ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 813 รูปปั้นหินรูปที่เก้า!
เมื่อคนผู้นั้นมาถึงแล้วเห็นว่าอินย่าหนันปลอดภัยดีก็แอบผ่อนลม หายใจอยู่กับตัวเอง ก่อนที่เขาจะหันไปมองพวกเยว่เหยียนสี่ทันที “การ เปลี่ยนแปลงในจุดลึกของทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว พวกเจ้าล้วนเห็นแล้ว ใช่ไหม?”
“อืม” เยว่เหยียนสี่พยักหน้ารับ
“ผู้อาวุโสโต้ว ข้าไม่เป็นอะไร พวกศิษย์พี่เดินทางไปยังเรือรบทาง ช้างเผือก ถอนกำลังออกไปก่อนแล้ว” อินย่าหนันโค้งตัวน้อยๆ
ผู้ที่มามีชื่อว่าโต้วเถิงซาน เป็นผู้อาวุโสของสำนักคุมสัตว์ รับผิดชอบ พาลูกศิษย์ในสำนักมาสังเกตการณ์รูปปั้นหินในครั้งนี้
จุดเดิมที่เขาอยู่ห่างไกลจากทะเลสีครามเจ็ดดวงดาวไปมากโข แล้วก็ ไม่คิดด้วยว่าระหว่างทางจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเกิดขึ้น ซึ่งเดิมที เขาก็กำลังหลับตาฝึกตน
รอจนเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว เขาก็ พบว่าอาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำแตกกระจาย ลูกศิษย์ทุกคนของ สำนักฟูากลม ตระกูลฉู่และสำนักสามกระบี่ที่มาทำความเข้าใจอยู่ในที่ แห่งนี้ต่างก็ตายอนาถกันหมด
หากไม่เป็นเพราะมีวิธีการพิเศษที่ทำให้รู้ว่าอินย่าหนันยังมีชีวิตอยู่ เกรงว่าเขาคงคลุ้มคลั่งไปแล้ว
หลังจากติดตามร่องรอยของอินย่าหนันมาถึงที่นี่แล้วเห็นว่ามีหลาย ฝุายมารวมตัวกัน เขาก็พอจะวางใจลงได้
“ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่ฝึกตน ประมาทไปหน่อย ไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่อง อะไรขึ้นกันแน่” โต้วเถิ้งซานมาหยุดอยู่ข้างกายอินย่าหนัน ขมวดคิ้ว ซักถามรายละเอียด
อินย่าหนันอธิบายให้เขาฟัง
รอจนรู้ว่าเนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือบุตรแห่งดวงดาว เขาก็ตื่น ตะลึงอย่างหนัก
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “เห็นแก่ที่เจ้าเตือนล่วงหน้า ทำให้ ศิษย์ผู้กล้าสิบคนของสำนักคุมสัตว์เราพ้นภัยครั้งนี้มาได้ ทั้งยังเห็นแก่ ที่ดินแดนดาวตกและตระกูลต่งเป็นมิตรกับสำนักคุมสัตว์เรา เรื่องที่หง เสียนตายไป สำนักคุมสัตว์จะไม่ซักไซ้เอาความอีก”
เนี่ยเทียนตอบรับด้วยสีหน้าเป็นปกติ “อ้อ”
เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกแห่งนั้น เนี่ยเทียนร่ายใช้พรสวรรค์ทาง สายเลือดร่วมมือกับโครงกระดูกปีศาจเลือดสังหารหงเสียนจากสำนักคุม สัตว์
เรื่องนี้โต้วเถิงซานที่มีตำแหน่งฐานะสูงส่งในสำนักคุมสัตว์ย่อมต้อง รู้อยู่แล้ว
ตอนแรกเริ่ม สำนักคุมสัตว์เองก็คิดจะเอาเรื่องเนี่ยเทียน แต่รอจนอิน ย่าหนันกลับมาและบอกให้รู้ถึงตัวตนของเนี่ยเทียน รวมไปถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเทียนกับตระกูลต่ง อันที่จริงสำนักคุมสัตว์ก็ ล้มเลิกความคิดนี้ไปแล้ว
โต้วเถิงซานพูดเช่นนี้ก็แค่หาทางลงให้ตัวเองเท่านั้น
หลังจากที่เขามาถึงก็เห็นแดนว่างเปล่าห้าคนมารวมตัวกัน พวก เฉียวอวิ๋นซีเองก็ยิ่งไม่เป็นกังวล
แต่เนี่ยเทียนกลับยังคงขมวดคิ้วเป็นปม
เขาใช้จิตวิญญาณแห่งดวงดาวรวบรวมทิพย์จักษุขึ้นมา แล้วให้พวก มันบินไปยังจุดลึกของทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว
เขาไม่ได้รีบร้อนจากไปก็เพราะการรับสัมผัสทางจิตวิญญาณระหว่าง ทิพย์จักษุและเขามีขีดจำกัดด้านระยะทาง
หากไปที่เรือรบทางช้างเผือกของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ทิพย์จักษุของเขา ก็จะไม่สามารถมองเห็นภาพเหตุการณ์ในทะเลสีครามเจ็ดดวงดาว ไม่รู้ว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้น
เวลานี้ทิพย์จักษุของเขาลอยไปยังพื้นที่ของมหาสมุทรแล้ว
เขาสามารถสัมผัสได้ว่ากระแสจิตวิญญาณที่มากไพศาลของพวกเยว่ เหยียนสี่ เจียงเฟิงไปรวมตัวกันนิ่งอยู่ที่มหาสมุทรเช่นกัน
และเขาเองก็เห็นโจวซ่างด้วย
โจวซ่างรักษาระยะห่างกับรูปปั้นหินทั้งแปด หันไปคำรามเดือดดาลใส่ ท้องฟูาด้วยเสียงดังสะเทือนฟูาดิน “เยว่เหยียนสี่ เจียงเฟิง ในเมื่อพวกเจ้า รู้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น เหตุใดถึงไม่แจ้งสำนักฟูากลมของพวกข้า! เพราะ
การปิดบังของพวกเจ้า เมล็ดพันธ์ผู้มีความสามารถแฝงไร้ที่สิ้นสุดหลาย สิบคนของสำนักข้าถึงได้ถูกรูปปั้นหินสังหาร พวกเจ้าต้องรับผิดชอบ!”
เห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้ว่าถึงแม้พวกเยว่เหยียนสี่จะไม่มา ทว่า กระแสจิตวิญญาณที่พวกเขาแบ่งออกมาได้เคลื่อนมาถึงที่แห่งนี้แล้ว
ทุกประโยคที่เขาพูดออกมา ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าอย่างเยว่เหยียน สี่ล้วนได้ยินกันอย่างชัดเจน
แต่ไม่ว่าจะเป็นเยว่เหยียนสี่หรือเจียงเฟิงต่างก็เงียบงัน ไม่ได้เอ่ยตอบ รับ
กระแสจิตวิญญาณของคนเหล่านั้นเพียงแค่จับสังเกตรูปปั้นใหญ่ยักษ์ ที่สุดที่ค่อยๆ ลอยออกมาจากในน้ำวนตลอดเวลาเท่านั้น
ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนบินมาถึงที่แห่งนี้ก็สังเกตรูปปั้นหินรูปนั้น เหมือนกัน
เขามองเห็นว่ารูปปั้นหินทั้งแปดที่ถูกปลุกให้ฟื้นตื่นล้วนกระจายตัวกัน อยู่บนท้องฟูาเหนือน้ำวน แล้วก็กำลังจ้องมองมองรูปปั้นรูปที่เก้าอยู่ เช่นกัน
รูปปั้นหินทั้งแปดที่อยู่บนมหาสมุทรคล้ายองค์รักษ์ที่เฝูาพิทักษ์การ ฟื้นตื่นของมัน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงมือกับโจวซ่าง เพียงแค่รออยู่เงียบๆ รอให้ มันฟื้นตื่นอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนหน้านี้รูปปั้นทั้งแปดอบอวลไปด้วยปราณแห่งความตาย ไม่ เหมือนสิ่งมีชีวิต ไม่มีปราณอย่างที่สิ่งมีชีวิตควรมี
ทว่าหลังจากที่พวกมันสังหารลูกศิษย์ของสำนักฟูากลม ตระกูลฉู่ไป แล้วรับเอาเลือดและเนื้อของคนเหล่านั้นมาในร่าง เป็นเหตุให้ในร่างของ พวกมันมีเลือดลมและคลื่นเคลื่อนไหวทางจิตวิญญาณที่อ่อนจางแผ่ ออกมา
ใบหน้าที่พร่าเลือนของพวกมันมีแสงสีเลือดเลื้อยขยุกขยิก และมี ลักษณะคล้ายกับจิตวิญญาณที่แท้จริงของคนทั้งแปดที่ตายไป
จิตวิญญาณที่แท้จริงของคนทั้งแปดเหมือนถูกปิดผนึกอยู่ในร่างของ พวกมัน คอยแบกรับความเจ็บปวด จิตวิญญาณบิดเบือนอยู่ไม่นิ่ง
“ฟิ้ว!”
ฉู่เทียนลวี่จากตระกูลฉู่บินมาถึงด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
เขารู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว การตายอนาถของคนใน ตระกูลฉู่สิบคนทำให้เขาสลดหดหู่ พอพุ่งตัวมาได้ก็ตรงดิ่งเข้าหารูปปั้นหิน ทั้งแปดทันที
ไม่เหมือนกับโจวซ่าง ลูกศิษย์ของสำนักฟูากลมไม่มีความสัมพันธ์ทาง สายเลือดกับโจวซ่าง
ทว่าคนตระกูลฉู่ที่ตายไปล้วนเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานของเขา มี ความสัมพันธ์แนบแน่น เพราะความตายของลูกหลานตระกูลฉู่ เขาจึงไม่ ใคร่ครวญสิ่งใด พอพุ่งตัวไปได้ก็ลงมือทันที
แดนว่างเปล่าของเขาล่องลอยราวกับสายลม มีเสียงหวีดวิวดังขึ้นเป็น ระลอก
ขนนกแสงจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาจากแดนว่างเปล่าของเขา เหมือนลูกธนูนับพันนับหมื่นที่แทงไปยังรูปปั้นหินทั้งแปด
“เคร้งๆๆ!”
ขนนกแสงแทงลงไปบนร่างที่โปร่งใสราวกับหยกของรูปปั้นหินก็ เหมือนหยาดฝนที่ตกกระทบลงบนรูปปั้นหิน ไม่เหลือร่องรอยใดๆ เอาไว้ ให้เห็น
รูปปั้นหินทั้งแปดถูกกระตุ้นให้เดือดดาล สองตนจึงแยกตัวมากระโจน ใส่เขา
รูปปั้นหินหนึ่งในนั้นบินเข้าไปในดินแดนของเขาทันที ยอมแบกรับ การโจมตีของขนนกแสงจำนวนนับไม่ถ้วน หมายจะสังหารเขาให้ได้
รูปปั้นหินอีกหนึ่งรูปคำรามไร้เสียง ม่านแสงสีราวกับหยกหลายวงแผ่ ออกมาเป็นลูกคลื่น ทำให้แดนว่างเปล่าของฉู่เทียนลวี่สั่นไหวเบาๆ
การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินอยู่ได้แค่สิบกว่าวินาที ด้านในก็มีเสียงร้อง โหยหวนของฉู่เทียนลวี่ดังออกมา
ฝนเลือดเป็นหยดๆ สาดออกมาจากในแดนว่างเปล่าของเขา
เขาได้รับบาดเจ็บในเสี้ยววินาที
แม้ตบะของเขาจะเป็นแค่แดนว่างเปล่าช่วงต้นซึ่งเป็นรองโจวซ่าง ทว่าการที่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสในเวลาสั้นๆ เช่นนี้ก็ยังคงทำให้พวก ผู้คนที่จับตามองอยู่หน้าเปลี่ยนสีได้
“รูปปั้นหินเหล่านั้นแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” โต้วเถิงซานตะลึง ลาน
เวลาเดียวกันนั้น โจวซ่างที่อยู่ห่างจากรูปปั้นหินมากที่สุดก็เริ่มสงบสติ ลงได้
เขาหยุดเสียงก่นด่า เพียงมองไปยังท้องฟูาด้วยสายตาเย็นชา “พวก เจ้าเองก็มองออกแล้วว่ารูปปั้นหินทั้งแปดแข็งแกร่งมากแค่ไหน รูปปั้นหิน รูปที่เก้าที่มีขนาดร่างกายใหญ่โต ศักยภาพก็ย่อมมากตามไปด้วย พวกมัน กำลังรอ รอจนรูปปั้นหินรูปที่เก้าเดินออกมาได้เมื่อไหร่ เกรงว่าตลอดทั้ง ดินแดนปราการคงตกอยู่ในความวุ่นวายเป็นแน่”
“เมื่อถึงเวลานั้น ไม่เพียงแต่สำนักฟูากลมของข้าเท่านั้นที่ต้องเจอกับ ภัยพิบัติ พวกเจ้าหลายฝุายเองจะเอาตัวออกห่างเรื่องนี้ได้หรือ?”
ฉู่เทียนลวี่จากตระกูลฉู่ถูกรูปปั้นหินทั้งสองโจมตี แดนว่างเปล่าที่ ล่องลอยไม่หยุดนิ่งพลันลอยห่างไปไกลอย่างรวดเร็ว
ตอนที่เขาถอยออกไป รูปปั้นหินทั้งสองที่โจมตีเขาไม่ได้ฉวยโอกาส ตามมาโจมตีต่อ
รูปปั้นหินทั้งสองบินกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่พวกมันเคยอยู่ ยังคงเฝูา พิทักษ์รูปปั้นหินรูปที่เก้า เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่สนใจความเป็นความตาย ของฉู่เทียนลวี่ เพราะคิดว่าความเป็นความตายของเขาไม่สำคัญต่อการ ฟื้นตื่นของรูปปั้นรูปที่เก้า
ดูเหมือนว่าความรับผิดชอบของพวกมันก็คือรับประกันว่าการฟื้นตื่น ของรูปปั้นรูปที่เก้าจะสำเร็จไปได้อย่างราบรื่น
กระแสจิตวิญญาณของพวกเยว่เหยียนสี่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของ โจวซ่าง สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด
ขณะเดียวกันพวกเขาก็แอบสังเกตเห็นแล้วว่าแดนว่างเปล่าผู้นั้นของ สำนักสามกระบี่ได้มาถึงอย่างเงียบเชียบ
ลูกศิษย์สิบคนของสำนักสามกระบี่ก็ตายอนาถเช่นกัน แต่หลังจากที่ คนผู้นั้นมาถึงกลับไม่ได้รีบร้อนลงมือเช่นฉู่เทียนลวี่ เพียงจับตามอง เหตุการณ์อยู่เงียบๆ
“แม้ข้าคิดจะเฝูาสังเกตการณ์ มองดูสำนักฟูากลมได้รับหายนะครั้งนี้ แต่คำพูดของโจวซ่างก็มีเหตุผลอย่างแท้จริง” เยว่เหยียนสี่เงียบไปครู่ก็หัน ไปพูดกับพวกแดนว่างเปล่าที่อยู่ข้างกาย “ทุกคนเองก็มองออกแล้วว่า ศักยภาพของรูปปั้นหินรูปที่เก้าต้องเหนือกว่ารูปปั้นอีกแปดรูปที่เหลือ อย่างแน่นอน”
“รูปปั้นทั้งแปดมีฝีมือน่ากลัวขนาดนี้ รอจนรูปที่เก้าฟื้นตื่นขึ้นมา ต่อ ให้บรรพบุรุษหุนเทียนมาถึงก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน”
โต้วเถิงซานจากสำนักคุมสัตว์พยักหน้ารับ “ตามความเห็นข้า ไม่ต้อง ไปสนว่าก่อนหน้านี้สำนักฟูากลมมีท่าทีเช่นไร ทุกคนร่วมมือกันลงแรง จัดการรูปปั้นที่เก้าให้ได้ก่อนที่มันจะฟื้นตื่น ต่อให้สังหารไม่ได้ก็ต้องห้าม ไม่ให้มันฟื้นตื่นขึ้นมา จะปล่อยให้ทั้งดินแดนปราการดวงดาวเจอภัยพิบัติ ใหญ่หลวงเช่นนี้ไม่ได้”
ความเห็นของเยว่เหยียนสี่และโต้วเถิงซานได้รับการยอมรับจากทุก คน พวกเขาจึงมองตากัน ก่อนจะทะยานตัวขึ้นไปกลางอากาศ
“รอสักครู่ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้”
กลางอากาศสูงเหนือศีรษะของโจวซ่างมีเสียงตวาดเบาๆ ของเยว่เห ยียนสี่ดังลอยมาในที่สุด
พอได้ยินคำพูดของเยว่เหยียนสี่ ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของสำนัก สามกระบี่ที่หลบอยู่ในมุมมืด ไม่ยอมเผยกายก็ค่อยขยับมาใกล้ทีละนิด
“จะเกิดสงครามนองเลือดอีกครั้งหนึ่งแล้ว” เนี่ยเทียนพึมพำเบาๆ
ตบะของพวกอินย่าหนันล้วนสูงล้ำกว่าเขา ต่อให้พวกนางไม่มีทิพย์ จักษุให้ใช้ก็ยังสามารถใช้กระแสจิตวิญญาณทำความเข้าใจกับสถานการณ์ ทางฝั่งนั้นได้อย่างชัดเจน
ได้ยินบทสนทนาของผู้อาวุโสอย่างพวกเยว่เหยียนสี่ เห็นว่าพวกเขา จากไป พวกนางก็เข้าใจดีว่าจุดลึกของทะเลสีครามเจ็ดดวงดาวจะต้องมี ศึกใหญ่ที่โหดเหี้ยมทารุณเกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอน
“มีแค่พวกเขาไม่กี่คน อาจจะไม่พอ” เนี่ยเทียนกล่าวขึ้น