ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 829 ล่าถอยไม่เป็นท่า
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองที่หน้าอกตัวเอง
สาบเสื้อตรงหน้าอกของเขาขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี ลายเส้นสีเทาซีดที่ เล็กบางจำนวนมากกำลังว่ายวนอยู่ใต้ผิวหนังตรงหน้าอกของเขาอย่าง รวดเร็ว ก่อนจะตรงเข้าตัดสลับกันกลายมาเป็นรูปภาพรูปหนึ่งที่ซับซ้อน และลึกลับ
ในรูปภาพนั้นมีปราณแห่งความตายที่ส่งกลิ่นอายของความเก่าแก่ ยาวนาน คล้ายนาบประทับสัจธรรมความจริงแห่งความตายเอาไว้
ความรู้สึกที่เหมือนว่าความมีชีวิตชีวาได้แปรเปลี่ยนมาเป็นพลังแห่ง ความตายพลันเอ่อท้นขึ้นมาจากในรูปภาพนั้น
จิงชี่เลือดเนื้อมากมหาศาลในร่างของเนี่ยเทียนได้รับผลกระทบทันที พวกมันบินเข้าไปหารูปภาพสีเทาซีดอย่างที่เขามิอาจควบคุม
เขาพลันบังเกิดความรู้สึกอ่อนแอหมดเรี่ยวหมดแรง
พ่าเก๋อเซินมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็นชาโดยที่ไม่ลงมือทำอะไรอีก ราวกับมั่นใจมากว่าเนี่ยเทียนต้องตายแน่นอน
อย่าว่าแต่เผ่ามนุษย์ที่เลือดลมไม่มากพอเลย ต่อให้เป็นภูตผีปีศาจ หรืออสูรกายที่พอถูกเวทลับทางสายเลือดแห่งความตายของเขาเข้าไปก็ ยังยากจะต้านรับได้
เรือนกายที่อ่อนแอของเผ่ามนุษย์มีเลือดลมไม่สมบูรณ์มากพอ การที่ ถูกภาพนั้นสลักลงไปบนร่างก็จะยิ่งทำให้พลังชีวิตของพวกเขาหดหายไป จนกระทั่งกลายมาเป็นศพได้เร็วยิ่งขึ้น
“ตึกตักๆๆๆ!”
เสียงหัวใจเต้นของเนี่ยเทียนดังลั่นราวรัวกลองศึก
เดิมทีปราณเลือดสีเขียวที่นาบประทับสัจธรรมแห่งชีวิตซึ่งขดตัวอยู่ใน หัวใจของเขาอยู่ในสภาวะจำศีลเพื่อรอการแปรสภาพ ทว่าตอนนี้กลับถูก กระตุ้นอย่างรุนแรง
แสงเลือดกลุ่มหนึ่งระเบิดตูมออกมาจากหน้าอกของเนี่ยเทียน
ท่ามกลางแสงเลือด โซ่ผลึกสายเลือดหลายเส้นที่มีอยู่เฉพาะใน สายเลือดแห่งชีวิตของเขาได้เกาะตัวเข้าด้วยกันจนกลายมาเป็นเหมือนงู ผลึกนับพันนับหมื่นตัวพุ่งแทงเข้าไปยังภาพสีเทาซีดนั้น
งูผลึกเหมือนยางลบที่กำลังลบภาพลายเส้นสีเทาซีดออกไปจาก หน้าอกเขาอย่างรวดเร็ว และพริบตาเดียวภาพนั้นก็หายไป
ความรู้สึกประหลาดที่เหมือนชีวิตเดินทางไปสู่ความตายก็หายวับไป อย่างไร้ร่องรอยด้วย
ดวงตาสีเขียวมรกตของพ่าเก๋อเซินฉายประกายประหลาด เขากล่าว ด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“อู้ๆๆ!”
แสงเปลวเพลิง ดวงดาว พืชหญ้าที่ปะปนไปด้วยเลือดลมและพลังจิต วิญญาณพลันลอยออกมาจากเรือนกายของเนี่ยเทียน ก่อนที่ สนามแม่เหล็กซึ่งบิดเบือนความว่างเปล่า ทำให้สรรพสิ่งยุ่งเหยิงปั่นปุวน จะแผ่อวลออกมาจากร่างของเนี่ยเทียน
“กระแสปั่นปุวนหุนตุ้น!”
เมื่อสนามแม่เหล็กก่อตัวได้สำเร็จ เนี่ยเทียนก็แค่นเสียงเย็นหนึ่งที กลางฝุามือของเขามีมหาสมุทรดวงดาวเปล่งประกายคล้ายมีดวงดาว ดารดาษก่อตัวขึ้นมากลางฝุามือของเขา
ดวงดาวดวงแล้วดวงเล่าว่ายวนและแปรเปลี่ยนอยู่กลางฝุามือของเนี่ย เทียน ก่อนจะรวมตัวกันเป็นค่ายกลดวงดาว
เขาสะบัดมือหนึ่งที ม่านแสงดวงดาวผืนหนึ่งก็บินเข้าหาพ่าเก๋อเซิน
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”
พ่าเก๋อเซินร้องอุทานเสียงหลง
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่ฝูหลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกายและยังมี ภูตผีปีศาจระดับสูงคนนั้นที่พอได้ยินเสียงร้องอุทานของเขาก็พากันหัน หน้ามามองโดยอัตโนมัติ
ชนต่างเผ่าสองคนก็ตื่นตะลึงไปเช่นกัน พวกเขาตวาดกร้าว “ผู้สืบ ทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”
“ฟิ้ว!”
ตอนที่แสงดาวบินมาหาพ่าเก๋อเซิน เนี่ยเทียนก็พลันหายตัวไป เขา อาศัยดาวเปล่งประกายระยะสั้นมาโผล่อยู่ด้านหลังอีกฝุาย
สนามแม่เหล็กกระแสปั่นปุวนหุนตุ้นครอบคลุมพ่าเก๋อเซินไว้ภายใน เมื่ออยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กประหลาดนั้น สายเลือดแห่งความตายในร่าง ของเขาจึงถูกพันธนาการ
ค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมกันของแสงดาวจำนวนมากกลายมา เป็นม่านแสงผืนหนึ่งที่ลอยมายังหน้าอกของเขาเบาๆ
“ตูม!”
ค่ายกลดวงดาวระเบิดกระจาย แสงดาวเจิดจ้าบาดตาคมกริบแทงเข้า ไปยังกระดูกที่ใสแวววาวของเขา
ร่างกระดูกเล็กๆ ของพ่าเก๋อเซินสั่นเทิ้มอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ร่าง ของเขาสั่นสะท้านก็ล้วนมีปราณแห่งความตายที่เข้มข้นแผ่ออกมาจากใน กระดูกของเขา
ขณะเดียวกัน เนี่ยเทียนก็ยกดาราเพลิงกาฬที่ถือไว้ในมือขึ้นฟาดฟัน อีกครั้ง
“เคร้ง!”
ดาราเพลิงกาฬกระแทกลงไปบนไหล่ของพ่าเก๋อเซินอย่างแรง ไหล่ที่ เป็นกระดูกสีขาวของเขามีเสียงกัมปนาทดังลอยมา
พ่าเก๋อเซินแสยะปากแยกเขี้ยว ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงสองครั้ง จากค่ายกลดวงดาวและดาราเพลิงกาฬ ทำให้เขาเกิดความเจ็บปวด ทว่า กระดูกของเขากลับยังไม่มีร่องรอยที่จะปริแตก
“ร่างโครงกระดูกไม่ดับสลาย!”
แสงสีขาวแวววาวส่องประกายออกมาจากกระดูกทุกท่อนของเขา ปานประหนึ่งเสื้อเกราะที่ห่อหุ้มปกปูองเรือนกายเล็กๆ ของเขาเอาไว้
“ฟิ้วๆๆ!”
ลูกธนูกระดูกสามลูกที่ทำมาจากกระดูกขาวซึ่งมาพร้อมเสียงแหวก อากาศแหลมดังได้บินทะยานออกมาจากปลายนิ้วของพ่าเก๋อเซิน
ลูกธนูกระดูกเหมือนสายฟูาสีขาวที่แทงเข้าไปยังไหล่ของเนี่ยเทียน โดยที่เนี่ยทียนยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“เคร้งๆๆ!”
ลูกธนูกระดูกแทงทะลุผ่านผิวเนื้อของเนี่ยเทียนไปกระแทกกระดูก ผลึกใสของเขาได้อย่างง่ายดายจนเกิดเป็นเสียงใสกังวานดั่งโลหะปะทะ กัน
เนี่ยเทียนถูกแรงโจมตีของลูกธนูกระดูกทั้งสามดอกซัดร่างให้ปลิวลิ่ว ไปในอากาศ
ตอนที่ร่างของเขาร่วงกระแทกลงบนพื้น สีหน้าของเขาก็หนักอึ้ง ครั้น จึงกระชากลูกธนูกระดูกทั้งสามดอกออกไป
เมื่อลูกธนูกระดูกมาอยู่ในมือ ปราณแห่งความตายก็แผ่อวลขึ้นมาแล้ว แทรกซึมเข้ามายังเลือดเนื้อของเขา
เขาทิ้งลูกธนูกระดูกไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโคจรเวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่เพื่อซ่อมแซมรูเลือดสามรูที่เกิดจากการแทงทะลุของลูกธนูกระดูก ตอนนี้ในรูเลือดทั้งสามมีพลังชีวิตมารวมตัวกัน เลือดเนื้อของเขาจึง เคลื่อนไหวมาประสานตัวเข้าด้วยกันอย่างบ้าคลั่ง
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกยกมือขึ้นคว้าจับลูกธนูกระดูกสามดอก ที่ถูกเนี่ยเทียนกระชากทิ้งให้กลับมาอยู่กลางฝุามืออีกครั้ง เขาไม่ได้รีบ ร้อนลงมือ เพียงแค่มองประเมินเนี่ยเทียนด้วยความใคร่รู้ “เจ้าชื่อว่า อะไร?”
“เนี่ยเทียน”
“เจ้า ไม่ใช่เผ่ามนุษย์ทั่วไป” ดวงตาสีเขียวมรกตของพ่าเก๋อเซินฉาย แววลึกล้ำ สีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม “ต่อให้อยู่ใน พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เจ้าก็ไม่ใช่คนที่มีบทบาทธรรมดา หรือว่า… เจ้าก็คือบุตรแห่งดวงดาวที่คนเรียกกัน? ก็ไม่ถูกสิ ในบรรดาบุตรแห่ง ดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่มีใครสักคนที่ขอบเขตต่ำแค่ เขตสามัญ”
เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบรับ
“ข้าล่ะหวังจริงๆ ให้เจ้าเป็นบุตรแห่งดวงดาว เพราะเมื่อเป็นเช่นนี้ หากฆ่าเจ้าได้ขึ้นมาถึงจะมีความหมาย” พ่าเก๋อเซินพึมพำเบาๆ หนึ่ง ประโยค
มีดกระดูกที่อยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งถูกพ่าเก๋อเซิน เรียกว่ามีดกระดูกสลายพลันลอยมาหาเขาหลังจบประโยคนั้น
วินาทีที่มีดกระดูกสลายเข้ามาอยู่ในมือ ระดับความน่ากลัวของพ่าเก๋อ เซินก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกหลายระดับ!
อาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูกชิ้นนี้ได้ดูดเอาพลังแห่งความตาย ออกไปจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้วส่วนหนึ่ง มันจึงเหมือนได้ ดื่มเลือดสดอย่างอิ่มเปรม ทำให้เนี่ยเทียนยิ่งเกิดความหวาดกลัวที่รุนแรง มากกว่าเดิม
เมื่อไม่มีการกำราบจากมีดกระดูกสลาย การเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ ระหว่างเนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ได้กลับคืนมาอีกครั้ง ทว่า พอเนี่ยเทียนสั่งให้มันไปเล่นงานพ่าเก๋อเซิน โครงกระดูกปีศาจเลือดกลับ เลือกที่จะปฏิเสธ
ราวกับว่าขอแค่พ่าเก๋อเซินยังคงถือมีดกระดูกสลายเล่มนั้นอยู่ในมือ มันก็ไม่กล้ามีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับพ่าเก๋อเซิน
ระหว่างที่พ่าเก๋อเซินโบกมีด เนี่ยเทียนก็เหลือบตาไปมองการต่อสู้ของ อีกสองฝุาย ครั้นจึงพบว่าตอนนี้รากดอกไม้ปีศาจของมู่ปี้ฉงที่กำลังประมือ อยู่กับภูตผีปีศาจระดับสูงเป็นฝุายได้เปรียบ
ส่วนอินย่าหนันที่พอได้รับความช่วยเหลือจากไข่มุกวิญญาณมืด ฝีมือ การต่อสู้ระหว่างนางและฝูหลัวซือเท่อจึงทัดเทียมกัน ไม่ตกเป็นฝุาย เพลี่ยงพล้ำ
เขาพลันบังเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาจึงรีบออกคำสั่งใหม่ให้กับ โครงกระดูกปีศาจเลือด บอกให้มันไปช่วยอินย่าหนันสังหารฝูหลัวซือเท่อ จากเผ่าอสูรกาย
สำหรับคำสั่งข้อนี้ โครงกระดูกปีศาจเลือดทำตามอย่างว่องไว มันพุ่ง เข้าหาฝูหลัวซือเท่อทันที
และเวลานี้เอง พ่าเก๋อเซินก็เริ่มโบกสะบัดมีดกระดูกสลาย
พลังงานทางสายเลือดที่มาจากพ่าเก๋อเซินถูกกรอกเทเข้าไปในมีด กระดูกสลาย ทำให้มีดกระดูกนั้นเหมือนได้รับพลังชีวิต ปราณแห่งความ ตายที่สามารถทำลายสรรพชีวิตแผ่ออกมาพร้อมกับแสงสีขาวซีดซึ่งฟาด ฟันเข้าใส่เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนดึงเอาพลังเกือบครึ่งหนึ่งไปไว้ในดาราเพลิงกาฬโดยที่แทบ จะไม่ต้องคิดมาก
หน้าอกของเขาพลันมีความเดือดดาลพลุ่งพล่าน เขากำลังใช้หมัดเทพ ค้ำฟูาพิโรธที่เขาบรรลุมากระตุ้นให้ดาราเพลิงกาฬฟาดฟันลงไปยังมีด กระดูกสลายอย่างแรง
“ตูม!”
วินาทีที่มีดกระดูกสลายปะทะเข้ากับดาราเพลิงกาฬ พลังงาน มากมายที่เนี่ยเทียนกรอกเทให้กับดาราเพลิงกาฬพลันระเบิดออก
และที่แตกกระจายไปพร้อมกันยังมีดาราเพลิงกาฬด้วย!
มีดยาวที่หลี่เย่สร้างให้และเนี่ยเทียนเองก็ใช้คล่องมือเล่มนี้กลับมิอาจ แบกรับการโจมตีรุนแรงจากอาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูกได้เลย พริบตาเดียวมันจึงกลายมาเป็นเศษชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆ จำนวนนับไม่ถ้วน
ความโกรธแค้นที่เนี่ยเทียนกรอกเทไปให้กับดาราเพลิงกาฬก็สลาย หายไปเกลี้ยงเช่นกัน
ทว่ามีดกระดูกสลายของพ่าเก๋อเซินกลับยังมีอานุภาพไม่จางหาย มัน ตวัดฟันเข้ามาหาเนี่ยเทียนราวกับต้องการฟันให้เนี่ยเทียนและฟูาดินแห่ง นี้ขาดออกเป็นสองท่อน
ตั้งแต่ฝึกตนมาจนถึงวันนี้ เนี่ยเทียนไม่เคยได้เข้าใกล้กับความตาย เช่นนี้มาก่อน
มองเห็นว่ามีดกระดูกสลายขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเนี่ย เทียนพบว่าตอนนี้มิอาจเอาเกราะมังกรเพลิงมาใช้ได้ เขาก็ไม่สามารถหา วิธีมาปูองกันการฟาดฟันครั้งนี้ได้เลย
เขามีความรู้สึกว่าเรือนกายที่ผ่านการชุบหลอมจากเวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่ของเขาก็มิอาจแบกรับการโจมตีนี้ได้เช่นกัน
สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ก็คืออาศัยคาถาดาวเปล่งประกายของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาหายตัวไป
“ฟิ้ว!”
เขาพลันหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตที่มีดกระดูกสลายฟาดฟัน มา ปรากฏตัวอยู่ตรงตีนเขาที่มีผนังแห่งการบรรลุ
พ่าเก๋อเซินอึ้งงันไปครู่ ก่อนจะบิดข้อมือที่ถือมีดกระดูกสลายเบาๆ ทำ ให้มีดกระดูกสลายหันเข้าหาเนี่ยเทียนอีกครั้ง
พื้นที่ที่มีดกระดูกสลายฟาดผ่าน หมื่นสรรพสิ่งล้วนตายดับ ยังดีที่ สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตประเภทแมลงอยู่ หาไม่แล้วหากพื้นที่ที่มีด กระดูกสลายปกคลุมไปมีแมลงบรรพกาลอยู่ แมลงพวกนั้นก็คงตายกันไป หมด
เนี่ยเทียนอาศัยดาวเปล่งประกายหายตัวไปอีกครั้ง
“เคร้ง!”
มีดกระดูกสลายเล่มเล็กๆ ฟันลงไปบนผนังหินแห่งการบรรลุทำให้ ผนังนั่นเกิดเป็นร่องลึกร่องหนึ่ง
การที่จู่ๆ ผนังหินก็แตกออกเช่นนี้ได้กระเทือนไปยังจิตวิญญาณของงู เหลือมเลือดน้ำแข็งที่รวมอยู่บนผนังหินแห่งการบรรลุ
ปราณจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งพลันถูกซัดกลับออกมา จากผนังหินแห่งการบรรลุ
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับแปดร้องคำรามเบาๆ จิตวิญญาณ กลับคืนมาสู่ร่างในบัดดล
อินย่าหนันดีใจอย่างยิ่งยวด นางหันมามองก็พบว่าเนี่ยเทียนที่ถูกพ่า เก๋อเซินไล่โจมตีได้แต่คอยหลบเลี่ยงอย่างจนตรอก ไม่กล้าปะทะกับมีด กระดูกสลายซึ่งๆ หน้า
ส่วนโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ถูกเนี่ยเทียนเรียกออกมาก็กำลังโจมตี ไปยังหัวกะโหลกที่เกิดจากการรวมตัวกันของซากวิญญาณมากมาย เปลว เพลิงสีขาวซีดลอยออกมาจากมือกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดทีละ นิด
หัวกะโหลกที่เหมือนมีสติปัญญาร้องคำรามอย่างคลั่งแค้น
หัวกะโหลก พรสวรรค์ทางสายเลือด และเวทลับทางจิตวิญญาณ ของฝูหลัวซือเท่อล้วนถูกไข่มุกวิญญาณมืดควบคุมเอาไว้ ทำให้พวกมันมิ อาจจัดการกับโครงกระดูกปีศาจเลือดได้เลย
เปลวเพลิงสีขาวซีดที่สาดออกมาจากกลางฝุามือของโครงกระดูก ปีศาจเลือดมีปราณแห่งความตาย เมื่อกระเด็นมาโดนร่างของฝูหลัวเท่อก็ ลุกไหม้ทำให้ฝูหลัวเท่อเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
“เนี่ยเทียน! เปลี่ยนคู่ต่อสู้กัน!”
อินย่าหนันคำรามกร้าว แล้วจู่ๆ ก็พลันขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งให้ไป หาพ่าเก๋อเซิน
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งพ่นควันเย็นออกมา ในควันเย็นนั้นมีแสงน้ำแข็ง จำนวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหว ก่อนที่จะกลายมาเป็นพายุเย็นเยียบถึงขีด สุดที่เขมือบกลืนพ่าเก๋อเซินไว้ในพริบตา
พ่าเก๋อเซินยกมีดกระดูกสลายขึ้นโบกสะบัดเบาๆ พายุน้ำแข็งเย็น เยียบที่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งพ่นออกมาก็พลันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
ดวงตาของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเกิดความเดือดดาล อุณหภูมิของที่ แห่งนี้ลดดิ่งอย่างรวดเร็ว ผนังหินเริ่มมีน้ำแข็งเกาะตัว ซึ่งล้วนเกิดจากการ ชักนำทางพลังสายเลือดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
ในพายุน้ำแข็งเย็นเยียบพลันมีก้อนน้ำแข็งและแท่งน้ำแข็งปรากฏเพิ่ม ขึ้นมาอีกเยอะมาก
ดวงตาข้างหนึ่งของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งมีแสงสีเลือดเปล่งวาบ ทำให้ ก้อนน้ำแข็งและแท่งน้ำแข็งเหมือนถูกเลือดสดอาบย้อมจึงกลายมาเป็น ผลึกสีแดงฉาน
พลังเลือดลมที่น่าหวาดกลัวไต่ทะยานอยู่ในพายุน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ทำให้พ่าเก๋อเซินที่อยู่ด้านในเกิดความกดดันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าจนมิอาจ เบ่งสมาธิไปสนใจเนี่ยเทียนได้อีก
แม้ว่าการที่เขาอาศัยมีดกระดูกสลายอยู่ในพายุน้ำแข็งจะทำให้เขา เคลื่อนที่ได้ดังใจปรารถนา แต่กระนั้นการกระทำบางอย่างก็ยังถูกจำกัด
ฝูหลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกายเห็นว่าพ่าเก๋อเซินถูกปกคลุมอยู่ในพายุ น้ำแข็งเย็นเฉียบ อีกทั้งยังเห็นว่าพอเนี่ยเทียนเข้ามาควบคุมไข่มุก วิญญาณมืดและโครงกระดูกปีศาจเลือดด้วยตัวเอง ของทั้งสองสิ่งก็พลันมี อานุภาพเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เขาจึงหน้าเปลี่ยนสี แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นด้วย ภาษาของชนต่างเผ่า “ถอยเถอะ!”
กล่าวจบ ไม่รอให้เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้ เขาก็ขับเคลื่อนหัวกะโหลกที่ เกิดจากการรวมตัวของซากวิญญาณให้ลอยหนีไปทิศไกล
ส่วนภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นที่อยากจะหนีตั้งนานแล้วเมื่อได้ยิน เสียงตะโกนจากเขาก็กลายร่างเป็นสายฟูาสีม่วงเส้นหนึ่งที่พุ่งออกไปจาก สนามรบ
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกที่ถูกพายุน้ำแข็งกลบทับก็ค่อยๆ ลดตัว ลงไปใต้ดิน ไม่นานปราณของเขาก็จางหายไปจนสัมผัสไม่ถึง
ตอนที่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดยังไม่ตื่นจากการบรรลุ พ่าเก๋อซิ นที่ครอบครองมีดกระดูกสลายคือผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ทว่าพองูเหลือมเลือดน้ำแข็งฟื้นตื่นขึ้นมาจึงทำให้อินย่าหนันมีความ มั่นใจว่าจะต่อสู้กับพ่าเก๋อซินที่ครอบครองมีดกระดูกสลายได้อย่าง ทัดเทียมกัน และด้วยเหตุนี้อีกฝุายถึงพ่ายแพ้ถอยร่นกลับไป
ชนต่างเผ่าสามคนบุกมาด้วยท่าทางดุร้ายเหี้ยมหาญ ทว่ากลับต้อง พ่ายแพ้ถอยร่นไปอย่างไม่เป็นท่า