ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 820 ต่างฝ่ายต่างคิดร้าย
“สำนักเชื่อมฟูา ฟางอิ๋งอิ๋ง”
เนี่ยเทียนสีหน้าเฉยชา ตอนที่หญิงสาวผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้ เขาก็มอง สังเกตอีกฝุายอย่างละเอียด
หญิงสาวที่บอกว่าชื่อฟางอิ๋งอิ๋งและมาจากสำนักเชื่อมฟูามีรูปโฉม งดงาม นางสวมอาภรณ์สีม่วง เอวคอดเล็กบางราวกับว่ารวบได้ด้วยมือ เดียวถูกรัดแน่นด้วยผ้ารัดเอวสีขาว ขับดุนให้หน้าอกที่อวบอิ่มของนางยิ่ง ตระหง่านล้ำจนน่าตะลึง
ขอบเขตของหญิงสาวผู้นี้สูงกว่าอินย่าหนันที่มีฝีมือที่สุดในกลุ่มพวก เขาไปหนึ่งระดับ เป็นเขตลี้ลับช่วงกลาง
แต่ว่าในความรู้สึกของเนี่ยเทียน อายุของนาง…น่าจะมากกว่าอิน ย่าหนันและมู่ปี้ฉงอยู่มากนัก
อาวุธวิเศษประเภทบินที่นางโดยสารมาก็ค่อนข้างจะพิเศษไม่น้อย วัตถุดิบหลักของมันทำมาจากศพของตะขาบตัวหนึ่งที่ตายไปแล้ว และ นำมาหล่อกับโลหะจำนวนมาก
มองไปปราดเดียว เนี่ยเทียนยังนึกว่านางนั่งมาบนตะขาบยาวเจ็ดแปด เมตรตัวหนึ่ง แต่พอเขาปล่อยปราณเลือดแห่งชีวิตออกไปรับสัมผัสถึงได้ พบว่าตะขาบตัวนั้นไม่มีจิงชี่เลือดเนื้ออยู่แม้แต่เสี้ยวเดียว ด้านในมีค่ายกล ที่ใช้หินวิเศษเป็นต้นกำเนิดพลังงานกำลังช่วยให้มันขับเคลื่อน
“พวกเรามาจากดินแดนปราการดวงดาว” อินย่าหนันกล่าวอย่าง โอหัง
“ดินแดนปราการดวงดาว…” ดวงตาของฟางอิ๋งอิ๋งมีความดูหมิ่นผ่าน ไปเสี้ยวหนึ่ง
นางเคยได้ยินชื่อดินแดนแห่งนี้ รู้ว่าดินแดนปราการดวงดาวเป็นเพียง แค่ดินแดนดวงดาวระดับต้น สำนักฟูากลมที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่มีแดน เอตทัคคะแม้แต่คนเดียว
เมื่อเทียบกับสำนักเชื่อมฟูาและดินแดนเชื่อมฟูาแล้ว ทุกสำนักใน ดินแดนปราการดวงดาวล้วนไม่อยู่ในสายตาของนางแม้แต่น้อย
นางหรี่ตาลง จับตามองพวกเนี่ยเทียนเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยตอบรับในทันที
เส้นสายตาของนางกวาดผ่านไปมาบนร่างของเนี่ยเทียน อินย่าหนัน และมู่ปี้ฉง กระแสจิตวิญญาณเป็นเสี้ยวๆ ที่คนทั้งสามต่างก็สัมผัสได้เป็น เหมือนหนวดปลาหมึกที่มองไม่เห็นซึ่งเลื้อยขยุกขยิกไปรอบร่างของพวก เนี่ยเทียนสามคน
“คนหนึ่งเขตลี้ลับช่วงต้น ที่เหลือก็แค่เขตสามัญเท่านั้น”
ฟางอิ๋งอิ๋งเอ่ยพึมพำอยู่ในใจ ก่อนจะมองไปยังงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ อยู่ข้างขาเรียวงามของอินย่าหนัน
เดิมทีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งมีเรือนกายใหญ่หนา แต่พอสายเลือดเลื่อน สู่ระดับแปด ร่างของไม่เพียงแต่ขยายขึ้นอีก กลับหดเล็กลงไปหลายเท่า
เวลานี้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งกำลังขดตัวจึงมองดูไม่สะดุดตาเท่าไหร่นัก
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งคือเลือดผสมระหว่างงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์กับงู เหลือมลายเลือด ลำพังมองแค่จากภายนอกจะดูเหมือนว่ามันมีลักษณะ คล้ายงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์มากกว่า
และสายเลือดระดับต้นของงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ก็มีแค่ระดับสอง เท่านั้น เมื่อสายเลือดแปรสภาพถึงจะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น
หากไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณที่มีความรู้สึกเฉียบไวในการวิเคราะห์จิงชี่ เลือดเนื้อของสัตว์วิเศษเช่นเนี่ยเทียนก็ยากที่จะวิเคราะห์ได้ถึงสายเลือด ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งในแวบแรกที่เห็น
และเห็นได้ชัดว่าฟางอิ๋งอิ๋งก็ไม่ใช่คนประเภทนี้
นางมองแค่ไม่กี่ครั้งก็นึกว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งคืองูเหลือมน้ำแข็ง ยักษ์ เมื่อดูจากขนาดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งจึงวิเคราะห์ว่าสายเลือด ของมันอยู่ที่แค่ระดับสี่และระดับห้าเท่านั้น
สัตว์วิเศษระดับห้ามีพลังเทียบเคียงได้กับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์เขต สามัญ
ฟางอิ๋งอิ๋งดูแคลนอยู่ในใจ แต่ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า หลังจาก เงียบกันไปในชั่วระยะเวลาสั้นๆ นางก็เป็นฝุายพูดขึ้นมาว่า “พวกเรา กำลังจับแมลงเกราะเงิน ที่นี่มีรังของแมลงเกราะเงินอยู่สี่รัง พวกเจ้าสนใจ หรือไม่?”
เส้นสายตาของอินย่าหนันมองผ่านร่างฟางอิ๋งอิ๋งไปยังภูเขาสีเงินทั้งสี่ ลูก
การต่อสู้ระหว่างสำนักเชื่อมฟูาและแมลงเกราะเงินยังคงดำเนินต่อไป แมลงเกราะเงินมากมายหากไม่ถูกพวกเขาสังหารก็ถูกพวกเขาจับเอาไป ดู จากสถานการณ์ในตอนนี้ สำนักเชื่อมฟูานับว่าเป็นฝุายได้เปรียบ
คนของสำนักเชื่อมฟูาส่วนใหญ่ที่จับแมลงเกราะเงินมีขอบเขตอยู่ใน เขตสามัญและเขตลี้ลับ ไม่มีใครที่อยู่ในเขตวิญญาณ
อินย่าหนันขมวดคิ้ว ในใจคิดว่าที่ชายหนุ่มเผ่าอสูรกายคนนั้นบอกว่า สถานที่แห่งนี้มีวัตถุดิบที่เหมาะสำหรับการฝึกตนของพวกเขา หรือว่าจะ หมายถึงแมลงเกราะเงินพวกนี้?
วิชาที่สำนักคุมสัตว์ใช้ฝึกตนมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์โบราณ ซึ่งเป็น สัตว์ที่บินได้เดินได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แมลง
แมลงเกราะเงินพวกนี้คือแมลงบรรพกาล บางทีในสายตาของสำนัก เชื่อมฟูา แมลงพวกนี้อาจเป็นของล้ำค่า แต่แท้จริงแล้วมันกลับไม่มี ประโยชน์ต่อนางเท่าไหร่นัก
นางเองก็ไม่คิดว่าหากเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงสองคนได้แมลงเกราะเงิน ไปจะสามารถเอามาใช้เพิ่มพลังการต่อสู้และตบะให้กับตัวเองได้
คิดมาถึงตรงนี้ นางก็ส่ายหัว “พวกเราไม่มีความสนใจต่อแมลงเกราะ เงิน”
กล่าวจบนางก็ตัดสินใจที่จะไม่สนใจสำนักเชื่อมฟูา แต่ขับเคลื่อนอาวุธ วิเศษประเภทบินเตรียมจะไปจากที่นี่อีกครั้ง
“ไม่สนใจงั้นหรือ…” ฟางอิ๋งอิ๋งลากเสียงยาว ดวงตาเปล่งแสงวาบ จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา “ในโพรงของแมลงเกราะเงินยังมีของดีบางอย่างอยู่ด้วย”
“ของอะไร?” อินย่าหนันเหลือบตามองนางแวบหนึ่ง ทว่าอาวุธวิเศษ ประเภทบินยังคงทะยานต่อไป เห็นได้ชัดว่านางไม่รู้สึกว่ารังของแมลง เกราะเงินจะมีของล้ำค่าที่ดึงดูดความสนใจของนางได้
“อโลหะเงิน พวกเจ้าเคยได้ยินไหม?” ฟางอิ๋งอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝง เลศนัย
อาวุธวิเศษประเภทบินที่อินย่าหนันโดยสารอยู่พลันชะงักกึก นางหัน กลับมามองแล้วถามด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “ในโพรงของแมลงเกราะเงินมี อโลหะเงินอยู่จริงๆ น่ะรึ?”
ฟางอิ๋งอิ๋งพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “โดยทั่วไปแล้ว การเติบโตของ แมลงเกราะเงินไม่จำเป็นต้องใช้อโลหะเงิน พลังชีวิตของสัตว์บรรพกาล อย่างพวกมันแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ แค่กินใบไม้ต้นไม้โบราณและเลือด เนื้อของสิ่งมีชีวิตก็ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ ต้นไม้ใบหญ้าส่วนใหญ่ที่อยู่ ในสนามรบสุ้ยเมี่ยล้วนแฝงเร้นไว้ด้วยพลังวิญญาณ ดังนั้นต่อให้ไม่มีเลือด เนื้อของสิ่งมีชีวิต พวกมันก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี”
“เพียงแต่ว่าแมลงเกราะเงินระดับสูงที่คิดจะแปรสภาพทางสายเลือด จำเป็นต้องอาศัยอโลหะเงิน”
“ที่แมลงเกราะเงินพวกนั้นเลือกเทือกเขาสีเงินทั้งสี่เป็นรังก็เพราะด้าน ในภูเขาเหล่านั้นมีเหมืองอโลหะเงินอยู่”
“อโลหะเงิน?” เนี่ยเทียนงงงัน
มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีที่มักจะเงียบงันอยู่ตลอดเวลาเปิดปากอธิบายให้ เขาฟังเบาๆ “อโลหะเงินเป็นสิ่งของที่หาได้ยากมาก คือวัตถุดิบวิเศษที่ใช้ ทำเสื้อเกราะระดับสูง เผ่ามนุษย์ของเราไม่เหมือนกับชนต่างเผ่า หากไม่ ใช้พลังวิญญาณ อันที่จริงร่างกายของพวกเราก็ไม่มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง นัก อาวุธที่พวกเราควบคุมไม่มีข้อจำกัดที่พิเศษเกี่ยวกับด้านน้ำหนัก ขอ แค่กรอกเทพลังวิญญาณเข้าไป ต่อให้เป็นอาวุธที่หนักแค่ไหนก็สามารถ เคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ”
“ทว่าเสื้อเกราะนั้นจำเป็นต้องสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หากหนัก เกินไปจะกลายมาเป็นภาระให้กับพวกเราเอง”
“และอโลหะเงินไม่เพียงแต่แข็งแกร่งราวเหล็กเทพ ที่สำคัญคือยังมี น้ำหนักเบามากด้วย”
“เอาอโลหะเงินมาหล่อหลอมเป็นเสื้อเกราะจะสามารถเปลี่ยน โครงสร้างของเสื้อเกราะได้ ทำให้เสื้อเกราะไม่เพียงแต่แข็งแกร่งทนทาน น้ำหนักยังเบากว่าเดิมหลายสิบเท่า”
“อโลหะเงินก็คือวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในการสร้างเสื้อเกราะระดับสูง ของเผ่ามนุษย์”
“ในดินแดนปราการดวงดาวของพวกเราไม่มีอโลหะเงินถือกำเนิด เสื้อ เกราะระดับสูงที่สำนักใหญ่ๆ สร้างขึ้นล้วนจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ แลกมาจากดินแดนอื่น ขอแค่เอาอโลหะเงินขนาดเท่ากำปั้นสองก้อนหล่อ หลอมเข้าไปในเสื้อเกราะตัวหนึ่ง ก็จะลดน้ำหนักของเสื้อเกราะตัวนั้นได้ ถึงสิบกว่าเท่า ทำให้พวกเราสวมใส่ไว้บนร่างได้ตลอดเวลา”
“ด้วยเหตุนี้มูลค่าของอโลหะเงินจึงแพงลิบลิ่ว อโลหะเงินก้อนหนึ่ง เทียบเคียงได้กับผลึกวิเศษขนาดเท่ากันสิบก้อน อีกทั้งราคามีแต่จะสูงขึ้น ไม่มีลดลง”
คำอธิบายของนางทำให้ดวงตาของเนี่ยเทียนเป็นประกายน้อยๆ เข้าใจได้ถึงความล้ำค่าของอโลหะเงินอย่างแท้จริง
ไม่ใช่ทุกคนที่มีเลือดลมพลุ่งพล่านเช่นเขาและอินย่าหนัน ซึ่งข้อ ได้เปรียบนี้จะช่วยในการแบกรับวัตถุที่หนักอึ้ง
อีกทั้งเสื้อเกราะยังไม่เหมือนอาวุธอื่นๆ เวลาต่อสู้ อาวุธสามารถเรียก เอาออกมาใช้ได้ตลอดเวลา ทว่าเสื้อเกราะเมื่อสวมไว้กับร่างค่อนข้างเป็น เรื่องที่ยุ่งยาก
เสื้อเกราะระดับสูงล้ำค่าแทบทั้งหมดล้วนต้องสวมแนบไว้กับร่าง ตลอดเวลา
ผู้ฝึกลมปราณไม่สามารถรวบรวมพลังวิญญาณมาช่วยให้ร่างกายแบก รับแรงกดทับจากเสื้อเกราะหนักอึ้งได้ตลอดเวลา นี่จึงทำให้เรื่องน้ำหนัก ของเสื้อเกราะเป็นเรื่องที่พิถีพิถันกันมากเป็นพิเศษ
อโลหะเงินสามารถลดน้ำหนักของเสื้อเกราะได้มาก สำหรับผู้ฝึก ลมปราณที่ร่างกายอ่อนแอแล้วถือว่ามีประโยชน์สำคัญยิ่ง
อโลหะเงินหนึ่งก้อนเท่ากับผลึกวิเศษสิบก้อน และผลึกวิเศษหนึ่งก้อน ก็เท่ากับหยกวิเศษหนึ่งร้อยก้อน นี่จึงหมายความว่าอโลหะเงินหนึ่งก้อน เท่ากับหยกวิเศษหนึ่งพันก้อน หินวิเศษหนึ่งแสนก้อน!
การเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ย อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงสองคนยังต้องจ่าย หยกวิเศษหนึ่งหมื่นก้อนให้กับสำนักอักขระเทพ
ขอแค่พวกนางสองคนได้อโลหะเงินไปจากในภูเขาสีเงินสี่ลูกคนละสิบ ก้อน คราวนี้ก็มีแต่ได้กับได้
“เจ้าบอกกับพวกเราว่าในภูเขาทั้งสี่มีอโลหะเงินอยู่ เพราะต้องการ อะไรกันแน่?” อินย่าหนันมีสีหน้าระแวดระวัง
“โพรงของแมลงเกราะเงินมีทั้งหมดสี่โพรง หากสำนักเชื่อมฟูาของ พวกเราคิดจะครอบครองทั้งหมดก็นับเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย อีกทั้งยังดู เผด็จการไร้น้ำใจเกินไป” ฟางอิ๋งอิ๋งยิ้มเจิดจ้า “พวกเรายินดีแบ่งโพรงของ แมลงเกราะเงินให้พวกเจ้าหนึ่งโพรง ให้พวกเจ้าสังหารแมลงเกราะเงินที่ อยู่ในภูเขาลูกนั้นเอาเอง ไม่ทราบว่าพวกเจ้าสนใจหรือไม่?”
“กฎของสนามรบสุ้ยเมี่ยบอกไว้ว่าของดี ผู้ที่ได้เห็นย่อมมีส่วนแบ่ง พวกเราไม่อยากฮุบเอาไว้คนเดียว”
อินย่าหนันเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนหันกลับไปมองเนี่ยเทียนแวบหนึ่ง
เนี่ยเทียนแบมือสองข้างออก บอกเป็นนัยให้นางตัดสินใจเอาเอง ส่วน ตนยังไงก็ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง พวกเราจะไปโจมตีโพรงหนึ่งของแมลงเกราะ เงิน” อินย่าหนันแอบยิ้มหยัน นางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวที่อยู่ เบื้องหน้าผู้นี้มีความคิดชั่วร้ายอะไรหลบซ่อนไว้กันแน่
นางย่อมไม่มีทางเชื่อว่าฟางอิ๋งอิ๋งจะหวังดีขนาดนั้น
แม้ว่าคนของสำนักเชื่อมฟูาจะมีพลังอำนาจเกรียงไกร แต่คนที่ทำให้ นางกริ่งเกรงได้อย่างแท้จริง นางกลับยังไม่เห็นแม้แต่คนเดียว ดังนั้นนาง จึงไม่กลัว
“พวกเจ้าตามข้ามา ข้าจะไปจัดการให้” ฟางอิ๋งอิ๋งยิ้มหวาน ก่อน ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินที่มีลักษณะเป็นรูปตะขาบให้ตรงดิ่งไปยัง ภูเขาสีเงินทั้งสี่ลูก
อินย่าหนันไม่ได้รีบร้อนตามไป รอจนอีฝุายออกห่างไประยะหนึ่งแล้ว ถึงได้พูดขึ้นว่า “นางน่าจะไม่ได้มีเจตนาดี”
เนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงพยักหน้ารับช้าๆ
“นางมองไม่ออกถึงระดับของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง คาดว่าคงมองพวก เราเป็นลูกพลับนิ่มที่รังแกได้ง่าย” มุมปากของอินย่าหนันยกยิ้มดูแคลน “ไปกันเถอะ ไปดูสิว่าเจ้าพวกคนของสำนักเชื่อมฟูาคิดจะเล่นลูกไม้อะไร กันแน่ หากไม่มีอโลหะเงิน ข้าก็คร้านที่จะสนใจพวกเขา ในเมื่อมีอโลหะ เงินอยู่ ก็ลองเล่นกับพวกเขาดูสักตั้ง”
รอจนอาวุธวิเศษประเภทบินที่พวกเขาโดยสารมาขยับไปถึงภูเขาสีเงิน ยวงทั้งสี่ลูก ลูกศิษย์ของสำนักเชื่อมฟูาก็ถอยออกไปจากภูเขาลูกหนึ่ง อย่างที่ฟางอิ๋งอิ๋งว่าไว้จริง
ภูเขาสีเงินลูกนั้นล้อมวนไปด้วยวงแสงสีเงิน ในวงแสงมีแมลงเกราะ เงินบินว่อน
เนี่ยเทียนเหลือบมองแวบหนึ่งก็พบว่าแมลงเกราะเงินที่ล้อมวนภูเขาสี เงินซึ่งฟางอิ๋งอิ๋งยกให้พวกเขานั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านจำนวนหรือด้านระดับ ก็ล้วนสูงกกว่าภูเขาอีกสามลูกที่เหลือ
เห็นได้ชัดว่าสำนักเชื่อมฟูาได้เอารังของแมลงเกราะเงินที่รับมือได้ยาก ที่สุดมาให้พวกเขาจัดการ
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าเรียกพวกเขามาทำไม?” ชายหนุ่มของสำนักเชื่อม ฟูาเขตลี้ลับคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหลืองตอบเหมือนคนปุวยเป็นโรคขมวดคิ้ว พูดว่า “เห็นๆ กันอยู่ว่าพวกเรามีพละกำลังมากพอที่จะยึดครองรังทั้งสี่ ของแมลงเกราะเงิน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากพวกเขาเลย สักนิด”
ชายหนุ่มนั่งอยู่ตีนเขา ไม่ได้ลงมือสังหารแมลงเกราะเงิน แต่คอยกลืน เม็ดยาอย่างต่อเนื่องคล้ายกำลังฟื้นคืนพละกำลัง
เมื่อเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มของฟางอิ๋งอิ๋งถึงเปลี่ยนมาเป็นจริงใจ “ศิษย์น้องหลัว สามคนนั้นมาจากดินแดนปราการดวงดาว ข้าคิดจะให้ พวกเขาลองหยั่งเชิงความตื้นลึกของรังแมลงเกราะเงินในภูเขาลูกนั้น ดูสิ ว่าจะเจอนางพญาของแมลงเกราะเงินหรือไม่”
“จะอย่างไรซะพวกเขาก็ไม่มีภัยคุกคามใดๆ ต่อพวกเรา พวกเราแค่ มองดูก็พอแล้ว ต่อให้พวกเขาจะรับมือกับนางพญาแมลงไม่ได้ แต่ช่วย พวกเราจัดการกับแมลงเกราะเงินระดับต่ำที่อยู่รอบนอกก็นับว่าเป็นเรื่อง ดี” ฟางอิ๋งอิ๋งยิ้มบางๆ “เจ้าพวกคนจากดินแดนระดับต้นที่มาเยือนสนาม
รบสุ้ยเมี่ยเช่นนี้ แต่ไรไหนมาก็มีไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อ เป็นตัวรับกระสุน แทนอยู่แล้วไม่ใช่หรอกหรือ?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเจ้า”