ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 824 แบ่งของเชลยศึก
การตายอนาถของฟางอิ๋งอิ๋งทำให้คนมากมายของสำนักเชื่อมฟ้าเกิด ความหวาดกลัว
หลัวฮุยใช้แมงมุมสีทองแปดขามารับมือกับพายุน้ำแข็งที่งูเหลือมเลือด น้ำแข็งพ่นออกมาอย่างยากลำบาก
รอจนเขาค้นพบว่า พอมู่ปี้ฉงที่ก่อนหน้านี้ไม่สะดุดตาที่สุดเดินออกมา จากถ้ำ แล้วจู่ๆ กลางฝ่ามือของนางก็มีรากดอกไม้ปีศาจสีดำพุ่งออกมา อย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่รากนั้นจะสังหารฟางอิ๋งอิ๋งไปอย่างง่ายดาย เขาก็ยิ่ง ตกใจตะลึงลาน
ในสายตาของเขา เนี่ยเทียนสามคนยิ่งเปลี่ยนมาเป็นอันตรายมากขึ้น ทุกขณะ
“ดูเหมือนว่าเกราะวิเศษตัวนี้จะไม่เลว”
มู่ปี้ฉงเดินมาหยุดอยู่ข้างศพของฟางอิ๋งอิ๋งแล้วดึงกระชากเสื้อเกราะ จากร่างท่อนบนที่ขาดวิ่นของนางออกมา
เสื้อเกราะตัวนั้นบางราวทำมาจากผ้าไหมบางเบา มีแสงสีเงิน ไหลเวียน น้ำหนักน้อยมากจนแทบสัมผัสไม่ถึง
เห็นได้ชัดว่าเสื้อเกราะชิ้นนี้ถูกหลอมอโลหะเงินเข้าไป เกรงว่า ความสามารถในการป้องกันก็คงไม่อ่อนด้อยเช่นกัน
แต่ที่น่าเสียดายก็คือเสื้อเกราะได้แค่ปกป้องเรือนกายท่อนบนของ ฟางอิ๋งอิ๋งเท่านั้น เพราะอันที่จริงพื้นที่ตรงเอวของฟางอิ๋งอิ๋งที่ถูกราก ดอกไม้ปีศาจสีดำกระชากขาดไม่มีเสื้อเกราะปิดมาถึง
มู่ปี้ฉงเก็บเอาเสื้อเกราะตัวนั้นมาอย่างไม่เกรงใจ หลังจากนั้นก็ไม่ลง มือทำอะไรอีก
หลังจากที่นางพญาแมลงกรีดร้องแล้วหนีไป แมลงเกราะเงินที่บินวน อยู่รอบนอกของโพรงอีกสามแห่งก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย
คนของสำนักเชื่อมฟ้ายังนึกไปว่าหลัวฮุยและฟางอิ๋งอิ๋งลงมือสำเร็จ แล้ว
รอจนคนทั้งสองบินออกมาพร้อมกับอินย่าหนันที่บังคับงูเหลือมเลือด น้ำแข็งระดับแปดให้ไล่ตามมาโจมตีจากด้านหลัง พวกเขาก็เริ่มมองออก ว่าท่าไม่ดี
เวลานี้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดตัวนั้นก็ได้ร่ายใช้สายเลือดของ สัตว์วิเศษที่แปรสภาพอย่างกำเริบเสิบสาน
ในรัศมีสิบลี้ล้วนถูกม่านหมอกเย็นเยียบกลบทับ แมลงอาคมที่คนของ สำนักเชื่อมฟ้าเรียกออกมาล้วนถูกพลังความเย็นแทรกซึมเข้าไปในร่างจน ตัวสั่นสะท้าน
“ศิษย์น้องหลัว!”
คนของสำนักเชื่อมฟ้าหลายคนหนาวสั่นจนฟันกระทบกันดังกึกๆ ปากก็ร้องคร่ำครวญไม่หยุด
การตายของฟางอิ๋งอิ๋งไม่ได้ทำให้หลัวฮุยเดือดดาล เขาเพียงยืนอยู่ ด้านหลังแมงมุมแปดขาแล้วจ้องไปยังงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่พ่นไอเย็น ออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยสายตาล้ำลึก ลังเลอยู่แค่ไม่กี่วินาทีเขาก็ออก คำสั่ง “สละที่แห่งนี้ ถอนกำลังออกไปโดยเร็วที่สุด!”
คำสั่งของเขาได้รับการตอบรับจากลูกศิษย์ของสำนักเชื่อมฟ้า ทันทีทันใด
ครู่เดียว คนมากมายของสำนักเชื่อมฟ้าที่รวมตัวอยู่ในที่แห่งนี้ก็หนี แตกฮือกันไปแปดทิศ
หลัวฮุยเองก็ไม่กล้าอยู่ต่อ เขากระโดดขึ้นไปยืนบนร่างของแมงมุมสี ทองตัวนั้น ก่อนที่แมงมุมสีทองจะกลายร่างเป็นสายฟ้าสีทองที่พุ่งฉิวไป แปบเดียวก็ไม่เห็นเงา
ไม่นานตรงจุดศูนย์กลางของโพรงแมลงเกราะเงินทั้งสี่ก็ไม่มีลูกศิษย์ ของสำนักเชื่อมฟ้าเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
อินย่าหนันแค่นเสียงเบาๆ หนึ่งที แต่ก็ไม่มีท่าทีที่จะไล่ตามคนของ สำนักเชื่อมฟ้าไป นางให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งหยุดการเคลื่อนไหว ส่วนตัว เองบินเข้าไปในโพรงหนึ่งของแมลงเกราะเงิน
โพรงของแมลงเกราะเงินสี่โพรงล้วนมีถ้ำหินที่กว้างขวางที่สุดอยู่ถ้ำ หนึ่งซึ่งมีไว้ให้นางพญาแมลงเข้าออก
ดูเหมือนว่าใต้ดินของภูเขาเงินทั้งสี่ลูกจะเชื่อมต่อถึงกัน นางพญา แมลงตัวนั้นถึงได้เข้าออกภูเขาเงินทุกลูกได้ตามใจปรารถนา
“ครืนๆๆ!”
ภูเขาเงินที่อินย่าหนันเข้าไปพลันมีเสียงดังสะเทือนแก้วหูส่งออกมา
ครู่ใหญ่ อินย่าหนันก็ย้อนกลับออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย อย่างเห็นได้ชัด “มีแค่เสาหินอโลหะเงินสองต้น เสาหินสองต้นนั้นเล็กกว่า ในโพรงที่นางพญาแมลงอยู่เยอะมาก แร่อโลหะเงินที่ซ่อนอยู่ภายในก็ น้อยจนแทบเทียบไม่ติด”
เนี่ยเทียนยังไม่ทันตอบรับ นางก็พุ่งตัวเข้าไปยังภูเขาสีเงินที่เหลือ แล้ว เก็บเอาเสาหินอโลหะเงินออกมาอีกครั้ง
“ผู้หญิงที่ดุดันราวกับสัตว์บรรพกาลคนนี้ใช้เวลาเก็บเสาหินอโลหะ เงินสองต้นนานกว่ามู่ปี้ฉงหลายเท่านัก” ดวงตาของเนี่ยเทียนฉายความ ตกตะลึง เหลือบมองมู่ปี้ฉงแวบหนึ่งพร้อมขบคิดอย่างลึกซึ้ง “เสาหิน อโลหะเงินที่มู่ปี้ฉงเก็บเอามามีเจ็ดต้น ทั้งยังมีขนาดใหญ่มหึมา ทว่านางใช้ เวลาแค่แปบเดียว”
คิดมาถึงตรงนี้ สายตาที่เขาใช้มองมู่ปี้ฉงก็ยิ่งฉายความแปลกใจ
พอย้อนนึกถึงความน่ากลัวของรากดอกไม้ปีศาจสีดำที่พุ่งออกมาจาก กลางฝ่ามือของอีกฝ่าย เนี่ยเทียนก็คาดเดาได้ว่านางต้องใช้พลังของ ดอกไม้ปีศาจแน่นอน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถเก็บเสาหินมาได้อย่าง รวดเร็วและง่ายดายขนาดนั้น
“ตูมๆๆ!”
เสาหินอโลหะเงินต้นแล้วต้นเล่าถูกอินย่าหนันเอาออกมาวางไว้ข้าง นอก ซึ่งก็มีเจ็ดต้นเหมือนกัน
เสาหินอโลหะเงินทั้งเจ็ดต้นนี้นางเอาออกมาจากโพรงของแมลงเกราะ เงินในภูเขาอีกสามลูกที่เหลือ
เสาหินอโลหะเงินเจ็ดต้น ทุกต้นล้วนสูงห้าเมตร เมื่ออยู่ภายใต้แสง ดาว พวกมันก็ส่องประกายสีเงินระยิบระยับน่าหลงใหล
อินย่าหนันเหลือบตามองเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงแวบหนึ่ง
เนี่ยเทียนแบมือทั้งสองข้างออก “ข้าไม่ใช่คนเก็บ”
มู่ปี้ฉงเบ้ปาก ก่อนที่เสาหินอโลหะเงินจะทยอยกันบินออกมาจาก แหวนเก็บของของนางแล้วปักตรึงลงบนพื้นหินแข็งกระด้าง
เสาหินอโลหะเงินเจ็ดต้นที่นางเรียกออกมาสูงเกือบสิบเมตร สูงกว่า ของอินย่าหนันหนึ่งเท่า ทั้งยังหนาใหญ่ยิ่งกว่า
เสาหินอโลหะเงินทั้งเจ็ดต้นนี้ยังคงมีน้ำแข็งเกาะตัวอยู่ ซึ่งน้ำแข็งนี้… มาจากพลังความเย็นในสายเลือดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
“ทั้งหมดสิบสี่ต้น เจ็ดต้นในนี้ทั้งหนาทั้งยาว ทั้งยังมีอโลหะเงินปะปน อยู่มากกว่า” ในที่สุดอินย่าหนันก็ยกยิ้มยินดี “ที่เจ้าพวกคนของสำนัก เชื่อมฟ้าหนีกระเจิงไปก็เพราะกลัวงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ครั้งนี้ข้ามีความดี ความชอบสูงสุด พวกเจ้ามีความเห็นต่างหรือไม่?”
สีหน้าของเนี่ยเทียนเหมือนคนไม่คิดอะไรมาก “พวกเจ้าแบ่งกันเอา เองเถอะ”
แม้ว่าแร่อโลหะเงินจะล้ำค่า สามารถแลกมาด้วยหยกวิเศษ ผลึกวิเศษ ในจำนวนมหาศาล ทว่าสำหรับเนี่ยเทียนแล้วมันกลับไม่มีคุณค่าเด่นชัด เท่าใดนัก
คุณประโยชน์สำคัญที่สุดของอโลหะเงินก็คือสามารถลดน้ำหนักของ เสื้อเกราะ ทำให้เสื้อเกราะเปลี่ยนมามีน้ำหนักเบา ทั้งยังแข็งแกร่งทนทาน
ทว่าเขามีเสื้อเกราะมังกรเพลิงแล้ว ใช้ปราณเลือดที่มหาศาลและ ความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง ไม่ว่าเสื้อเกราะจะหนักแค่ไหน เขาก็ สามารถแบกรับได้ไหว
เกราะมังกรเพลิงถูกสร้างขึ้นโดยวิธีการใด เขามองความลี้ลับไม่ออก แม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าหากกรอกอโลหะเงินเข้าไปจะช่วยเพิ่ม คุณภาพของเกราะมังกรเพลิงได้
หากได้อโลหะเงินมาอยู่ในมือ ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องถูกเขาเอาออกไป ขายแลกเปลี่ยนอยู่ดี
“เจ้าจะแบ่งยังไง?” มู่ปี้ฉงกล่าว
“ข้าเอาเสาหินใหญ่ที่มีอโลหะเงินไปห้าต้น ที่เหลือเป็นของพวกเจ้า สองคน” อินย่าหนันตอบรับ
“ได้” มู่ปี้ฉงเองก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้ นางตกลงเห็นด้วย ก่อนจะหันมาพูดกับเนี่ยเทียน “เสาเล็กเจ็ดต้นเป็นของข้า สองต้นใหญ่ เป็นของเจ้า”
“ข้ายังไงก็ได้” เนี่ยเทียนไม่สนใจแม้แต่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” อินย่าหนันหัวเราะเฮอๆ
“ตูม!”
หางของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่มีสีดำสีขาวล้อมเป็นวงๆ พลันฟาดเข้า ใส่เสาหินอโลหะเงินต้นหนึ่งที่ค่อนข้างหนาและยาว
น้ำแข็งที่เกาะอยู่บนเสาหินอโลหะเงินต้นนั้นแตกกระจัดกระจาย เศษ น้ำแข็งปลิวว่อน
ที่แตกออกมาพร้อมกันยังมีเศษหินมากมายที่ร่วงกราวลงมาดั่งเม็ดฝน
เสาหินอโลหะเงินที่เดิมทีหนายาว ตอนนี้กลับหดเล็กลงจากเดิมถึง เจ็ดแปดส่วน หลงเหลือเพียงอโลหะเงินล้วนๆ ซึ่งต่อให้ถูกหางของงู เหลือมฟาดก็ยังไม่แตกออก
เนี่ยเทียนเข้าใจทันทีว่าแท้จริงแล้วหินที่เกาะอยู่ภายนอกของเสาหิน อโลหะเงินทั้งเจ็ดต้นนั้นไร้ค่าใดๆ
อโลหะเงินที่แท้จริงเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยนิดเท่านั้น
อโลหะเงินที่ปรากฏตัวออกมาส่องแสงสีเงินเจิดจ้าราวกับเงินแท้ที่มี คุณภาพสูงสุด ทว่าน้ำหนักกลับเบากว่าเงินแท้ๆ ไม่รู้กี่เท่า
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งยังคงสะบัดหางฟาดลงบนเสาหินอโลหะเงินที่ เหลือต่อไป หินที่เกาะอยู่บนพื้นผิวภายนอกจึงพากันแตกระเบิดร่วงลงพื้น
อินย่าหนันเก็บเอาเสาหินอโลหะเงินห้าต้นที่หดเล็กลงกว่าเดิมหลาย เท่าเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของอีกครั้งแล้วคลี่ยิ้ม “ลำพังเพียงแค่อโลหะเงิน พวกนี้ ก็นับว่าไม่เสียเที่ยวที่มาที่นี่แล้ว”
มู่ปี้ฉงเองก็เก็บเสาหินอโลหะเงินขนาดเล็กเจ็ดต้นไปไว้ในแหวนเก็บ ของของตัวเองอย่างไม่เกรงใจ
เสาหินอโลหะเงินสองต้นที่เหลืออยู่จึงถูกเนี่ยเทียนเก็บไปไว้ในแหวน เก็บของเช่นกัน
ของเชลยศึกถูกนำมาแบ่งกันอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าถ้ำใต้ดินที่นางพญาแมลงหนีไปจะมีความมหัศจรรย์ บางอย่าง พวกเจ้าสนใจไปสำรวจหรือไม่?” มู่ปี้ฉงพลันเอ่ยถาม
อินย่าหนันขมวดคิ้วกล่าว “ช่างเถอะ ในสนามรบสุ้ยเมี่ยมีความลี้ลับ อยู่มากมาย พวกเราแย่งเอาเสาหินอโลหะเงินมาจากมือนางพญาแมลงได้ แล้วก็นับว่าได้รับผลเก็บเกี่ยวที่มากพอ ใครก็ไม่รู้ว่าถ้ำใต้ดินที่นางพญา แมลงหนีไปจะมีอะไรรออยู่ เป็นคนควรมีเส้นบรรทัดฐานให้กับตัวเอง อย่าได้โลภให้มากนัก”
น้ำเสียงสั่งสอนของนางทำให้มู่ปี้ฉงไม่สบอารมณ์อย่างมาก แต่นางก็ ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เพียงหันมามองเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “อย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า”
ดังนั้นอินย่าหนันจึงเรียกเอาอาวุธวิเศษประเภทบินที่ก่อนหน้านี้ถูก แมลงเกราะเงินชนกระแทกออกมาอีกครั้ง ครั้นคนทั้งสามจึงเดินทาง ออกไปจากที่แห่งนี้
หลังจากที่พวกเขาหายไปได้หลายชั่วยาม
อสูรกายหนุ่มที่บอกทิศทางให้กับพวกเขาก็เดินทางมาถึงที่แห่งนี้อย่าง เงียบเชียบ
ชายหนุ่มยืนอยู่บนหัวของหัวกะโหลกขนาดใหญ่ยักษ์ เขามาหยุดอยู่ ตรงกลางโพรงทั้งสี่ของแมลงเกราะเงินแล้วใช้เวทลับทางจิตวิญญาณของ อสูรกายรับสัมผัสเงียบๆ
“หายไปหมดเลยหรือนี่ มันไม่ควรจะมีการต่อสู้นองเลือดระเบิดขึ้น เพื่อให้ข้าเก็บเอาซากวิญญาณมาได้มากกว่าเดิมหรอกหรือ?”
เขาพึมพำอยู่กับตัวเองหนึ่งประโยค ครั้นจึงเดินเข้าไปในโพรงทั้งสี่ของ แมลงเกราะเงิน แล้วก็พบว่าเสาหินอโลหะเงินทั้งหมดที่อยู่ข้างในล้วนถูก คนเก็บเอาไปไม่เหลือไว้แม้แต่ต้นเดียว
“ฝ่ายที่ชนะคือสำนักเชื่อมฟ้าหรือสามคนนั้น?”
เขายืนเหม่อครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นเบาๆ “น่าจะเป็นสาม คนนั้นกระมัง งูเหลือมตัวนั้น…มีสายเลือดระดับแปด พวกแมลงอาคม ของสำนักเชื่อมฟ้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์วิเศษระดับแปด”
เขาเหยียบขึ้นไปบนหัวกะโหลกแล้วทะยานไปข้างหน้าอีกครั้ง
…….
ในอาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนัน เนี่ยเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่ใน มุมหนึ่ง ด้านหน้าเขามีกิ่งไม้และสมุนไพรมากมายที่มีจิงชี่พืชหญ้าแฝงเร้น กองเป็นพะเนิน
จิงชี่พืชหญ้าเป็นกลุ่มๆ ถูกเขาดึงออกมาผสานรวมเข้ากับร่างกายของ ตัวเอง
เขาคอยกินเนื้อสัตว์วิเศษอยู่เป็นระยะ บวกกับดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อใน ร่างของแมลงเกราะเงินออกมาประสานกับเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่เพื่อชุบ หลอมเอ็นทนทานขั้นที่สามต่อไป
ไม่นานจิงชี่เลือดเนื้อที่พลุ่งพล่านก็พุ่งกรากบุกทะลวงเข้าไปตามเส้น เอ็นในร่างของเขาประดุจสัตว์บรรพกาลดุดัน
เส้นเอ็นแต่ละเส้นแบกรับการโจมตีที่รุนแรงของจิงชี่เลือดเนื้อ เหล่านั้นไม่ไหวจึงพากันปริแตก
ทว่าจิงชี่พืชหญ้าที่ทำงานร่วมกับพลังวิญญาณในน้ำวนพืชหญ้ากลับ เป็นเหมือนฝนอ่อนบางลมอ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิที่บำรุงรักษาเส้นเอ็นที่ ปริแตกอย่างรวดเร็ว และสร้างเส้นเอ็นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เส้นเอ็นที่เชื่อมประสานกันขึ้นมาใหม่เปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งทนทาน ราวโลหะ ทั้งยังหนาใหญ่ยิ่งกว่าเดิม คล้ายสามารถรับการพุ่งชนจากจิงชี่ เลือดเนื้อและพลังวิญญาณได้มากกว่าเก่า
เมื่ออยู่ภายใต้การทำงานของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ เส้นเอ็นแต่ละเส้น ก็ปริแตกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ประสานตัวกันใหม่อย่างรวดเร็ว
คลื่นเลือดเนื้อที่ส่งออกมาจากร่างของเขาทั้งบ้าคลั่งทั้งเชี่ยวกรากซึ่ง ดำรงอยู่นานไม่จางหาย
มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีที่ไม่เชี่ยวชาญเวทลับหลอมเรือนกายมองความ มหัศจรรย์ไม่ออก นางแค่เหลือบตามองเขาหนึ่งครั้งก็ถอนสายตากลับ แล้วฝึกบำเพ็ญตบะของตัวเองต่อไป
ทว่าอินย่าหนันและงูเหลือมเลือดน้ำแข็งกลับคอยจ้องมองมายังเขา ด้วยสายตาแปลกใจเป็นระยะ
“วิชาที่เขาฝึกตนเหมือนเป็นเวทเรือนกายที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของ เผ่าไม้”
อินย่าหนันสื่อสารกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งพลางครุ่นคิดไปด้วย “จิงชี่ พืชหญ้าที่เข้มข้นขนาดนี้ หรือว่าเขาเป็นเลือดผสมของเผ่ามนุษย์กับเผ่าไม้ เมื่อมีสายเลือดของเผ่าไม้จึงฝึกวิชาเรือนกายนี้ได้?”
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งส่ายหัวเบาๆ ตอบรับ
“ไม่ใช่? ไม่ใช่เผ่าไม้ แล้วสายเลือดของเขาคือชนิดไหน?” อินย่าหนัน สงสัย
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งส่ายหัวอีกครั้ง ดวงตาของมันก็เต็มไปด้วยความ สงสัยเช่นกัน มันแค่บอกกับนางว่าสายเลือดในร่างเนี่ยเทียนลึกลับเกิน คาดเดา ตราประทับที่นาบอยู่ในสายเลือดของมันมองไม่ออกถึงความลี้ ลับนั้น
“ขนาดเจ้ายังมองไม่ออก สายเลือดงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ของเจ้าไม่ นับว่าโดดเด่นอะไร แต่สายเลือดที่เป็นของงูเหลือมลายเลือดกลับเป็น เผ่าพันธ์โบราณ ขนาดเจ้าฝ่าทะลุสู่ระดับแปด บรรลุความลับทาง สายเลือดแล้วก็ยังมองที่มาของสายเลือดเขาไม่ออก ไอ้หมอนี่เป็นใครมา จากไหนกันแน่?”
อินย่าหนันขมวดคิ้วมุ่น มองเนี่ยเทียนด้วยความคลางแคลงใจ ในใจก็ แอบครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งไปด้วย