ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 832 บ่อแห่งโชควาสนา!
พวกเนี่ยเทียนและพี่น้องไฉหลงเกอเดินทางไปจากจุดศูนย์กลางของ นครหินแห่งนั้น รอจนแรงโน้มถ่วงร้อยเท่าหายไป ไฉหลงเกอก็เรียกเอา อาวุธวิเศษประเภทบินที่เก็บไปก่อนหน้านี้ออกมาอีกครั้ง
เมื่อทุกคนพากันเข้าไปอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้น อาวุธวิเศษ ประเภทบินก็ทะยานออกไปทันที
ยืนอยู่ด้านหลังของอาวุธวิเศษประเภทบิน เนี่ยเทียนทอดสายตามอง ไกลๆ ไปยังนครหินแห่งนั้น รวมไปถึงคนมากมายจากสำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์ด้วยสีหน้ารังเกียจ
เขารอคอยอย่างยิ่ง รอคอยให้รูปปั้นหินทั้งเก้าซึ่งออกมาจากทะเลสี ครามเจ็ดดวงดาวตามหาที่แห่งนี้จนเจอ แล้วทยอยสังหารคนของสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้สิ้นไปทีละคน
เขารู้สึกว่าความเป็นไปได้นี้คงมีไม่น้อย
ลูกศิษย์สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มองพวกเนี่ยเทียนที่จากไปพร้อมกับพี่ น้องไฉหลงเกอด้วยสีหน้าเย็นชา
“พวกเขาจะไปยังบ่อแห่งโชควาสนา”
คนผู้นั้นแค่นเสียงเย็น ดวงตาฉายแววดุร้าย “พี่น้องไฉหลงเกอไม่ได้ อยู่รายชื่อที่โดดเด่นของผู้กล้าแห่งตำหนักหลิงอู่รอให้นายน้อยของสำนัก พวกเรามาถึงแล้วบรรลุถึงความลี้ลับที่เชียนจ้งจวินทิ้งเอาไว้ พวกเราก็ ค่อยไปที่บ่อแห่งโชควาสนา แล้วค่อยไปเอาเรื่องเจ้าสามคนนั้น”
“อืม ความลี้ลับของบ่อแห่งโชควาสนาไม่มีทางที่จะปรากฏขึ้นมาเร็ว นัก พวกเรายังมีเวลา”
“ลองนับเวลาดูแล้ว อีกไม่นานเท่าไหร่ นายน้อยก็คงมาถึง”
คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์พูดคุยกันด้วยน้ำเสียงเย็นชา
……
พออาวุธวิเศษประเภทบินของไฉหลงเกอหลุดพ้นไปจากถิ่นของเผ่า มนุษย์หินได้อย่างแท้จริง เนี่ยเทียนจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถาม “สถานที่ที่เจ้าจะ พาพวกเราไปมีความลี้ลับอะไรอยู่กันแน่?”
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงก็แสดงท่าทีอยากรู้
พวกเขาต่างก็เพิ่งเคยมาสนามรบสุ้ยเมี่ยเป็นครั้งแรก จึงแทบจะไม่รู้ ความลี้ลับอะไรของที่แห่งนี้
ตอนที่ยังไม่เจอกับพี่น้องไฉหลงเกอ พวกเขาก็เหมือนแมลงวันที่ไร้หัว ได้แต่พุ่งชนไปรอบด้าน ไม่มีเป้าหมายและตำแหน่งที่แน่ชัด
ไฉหลงเกอมีนิสัยใจกว้างอ่อนโยน ค่อนข้างเป็นคนตรงไปตรงมา หญิง สาวทั้งสองจึงรู้สึกดีกับเขาไม่น้อย
ในเมื่อเขารู้สถานที่ที่มีความมหัศจรรย์ของสนามรบสุ้ยเมี่ย ทั้งยังเป็น ฝ่ายเชื้อเชิญให้พวกเขามาร่วมด้วย ก็แสดงว่าต้องมีสาเหตุอะไรแน่นอน
“สถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่าบ่อแห่งโชควาสนา แต่มันก่อตัวขึ้นมาได้ อย่างไรนั้น พูดตามตรงว่าตำหนักหลิงอู่ของพวกเราก็ไม่รู้แน่ชัดนัก” ไฉ หลงเกอกล่าวเนิบช้า
จากคำอธิบายของเขา เนี่ยเทียนเริ่มมีความเข้าใจอย่างคร่าวๆ ต่อบ่อ แห่งโชควาสนา
จุดที่บ่อแห่งโชควาสนาตั้งอยู่คือบึงลึกลับที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่ง และดู เหมือนว่าในยุคบรรพกาล บึงแห่งนั้นก็อยู่มาตั้งแต่ตอนที่อาณาจักรมหึมา ยังไม่แตกสลาย ยังไม่กลายมาเป็นสนามรบสุ้ยเมี่ยอย่างในทุกวันนี้
ยุคบรรพกาลที่ห่างไกลมีชนเผ่าวิญญาณโบราณและชนต่างเผ่าอยู่ มากมายซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรมหึมาแห่งนี้
และในยุคสมัยนั้น บึงนั่นก็คือสถานที่ต้องห้ามอย่างหนึ่ง
ในยุคสมัยนั้น เผ่าวิญญาณโบราณที่แข็งแร่ง แมลงบรรพกาลและยังมี เผ่ามนุษย์หินต่างก็ห้ามคนในสำนักที่อ่อนแอไม่ให้เข้าออกพื้นที่แห่งนั้น
ว่ากันว่าบึงแต่ละแห่งของที่นั่นจะสามารถกลืนกินสิ่งมีชีวิตได้อย่าง เงียบเชียบ
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บรรพกาลตัวเล็ก หรือสัตว์โบราณร่างใหญ่ที่หากตก ลงไปในหนองบึงบ่อแห่งนั้นโดยไม่ทันระวังก็จะค่อยๆ จมลึกลงไปข้างใน มิอาจดิ้นรนให้หลุดพ้น จากนั้นก็หายสาบสูญไปตลอดกาล
บึงแห่งนั้นเหมือนจะสามารถกลืนกินสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อและจิต วิญญาณได้
และที่นั่นก็เคยมีสงครามนองเลือดดุเดือดเกิดขึ้นสองครั้ง ครั้งหนึ่ง เป็นศึกระหว่างเผ่าวิญญาณโบราณที่แข็งแร่ง แมลงบรรพกาล เผ่ามนุษย์
หินและชนต่างเผ่า ครั้งที่สองก็คือศึกที่เผ่ามนุษย์พิสูจน์ตัวเอง ช่วงชิง ตำแหน่งของเผ่ามนุษย์ในบรรดาชนต่างเผ่าทั้งหมดมาได้
สงครามสองครั้งเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของสนามรบสุ้ยเมี่ย พื้นที่หนองบึง แห่งนั้นก็คือหนึ่งในสถานที่ที่เกิดการปะทะกันบ่อยครั้งที่สุดของสงคราม ใหญ่ทั้งสองครั้ง
สงครามใหญ่สองครั้งมีชนต่างเผ่า สัตว์โบราณ ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ มากมายเข้าร่วม และหากจมลงไปในบึงแห่งนั้นเมื่อใดก็จะถูกบึงแห่งนั้น กลืนกิน
สิบล้านปีให้หลังก็ไม่รู้ว่าใครที่ไปสร้างบ่อมากมายอยู่ในบึงแห่งนั้น บ่อ พวกนั้นมีทั้งหมดสี่สิบเก้าแห่ง ช่วงแรกเริ่มไม่มีใครรู้ความลี้ลับของมัน
จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ชนต่างเผ่าคนหนึ่งผลัดหลงเข้าไปในพื้นที่ ของบึงแห่งนั้น แล้วพลันค้นพบว่าในบรรดาบ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อมีหลายบ่อที่ ปะทุพลังงานออกมา
พลังงานที่ปะทุอยู่ในบ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อปะปนกันหลากหลาย มีทั้งแก่น ของเปลวเพลิง มีทั้งปราณพืชหญ้า มีทั้งแสงสายฟ้า และยังมีปราณแห่ง ความมืด ปราณปีศาจ หรือแม้แต่พลังงานเลือดลมที่เข้มข้นก็ยังมี
นอกจากพลังงานแห่งความตายแล้ว พลังงานฟ้าดินส่วนใหญ่ รวมไป ถึงปราณต่างๆ ที่ชนต่างเผ่าใช้ฝึกตน รวมไปถึงพลังปราณเลือดก็ล้วน ปรากฏในบ่อเหล่านั้นทั้งสิ้น
ชนต่างเผ่าผู้นั้นได้รับเลือดลมที่เข้มข้นจากในบ่อแห่งหนึ่ง สายเลือด ของเขาก็พลันเกิดการแปรสภาพ ในระยะเวลาสั้นๆ ก็ข้ามผ่านระดับทาง สายเลือดไปได้ขั้นหนึ่ง
เขาเอาข่าวนี้ไปบอกให้คนในตระกูลทราบ ความลี้ลับของบ่อทั้งสี่สิบ เก้าแห่งจึงค่อยๆ แพร่งพรายออกไป
หลังจากนั้นไม่เพียงแต่ชนต่างเผ่าเท่านั้น ยังมีมนุษย์อีกมากมายที่ต่าง ก็ทยอยกันไปเยือนหนองบึงแห่งนั้น
ทว่าบ่อสี่สิบเก้าบ่อที่ไม่รู้ว่าถูกขุดขึ้นมาได้อย่างไรนี้กลับไม่ได้เผย ความมหัศจรรย์ออกมาตลอดเวลา แต่เว้นช่วงไปทุกๆ ระยะเวลาหลายปี หรืออาจเป็นหลายร้อยปีถึงจะมีความลี้ลับปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้ง
ทุกครั้งที่บ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อมีพลังงานต่างๆ ปะทุขึ้นมาก็จะมีคนค้นพบ เสมอ
มีผู้แข็งแร่งของเผ่ามนุษย์ที่รวบรวมสายฟ้าจากบ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อ เลื่อนจากเขตลี้ลับช่วงต้นไปยังช่วงกลางได้ในพริบตา
บางคนดูดซับแก่นเปลวเพลิงจากในบ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อ แล้วก็ก้าวผ่าน ปราการแห่งขอบเขตไปได้เช่นกัน
และก็มีคนที่ฝึกวิชาพืชหญ้า ฝึกพลังแห่งปฐพี พลังสีทองที่ต่างก็ได้รับ พลังงานจากบ่อเหล่านั้นแล้วฝ่าทะลุขอบเขต
ชนต่างเผ่า สัตว์โบราณที่ค้นพบความลี้ลับของที่นั่น สายเลือดก็จะ แปรสภาพเช่นกัน
อีกทั้งพวกคนของเผ่ามนุษย์ที่ได้รับความมหัศจรรย์ไปจากที่นั่นยัง บอกด้วยว่าพลังงานฝ่าดินที่ปะทุขึ้นมามีพลังของโชควาสนาบางอย่างแฝง เร้นอยู่ ทำให้การชุบหลอมโอสถวิญญาณ น้ำวนพลังวิญญาณประสบ ความสำเร็จได้เร็วขึ้น
พลังงานที่ปะทุขึ้นมาในบ่อไม่เพียงแต่มีจำนวนมหาศาลมากกว่าการ ดูดซับจากในหินวิเศษตรงๆ ยังมีประโยชน์อีกมากมายต่อการฝ่าทะลุ ขอบเขตด้วย
ไม่นานเผ่ามนุษย์จึงเริ่มเรียกบ่อทั้งสี่สิบเก้าบ่อในหนองบึงแห่งนั้นว่า บ่อแห่งโชควาสนา ชนต่างเผ่าทุกคนเองก็ยอมรับในชื่อเรียกนี้
“บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อ!”
มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีได้ฟังข้อมูลนี้ ดวงตาคู่งามก็เปล่งประกายวาบ เห็นได้ชัดว่าเกิดความสนใจ
ขอบเขตของนางในตอนนี้คือเขตสามัญช่วงท้าย เมื่อเทียบกับอิน ย่าหนันแล้วนับว่ายังด้อยกว่าขั้นหนึ่ง
นางรู้ดีว่าหากนางไม่ใช้ดอกไม้ปีศาจสองสีในร่าง อินย่าหนันเองก็ไม่ ใช้พลังของงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ระดับแปด ลำพังแค่ประมือกันด้วย ขอบเขตที่แท้จรงิ นาง…ก็ยังตกเป็นรองอยู่ดี
เวทลับเรือนกายของสำนักคุมสัตว์ที่อินย่าหนันฝึกตน ทำให้อีกฝ่ายมี พละกำลังมากกว่านางขุมหนึ่ง บวกกับข้อได้เปรียบทางขอบเขต นางย่อม ไม่มีทางเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้เลย
นางจึงแอบเหลือบตามองเนี่ยเทียนอีกแวบหนึ่ง
นางแอบประมาณการณ์อยู่ในใจตัวเอง หากไม่มีดอกไม้ปีศาจสองสี นางจะสามารถใช้ตบะเขตสามัญช่วงท้ายมาเอาชนะเนี่ยเทียนที่อ่อนแอ กว่านางระดับหนึ่งได้หรือไม่?
“ไอ้หมอนี่แค่อาศัยความแข็งแกร่งของเรือนกายก็ต้านทานอินย่าหนัน ได้ บวกกับความลับของวิชาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แถมเขายัง มีพลังงานอีกสองธาตุอยู่ในร่างด้วย”
พอคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตานางก็มีความขมขื่นเพิ่มขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
ไฉหลงเกอทอดสายตามองไปไกล แล้วพูดขึ้นเบาๆ ว่า “ไม่มีใครรู้ว่า บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าแห่งถูกใครสร้างขึ้นมา แต่หลายคนล้วนคาด เดากันว่าในเมื่อบึงน้ำที่ตั้งของบ่อแห่งโชควาสนาถูกมองเป็นพื้นที่ ต้องห้ามของยุคบรรพกาลก็ย่อมไม่ธรรมดา คนที่สามารถสร้างบ่อแห่ง โชควาสนาสี่สิบเก้าแห่งขึ้นมาได้ก็ต้องมีศักยภาพแข็งแกร่งจนแหวกฟ้าผ่า ดินได้แน่นอน”
“ทุกระยะเวลาช่วงหนึ่ง บ่อแห่งโชควาสนาจะพ่นพลังงานหลากหลาย ชนิดออกมา ซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าพลังงานพวกนั้นมาจากชีวิตของ คนละชนเผ่าที่ถูกพื้นที่ต้องห้ามแห่งนั้นกลืนกินไปตลอดระยะเวลาหลาย พันหลายหมื่นปี”
“สามารถดึงเอาพลังวิญญาณ เลือดเนื้อรวมไปถึงพลังจิตวิญญาณจาก สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งโดยอาศัยปากบ่อเหล่านั้นก็ช่างเป็นเรื่องที่น่า เหลือเชื่อยิ่งนัก”
มู่ปี้ฉงตะลึง “มีพลังจิตวิญญาณด้วยหรือ?”
อินย่าหนันเองก็แสดงสีหน้าสนใจ
พลังจิตวิญญาณคือพลังงานชนิดหนึ่งที่หายากที่สุดของโลก อีกทั้ง พลังจิตวิญญาณยังไม่ได้เกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ แต่เป็นการดึงเอาจิต วิญญาณของสิ่งมีชีวิตออกมาแล้วใช้เวทลับที่ชั่วร้ายชนิดต่างๆ ถึงจะ รวบรวมขึ้นมาได้
ยกตัวอย่างเช่นทะเลสาบกลืนวิญญาณของเผ่าอสูรกายนั่น
“อืม ทุกครั้งที่บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อเกิดการปะทุ จะมีบ่อ แห่งหนึ่งที่มีพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมา” กล่าวมาถึงตรงนี้ แม้แต่ดวงตาทั้งคู่ของไฉหลงเกอเองก็ยังเป็นประกาย “แต่บ่อที่มีพลังจิต วิญญาณพ่นออกมากลับเหมือนบ่อที่มีพลังงานอื่นๆ นั่นก็คือไม่มีเวลาการ ปะทุที่แน่นอน” เขาอธิบายอีกครั้ง
อินย่าหนันเข้าใจทันทีว่าพลังงานที่พ่นออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนา ทั้งสี่สิบเก้าบ่อ ไม่มีการกำหนดที่แน่นอน
บ่อหนึ่ง ครั้งแรกที่ปะทุออกมาอาจเป็นปราณปีศาจ
เวลาห่างไปหลายร้อยปี ครั้งที่สองที่ปะทะออกมาอาจเกิดเป็นสายฟ้า ก็ได้
บ่อที่มีพลังจิตวิญญาณพ่นออกมา อาจจะเป็นบ่อใดก็ได้ในบ่อแห่งโชค วาสนาทั้งสี่สิบเก้าแห่ง และแต่ไรไหนมาบ่อที่มีพลังจิตวิญญาณพ่นออกมา ก็เป็นบ่อที่มีการช่วงชิงกันอย่างรุนแรงที่สุด
ทุกครั้งที่บ่อแห่งโชควาสนาทั้งสี่สิบเก้าแห่งปะทุออกมา แต่ไม่ใช่ว่าทุก แห่งจะมีความมหัศจรรย์ บางแห่งอาจนิ่งเฉยไม่มีอะไรเหตุการณ์หรือ ความลี้ลับอะไร
บ่อประเภทนี้บางทีครั้งหน้าอาจจะมีพลังงานฟ้าดินอย่างอื่นที่มีความ มหัศจรรย์ปรากฏขึ้นมา
ขณะที่อาวุธวิเศษประเภทบินยังคงห้อทะยานไปข้างหน้า ไฉหลง เกอสรรหาคำพูดมาตอบรับการซักถามจากคนทั้งสามอย่างต่อเนื่อง เขา บอกจุดสำคัญที่ต้องระวังของบ่อแห่งโชควาสนาให้คนทั้งสามฟังอย่าง ละเอียด
ครึ่งเดือนต่อมา
อาวุธวิเศษประเภทบินที่ไฉหลงเกอเป็นผู้ขับเคลื่อนก็มาถึงพื้นที่ตั้ง ของบ่อแห่งโชควาสนาแล้ว หนองบึงที่กว้างขวางก็ได้ปรากฏสู่สายตาของ ทุกคน
หนองบึงแห่งนั้นเป็นสีน้ำตาลเหลือบเทา ในดินคลอนมีไอชื้นแฉะและ กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมา
เนี่ยเทียนใช้พลังจิตวิญญาณรับสัมผัสก็ไม่ได้กลิ่นเลือดลมอันอ่อนจาง ของแมลงใดๆ นี่หมายความในหนองบึงแห่งนี้ แม้แต่แมลงที่ธรรมดาที่สุด สักตัวก็ยังไม่มี
กลางหนองบึงก็ไม่มีพืชพรรณใดๆ ทอดสายตามองไป ให้ความรู้สึก วังเวงเปลี่ยวเหงา
มาถึงที่นี่ พี่น้องไฉหลงเกอก็เริ่มเปลี่ยนมามีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น
“พวกเจ้าระวังให้ดี อย่าร่วงลงไปในหนองบึงนั่นเด็ดขาด” ไฉหลง เกอถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “หนองบึงพวกนั้นเหมือนสัตว์ประหลาดดึก ดำบรรพ์ที่สามารถกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง หากเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ ของพวกเราจมดิ่งลงไปในนั้นก็ยากที่จะควบคุมไม่ให้ตัวเองจมลึกลงไป และสลัดตัวให้หลุดพ้นมาได้”
“นับสิบล้านปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตกลงไปด้านล่างอย่างไม่ระวัง แล้วตายไปข้างล่างนั้น”
เนี่ยเทียนสามคนเดิมทียังมีสีหน้านับว่าผ่อนคลายไม่น้อย แต่พอได้ยิน เขาพูดเช่นนี้ก็เริ่มเกิดความกระวนกระวายใจ พอมองไปยังหนองบึงนั่น อีกครั้ง สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเหยเก
“สถานที่แห่งนี้มีแค่เขตสามัญและเขตลี้ลับเท่านั้นหรือ มีผู้แข็งแกร่ง ระดับสูงกว่านั้นมาที่นี่ด้วยหรือเปล่า?” อินย่าหนันเอ่ยถาม
“ก่อนหน้านี้เคยมี แต่ว่าช่วงล่าสุดที่ผ่านมาเหมือนจะไม่มีแล้ว” ไฉ หลงเกออธิบาย “แม้พลังงานที่พ่นออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนาจะมีพลัง แห่งวาสนาที่บริสุทธิ์ปะปนอยู่ด้วย แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ รวมไปถึงชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าแล้ว อันที่จริงนับว่าน้อยนิดจนไม่มีค่าใดๆ”
“พลังงานเหล่านั้นอาจช่วยเขตสามัญ เขตลี้ลับหรือชนต่างเผ่าใน ขอบเขตให้กันให้เลื่อนขอบเขตได้เร็วขึ้น แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งที่แค่ยกมือ
ก็ทำลายภูเขายักษ์ ทำลายแผ่นดินให้ย่อยยับได้แล้ว นับว่ายังน้อย เกินไป”
“จุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยยังมีความมหัศจรรย์อย่างอื่นอยู่ สำหรับผู้ แข็งแกร่งประเภทนั้นแล้ว แทนที่จะมาเฝ้าอยู่ในบ่อแห่งโชควาสนาก็สู้ไป เสี่ยงดวงในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยยังจะดีเสียกว่า”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” อินย่าหนันพยักหน้ารับแสดงว่าเข้าใจ
อาวุธวิเศษประเภทบินใต้ฝ่าเท้าของทุกคนยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า ข้ามผ่านพื้นที่หนองบึงหลายพื้น และในที่สุดก็มาถึงพื้นที่ของบ่อแห่งโชค วาสนา
เมื่อเนี่ยเทียนเห็นบ่อแห่งโชควาสนาบ่อแรก เขาก็เห็นว่ามีผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์คนหนึ่งได้มานั่งเฝ้าอยู่ที่ข้างบ่อรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับ ว่าเขากำลังรอให้มีความลี้ลับเกิดขึ้น