ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 823 หญิงอ ำมหิตสองคน
แมลงเกราะเงินทั้งหมดจากไป ในถ้าหินจึงค่อนข้างมืดสลัว แต่คมแสง ที่ดาราเพลิงกาฬปลดปล่อยออกมาก็ท้าให้ถ้าหินสว่างไสวอีกครั้ง
ในแสงของคมมีดที่พร่างพราวนั้นมีทั้งสีขาว สีแดง สีเขียวอ่อนที่เปล่ง ประกายพร้อมกันท้าให้ผนังหินที่อยู่ด้านหลังฟางอิ๋งอิ๋งเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง
ทว่าดวงตาของฟางอิ๋งอิ๋งกลับไร้ซึ่งความหวาดเกรง
มือเรียวยาวของนางไขว้สลับกันอยู่ตรงหน้าอกอวบอิ่ม สร้างตรา อาคมสีเงินยวงหนึ่งออกมา
จุดลึกของตราอาคมคล้ายมีตะขาบตัวหนึ่งเลื้อยผลุบๆ โผล่ๆ
“ตูม!”
ตราอาคมสีเงินยวงพลันระเบิดออกแล้วกระแทกลงไปบนแสงมีดสาม สีอย่างแรง
แสงมีดระเบิดกระจาย ดาราเพลิงกาฬที่มาพร้อมกับพลังหนักอึ้งฟัน แสกหน้าไปที่ศีรษะฟางอิ๋งอิ๋ง
ฟางอิ๋งอิ๋งสะบัดร่างหลบหายไปจากจุดเดิม ก่อนที่แหตกปลาสีเงิน ปากหนึ่งจะพลันปรากฏวาบอยู่เหนือศีรษะของเนี่ยเทียน
แหตกปลาสีเงินปากนั้นก็ส่องแสงเจิดจ้าเช่นกัน คล้ายมีอโลหะเงิน ปะปนอยู่ด้วย ท้าให้มันมีชีวิตชีวาเหมือนของจริง
“สวบ! สวบ!”
ดาราเพลิงกาฬถูกงัดขึ้นด้านบน แสงมีดจ้านวนมากกว่าเดิมพุ่งกราก ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะซัดปั่นตาข่ายสีเงิน
ทว่าเชือกแต่ละเส้นที่ถักทอขึ้นเป็นแหตกปลากลับเหนียวทนทาน อย่างถึงที่สุด ไม่มีแม้แต่เส้นเดียวที่ปริขาด ปราณเย็นเยียบอึมครึมพลัน กลบทับลงมาจากฟากฟ้าคล้ายต้องการจะพันธนาการร่างของเนี่ยเทียน เอาไว้
แทบจะเวลาเดียวกัน อินย่าหนันก็พลันลงมือ
นางอาศัยเวทเรือนกายที่พิเศษของส้านักคุมสัตว์พุ่งไปข้างหน้าดั่งสัตว์ บรรพกาลตัวหนึ่ง พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าหลัวฮุย
หลัวฮุยขมวดคิ้ว นัยน์ตามีประกายแปลกใจวาบผ่าน คล้ายมองออก ถึงเรือนกายที่น่าตะลึงของนาง
หลัวฮุยที่ใบหน้าเหลืองตอบเหมือนคนป่วยเป็นโรคพลันร่ายใช้เวทลี้ ลับ เรือนกายของเขาจึงเหมือนแสงมายาที่พุ่งวูบวาบไปทั่วในถ้า
เงามายาของหลัวฮุยเงาแล้วเงาเล่าทยอยกันปรากฏตัว
จู่ๆ อินย่าหนันก็มิอาจจับร่องรอยของหลัวฮุยได้ ที่มองเห็นอยู่ใน สายตามีเพียงเงามายาของเขาเท่านั้น หลัวฮุยตัวจริงกลับเหมือนหายตัว ไปอย่างไรอย่างนั้น
และขณะที่อินย่าหนันยังคงยืนอึ้ง เงามายามากมายของหลัวฮุยก็ แปลงมาเป็นแมลงอาคมตัวแล้วตัวเล่า
มีทั้งแมงมุมสีทอง แมงป่องพิษสีน้าตาล และงูสีเขียวเป็นมันขลับ
แมลงอาคมพวกนั้นขนาดไม่ใหญ่นัก แต่กลับให้ความรู้สึกที่อันตราย อย่างถึงที่สุดแก่อินย่าหนัน
แมลงอาคมมากมายพลันตรงเข้ามาโอบล้อมอินย่าหนันเอาไว้แล้วพ่น ควันใส่นาง
ควันนั้นไม่เหมือนของจริง แต่เหมือนเสี้ยววิญญาณจ้านวนมากที่มา รวมตัวกัน เมื่อเจอกับควันพวกนั้น ม่านแสงคุ้มกันกายของอินย่าหนันก ลับไม่มีประโยชน์ใดๆ แม้แต่น้อย
เมื่อควันแผ่อบอวลมาถึง เลือดลมที่พลุ่งพล่านของอินย่าหนันจึงคล้าย ถูกพิษกัดกร่อน นางพลันบังเกิดความรู้สึกย่้าแย่เหมือนร่างก้าลังหมด เรี่ยวหมดแรง
และควันพวกนั้นก็แทรกซึมเข้าไปในสมองของอินย่าหนันเช่นกัน มหาสมุทรจิตวิญญาณของนางจึงเกิดปวดร้าว
ร่างของหลัวฮุยปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ใต้ฝ่าเท้าของเขาพลันมีแมลงอาคมตัวจริงปรากฏขึ้นมาหนึ่งตัว นั่นคือ แมงมุมแปดขาสีทองตัวหนึ่ง ล้าตัวของมันกลมดิกคล้ายหล่อขึ้นมาจาก ทอง
แมงมุมแปดขาดวงตาเป็นสีทอง มีเปลวเพลิงสีทองลุกไหม้
หลังจากที่มันปรากฏตัวก็เหลือบมองอินย่าหนันแวบหนึ่งโดยที่ไม่มีสี หน้าหวาดกลัวใดๆ
แต่พอมันสังเกตเห็นงูเหลือมเลือดน้าแข็งที่ขดตัวอยู่นิ่งๆ ข้างกายของ อินย่าหนัน ดวงตาสีทองของมันก็ฉายความตื่นตระหนก
หลัวฮุยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันใด สีหน้าของเขาเปลี่ยนมาเป็น หนักอึ้ง เอ่ยขึ้นเบาๆ “เสี่ยวจิน…”
แมงมุมแปดขาพลันพุ่งขึ้นหน้ามาบังหลัวฮุยให้อยู่ข้างหลังของมัน
งูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับแปดที่เห็นว่าอินย่าหนันถูกท้าร้าย ในที่สุด ก็ทนไม่ไหวจึงเริ่มลงมือ
“ฟ่อๆ!”
ควันเย็นเยียบสีขาวโพลนถูกพ่นออกมาจากในร่างของงูเหลือมเลือด น้าแข็ง แผ่คลุมกลบทับอินย่าหนันให้อยู่ภายใน
ในหมอกควันเย็นสะท้านสีขาวมีเสียงน้าแข็งแตกดังออกมา ความ อบอุ่นในถ้าหินลดลงฮวบฮาบอย่างรวดเร็ว
เวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วินาที ผนังหินของทั้งถ้าก็ถูกเกาะไปด้วยน้าแข็งใส แวววาว เสาหินที่เกิดจากการรวมตัวกันของอโลหะเงินกลายมาเป็นผลึก ใสใหญ่ยักษ์
อินย่าหนันที่อยู่ท่ามกลางไอเย็นเยียบพลันคืนสติ นางที่ถูกควันของ แมลงอาคมแทรกซึมเข้ามาในร่างรีบใช้ปราณเลือดมาช้าระล้างเรือนกาย ตัวเองจนกระทั่งมีสติคืนมาดังเดิม
นางมองหลัวฮุยด้วยสีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง
“เปรี๊ยะๆๆ!”
ในห้องหินที่กว้างขวางมีเสียงประหลาดดังถี่ยิ่งขึ้น ภายใต้การร่ายใช้ เวทลับทางสายเลือดของงูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับแปด พื้นที่แห่งนี้ก็ กลายมาเป็นสถานที่ที่เย็นเยียบถึงขีดสุด ทั้งยังมีเกล็ดหิมะสีขาวปลิวว่อน
เกล็ดน้าแข็งจ้านวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากในหมอกเย็นเยียบและ ในผนังที่เกาะตัวเป็นน้าแข็ง
เศษน้าแข็งดั่งมีดคมกริบแปรเปลี่ยนมาเป็นสนามแม่เหล็กที่ท้าให้ สรรพสิ่งเกาะตัวเป็นน้าแข็งซึ่งบินเข้าหาหลัวฮุย
เปลวเพลิงสีทองเป็นกลุ่มๆ พุ่งออกมาจากในดวงตาของแมงมุมแปด ขา ก่อนจะกลายเป็นทะเลเพลิงสีทองอยู่เบื้องหน้าหลัวฮุย
“ตูมๆๆ!”
เศษน้าแข็งพุ่งชนกับทะเลเพลิงสีทอง ถ้าหินเหมือนภูเขาที่แตกออก ส่วนเสาหินอโลหะเงินก็โอนเอนง่อนแง่นเหมือนจะร่วงลงมา
แสงไฟสีทองและเศษน้าแข็งสาดกระจาย ท้าให้ผนังของถ้าหินที่ กว้างขวางเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อจ้านวนนับไม่ถ้วน
เนี่ยเทียนและฟางอิ๋งอิ๋งที่ก้าลังจะเปิดฉากต่อสู้กันอีกครั้งก็พลันหน้า เปลี่ยนสี
เมื่องูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับแปดลงมือ ถ้าหินแห่งนี้ก็แบกรับพลัง สายเลือดที่น่าหวาดกลัวของมันไม่ไหว ผนังหินที่เกาะตัวเป็นน้าแข็งพลัน ระเบิดกระจัดกระจาย
หลัวฮุยสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มองงูเหลือมเลือดน้าแข็งตัวนั้นก็ พลันตวาดว่า “อโลหะเงินทั้งหมดในสถานที่แห่งนี้เป็นของพวกเจ้าแล้ว!”
พูดจบเขาก็พลันพลิ้วกายไปหาแมงมุมแปดขาสีทองตัวนั้นโดยไม่สน ว่าอินย่าหนันจะเห็นด้วยหรือไม่
แมงมุมแปดขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายฟ้า พริบตาเดียวก็มาหยุด อยู่ข้างกายฟางอิ๋งอิ๋ง หลัวฮุยปรี่เข้าไปดึงฟางอิ๋งอิ๋งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ภายใต้ การน้าของแมงมุมแปดขาตัวนั้น พวกเขาก็พากันพุ่งออกไปตามโพรงที่ นางพญาแมลงเข้าออก
“เนี่ยเทียน เจ้าดูแลผู้หญิงจากเขาสุขาวดีคนนั้น แล้วก็ถือโอกาสเก็บ เอาอโลหะเงินมาด้วย” อินย่าหนันแค่นเสียงเบาๆ ก่อนพูดด้วยน้าเสียง เดือดดาล “ตอนนี้ส้านักเชื่อมฟ้ารู้อะไรควรไม่ควรแล้ว แต่เสียดายที่สาย เกินไป”
นางและงูเหลือมเลือดน้าแข็งบินออกไปตามทิศทางเดียวกับที่หลัวฮุย และฟางอิ๋งอิ๋งจากไป
ดูเหมือนนางเองก็เข้าใจว่าการใช้พลังของงูเหลือมเลือดน้าแข็งเปิดศึก ในถ้าหินแห่งนี้มีขีดจ้ากัด และหากอโลหะเงินแตกกระจายเมื่อไหร่ก็อาจ ท้าให้อโลหะเงินที่มีค่าควรเมืองเสียราคาได้
นอกโพรงของแมลงเกราะเงินมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถเปิดศึกได้ ตามใจปรารถนา
“เจ้าจงเก็บเสาหินอโลหะเงินเจ็ดต้นมา ศึกด้านนอก เจ้าไม่ต้อง สนใจ” เนี่ยเทียนหันกลับมามองมู่ปี้ฉงแวบหนึ่งก็เตรียมจะเดินออกมา จากถ้าหิน
ทว่าการมองครั้งนั้น เขากลับต้องอึ้งตะลึง กล่าวด้วยน้าเสียงแปลกใจ “เจ้า…ไม่เป็นอะไรแล้วรึ?”
ตอนนี้เสียงกรีดร้องของนางพญาแมลงหายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มู่ปี้ฉงเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาอุดหูที่ได้รับบาดเจ็บ และจิตวิญญาณของนางก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ทว่าเวลานี้ ดูจากสายตาของมู่ปี้ฉง เขากลับมองไม่เห็นร่องรอยอาการ บาดเจ็บใดๆ
ดวงตาของมู่ปี้ฉงนิ่งเฉยผิดปกติ ท่ามกลางความนิ่งเฉยนั้นยังมีความ อันตรายบางอย่างที่น่ากลัวรวมอยู่ด้วย
“เจ้านึกว่าข้าเป็นภาระของพวกเจ้างั้นรึ?” น้าเสียงของมู่ปี้ฉงเย็นชา “ไม่ได้เจ้าช่วย นังแพศยาฟางอิ๋งอิ๋งคนนั้นก็สังหารข้าไม่ได้”
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ พยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้นก็ดี อีกเดี๋ยวข้าจะให้เจ้า รับมือกับนังแพศยาฟางอิ๋งอิ๋งนั่นเองดีไหม?”
“ต้องการอย่างนี้อยู่พอดี” ดวงตาของมู่ปี้ฉงเต็มไปด้วยปราณสังหาร
เนี่ยเทียนไม่สนใจนางอีกต่อไป เพียงเดินออกไปจากถ้าหินแห่งนั้น
พอเขาออกไป มู่ปี้ฉงก็พลันแค่นเสียงเย็นหนึ่งที
นาทีถัดมา รากของดอกไม้ปีศาจที่หนายาวก็พุ่งออกมากลางฝ่ามือทั้ง สองข้างของมู่ปี้ฉง
รากสองเส้นนั้น เส้นหนึ่งเป็นสีด้าราวน้าหมึก อีกเส้นหนึ่งสีสันสดใส พวกมันตรงเข้าไปรัดพันเสาอโลหะเงินสองต้นไว้ราวกับงูเหลือมยักษ์สอง ตัว
“ตูม!”
เสาหินอโลหะเงินขนาดใหญ่มหึมาสองต้นถูกรากยักษ์ของดอกไม้ ปีศาจรัดพันเอาไว้แล้วกระชากลงมา ยังไม่ทันตกกระทบพื้นก็หายวับเข้า ไปในแหวนเก็บของของมู่ปี้ฉง
รากของดอกไม้ปีศาจเคลื่อนไหวอีกครั้ง มันตรงเข้าไปรัดพันเสาหิน อโลหะเงินต้นที่เหลือแล้วกระชากลงมาเก็บไว้
บัดนี้ใบหน้างามพิลาสใต้ผ้าคลุมหน้าของมู่ปี้ฉงเต็มไปด้วยความงาม เพริศพริ้งและความแปลกประหลาด สีหน้าไม่เหมือนคนทั่วไป แต่เหมือน ทวยเทพเสียมากกว่า
ไม่นานรากของดอกไม้ปีศาจที่เก็บเอาเสาอโลหะเงินทั้งเจ็ดต้นมาเสร็จ เรียบร้อยก็บินกลับเข้าไปกลางฝ่ามือของนางอีกครั้ง
ตอนที่รากของดอกไม้ปีศาจบินออกมา ในโพรงใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดก็ คล้ายมีเสียงของนางพญาแมลงเกราะเงินดังออกมา เสียงนั้นเต็มไปด้วย ความกระวนกระวายไม่เป็นสุข
ทว่าครั้งนี้ เสียงนั้นยากที่จะส่งผลกระทบมู่ปี้ฉงได้อีก
นางมองไปยังโพรงหินแห่งนั้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่รากดอกไม้ ปีศาจสีด้าจะพุ่งแทงเข้าไปในโพรงนั้นแล้วทอดยาวลงลึกไปยังใต้ดินอย่าง บ้าคลั่ง
เสียงกรีดร้องบาดหูของนางพญาแมลงยิ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็น สุขของมัน มันรีบห้อตะบึงลงไปข้างล่างอย่างลนลาน ไม่กล้าโผล่หัว ออกมาอีก
หลังจากนางพญาแมลงหนีไปก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในโพรง หลังจากรู้ว่าพวกมนุษย์ที่รุกรานเข้ามาในถิ่นของมันได้ระเบิดการต่อสู้กัน ขึ้นอีกครั้ง มันจึงค่อยๆ แอบย้อนกลับมาหมายฉวยโอกาสลงมือ
ทว่าตอนที่รากดอกไม้ปีศาจสีด้าพุ่งลงมาอย่างบ้าคลั่ง มันกลับรีบเผ่น หนีไปโดยไม่หลงเหลือความคิดชั่วร้ายใดๆ อีก
รากดอกไม้ปีศาจสีด้าเคลื่อนไหวอยู่ในโพรงหินนั้นพักหนึ่ง เมื่อหา นางพญาแมลงไม่พบจึงถูกมู่ปี้ฉงดึงกลับมา
ดอกไม้ปีศาจย้อนกลับเข้ามาในร่าง ดวงตาของนางเปลี่ยนมาเป็นเฉย ชา พึมพ้าเบาๆ “นังแพศยาแซ่ฟาง”
“ฟิ้ว!”
นางเองก็พุ่งตัวออกไปจากห้องหิน ไม่มัวมาเปลืองเวลากับนางพญา แมลงอีก
นอกโพรงของแมลงเกราะเงิน อินย่าหนันบังคับงูเหลือมเลือดน้าแข็ง ให้เปิดฉากสังหารโหดโดยไม่สนใจค้าวิงวอนของปรองดองจากส้านักเชื่อม ฟ้า
หลังจากที่เนี่ยเทียนเดินออกมาก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เพียงจ้องไปยัง ฟางอิ๋งอิ๋งนิ่งๆ
การที่มู่ปี้ฉงบินออกมาจึงท้าให้เนี่ยเทียนตะลึงไม่น้อย “เจ้าเก็บเสาหิน อโลหะเงินเจ็ดต้นมาหมดแล้วรึ?”
“อืม” มู่ปี้ฉงพยักหน้ารับ
เนี่ยเทียนตกใจ “เร็วจริง”
“การตายของนังแพศยานั่นจะเร็วยิ่งกว่า” หลังทิ้งประโยคนี้ไว้ มู่ปี้ฉง ก็พุ่งตัวไปปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าฟางอิ๋งอิ๋ง “ไปตายซะ”
รากของดอกไม้ปีศาจสีด้าบินพรวดออกมาจาฝ่ามือข้างซ้ายของนาง
ฟางอิ๋งอิ๋งหน้าเปลี่ยนสี ใช้สายตาเหมือนมองตัวประหลาดมองเหม่อ ไปที่นาง
จากนั้นฟางอิ๋งอิ๋งก็รีบร้อนสร้างตราอาคมสีเงินขึ้นมาตราแล้วตราเล่า ทว่าตราอาคมทั้งหมดของนางกลับไม่สามารถสกัดกั้นการพัวพันจากราก ของดอกไม้ปีศาจได้
เอวที่บางคอดของฟางอิ๋งอิ๋งถูกรากของดอกไม้ปีศาจพันเอาไว้แน่น ก่อนที่เรือนกายของนางจะถูกดึงขาดออกเป็นสองท่อนในเวลาเพียงชั่ว พริบตา
เป็นอย่างที่มู่ปี้ฉงว่าไว้จริง นังแพศยาแซ่ฟางคนนี้ตายเร็วเสียยิ่งกว่า ตอนที่นางเก็บเสาหินอโลหะเงินมาเสียอีก
หลังจากที่ฟางอิ๋งอิ๋งตายไป ตะขาบตัวหนึ่งที่ร่างปริขาดก็หลุดออกมา จากร่างของนาง
“ตายไปด้วยกันซะ” มู่ปี้ฉงกล่าวเสียงเย็น
รากของดอกไม้ปีศาจสีด้าพลันกลายมาเป็นมือยักษ์ของปีศาจที่คว้าไป ยังตะขาบตัวนั้น เพียงบีบเบาๆ ตะขาบที่เป็นแมลงอาคมก็แหลกเละ
มองมู่ปี้ฉงในเวลานี้ เนี่ยเทียนก็หน้าเปลี่ยนสี สัมผัสได้ถึงความ ผิดปกติ
และเวลานี้เอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาสุขาวดีและส้านัก คุมสัตว์ถึงได้ปล่อยให้มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันเดินทางมายังสนามรบสุ้ยเมี่ย
อินย่าหนันไม่เพียงแต่ฝึกคาถาเรือนกายท้าให้มีเลือดเนื้อแข็งแกร่งดุจ ชนต่างเผ่า ยังสามารถควบคุมงูเหลือมเลือดน้าแข็งสายเลือดระดับแปดได้ อีกด้วย
หากอยู่เพียงริมขอบของสนามรบสุ้ยเมี่ยที่มีเพียงเขตลี้ลับและเขต สามัญเคลื่อนไหว บุคคลเฉกเช่นอินย่าหนันก็เป็นราวกับสัตว์ร้ายดุดัน
ส่วนมู่ปี้ฉงที่ในร่างมีดอกไม้ปีศาจสองสีซึ่งก่อนหน้านี้เหมือนนางจะไม่ สามารถใช้มันได้ตามใจชอบ เพราะหากถอดผ้าคลุมหน้าลงมาเมื่อไหร่ก็ จะได้รับพลังโจมตีกลับ
ทว่าหลังจากที่นางได้รับพลังจากเถาวัลย์ยักษ์ในอาณาจักรโพ่สุ้ยแล้ว หวนคืนสู่เขาสุขาวดี นางก็เหมือนเจอวิธีบางอย่างที่ช่วยก้าราบดอกไม้ ปีศาจสองสีในร่างได้ชั่วคราว ทั้งยังดึงเอาพลังของดอกไม้ปีศาจสองสีมา ใช้ได้อีกด้วย
แค่หนึ่งในดอกไม้ปีศาจสองสีอย่างรากสีด้าบินออกมาจากกลางฝ่ามือ ของนางก็ท้าให้นางสังหารฟางอิ๋งอิ๋งที่มีเจตนาชั่วร้ายได้อย่างง่ายดายราว บดขยี้มดตัวหนึ่ง
ส่วนดอกไม้ที่เป็นสีสันสดใสยังไม่ถูกมู่ปี้ฉงดึงเอามาใช้
“เป็นผู้หญิงสองคนที่สร้างความปวดหัวได้ดีจริงๆ” เนี่ยเทียนถอน หายใจกล่าว