ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 822 ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ในโพรงของแมลงเกราะเงิน
แมลงเกราะเงินมากมายที่หนีเข้ามาจากข้างนอก ตอนนี้มารวมตัวกัน อยู่ในถ้ำหินกว้างขวางแห่งหนึ่งแล้วกรีดร้องเสียงแหลมบาดแก้วหู
ในถ้ำหินเต็มไปด้วยรูแมลงที่เต็มแน่นซึ่งทอดยาวไปยังจุดลึกของก้น ถ้ำ
แมลงเกราะเงินตัวหนึ่งที่ร่างอ้วนใหญ่ ยาวเกือบสองเมตร หนาพอๆ กับเอวคนนอนหมอบอยู่ในโพรงแมลงขนาดใหญ่ยักษ์โพรงหนึ่ง เปลือกสี เงินของมันส่องแสงเจิดจ้าบาดตา
แสงสีเงินที่เปล่งประกายออกมาจากบนร่างของมันคล้ายจะสว่างไสว ยิ่งกว่าเอาแมลงทุกตัวมารวมกันเสียอีก
ถ้ำหินก็ถูกแสงจากตัวของแมลงเกราะเงินส่องให้สว่างไสวราวเวลา กลางวัน
เสียงกรีดร้องของแมลงเกราะเงินแต่ละตัวคล้ายภาษาลับของแมลงที่ ดังจอแจ ดูเหมือนพวกมันจะกำลังเล่าเหตุการณ์ให้นางพญาแมลงตัวนั้น ฟัง
“ฟิ้ว!”
เงาร่างของพวกเนี่ยเทียนเดินตามเข้ามาในโพรงที่อยู่ของนางพญา แมลง
เสียงกรีดร้องยิ่งดังมากกว่าเดิมจนผนังหินแข็งแกร่งสั่นสะเทือน ทั้งยัง ถึงขั้นเกิดเป็นรอยแตกร้าว
พอเนี่ยเทียนเข้ามาก็จ้องเขม็งไปยังนางพญาแมลงเกราะเงินตัวนั้น ทันที
รอบกายของนางพญาแมลงมีไข่แมลงเล็กๆ ใหญ่ๆ มากมาย ไข่พวก นั้นเหนียวหนึบติดกัน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ฟักตัวออมา
ในถ้ำหินมีเสาหินหลายแท่งที่งอกย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ
เสาหินพวนั้นส่องแสงสีเงินเป็นปราย ทั้งๆ ที่หนาใหญ่มาก แต่มองไป กลับให้ความรู้สึกมหัศจรรย์เหมือนมันเล็กเบาบาง
ตรงหน้าผากของนางพญาแมลงเกราะเงินมีหนวดที่เล็กบางมากซึ่ง เวลานี้ได้แทงลงไปยังปลายยอดของเสาหินเหล่านั้น
ด้านในของหนวดเหล่านั้นสามารถมองเห็นแสงสีเงินส่องสว่างซึ่งกำลัง ไหลรินเข้ามายังท้องของมัน
“เนี่ยเทียน เสาพวกนั้นก็คือหินแร่อโลหะเงิน!”
ดวงตาเนี่ยเทียนเป็นประกาย พูดขึ้นอีกครั้งด้วยความปิติยินดี “เสา หินแร่อโลหะเงินเกิดขึ้นได้ช้ามาก เสาหินที่ห้อยลงมาไม่รู้ว่าเป็นพลังงาน ลึกลับจากจุดไหนของภูเขาเงินที่มารวมตัวกัน แล้วค่อยๆ แปรเปลี่ยนมา เป็นหินแร่อโลหะเงิน หินแร่อโลหะเงินมีจำนวนมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก”
“เสาเจ็ดต้นที่เกิดจากการรวมตัวกันของหินแร่อโลหะเงิน!” เสียง อุทานเบาๆ ของฟางอิ๋งอิ๋งพลันดังขึ้น
นาทีถัดมา นางและหลัวฮุยจากสำนักเชื่อมฟ้าก็มาปรากฏตัวอยู่ในถ้ำ หิน
พอคนทั้งสองเข้ามา เสียงหวีดร้องของแมลงเกราะเงินก็ยิ่งดังบาดหู มากกว่าเดิม
หลังจากเนี่ยเทียนมองอย่างละเอียดก็พบว่าดวงตาเล็กๆ ของแมลง เกราะเงินที่มารวมตัวกันอยู่ข้างกายนางพญาแมลงเปล่งประกายความ เคียดแค้น
เป้าหมายของความเคียดแค้นนั้นไม่ใช่เขา อินย่าหนันและมู่ปี้ฉง
ตอนที่แมลงเกราะเงินหันมามองเขามีเพียงความหวาดกลัวและไม่เป็น สุข แต่ไม่มีความเคียดแค้น
“สถานที่ที่มีนางพญาแมลงเกราะเงินอยู่ ความเร็วในการก่อตัวกัน ของอโลหะเงินจะเร็วมากเป็นพิเศษ” หลัวฮุยค่อนข้างแปลกใจ “นี่เพิ่งจะ สิบกว่าปีเท่านั้น แต่กลับมีเสาอโลหะเงินก่อตัวขึ้นมาอีกเจ็ดต้นแล้ว”
“พวกเจ้า…เคยมาที่นี่มาก่อนงั้นรึ?” อินย่าหนันตะลึงงัน
ฟางอิ๋งอิ๋งยิ้มหวานหยด “เดิมทีโพรงสี่โพรงของแมลงเกราะเงินก็เป็น สำนักเชื่อมฟ้าของเราที่ค้นพบเป็นคนแรก ไม่ว่าจะเป็นแมลงเกราะเงิน หรือเสาแร่อโลหะเงิน หลายร้อยปีที่ผ่านมาล้วนอยู่ในการครอบครองของ สำนักเชื่อมฟ้าเรา ทุกช่วงระยะเวลาหลายปี สำนักเชื่อมฟ้าจะส่งตัวให้ลูก ศิษย์มาเก็บเกี่ยวดอกผล เก็บเกี่ยวหินแร่อโลหะเงินที่นี่”
พอนางกล่าวจบ สีหน้าของอินย่าหนันก็เย็นเยียบทันที “ถ้าเช่นนั้น ในเมื่อสำนักเชื่อมฟ้าของพวกเจ้าขุดพบที่แห่งนี้ ทั้งยังครอบครองมาเป็น ระยะเวลานาน เหตุใดยังต้องเชิญให้พวกเราเข้ามาที่นี่?”
“ก็บอกแล้วไงว่าพวกเจ้าบังเอิญมาเจอพอดี พวกเราเอง็ไม่อยากฮุบไว้ คนเดียว ดังนั้นจึงยินดีจะแบ่งให้พวกเจ้าส่วนหนึ่ง” ฟางอิ๋งอิ๋งกล่าวตอบ รับอย่างเป็นธรรมชาติ
“อ้อ” อินย่าหนันพยักหน้ารับ ก่อนแค่นเสียงเย็น “โพรงของแมลง เกราะเงินแห่งนี้ เจ้ายกให้พวกข้าเอง ตอนนี้พวกข้าเข้ามาแล้ว พวกเจ้าก็ ควรจะออกไปได้แล้วหรือเปล่า?”
“พวกเราก็แค่เข้ามาดูเท่านั้น” ฟางอิ๋งอิ๋งแสดงท่าที
“แค่มาดูก็ไม่ได้!” อินย่าหนันน้ำเสียงแข็งกระด้าง
หลัวฮุยขมวดคิ้วเหมือนจะไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน แมลงเกราะเงินและนางพญาแมลงจำนวน มากกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งยังไม่ได้โจมตีพวกเขา ซึ่งน่าแปลกใจ ไม่น้อย
ดวงตาที่เย็นชาของนางพญาแมลงคอยกวาดตามองเนี่ยเทียนและงู เหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ข้างเท้าของอินย่าหนันเป็นระยะ
เห็นได้ชัดว่ามันมีสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา
จากข้อมูลที่พวกแมลงเกราะเงินส่งมาให้ มันจึงได้รู้ถึงความแปลก ประหลาดของเนี่ยเทียนแล้ว แมลงเกราะเงินระดับที่ค่อนข้างต่ำมองเนี่ย
เทียนเป็นศัตรูตัวฉกาจ และบังเกิดความหวาดกลัวในตัวเนี่ยเทียนอย่าง ลึกล้ำ
มันลองวิเคราะห์ปราณของเนี่ยเทียนดู และนั่นก็ทำให้มันเกิดความ กริ่งเกรงไม่ต่างกัน
นอกจากนี้มันยังวิเคราะห์สายเลือดที่แท้จริงของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ได้อีกด้วย นั่นจึงยิ่งทำให้มันตัวสั่น
ส่วนฟางอิ๋งอิ๋งและหลัวฮุยที่สวมอาภรณ์ของสำนักเชื่อมฟ้านั้นก็ยิ่งทำ ให้มันเกิดความโกรธเกลียดอย่างลึกล้ำ ราวกับมันรู้ว่าตลอดหลายร้อยปีที่ ผ่านมาผู้ที่สวมใส่อาภรณ์ประเภทนี้มักจะเป็นคนที่มารบกวนความสงบสุข และสังหารชนเผ่าเดียวกัน ช่วงชิงเอาอโลหะเงินที่มันใช้พรสวรรค์ทาง สายเลือดสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากไปเสมอ
มันลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกรีดร้องเสียงแหลม
เสียงนั้นดังออกมาทีเดียวก็กลบทับเสียงของแมลงเกราะเงินทั้งหมด
ผนังหินที่แข็งแกร่งพลันเกิดรอยแตกร้าวเล็กๆ มามาย ราวกับว่าเสียง หวีดแหลมของมันสามารถทะลวงหินและโลหะให้ปริแตกได้
เสียงนั้นดังออกมา เยื่อแก้วหูของพวกเนี่ยเทียนก็พลันแสบร้าว ขนาด เนี่ยเทียนที่แข็งแกร่งก็ยังเวียนหัวตาลาย ความคิดยุ่งเหยิงไปในระยะเวลา สั้นๆ
เขาดึงเอาปราณเลือดและพลังวิญญาณในจุดตันเถียนมาใช้สร้างเขต อาคมสกัดกั้นการแทรกซอนของเสียงนั้นโดยอัตโนมัติ นั่นถึงจะทำให้ จิตใจเขากลับมามั่นคงได้ดังเดิม
พอหันกลับไปมองเขาก็พบว่าอินย่าหนันหน้าขาวซีด ยกมือสองข้าง อุดหู มีสีหน้าเหมือนคนปวดหัวราวหัวจะแตก
มู่ปี้ฉงก็ยิ่งอาการหนักยิ่งกว่า ร่องนิ้วมือของนางที่ยกขึ้นปิดหูมี…เลือด สดไหลซึมออกมา
พอย้ายสายตาไปเขาก็สังเกตเห็นฟางอิ๋งอิ๋งและหลัวฮุยจากสำนัก เชื่อมฟ้าทันที
นับตั้งแต่เข้ามาในนี้ คนทั้งสองก็แอบหยิบที่อุดหูซึ่งทำจากหนังสัตว์ ขึ้นมายัดไว้ในหูสองข้าง เมื่อนางพญาแมลงเกราะเงินตัวนั้นกรีดร้อง คน ทั้งสองจึงยังมีสีหน้าผ่อนคลาย คล้ายไม่ได้รับอันตรายใดๆ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ว่านางพญาแมลงเกราะเงินตัวนั้นจะกรีดร้อง ออกมาในเวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้นจึงเตรียมการมาก่อนแล้ว
“อู้ๆ!”
ทันใดนั้นแมลงเกราะเงินจำนวนนับไม่ถ้วนที่บินจากด้านนอกเข้ามา ในนี้กลับพันหนีกระเจิงออกไป
ตอนที่นางพญาแมลงบินไปยังถ้ำที่ใหญ่ที่สุด ไข่ของแมลงเกราะเงินก็ ถูกพลังขุมหนึ่งผลักดันทำให้ร่วงเข้าไปในถ้ำนั้น พริบตาเดียวก็หายวับไป
แมลงเกราะเงิน ไข่แมลงทั้งหมดคล้ายเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ใน เสียงกรีดร้องของนางพญาแมลงจึงพากันบินหนีไปอย่างรวดเร็ว
เสียงหวีดแหลมยังไม่จางหาย แมลงเกราะเงิน นางพญาและไข่แมลงก็ หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เนี่ยเทียนปล่อยจิงชี่เลือดเนื้อกลุ่มหนึ่งออกไปรับสัมผัสก็รู้ว่าแมลง เกราะเงินพวกนั้นบินหายไปไกลตามช่องทางในถ้ำที่ทอดยาวไปยังจุดลึก ของตัวภูเขาแล้ว
ยิ่งลึกลงไปเท่าไหร่ ปราณของแมลงเกราะเงินก็ยิ่งหาเจอได้ยาก เท่านั้น
“ครั้งนี้ราบรื่นอย่างน่าแปลกใจเกินไป” ฟางอิ๋งอิ๋งตะลึงงัน สีหน้า สงสัย “นางพญาแมลงเชื่อฟังง่ายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ปกติมันไม่ได้ เป็นแบบนี้นี่นา”
สถานทีแห่งนี้มีโพรงแมลงเกราะเงินทั้งหมดสี่โพรง ซึ่งคือสถาน เพาะเลี้ยงลับๆ ในสนามรบสุ้ยเมี่ยของสำนักเชื่อมฟ้าอย่างแท้จริง
นับตั้งแต่ที่ค้นพบที่แห่งนี้ สำนักเชื่อมฟ้าก็มองพวกมันเป็นสถานที่ แห่งการประลอง ทุกๆ ระยะเวลาช่วงหนึ่งจะส่งคนหนุ่มสาวในสำนักมา จับแมลงเกราะเงิน เอาแมลงเกราะเงินที่จับได้ไปเป็นแมลงอาคม ประจำตัวของตัวเอง และเอาอโลหะเงินที่ก่อตัวขึ้นมากลับไปยังสำนัก
หลายครั้งก่อนหน้านี้พวกเขาจะต้องเกิดการปะทะกับนางพญาแมลง พบเจอกับอันตรายเสี่ยงชีวิตทุกครั้ง
ทว่าทุกครั้งพวกเขาก็ล้วนไม่สังหารนางพญาแมลง แต่ปล่อยให้มันมี ชีวิตรอดต่อไป
เพราะพวกเขารู้ดีว่าขอแค่นางพญาแมลงยังมีชีวิตอยู่ก็สามารถให้ กำเนิดแมลงเกราะเงิน และยังสร้างอโลหะเงินออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
หากนางพญาแมลงตายไป โพรงของแมลงเกราะเงินสี่โพรงก็จะไม่ เหลือผลเก็บเกี่ยวใดๆ
และที่ไม่ได้จับตัวนางพญาแมลงกลับไปที่สำนักเชื่อมฟ้าก็เพราะ อาณาจักรมากมายในดินแดนเชื่อมฟ้าล้วนไม่เหมาะสมต่อกับแพร่พันธ์ ของแมลงเกราะเงิน แล้วก็ไม่มีภูเขาสีเงินอย่างภูเขาทั้งสี่นี้ให้แมลงเกราะ เงินใช้พลังในสายเลือดของตัวเองมาสร้างอโลหะเงินที่ล้ำค่า
“ราบรื่นเกินไปแล้ว” หลัวฮุยส่ายหน้าอย่างผิดหวัง คล้ายรู้สึกว่าการ ประลองครั้งนี้น่าเบื่อไปหน่อย
เขาขมวดคิ้ว มองเห็นว่าเนี่ยเทียนสามคนที่ได้ยินเสียงของนางพญา แมลงต่างก็ได้รับบาดเจ็บในระดับที่ต่างกันออกไป หลังจากลังเลไปครู่ก็ พูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า “พวกเจ้าสามคนออกไปเดี๋ยวนี้ ทุกเรื่องราวที่ เกิดขึ้นที่นี่ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้าอีกต่อไปแล้ว”
“ศิษย์น้อง!” ฟางอิ๋งอิ๋งโวยวายอย่างไม่พอใจ
นับตั้งแต่ที่พวกเนี่ยเทียนสามคนปรากฏตัวและพบเห็นโพรงของ แมลงเกราะเงินทั้งสี่แห่งนี้ นางก็ไม่คิดจะปล่อยคนทั้งสามให้รอดชีวิต กลับไป
หากปล่อยให้พวกเนี่ยเทียนสามคนกลับไป นั่นก็ไม่เท่ากับว่าคนที่รู้ว่า ที่แห่งนี้มีแมลงเกราะเงิน มีอโลหะเงินจะเพิ่มมากขึ้นหรอกหรือ?
หากอีกหลายสิบปีให้หลังพวกเนี่ยเทียนพาคนมาเก็บเกี่ยวผลพวงของ พวกเขาตอนที่พวกเขายังมาไม่ถึง นั่นจะไม่ทำให้สำนักเชื่อมฟ้าขาดทุน อย่างหนักหรือไง?
“ให้พวกเราออกไป?” อินย่าหนันหัวเราะ “พวกเจ้าเข้าใจอะไรผิด หรือเปล่า? คนที่ควรออกไปควรจะเป็นพวกเจ้าสองคนมากกว่ากระมัง?”
การโต้ตอบของอินย่าหนันไม่ทำให้ฟางอิ๋งอิ๋งหงุดหงิด กลับกันคือทำ ให้นางดีใจมาก นางหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยกมือซ้ายที่อ่อนนุ่มราวไร้ กระดูกของตัวเองตบไปยังหัวใจด้านหลังของมู่ปี้ฉงที่อยู่ใกล้นางมากที่สุด อย่างเงียบเชียบ
มาจนถึงบัดนี้ เสียงหวีดร้องของนางพญาแมลงก็ยังไม่หายไปหมด
มือทั้งสองข้างของมู่ปี้ฉงยังยกขึ้นอุดหู ใบหูมีเลือดสดไหลซึม ใบหน้า ของนางที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
นางไม่ทันสังเกตเห็นว่าฟางอิ๋งอิ๋งได้ลงมือกับตัวเองแล้ว
ทั้งๆ ที่อินย่าหนันเห็นการกระทำนั้นชัดเจน แต่นางกลับไม่สนใจสัก นิดว่ามู่ปี้ฉงจะเป็นหรือตาย
เนี่ยเทียนแค่นเสียงในลำคอหนึ่งครั้ง ก่อนจะพุ่งตัวไปปรากฏอยู่ ด้านหลังของมู่ปี้ฉงอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
พลังวิญญาณพลันเปล่งวาบอยู่กลางฝ่ามือของฟางอิ๋งอิ๋ง
ตะขาบตัวหนึ่งเลื้อยโผล่จากชายเสื้อมาอยู่กลางฝ่ามือที่ใสนวลราว หยกของนาง เดิมทีกำลังจะมุดไปยังหัวใจด้านหลังของมู่ปี้ฉงแล้วกัดกิน หัวใจของนาง
ทว่าจู่ๆ เบื้องหน้าของฟางอิ๋งอิ๋งก็มีหมัดขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้น
“ตูม!”
หมัดนี้กระแทกลงบนฝ่ามือของฟางอิ๋งอิ๋ง ตะขาบตัวเล็กๆ ตัวนั้น ตกใจพลังที่เนี่ยเทียนระเบิดออกมาจึงหดกลับเข้าไปอยู่ในร่างกายของ นางอีกครั้ง
มือข้างนั้นของฟางอิ๋งอิ๋งคล้ายตบลงไปบนหินใหญ่ยักษ์หมื่นปี มันจึง พลันสั่นสะท้าน พาให้ร่างของนางถอยร่น
แผ่นหลังของนางกระแทกกับผนังหินอย่างแรงจนผนังแตกกระจาย
เลือดสดเส้นหนึ่งไหลออกมาจากมุมปากของนางไม่ขาดสาย นางหัน ขวับมามองเนี่ยเทียนด้วยความตะลึงพรึงเพริด
“เจ้า ทั้งๆ ที่เจ้ามีแค่เขตสามัญช่วงกลางเท่านั้น!”
เสียงร้องอุทานแปลกแปร่งของนางทำให้มู่ปี้ฉงคืนสติในที่สุด นาง พลันหันตัวกลับมาแล้วจ้องอีกฝ่ายอย่างเดือดดาล
“เจ้าเด็กนั่นยกให้เจ้า ข้าจะสังหารผู้หญิงคนนี้เอง” เนี่ยเทียนปรายตา มองอินย่าหนันแวบหนึ่ง ก่อนจะเรียกดาราเพลิงกาฬออกมา มือของเขา โบกสะบัด เปลวเพลิงที่ตัดสลับราวมังกรไฟก็พลันตรงดิ่งเข้าฉีกทึ้งฟางอิ๋ งอิ๋ง
มองออกว่าสภาพของมู่ปี้ฉงย่ำแย่ ทั้งยังคงต้องต้านทานกับเสียงกรีด ร้องของพญาแมลง
ในระยะเวลาสั้นๆ นี้มู่ปี้ฉงจึงไม่น่าจะมีพลังในการต่อสู้เท่าไหร่นัก
เนี่ยเทียนมองออกแต่แรกแล้วว่าตบะของหลัวฮุยก็แค่เขตลี้ลับช่วงต้น เท่านั้น เขารู้สึกว่าต่อให้ไม่ใช่งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง อินย่าหนันก็น่าจะ จัดการหลัวฮุยได้ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ
ฟางอิ๋งอิ๋งที่เป็นเขตลี้ลับช่วงกลาง เมื่อครู่นี้ไม่ทันระวังตัวจึงถูกเขา โจมตีกลับไปอย่างรุนแรง ขอบเขตของหญิงสาวคนนี้สูงกว่าเขามากนัก เขาจำเป็นต้องฉวยโอกาสโจมตีซ้ำถึงจะมีสิทธิ์เอาชนะได้
แม้ว่าถ้ำหินจะกว้างขวาง ทว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดตัวใหญ่เกินไป หากเรียกออกมาย่อมลงมือลำบาก
หากมันลงมือมั่วซั่วก็อาจทำให้ถ้ำถล่มลงมา ทุกคนอาจถูกหินทับตาย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเอาโครงกระดูกปีศาจเลือดออมาใช้
“กะอีแค่เขตสามัญ แต่กลับพูดจาสามหาว คิดจะฆ่าข้าอย่างนั้นรึ?” ฟางอิ๋งอิ๋งสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน