ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 828 พิชิตกันและกัน
เนี่ยเทียนปรับลมหายใจ สีหน้าเคร่งขรึม
เผ่าโครงกระดูกคนนั้นแค่โบกมีดกระดูกก็สามารถสังหารเขตลี้ลับเผ่า มนุษย์ทั้งสี่คนได้อย่างง่ายดาย พลังความสามารถที่เขาแสดงออกมาทำให้ คนกริ่งเกรงยิ่งนัก
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เผ่าโครงกระดูกที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้น่าจะมี ระดับสายเลือดเพียงแค่ระดับหกเท่านั้น
คนเผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับหก ตามหลักทั่วไปแล้วจะมีระดับ และความสามารถในการต่อสู้เทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์
เขาสามารถสังหารเขตลี้ลับสี่คนได้สบายๆ อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังเป็น เขตลี้ลับช่วงท้าย นับเป็นเรื่องที่น่าตะลึงยิ่งนัก
เส้นสายตาของเนี่ยเทียนตกไปอยู่ตรงมีดกระดูกเล่มนั้น
เขาแอบคาดเดาเอาว่าที่เผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับหกคนนี้ แข็งแกร่งได้มากขนาดนี้ กุญแจสำคัญน่าจะอยู่ที่มีดกระดูกเล่มนั้น
ก่อนที่คนทั้งสี่จะตายไปได้ร้องโหยหวนและพูดถึงมีดกระดูกเล่มนั้น ดู เหมือนว่านั่นจะเป็นวัตถุในตำนานของเผ่าโครงกระดูก
“อาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูก!”
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็พลันวิเคราะห์ได้ว่าที่มาของมีดกระดูกเล่มนี้ต้อง ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
การที่อาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูกมาอยู่ในการครอบครองของเผ่า โครงกระดูกสายเลือดระดับหกคนนี้ หมายความว่าเผ่าโครงกระดูกผู้นี้ ย่อมต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาในชนเผ่า!
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าคู่ต่อสู้ที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่นี้น่าจะเป็นดาวดวง ใหม่ในชนเผ่าโครงกระดูก!
มีเพียงบุคคลเช่นนี้เท่านั้นถึงจะได้ครอบครองอาวุธล้ำค่าทั้งๆ ที่มี สายเลือดแค่ระดับหก เป็นเหตุให้พลังเพิ่มพูนจนความสามารถในการ ต่อสู้เกินกว่าสายเลือดที่แท้จริง!
“สังหารเขาซะ”
เนี่ยเทียนออกคำสั่งส่งไปให้โครงกระดูกปีศาจเลือด
“ตึง!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าว ร่างกระดูกใหญ่โต ก้าวมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างเนี่ยเทียนและเผ่าโครงกระดูกตนนั้น
เผ่าโครงกระดูกที่ดูแล้วยังเด็กอยู่มากเห็นว่าโครงกระดูกปีศาจเลือด มาขวางอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาก็มีประกายเดือดดาลวาบผ่าน
ดวงตาของโครงกระดูกปีศาจเลือดเป็นสีเทาเหลือบเขียว ทว่าดวงตา ของชายหนุ่มเผ่าโครงกระดูกคนนี้กลับเป็นสีเขียวมรกต
ดวงตาของเขาคล้ายไข่มุกมรกตสองลูกที่ฝังเลื่อมอยู่ในกรอบดวงตาที่ ลึกโบ๋ แสงสีเขียวที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูกมองดูแล้วไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
“ถึงกับใช้คนเผ่าโครงกระดูกของข้ามาขัดขวางข้าเชียวรึ?” ดวงตา เขียวดั่งมรกตค่อยๆ มีแววดูหมิ่นปรากฏขึ้นมา มีดกระดูกเล่มนั้นในมือ ของเขาถูกเสือกเข้าหาโครงกระดูกปีศาจเลือดเพียงเบาๆ
คมมีดของมีดกระดูกเล่มนั้นมีแสงแวววาวจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่ง ประกาย
ปราณแห่งความตายที่ทำให้หมื่นสรรพสิ่งมอดม้วยกระเพื่อมออกมา จากในมีดกระดูกเล่มนั้น
มีดกระดูกที่มีขนาดแค่หนึ่งเมตรบินออกมาจากมือเขา
พอมีดกระดูกวางทาบลงมาบนไหล่ โครงกระดูกปีศาจเลือดที่เรือน กายสูงเกือบสามสิบเมตร ซึ่งสูงใหญ่กว่าชายหนุ่มเผ่าโครงกระดูกตนนี้ไม่รู้ กี่เท่ากลับไม่กล้ากระดุกกระดิกแม้แต่น้อย
เนี่ยเทียนกับโครงกระดูกปีศาจเลือดมีความสัมพันธ์ทางดวงวิญญาณ ต่อกัน เขาจึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดกำลังตัวสั่น ด้วยความหวาดกลัว
โครงกระดูกปีศาจเลือดหาใช่กลัวชายหนุ่มเผ่าโครงกระดูกตัวเล็กที่อยู่ เบื้องหน้าไม่ แต่กลัวมีดกระดูกเล่มนั้น!
มีดกระดูกเล่มนั้นคือวัตถุล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูก ซึ่งดูเหมือนว่าจะ กำราบเผ่าโครงกระดูกได้มากมาย
ตราประทับที่อยู่ในสายเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งถูกนำมา ทำเป็นหุ่นเชิดเลือดทำให้มันหวาดกลัว ไม่กล้าเป็นศัตรูกับมีดกระดูกเล่ม นั้นโดยสัญชาตญาณ
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็หน้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง!
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดมีพลัง แห่งความตายที่เข้มข้นไหลบ่าออกมา
พลังความตายขุมแล้วขุมเล่าพุ่งกรากเข้าไปรวมตัวกันในใบมีดของมีด กระดูกอย่างบ้าคลั่ง คล้ายถูกเครื่องสูบน้ำดึงดูดให้หลุดพ้นจากร่างของ โครงกระดูกปีศาจเลือด
มีดกระดูกกำลังดึงเอาพลังแห่งความตายไปจากร่างของโครงกระดูก ปีศาจเลือด และโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย!
“ถอยออกมาจากมีดเล่มนั้น!”
จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนร้องคำรามไปยังหัวสมองของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ทว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับทำเหมือนไม่ได้ยินเขาแม้แต่ น้อย
“ข้ามีนามว่าพ่าเก๋อเซิน สายเลือดบริสุทธิ์ของข้าเหนือกว่าเขา” ชาย หนุ่มเผ่าโครงกระดูกเดินขยับเข้ามาใกล้โครงกระดูกปีศาจเลือดทีละก้าว “มีดกระดูกสลายเล่มนี้ทำมาจากกระดูกมือของต้าจุนท่านหนึ่งของเผ่าข้า ที่ตายไปแล้ว ปราณของต้าจุนผู้นั้นสามารถกำราบทุกคนในชนเผ่าที่มี ระดับต่ำกว่าเขา!”
“กระดูกมือของต้าจุน!” เนี่ยเทียนร้องอุทานตกใจ
ผู้ที่ถูกเรียกว่าต้าจุนของชนต่างเผ่าจะมีเพียงผู้แข็งแกร่งสายเลือด ระดับสิบเท่านั้น
ต้าจุนของชนต่างเผ่ามีพลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับแดนเทพเจ้าของ เผ่ามนุษย์ นั่นคือพลังสูงสุดของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทางช้างเผือกอันกว้าง ใหญ่ไพศาลแห่งนี้!
ต่อให้เป็นต้าจุนที่ตายไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นต้าจุน พลังทั้งหมดในตอนที่ มีชีวิตอยู่ของต้าจุนเผ่าโครงกระดูกล้วนรวมอยู่ในกระดูกทั่วร่างของเขา เอากระดูกมือท่อนหนึ่งของเขามาทำเป็นมีดกระดูก พลังของมันก็ย่อม สะท้านฟ้าสะเทือนดินอยู่แล้ว
ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเลือดยังไม่ถูกชุบหลอม สายเลือดของมันก็มี แค่ระดับแปดเท่านั้น อีกทั้งตอนนี้พลังการต่อสู้ของมันก็ยังไม่ฟื้นคืนสู่ สภาวะดั้งเดิม
เมื่อเผชิญหน้ากับมีดกระดูกที่ทำมาจากกระดูกมือของต้าจุนเผ่าพันธุ์ เดียวกัน การที่มันไม่กล้าต้านทาน ทั้งยังตัวสั่นหวาดกลัวโดย สัญชาตญาณก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลพอเข้าใจได้
แต่ว่าดูเหมือนมีดกระดูกเล่มนั้นก็จำเป็นต้องวางทาบไว้บนไหล่ของ โครงกระดูกปีศาจเลือดเท่านั้นถึงจะกำราบมันได้อย่างมั่นคง ทำให้โครง กระดูกปีศาจเลือดไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม
เมื่อสูญเสียมีดกระดูกเล่มนี้ไป เผ่าโครงกระดูกที่ชื่อว่าพ่าเก๋อเซินผู้นี้ก็ คงต้องต่อสู้ด้วยพลังสายเลือดที่แท้จริงเท่านั้น
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็พลันสงบนิ่งได้อีกครั้ง เขาพูดกับตัวเอง ว่า “เผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับหก มีพลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับ เขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์ ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นัก”
“อู้ๆ!”
แทบจะเวลาเดียวกัน มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีก็เปิดฉากการต่อสู้กับชาย หนุ่มภูตผีปีศาจที่อารมณ์เกรี้ยวกราดซึ่งสวมชุดดำคนนั้นแล้ว
นิ้วของมือซ้ายมู่ปี้ฉงกางออก ทันใดนั้นรากของดอกไม้ปีศาจสีดำก็พุ่ง ออมาอย่างบ้าคลั่ง
รากของดอกไม้ปีศาจสีดำนั้นฝั่งหนึ่งฝังลึกอยู่ในร่างของมู่ปี้ฉง ส่วนอีก ด้านหนึ่งกลับแผ่ขยายออกมาข้างนอกอย่างไร้ที่สิ้นสุด
พอรากของดอกไม้ปีศาจโผล่ออกมาก็เหมือนมังกรปีศาจสีดำตัวหนึ่งที่ ถูกมือข้างซ้ายของมู่ปี้ฉงคว้าเอาไว้แล้วฟาดให้มันตรงเข้าไปฉกกินชาย หนุ่มภูตผีปีศาจ
ชายหนุ่มภูตผีปีศาจที่เห็นว่าจู่ๆ ก็มีรากดอกไม้ปีศาจบินออกมาจาก กลางฝ่ามือของอีกฝ่าย สัมผัสได้ถึงปราณน่ากลัวของมัน เขาก็พลันหน้า เปลี่ยนสี
อีกด้านหนึ่ง อินย่าหนันที่สูญเสียการปกป้องจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก
ชายหนุ่มเผ่าอสูรกายหน้าตาหล่อเหลายิ้มปริ่ม พูดกับนางด้วย น้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าชื่อว่าฝูหลัวซือเท่อ เจ้าจงจำชื่อของข้าเอาไว้ให้ดี”
หัวกะโหลกที่เกิดจากการรวมตัวกันของซากวิญญาณพลันลอยเข้ามา หาอินย่าหนัน ดวงตาที่กลวงโบ๋ของมันเหมือนมีไฟดำมืดเปล่งวูบวาบ
มันอ้าปากเข้าหาอินย่าหนันแล้วออกแรงดูด
ใบหน้าของอินย่าหนันเต็มไปด้วยความขมขื่น นางยกมือทั้งคู่ขึ้นมากุม ศีรษะโดยอัตโนมัติคล้ายกำลังขัดขวางไม่ให้จิตวิญญาณที่แท้จริงบิน ออกไป
“เผ่าอสูรกาย!”
เนี่ยเทียนคำรามเบาๆ หนึ่งครั้ง ไข่มุกวิญญาณมืดที่อยู่ในมือของเขาก็ พลันพุ่งเข้าหาหัวกะโหลกนั้น
พื้นผิวภายนอกของไข่มุกวิญญาณมืดมีเส้นวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน ลอยขึ้นมา วิญญาณวัตถุในไข่มุกที่พอได้รับคำสั่งจากเนี่ยเทียนก็พยายาม อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องไม่ให้จิตวิญญาณของอินย่าหนันถูกรุกราน
วงแสงสีเขียวขมุกขมัวถูกปลดปล่อยออกมาจากไข่มุกวิญญาณมืดวง แล้ววงเล่า
วงแสงพวกนั้นลอยอยู่เหนือศีรษะของอินย่าหนัน มันกระเพื่อมเป็นวง คลื่นสวยงามลักษณะเหมือนวงน้ำยามที่โยนหินก้อนใหญ่ลงไปใน ทะเลสาบ
และก็เพราะวงแสงสีเขียวเหล่านั้นกระเพื่อมมาอยู่เหนือศีรษะของอิน ย่าหนัน การกระชากดึงทางจิตวิญญาณของหัวกะโหลกถึงได้หมด ประสิทธิภาพ
ชายหนุ่มเผ่าอสูรกายมองไข่มุกวิญญาณมืดที่ลอยอยู่เหนือศีรษะอิน ย่าหนันแล้วหน้าเปลี่ยนสีเป็นครั้งแรก
“ไม่นึกเลยว่าด้านในไข่มุกวิญญาณมืดจะมีวิญญาณวัตถุก่อกำเนิดขึ้น มาแล้ว! แถมวิญญาณวัตถุนั่นยังยอมรับในตัวเจ้าอีกด้วย!”
ฝูหลัวซือเท่อกรีดร้องเสียงแหลม ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเหตุใด เนี่ยเทียนที่เป็นเผ่ามนุษย์พอได้รับไข่มุกวิญญาณมืดไปถึงสามารถหา วิญญาณวัตถุมาให้แก่ไข่มุกวิญญาณมืด ทั้งยังได้รับการยอมรับจาก วิญญาณวัตถุด้วย
วัตถุจากเผ่าอสูรกายของพวกเขาหาใช่ว่าจะเอาวิญญาณของอะไรมา ใส่ก็ได้
ยิ่งเป็นไข่มุกวิญญาณมืดก็ยิ่งมีความพิเศษ!
วิญญาณวัตถุที่เผ่ามนุษย์หามาจะต้องเผชิญกับการกัดกินจาก วิญญาณร้ายมากมายที่อยู่ในไข่มุกวิญญาณมืด แม้แต่ยืนหยัดอยู่ในนั้นก็ ยังทำไม่ได้ แล้วจะกลายมาเป็นวิญญาณวัตถุได้อย่างไร?
เขาไม่รู้ว่าวิญญาณวัตถุของไข่มุกวิญญาณมืด…ก็คือซากวิญญาณจาก มหาราชาท่านหนึ่งของอสูรกายสายเลือดระดับเก้า
ตามแผนการเดิมของเขา ขอแค่เนี่ยเทียนเรียกเอาไข่มุกวิญญาณมืด ออกมา เขาก็จะใช้สายเลือดของเผ่าอสูรกายและเวทลับทางจิตวิญญาณ ไปยึดครองไข่มุกวิญญาณมืดมาเป็นของตนอย่างง่ายดาย
ทว่าเรื่องไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นเพียงเพราะในไข่มุกวิญญาณมืดมี วิญญาณวัตถุอยู่แล้ว แถมวิญญาณวัตถุนั้นยังให้การยอมรับเนี่ยเทียน!
ไข่มุกวิญญาณมืดที่มีวิญญาณวัตถุทำให้เขารู้ดีว่าตนไม่มีทางช่วงชิงมัน มาได้โดยที่ยังไม่สังหารเนี่ยเทียน
ที่ยิ่งทำให้เขาปวดหัวก็คือวงแสงสีเขียวขมุกขมัวที่กระเพื่อมออกมา จากด้านในของไข่มุกวิญญาณมืดได้ฉีกทำลาย “เขตวิญญาณมืดครึ้ม” ที่ เขาสร้างขึ้นมาจนย่อยยับ!
สายเลือดของเขาก็แค่ระดับหกเท่านั้น อานุภาพของ “เขตวิญญาณ มืดครึ้ม” จึงมีจำกัด แต่วงแสงที่กระเพื่อมออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืด กลับฉีก “เขตวิญญาณมืดครึ้ม” ให้กลายเป็นเศษซากราวกับว่ามันเป็น เพียงผ้าบางๆ ผืนหนึ่งเท่านั้น
การสกัดกั้นที่ “เขตวิญญาณมืดครึ้ม” มีต่อพวกเนี่ยเทียนสามคนพลัน สูญเสียประสิทธิภาพไปในชั่วพริบตา
เนี่ยเทียนร้องเอ๊ะเบาๆ หนึ่งครั้ง เมื่อแบ่งสมาธิไปเพ่งมอง ดวงตาของ เขาก็ฉายความตะลึงระคนแปลกใจ
เขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าไข่มุกวิญญาณมืดจะสามารถกำราบหัว กะโหลกนั่น ทำให้จิตวิญญาณของอินย่าหนันไม่ถูกดึงออกไป
นอกจากนี้เนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าหลังจากที่หัวกะโหลกปลดปล่อย วงแสงออกมา การสกัดกั้นจาก “เขตวิญญาณมืดครึ้ม” ก็พลันสูญเสีย ประสิทธิภาพอย่างที่เคยมีไป
นี่หมายความว่าหากเขาและอินย่าหนันสามคนตกอยู่ในสถานการณ์ เลวร้ายจริงๆ ก็ยังสามารถอาศัยเรือดาราหนีไปจากสนามต่อสู้แห่งนี้ได้
เนี่ยเทียนจึงพลันสงบใจลงได้มาก
“มีดกระดูกเล่มนั้นสามารถกำราบโครงกระดูกปีศาจเลือด ทำให้มัน ไม่สามารถสำแดงพลังการต่อสู้ที่ควรมีออกมาได้ ขณะเดียวกัน ไข่มุก วิญญาณมืดก็สามารถกำราบหัวกะโหลกหัวนั้น ทำให้ชายหนุ่มเผ่าอสูร กายไม่สามารถอาศัยมันมาสังหารอินย่าหนันได้” มุมปากเนี่ยเทียนยกยิ้ม พลันรู้สึกว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“อู้ๆๆ!”
ขณะที่เขาแบ่งสมาธิไปช่วยอินย่าหนันพ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูก ก็ได้ลงมือแล้ว
ปราณแห่งความตายสีเทาซีดแผ่อวลมาจากแปดทิศ ปกคลุมเนี่ยเทียน ให้อยู่ภายใน
“สายเลือด! ลดเหลือศูนย์!”
ในปราณแห่งความตาย มีพรสวรรค์ทางสายเลือดที่พ่าเก๋อเซินกระตุ้ นออกมา ต่อให้เนี่ยเทียนที่ร่างอยู่ท่ามกลางปราณเหล่านั้นจะเรียกพลัง วิญญาณออกมาคุ้มกันกาย แต่พลังชีวิตในร่างก็ยังไหลหายไปอยู่ดี
ท่ามกลางปราณแห่งความตายสีเทาซีด พ่าเก๋อเซินเหมือนลูกธนูลูก หนึ่งที่พุ่งแทงเข้าหาเนี่ยเทียน
โครงกระดูกใสแวววาวของพ่าเก๋อเซินปลดปล่อยแสงสว่างสดใส ออกมาเหมือนเจดีย์ที่ประกอบขึ้นจากหยก
“สวบ!”
ดาราเพลิงกาฬที่เนี่ยเทียนเรียกออกมาฟาดไปยังร่างกระดูกของเขา
ร่างของพ่าเก๋อเซินที่ถูกแสงมีดของดาราเพลิงกาฬฟันมาโดนมีเพียง สะเก็ดไฟปลิวว่อน ทว่าบนกระดูกของเขากลับไร้ร่องรอยความเสียหาย ใดๆ
เขาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว มือกระดูกเล็กๆ ของ เขาเหมือนกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งที่แทงเข้าไปยังหน้าอกของเนี่ยเทียน
“สวบ!”
ผิวเนื้อตรงหน้าอกของเนี่ยเทียนถูกแทงทะลุทันที ทว่ามือกระดูก ของพ่าเก๋อเซินกลับหยุดชะงักเมื่อเจอกับกระดูกตรงหน้าอกของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนที่ใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ชุบหลอมเรือนกายจนมีกระดูก ผลึกใส กระดูกทุกท่อนของเขาจึงเป็นดั่งผลึกที่มีความแข็งแกร่งทนทาน มากเป็นพิเศษ
พ่าเก๋อเซินที่มีสายเลือดระดับหก สายเลือดของเขาแข็งแกร่ง มีร่างไม่ ดับสลายของเผ่าโครงกระดูก กระดูกแต่ละท่อนเป็นราวกับอาวุธแหลม คม แต่กระนั้นกลับยังไม่สามารถทะลวงกระดูกผลึกใสแทงทะลุไปยัง หัวใจของเนี่ยเทียนได้
“ตูม!”
เนี่ยเทียนถอยกรูดไปข้างหลัง มือกระดูกของพ่าเก๋อเซินที่ดึงออกมา จากหน้าอกของเขากลับไม่มีเลือดติดมาแม้แต่หยดเดียว
ดวงตาสีเขียวมรกตของพ่าเก๋อเซินมีแววเลื่อนลอยปรากฏขึ้นเสี้ยว หนึ่ง คล้ายนึกไม่ถึงว่าเผ่ามนุษย์คนหนึ่งจะมีกระดูกที่แข็งแกร่งได้ถึงเพียง นี้
แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตกใจอะไรมากนัก
ตอนที่เนี่ยเทียนถอยกรูดห่างออกไป เขาก็แค่มองเนี่ยเทียนด้วย สายตาเย็นชาราวกับสายตาที่ใช้มองคนตาย