นที่เดิมทีพร่าเลือน บัดนี้มีแสงสีเลือดเคลื่อนไหว ขยุกขยิก ก่อนจะค่อยๆ กลายมามีสภาพเหมือนจิตวิญญาณที่แท้จริงของ คนทั้งแปด
จิตวิญญาณแท้จริงของพวกเขาที่ฉายอยู่บนใบหน้าของรูปปั้นหินเวลา นี้เปลี่ยนมาเป็นบูดเบี้ยวราวกับต้องแบกรับกับความเจ็บปวดอย่างที่ยาก จะจินตนาการได้!
โจวซ่างตัวสั่นสะท้าน บัดนี้เขาพลันเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอาวุธวิเศษ ประเภทบินอย่างวิหคเพลิงถึงรีบร้อนจากไป เกรงว่าคนเหล่านั้นคงจะ สังเกตเห็นถึงอะไรบางอย่าง
รูปปั้นหินที่จมอยู่ใต้ทะเลลึกพลันบินขึ้นมา
ปราณน่าหวาดกลัวเขย่าคลอนฟ้าดินขุมแล้วขุมเล่าถูกปลดปล่อย ออกมาจากในรูปปั้นหิน
รูปปั้นหินทั้งแปดลงมืออย่างไม่ลังเล พอพวกมันเงื้อแขนหยกใหญ่ ยักษ์ขึ้นได้ก็ตบลงไปยังอาวุธวิเศษประเภทบินที่เป็นของสำนักสามกระบี่ ตระกูลฉู่และสำนักฟ้ากลมอย่างแรง
ขนาดของอาวุธวิเศษประเภทบินเหล่านั้น เมื่อเทียบกับเรือนกายที่สูง นับร้อยเมตรของพวกมันแล้วนับว่าเล็กกว่าหลายเท่า
เมื่อพวกมันตบลงมา อาวุธวิเศษประเภทบินแต่ละลำก็แตกกระจาย ออกราวกับเป็นกระดาษบางๆ ชิ้นหนึ่ง
กลางอาวุธวิเศษประเภทบินมีคนตระกูลฉู่สิบคน คนสำนักสามกระบี่ สิบคน คนสำนักฟ้ากลมหลายสิบคน ซึ่งคนเหล่านั้นตายไปในเสี้ยววินาที
มีเพียงโจวซ่างซึ่งเป็นแดนว่างเปล่าช่วงกลางเท่านั้นที่พอจะต้านทาน การตบจากแขนหยกนั้นไว้ได้ ดินแดนของเขาสั่นสะเทือนไม่หยุด ทว่า กลับหลบพ้นเคราะห์ครั้งนี้มาได้
โจวซ่างพลันเปล่งเสียงร้องโหยหวน
ลูกศิษย์หลายสิบคนของสำนักฟ้ากลมล้วนเป็นศิษย์ผู้กล้าที่มี พรสวรรค์ไม่ธรรมดา หรือไม่ก็เป็นบุคคลสำคัญที่มีความหวังว่าขอบเขต จะเลื่อนระดับ
ในบรรดาลูกศิษย์เกือบพันคนในสำนักฟ้ากลม คนหลายสิบคนนี้ไม่ใช่ ผู้ที่มีขอบเขตสูงที่สุด ทว่ากลับมีพลังแฝงไร้ที่สิ้นสุด
หาไม่แล้วพวกเขาคงไม่ถูกพามาทำความเข้าใจกับความลี้ลับของรูป ปั้นในที่แห่งนี้
จู่ๆ ศิษย์ผู้มีความสามารถแฝงไร้ขีดจำกัดหลายสิบคนกลับต้องมาตา ยอนาถพร้อมกัน เขาที่เป็นคนรับผิดชอบจะไปอธิบายให้บรรพบุรุษหุน เทียนฟังอย่างไร?
เพียงแค่ครู่เดียว สำนักฟ้ากลมก็สูญเสียพลังต้นกำเนิดไปมากมหาศาล ความโชคดีในอนาคตอีกหลายร้อยปีล้วนถูกรูปปั้นหินทั้งแปดทำลายทิ้ง
เสียหมด คิดจะรวบรวมศิษย์ผู้กล้าให้ได้มากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้ เวลาและทรัพยากรมากน้อยอีกเท่าไหร่
โจวซ่างเจ็บปวดไปทั้งใจ
ทว่าปราณที่รูปปั้นทั้งแปดปลดปล่อยออกมา ทุกระลอกล้วนไม่เป็น รองเขา
พละกำลังของรูปปั้นทั้งแปดมารวมกันทำให้เขาบังเกิดความ หวาดกลัว มีความรู้สึกหวาดกลัวว่าตัวเองอาจต้องมาตายอยู่ที่นี่
ฝนเลือดเม็ดเล็กบางที่โปรยปรายลงมาปะปนไปกับเศษซากเลือดเนื้อ รวมไปถึงเศษชิ้นส่วนของอาวุธวิเศษประเภทที่ร่วงกราวลงมาจากท้องฟ้า
จุดลึกของมหาสมุทรมีน้ำวนลูกหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ มันจะลอยขึ้นมาทีละนิด
โจวซ่างพลันค้นพบว่าเศษเนื้อและฝนเลือดที่ร่วงลงมาจากกลาง อากาศล้วนถูกน้ำวนลูกนั้นรับเอาไว้หมด
จุดลึกของน้ำวนมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ยักษ์ยิ่งกว่าทุกรูปค่อยๆ ลอย ขึ้นมาพ้นผิวน้ำ
ฝนเลือด เศษเนื้อ เศษกระดูกทั้งหมดที่ร่วงลงมาล้วนถูกรูปปั้นหิน ใหญ่ยักษ์ดูดซับไปอย่างบ้าคลั่งแล้วเอาไปผสานรวมอยู่ในร่างของพวกมัน
โจวซ่างมองรูปปั้นหินแค่ปราดเดียวก็เกิดความรู้สึกอกสั่นขวัญหาย สี หน้าซีดขาว
“สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์!”
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็คำรามเสียงดังสะท้านฟ้า
วิหคเพลิงของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จากไปเป็นลำแรก จากนั้นก็แอบแจ้ง ให้แต่ละฝ่ายอย่างสำนักคุมสัตว์ เขาสุขาวดีรู้อย่างลับๆ แต่กลับไม่ยอม บอกพวกเขา เห็นได้ชัดว่าต้องการจะเล่นงานพวกเขา