ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 833 เฝ้าบ่อ
คำว่าบ่อแห่งโชควาสนาแท้จริงแล้วก็คือบ่อดินโคลนที่แข็งทนทานซึ่ง อยู่ในหนองบึง
บ่อแห่งโชควาสนาแต่ละบ่อมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ระยะห่างของแต่ ละบ่อก็ไม่เท่ากัน
บ่อแห่งโชควาสนากระจายกันอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของหนองบึง จุดที่มีบ่อ แห่งโชควาสนา พื้นดินจะค่อนข้างแข็งทนทานราวหินเหล็กจนมากพอให้ คนไปยืนเหยียบได้โดยที่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะจมลงไปในบึง
บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อกระจายตัวกัน หกบ่อในนั้นตอนนี้มีคน ครอบครองอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งหกบ่อมีเส้นผ่าศูนย์กลางเกินสามเมตร บ่อที่ใหญ่ที่สุดคล้ายหลุมลึก ดำมืดที่ทอดยาวไปสู่ใต้ดิน
ปากบ่อที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่มีผมสีดอกเลา มองดู แล้วคงมีชีวิตอยู่มายาวนานช่วงหนึ่งนั่งอยู่ ขอบเขตของเขาคือเขตลี้ลับช่วง ท้าย
ห่างออกมาไม่ไกลนัก อาวุธวิเศษประเภทบินของไฉหลงเกอก็ค่อยๆ จอดนิ่ง
เนี่ยเทียนมองไกลๆ ไปยังผู้เฒ่าคนนั้น สายเลือดแห่งชีวิตของเขาจับ อายุขัยของเผ่ามนุษย์ได้ค่อนข้างเฉียบไว
รับสัมผัสเพียงครู่เดียวเขาก็รู้ว่าผู้เฒ่าคนนั้นเจอปัญหาด้านขีดจำกัด ด้านอายุขัยเหมือนอูจี้อาจารย์ของเขา
ผู้เฒ่ามีอายุอยู่มานานหลายปีมากแล้ว แต่ขอบเขตของเขากลับยังคง เป็นเขตลี้ลับช่วงท้าย
หากเขาไม่สามารถเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้ในระยะเวลาสั้นๆ และได้รับ อายุขัยมาเพิ่มเติม เส้นทางการฝึกตน รวมไปถึงเส้นทางแห่งชีวิตของเขาก็ จะเดินไปสู่จุดสิ้นสุด
ผู้เฒ่าหลับตา ปราณเลือดของเขาอ่อนจาง ทว่าคลื่นพลังวิญญาณใน ร่างกลับพลุ่งพล่านผิดปกติ
“ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของตำหนักหลิงอู่ของเราวิเคราะห์ว่าครั้งนี้ในบ่อ แห่งโชควาสนาจะมีพลังงานฟ้าดินต่างๆ ปะทุออกมา พวกเราสองพี่น้องจึง มาที่นี่โดยมีเป้าหมายเป็นบ่อแห่งโชควาสนา หวังว่าจะอาศัยบ่อแห่งโชค วาสนามาทำให้ขอบเขตเลื่อนสูงไปอีกขั้น” ไฉหลงเกอพูดเบาๆ “ถือว่า พวกเรามาเร็ว ก่อนหน้าพวกเรามีคนมาแค่หกคนเท่านั้น”
เส้นสายตาของเนี่ยเทียนกวาดมองไปยังร่างของห้าคนที่เหลือ แล้วก็ พบว่าทั้งห้าคนต่างก็มีเขตลี้ลับ
คนทั้งห้านั้น บางคนก็อายุไม่น้อยแล้ว และบางคนที่หากดูจากปราณ แห่งชีวิตก็ถือว่ายังอายุน้อย อยู่ห่างจากขีดจำกัดของอายุขัยอีกไกลนัก
คนทั้งหกต่างก็แยกย้ายกันยึดครองบ่อแห่งโชควาสนาที่ใหญ่ที่สุด
สามคนในนั้นเงยหน้ามามองพวกเขาแวบหนึ่งแล้วก็ไม่สนใจอีก
“พลังงานฟ้าดินที่ปะทุออกมาจากในบ่อแห่งโชควาสนาแต่ละบ่อล้วน ไม่มีการกำหนดที่แน่นอน อีกทั้งพลังธาตุที่พวกเขาฝึกตนยังไม่เหมือนกัน” มู่ปี้ฉงครุ่นคิดพลางเอ่ยขึ้นเบาๆ “หากพลังงานที่ปะทุออกมาจากในบ่อ แห่งโชควาสนาที่คนผู้หนึ่งเฝ้าเอาไว้ไม่เหมือนกับพลังธาตุที่เขาฝึกตน จะ เป็นเช่นไร?”
ไฉหลงเกอยิ้มจืดเจื่อน “มีอยู่หลายสถานการณ์”
เนี่ยเทียนหันมามองอย่างใคร่รู้
“อาจจะแลกเปลี่ยนกับคนอื่น เช่นหากพลังงานซึ่งปะทุออกมาจากบ่อ แห่งโชควาสนาของคนที่อยู่ข้างๆ สอดคล้องกับสถานการณ์ของพวกเขา คนทั้งสองก็อาจตกลงแลกเปลี่ยนกันได้อย่างง่ายดาย” ไฉหลงเกอชี้ไปยัง คนผู้หนึ่งด้วยเสียงที่ยิ่งเบาเข้าไปอีก “ยกตัวอย่างเช่นเขา ธาตุที่เขาฝึกตน คือสายฟ้า คนข้างๆ เขาฝึกธาตุน้ำ”
“หากพลังงานซึ่งปะทุออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนาที่คนทั้งสองเฝ้า ตรงกันข้ามพอดี พวกเขาก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ทันทีโดยที่ไม่มีข้อ พิพาท”
มู่ปี้ฉงถามอีกครั้ง “หากพลังงานซึ่งปะทุออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนา ที่ผู้เฒ่าคนนั้นเฝ้าคือธาตุเปลวเพลิง ทว่าบ่อของคนข้างๆ เป็นพลังสายฟ้า ควรจะทำอย่างไร?”
“ใครที่แข็งแกร่ง คนนั้นก็ได้เป็นผู้เลือก” ไฉหลงเกอถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที
ประโยคนี้ดังออกมา ในใจของเนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้ง รู้ทันทีว่าบ่อ แห่งโชควาสนานี้ คนที่ได้ครอบครองก่อนหาใช่จะได้ครอบครองไปตลอด กาล
ข่าวที่บ่อแห่งโชควาสนาจะปะทุพลังงานหลากหลายชนิดออกมา ตำหนักหลิงอู่รู้ได้ สำนักอื่นๆ รวมไปถึงชนต่างเผ่า สัตว์โบราณก็น่าจะรู้ เช่นกัน
รอจนความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อเผยตัวออกมา อย่างแท้จริง เกรงว่าคงต้องเกิดสงครามนองเลือดที่ดุเดือดอีกครั้ง
คิดจะช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนามาจากมือของคนเหล่านั้นไม่ได้ง่ายดาย อย่างที่คิด เพราะเรื่องไม่คาดคิดมักจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเสมอ
“พวกเราถือว่ายังมาเร็ว บ่อว่างที่เหลืออยู่ยังมีอีกเยอะมาก” ไฉหลงเก อเงียบคิดไปครู่ “พวกเจ้าเลือกกันเองก่อนเถอะ จะเฝ้าไว้ได้หรือไม่ หลังจากนี้ต้องดูที่ฝีมือของตัวเอง หากเฝ้าเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ก็สละทิ้งไปเลย ต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน หาไม่แล้ว…”
ไม่ต้องให้เขาพูดอย่างละเอียด พวกเนี่ยเทียนก็เข้าใจความอันตรายที่ แฝงอยู่ได้ดี
ยังดีที่คนทั้งสามต่างก็ใจกล้าโอหัง ทั้งยังมีความมหัศจรรย์อยู่กับตัวจึง ไม่กลัวเกรงสิ่งใด
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินของไฉหลงเกอมาจอดยังบ่อแห่งโชค วาสนาแห่งหนึ่ง อินย่าหนันก็แค่นเสียงในลำคอเบาๆ แล้วบินออกไปก่อน ผู้ใด
นางบินไปยังบ่อแห่งโชควาสนาที่ขนาดค่อนข้างใหญ่แล้วนั่งแปะลงไป ก่อนใคร
มู่ปี้ฉงตามหลังไปติดๆ แล้วก็เลือกบ่อที่ค่อนข้างใหญ่มาครอบครอง เช่นกัน
เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างกายพวกนางเลือกบ่อแห่งโชควาสนาแห่งหนึ่งมา อย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงนั่งลงไป
พี่น้องไฉหลงเกอเองก็เลือกบ่อแห่งโชควาสนาของใครของมัน คนทั้ง สองเลือกบ่อแห่งโชควาสนาที่ห่างจากคนทั้งสามไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก
“พวกเราสองพี่น้องฝึกธาตุทองและธาตุน้ำ” หลังจากที่เลือกได้แล้ว ไฉ หลงเกอก็หันมาพูดกับเนี่ยเทียนสามคน “ตอนที่บ่อแห่งโชควาสนาปะทุ พลังงานออกมาแล้วถ้ามีบ่อใดที่เหมาะสมกับพวกเรา พวกเราก็มาแลกกัน เลยดีไหม?”
พวกเนี่ยเทียนสามคนพากันพยักหน้ารับ
มาจนถึงวันนี้ เนี่ยเทียนเข้าใจมาตั้งนานแล้วว่าธาตุที่มู่ปี้ฉงฝึกตน เกี่ยวข้องกับพืชหญ้า นี่อาจเป็นเพราะในร่างของนางมีดอกไม้ปีศาจสองสี อยู่
ส่วนอินย่าหนันที่เนื่องจากสายเลือดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเป็นพันธ์ ผสมของงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์กับงูเหลือมลายเลือด ดังนั้นธาตุที่นางฝึกตน คือธาตุน้ำแข็ง
นอกจากนี้นางยังฝึกเวทเรือนกายซึ่งสอดคล้องกับพรสวรรค์ของงูเหลือ มลายเลือดพอดี จึงรับเอาแก่นเลือดของร้อยสัตว์มาซุกซ่อนไว้ในร่างของ ตัวเอง
ในบรรดาคนทั้งสามมีเพียงเขาที่ฝึกธาตุหลายอย่าง ทั้งเปลวเพลิง พืช หญ้าและพลังดวงดาว
บางทีไฉหลงเกออาจมองออกถึงปราณเปลวเพลิงและพืชหญ้าจากร่าง ของเขา แต่อาจมองไม่ออกถึงพลังดวงดาว
ไฉหลงเกอเชิญพวกเขาสามคนมาหาโอกาสที่บ่อแห่งโชควาสนา นอกจากไม่มีเจตนาร้ายแล้วก็น่าจะเป็นเพราะรู้สึกว่าพวกเขาสามคนไม่มี พิษภัยต่อพวกเขาสองพี่น้อง
พวกเขาสองคนฝึกธาตุทองกับธาตุน้ำ ซึ่งคนทั้งสามต่างก็ไม่มีใครฝึก รอจนความลี้ลับของบ่อแห่งโชควาสนาเผยออกมา ทั้งสองฝ่ายล้วนเอามา แลกกันได้ และความเป็นไปได้ที่จะได้รับความมหัศจรรย์ไปจากบ่อแห่งโชค วาสนาก็ย่อมเพิ่มมากขึ้น
แน่นอนว่าทุกอย่างนี้ล้วนอยู่ที่หัวข้อซึ่งพวกเขาพูดกันไปก่อนหน้านี้
—ต้องดูว่าพวกเขาสามารถเฝ้าบ่อแห่งโชควาสนาของตัวเองได้หรือไม่
บ่อแห่งโชควาสนาที่เนี่ยเทียนเลือกอยู่ห่างจากพวกคนที่มาถึงก่อนหน้า ค่อนข้างไกลมาก
พอเนี่ยเทียนลดตัวลงมาก็มองประเมินบ่อแห่งโชควาสนาที่ตัวเองเลือก เขาขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วยื่นหน้ามองลงไปข้างล่าง เขาค้นพบว่าดูเหมือน
บ่อแห่งนี้จะทอดยาวไปยังจุดลึกของใต้ดิน ด้านในมืดมิดไร้แสง ไม่รู้ว่าลึก แค่ไหน
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของเขาลอยเข้าไปในบ่อแล้วก็สัมผัสได้ถึง ขีดจำกัดบางอย่าง ทำให้มองความลี้ลับของมันไม่ออก
เขาดึงกระแสจิตวิญญาณกลับมา เหลือบตามองมู่ปี้ฉงและอินย่าหนัน แวบหนึ่ง แล้วก็พบว่าหญิงอำมหิตทั้งสองคนเองก็กำลังสำรวจบ่อแห่งโชค วาสนาแต่ไม่ได้รับผลพวงใดๆ กลับมาเช่นกัน
เนี่ยเทียนพลันสงบอารมณ์ได้ ก่อนจะหยิบเอาหินวิเศษออกมาเริ่มฝึก ตนตรงปากบ่อที่เขาเลือกไว้
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วหลายวัน ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีคน หน้าใหม่ทยอยกันมาถึงที่แห่งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ที่มาใหม่มีทั้งเผ่ามนุษย์ แล้วก็มีทั้งภูตผีปีศาจและเผ่าทมิฬ ซึ่งแม้แต่ สัตว์วิเศษก็ยังมาด้วยตัวหนึ่ง
สัตว์โบราณตัวนั้นคือสัตว์เพลิงพิภพระดับหก
ปีนั้นตอนที่อยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียน เขาเคยเห็นสัตว์เพลิงพิภพตัวหนึ่ง ซึ่งก็เป็นระดับหกเหมือนกัน และมันก็สร้างความตื่นตะลึงให้แก่เขาอย่าง ใหญ่หลวง
สัตว์เพลิงพิภพระดับหกมีพลังเทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์ ทว่ามาถึงวันนี้ ในสายตาของเนี่ยเทียน สัตว์เพลิงพิภพระดับนี้หมดความ น่ากลัวไปนานแล้ว
หลังจากที่สัตว์เพลิงพิภพมาถึง หางเปลวเพลิงทั้งสามหางของมันก็โบก สะบัด พอเรือนกายที่ใหญ่โตของมันไปถึงบ่อแห่งโชควาสนาบ่อหนึ่ง มันก็ ไม่เคลื่อนไหวอีก
ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์ หรือภูตผีปีศาจและเผ่าทมิฬต่างก็ไม่มีใครสนใจ มัน
ส่วนพ่าเก๋อเซินฝูหลัวซือเท่อและกู่ถ่าซือจากอาณาจักรปีศาจแห่งที่สอง ล้วนไม่ได้ปรากฏตัว
พอเวลาผ่านไปอีกหลายวัน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมอาภรณ์สีสันแวว วาวก็ขี่สัตว์สายฟ้านิลกาฬระดับหกมาเยือนอย่างองอาจ
ตรงสาบเสื้อหน้าอกของชายหนุ่มคนนั้นมีลูกสายฟ้าอยู่ห้าลูกที่คล้ายฝัง เลื่อมอยู่ในอาภรณ์ ทว่ากลับยังหมุนคว้างอย่างต่อเนื่อง น่าชมอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มมีใบหน้ายิ่งยโส พอมาถึง เขาที่อยู่บนร่างสัตว์สายฟ้านิลกาฬ ก็มองประเมินไปรอบด้าน ไม่นานก็สังเกตเห็นบ่อแห่งโชควาสนาขนาด ใหญ่สุดซึ่งผู้เฒ่าเขตลี้ลับช่วงท้ายนั่งเฝ้าอยู่
เขาตบร่างของสัตว์สายฟ้านิลกาฬเบาๆ ให้มันบินไปลอยอยู่เหนือ ศีรษะของผู้เฒ่า ก่อนจะตวาดกร้าวด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง “เจ้าแก่ จงมอบ บ่อแห่งโชควาสนาบ่อนี้ให้ข้าซะ”
ขอบเขตของเขามีเพียงแค่เขตลี้ลับช่วงกลางเท่านั้น ซึ่งอ่อนด้อยกว่าผู้ เฒ่าหนึ่งระดับ
ผู้เฒ่าลืมตาขึ้น พอเห็นลูกสายฟ้าห้าลูกที่หมุนวนอยู่ตรงหน้าอกของ เขาก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
นัยน์ตาของผู้เฒ่ามีความเดือดดาลวาบผ่าน แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนทันทีแล้ว เลือกบ่อแห่งโชควาสนาบ่อใหม่ที่ค่อนข้างอยู่ห่างไกล ก่อนจะนั่งลงไปอีก ครั้ง
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ผู้เฒ่าไม่เอ่ยคำใดออกมา
“ถือว่าเจ้ายังรู้อะไรควรไม่ควร” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ก่อนบังคับให้สัตว์ สายฟ้านิลกาฬระดับหกลดตัวลงตรงบ่อแห่งโชควาสนาที่ใหญ่ที่สุดแห่งนั้น ครั้นจึงหันไปมองผู้เฒ่าด้วยสายตาเย็นชา “หากบ่อแห่งโชควาสนาที่พ่น พลังสายฟ้าออกมามีสามบ่อ ข้าจะยกให้เจ้าหนึ่งบ่อ ถือว่าปล่อยเจ้าไปหนึ่ง ครั้ง”
“หาไม่แล้วโชควาสนาครั้งนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า ข้าและสัตว์ สายฟ้านิลกาฬของข้าต้องการบ่อแห่งโชควาสนาที่ปะทุพลังสายฟ้าสอง บ่อ”
ผู้เฒ่าที่อายุขัยใกล้จะหมดสิ้นจึงปรารถนาจะใช้บ่อแห่งโชควาสนามา ทำลายขีดจำกัดอายุของตัวเอง พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ สีหน้าก็พลัน หม่นหมอง
“ดินแดนสายฟ้านิรันดร์ นายน้อยของสำนักอสนีสวรรค์ โม่ชิงเหลย!”
ไฉหลงเกอขมวดคิ้ว แอบมองประเมินชายหนุ่มคนนั้น ก่อนจะหันมา อธิบายความเป็นมาของอีกฝ่ายและเอ่ยกำชับพวกเนี่ยเทียนสามคน “หาก บ่อแห่งโชควาสนาที่พวกเจ้าเฝ้าอยู่มีพลังงานสายฟ้าปะทุออกมา ทางที่ดี ที่สุดควรเป็นฝ่ายถอยออกไป อย่าได้ไปมีเรื่องกับคนผู้นั้น เขาคือนายน้อย ของสำนักอสนีสวรรค์ และเจ้าสำนักของสำนักอสนีสวรรค์แห่งนี้คือแดน เอตทัคคะช่วงท้าย!”
“อย่าเห็นว่าเขาขอบเขตไม่สูง แต่ในมือของเขาครอบครองอาวุธล้ำค่า ของสำนักอสนีสวรรค์ ที่เขากล้าทำตัวโอหังไร้ยำเกรงขนาดนี้ก็เพราะเขา สามารถอาศัยอาวุธล้ำค่าชิ้นนั้นมาสำแดงพลังการต่อสู้ที่เหนือกว่าเขตลี้ลับ ได้!”
“เหนือกว่าเขตลี้ลับ…” อินย่าหนันหัวเราะเบาๆ
สีหน้ามู่ปี้ฉงเองก็ไม่มีความแปลกใจอะไร
เนี่ยเทียนหัวเราะเฮอๆ พูดเพียงแค่ว่า “ขอบคุณมากที่เตือน”
ไฉหลงเกอเห็นว่าคนทั้งสามต่างก็มีท่าทางไม่ยี่หระ ดวงตาของเขาก็ ฉายแววแปลกใจ
เขามองไม่ออกว่าในร่างของอินย่าหนันมีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือด ระดับแปด แล้วก็มองไม่ออกว่าในร่างของมู่ปี้ฉงซ่อนดอกไม้ปีศาจสองสี เอาไว้
อีกทั้งดินแดนปราการดวงดาวยังเป็นเพียงแค่ดินแดนดวงดาวระดับต้น เขาจึงไม่คิดว่าหนุ่มสาวสามคนที่ตัวเองถูกชะตานี้จะมีพละกำลังมากพอให้ ต้านทานโม่ชิงเหลยจากสำนักอสนีสวรรค์ได้
ครึ่งวันผ่านไป
หลัวฮุยจากสำนักเชื่อมฟ้าก็ขี่แมงมุมทองตัวนั้นมาถึง
เมื่อหลัวฮุยปรากฏตัว พวกเนี่ยเทียนสามคนก็หันมามองหน้ากันแล้ว หัวเราะออกมาเบาๆ
หลัวฮุยที่รีบมาที่นี่ พอเห็นพวกเนี่ยเทียนสามคน เขาก็หน้าเปลี่ยนสี ทันใด