ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 834 ศัตรูมาเจอหน้า
หลัวฮุยนั่งอยู่บนแมงมุมแปดขาสีทอง เมื่อเดินทางมาถึงบ่อแห่งโชค วาสนาเขาก็พลันหยุดชะงัก
เส้นสายตาของเขากวาดมองมาบนร่างพวกเนี่ยเทียนสามคนหนึ่งครั้ง ดวงตาฉายแววลังเล
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม เพียงมองเขาโดยไม่เอ่ยคำใด
ตอนอยู่ในโพรงของแมลงเกราะเงิน มู่ปี้ฉงสังหารฟางอิ๋งอิ๋ง แล้วก็ทำให้ คนของสำนักเชื่อมฟูาพากันตกใจจนถอยหนี
หลัวฮุยเองก็เป็นฝุายออกปากสละแร่อโลหะเงิน ถึงทำให้ทุกคนของ สำนักเชื่อมฟูาพ้นเคราะห์ครั้งนั้นมาได้
ข้างกายหลัวฮุยตอนนี้ไม่มีคนของสำนักเชื่อมฟูาแม้แต่คนเดียว ดูจาก สภาพของเขาคล้ายเพิ่งผ่านการต่อสู้นองเลือดและโชคดีรอดชีวิตมาได้
แมงมุมสีทองที่หลัวฮุยนั่งมา บนขาของมันก็มีรอยแผลเล็กละเอียด คล้ายได้รับบาดเจ็บหนัก
อาภรณ์ที่หลัวฮุยสวมใส่ก็มีคราบเลือดติดเด่นชัด
“พวกเจ้ารู้จักเขา?” ไฉหลงเกอมองสายตาของพวกเขาออกจึงพูดขึ้น เบาๆ “ไอ้หมอนี่คือนายน้อยของสำนักเชื่อมฟูา ชื่อหลัวฮุย เขาคือบุคคลที่ ร้ายกาจมากนักล่ะ”
“เคยเจอกันมาครั้งหนึ่ง” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างเฉยชา
“พวกเจ้าคงไม่ได้มีเรื่องกับเขามาหรอกนะ?” ไฉหลงเกอขมวดคิ้ว “สำนักเชื่อมฟูารับมือได้ไม่ง่ายนัก แมงมุมสีทองที่หลัวฮุยผู้นี้นั่งมา…คือ แมลงอาคมที่มีชื่อเสียงมากในสำนักเชื่อมฟูา”
“มีเรื่อง? คงนับว่าใช่กระมัง” เนี่ยเทียนยิ้ม
พอเขากล่าวจบ ไฉหลงเกอและไฉเฟิ่งอู่ต่างก็เริ่มเป็นกังวล
ที่น่าแปลกก็คือหลังจากหลัวฮุยลังเลอยู่ครู่หนึ่งกลับเป็นฝุายออกห่าง จากตำแหน่งที่พวกเนี่ยเทียนอยู่ ยอมจะอ้อมไปยังอีกจุดหนึ่งของบ่อแห่ง โชควาสนาที่อยู่ไกลกว่า แล้วเลือกนั่งอยู่ข้างบ่อแห่งโชควาสนาแห่งหนึ่ง
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดคำใดแม้แต่ประโยคเดียว
“ดูเหมือนว่าเขาจะถูกโจมตีมา” อินย่าหนันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “แมงมุมสีทองตัวนั้นของเขาไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง คนจากสำนักเชื่อมฟูา ของพวกเขาก็เดินทางมาที่นี่กันหลายคน ใครกันที่ทำให้เขามีสภาพ อเนจอนาถและเหลือเพียงตัวคนเดียวแบบนี้ได้?”
เนี่ยเทียนส่ายหน้า
ไฉเฟิ่งอู่จากตำหนักหลิงอู่เห็นว่าหลัวฮุยจากไปโดยไม่เอ่ยคำใดก็ ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง “ดู เหมือนว่าหลัวฮุยจากสำนักเชื่อมฟูาจะหวาดกลัวพวกเจ้า?”
ไฉหลงเกอเองก็พลันตระหนักได้
หลัวฮุยที่มีแมงมุมสีทองตัวนั้นทำให้เขากริ่งเกรงอย่างถึงที่สุด และไม่มี ความมั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝุายได้
ทั้งๆ ที่หลัวฮุยรู้จักพวกเนี่ยเทียนสามคน แถมดูท่าน่าจะมีความแค้น เก่าต่อกัน ทว่าเขากลับเป็นฝุายเลี่ยงห่างออกไปก่อน ท่าทางเช่นนั้น…เห็น ได้ชัดว่าไม่อยากมีปัญหากับพวกเนี่ยเทียนสามคน
ไฉหลงเกอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็แอบพูดกับตัวเองว่า “หรือว่านั่นคือ สาเหตุที่หลัวฮุยได้รับบาดเจ็บสาหัส?”
เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าพวกเนี่ยเทียนเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกลมปราณทั่วไป เท่านั้น บนร่างไม่มีความมหัศจรรย์เท่าไหร่นัก
“หลัวฮุยถูกโจมตีหนักไม่น้อย บนร่างเขามีบาดแผล ย่อมไม่รีบร้อนมา หาเรื่องพวกเราอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนอธิบายอย่างไม่ใส่ใจหนึ่งประโยค
ไฉเฟิ่งอู่พยักหน้ารับ เอ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างหวังดี “เขาไม่ลงมือ พวกเจ้า ก็อย่าได้ไปมีเรื่องกับเขาเด็ดขาด แมงมุมสีทองของเขาตัวนั้น เมื่ออยู่ใน สำนักเชื่อมฟูาก็ยังอยู่อันดับต้นๆ ของแมลงอาคม ลำพังเพียงแค่แมลง อาคมตัวนั้นก็สามารถประมือกับเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ของเราได้ พวกเจ้า ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก”
เนี่ยเทียนยิ้มขอบคุณความหวังดีของนาง
จากนั้นก็มีมนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษจำนวนมากกว่าเดิมทยอย กันมาถึง
บ่อแห่งโชควาสนาทั้งสี่สิบเก้าบ่อ ส่วนใหญ่ล้วนถูกครอบครองเกือบ หมดแล้ว
พวกคนที่เฝูาอยู่ตรงบ่อแห่งโชควาสนาต่างก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน ซึ่ง เผ่ามนุษย์มีจำนวนมากที่สุด รองลงมาก็คือภูตผีปีศาจ อสูรกายและเผ่า ทมิฬ สุดท้ายถึงเป็นสัตว์วิเศษ
หลังจากนั้นก็ไม่มีข้อพิพาทอะไรระเบิดขึ้น
ที่ข้อพิพาทยังไม่เกิดนั้นเป็นเพราะบ่อแห่งโชควาสนายังเหลืออีกไม่ น้อย
ผู้ที่มาใหม่ส่วนใหญ่ล้วนรู้ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนา รู้ว่า บ่อแห่งโชควาสนาที่ขนาดเล็กก็หาใช่จะไม่มีความลี้ลับใดๆ
ตอนที่ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาเกิดขึ้น บ่อที่มองดูมี ขนาดกว้างใหญ่ก็อาจจะไม่พ่นพลังงานฟูาดินที่ทำให้ผู้เฝูาได้รับ ผลประโยชน์ก็เป็นได้
เมื่ออยู่ที่บ่อแห่งโชควาสนาแห่งนี้ยังต้องดูการเปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุด ถึงจะรู้ว่าจะมีความลี้ลับปรากฏขึ้นมากน้อยเพียงใด
เนี่ยเทียนตั้งใจฝึกตนต่อไป
เขาแอบรู้สึกว่าปราการที่ฝุาไปสู่เขตสามัญช่วงกลางของเขา อีกไม่นาน ก็จะพังทลายลงแล้ว
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เนี่ยเทียนส่งกระแสจิตวิญญาณให้เข้าไปอยู่ในตรา ประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง หลังจากบรรลุความลี้ลับทั้งหมดของโซ่ ดวงดาวแล้ว อักขระบรรพกาลส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับโซ่ดวงดาวก็ล้วนหายวับ ไป
ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวง ดวงแรกบันทึกวิชาลับไว้สามชนิดได้แก่ ดาวเคลื่อนย้าย ดาวเปล่งประกายและดาวตก
ส่วนดวงที่สองนั้นบันทึกจิตวิญญาณแห่งดวงดาวและโซ่ดวงดาว ซึ่งทั้ง สองวิชานั้นเขาล้วนบรรลุอย่างทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
รอจนโซ่ดวงดาวถูกเขาทำความเข้าใจเรียบร้อย อักขระบรรพกาลตัว ใหม่ก็ทยอยกันลอยขึ้นมา
อักขระบรรพกาลตัวใหม่บันทึกเวทลับอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเอาไว้ ทว่ายังคงยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ คล้ายว่าต้องรอให้ เนี่ยเทียนวิเคราะห์ได้ก่อนถึงจะจัดเรียงขึ้นมาใหม่
เนี่ยเทียนโคจรพลังจิตวิญญาณเพื่อวิเคราะห์อักขระบรรพกาลที่ยุ่ง เหยิงเหล่านั้น ขณะที่เขาจัดเรียงมันใหม่ พลังจิตวิญญาณของเขาจึงสลาย หายไปอย่างบ้าคลั่ง
ที่บ่อแห่งโชควาสนา ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณอยู่อาศัยร่วมกัน ทว่าผู้ แข็งแกร่งเขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์กลับมีมากกว่า
หากเขาคิดจะชดเชยพลังจิตวิญญาณที่ไหลหายไปอย่างรวดเร็วก็มีแต่ ต้องใช้ของสิ่งหนึ่ง—ผลึกจิตวิญญาณ
ทว่าผลึกจิตวิญญาณนั้นคือวัตถุดิบล้ำค่าที่ทุกชีวิตบนโลกต่างก็ ปรารถนาอยากจะได้มาครอบครอง
หากเขาเอาผลึกจิตวิญญาณออกมา ใช้ผลึกจิตวิญญาณชดเชยพลังจิต วิญญาณที่หายไปในชั่วระยะเวลาสั้นๆ เกรงว่าคงจะชักนำให้ชนต่างเผ่า คนเผ่าเดียวกันและสัตว์วิเศษมาช่วงชิงอย่างกระหาย
นิ่งคิดไปนาน เนี่ยเทียนก็หยุดการทำความเข้าใจที่มีต่อตราประทับ สะเก็ดดาวดวงที่สอง
ก่อนที่เขาจะใช้วิชาจิตวิญญาณแห่งดวงดาวมาดูดซับพลังจิตวิญญาณ มาจากดวงดาวดารดาษบนท้องฟูา ค่อยๆ ฟื้นพลังกลับมา
ท่ามกลางขั้นตอนนี้ เขาได้ยินวิญญาณวัตถุในเกราะมังกรเพลิงส่งเสียง มาบอก “นายท่าน ข้าแปรสภาพสำเร็จแล้ว มีคามรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ เลย”
ข้อมูลนี้จากวิญญาณวัตถุ ทำให้เนี่ยเทียนฮึกเหิมเป็นกำลัง
ไม่ช้าก็เร็วตรงจุดของบ่อแห่งโชควาสนานี้จะต้องมีสงครามนองเลือด ระเบิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นตอนที่ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาเผย ตัว หรืออาจจะเป็นตั้งแต่ตอนที่ความลี้ลับยังไม่เกิดขึ้นทว่าบ่อแห่งโชค วาสนาถูกครอบครองไปหมด
โม่ชิงเหลยจากสำนักอสนีสวรรค์ และยังมีคนจากตระกูลลักษณะ เดียวกับเขาล้วนร้ายกาจไม่ธรรมดา
ต่อให้เนี่ยเทียนจะมีความมั่นใจแค่ไหนก็ไม่คิดว่าหากไม่ยืมใช้สิ่งของ นอกกาย เขาจะสามารถยืนหยัดอยู่ในบ่อแห่งโชควาสนาได้อย่างมั่นคงและ ช่วงชิงวาสนาครั้งนี้มาได้
วิญญาณวัตถุจากเกราะมังกรเพลิงส่งความคิดมาก็หมายความว่าเขา สามารถใช้เสื้อเกราะตัวนี้มาเพิ่มพลังการต่อสู้ของตัวเองให้มากขึ้นได้อีก ครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ดาราเพลิงกาฬแตกสลายไป วัตถุที่เขา เอาออกมาต่อสู้ได้อย่างแท้จริงก็มีไม่มากอีกต่อไป
เขาซักถามอย่างละเอียดจึงรู้จากวิญญาณวัตถุว่าหลังจากที่วิญญาณ วัตถุในแกนเลือดได้รับแก่นเลือดสิบหยดจากเขาไป แกนเลือดที่ห่อเหี่ยวจึง ฟื้นคืนกลับมามีพลังชีวิต ทั้งยังมีโซ่ผลึกสายเลือดที่เป็นของเกราะมังกร เพลิงก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เมื่อโซ่ผลึกสายเลือดก่อตัวก็สามารถทำให้วิญญาณวัตถุปลดปล่อย พรสวรรค์ทางสายเลือดของเผ่ามังกรเพลิงออกมาได้
อานุภาพของเกราะมังกรเพลิงก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเหตุนี้
เดิมทีเกราะมังกรเพลิงก็ถูกมองเป็นอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณอยู่ แล้ว หลังจากที่พรสวรรค์ทางสายเลือดของเกราะมังกรเพลิงถูกวิญญาณ วัตถุปลุกให้ตื่นขึ้นมา มันดูดซับเอาแก่นเพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพ เข้าไปจนเริ่มแข็งแกร่งทีละนิด อนาคตวันข้างหน้าอันยาวไกล อาวุธล้ำค่า เชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนี้ก็อาจมีหวังที่จะได้เลื่อนขั้นไปอีกหนึ่งระดับ
เมื่อวัตถุวิเศษที่เป็นระดับเชื่อมโยงวิญญาณเลื่อนขั้นได้อีกครั้ง ก็จะ กลายมาเป็นอาวุธวิเศษระดับไม่ดับสลาย!
ข้อมูลที่บอกว่าเกราะมังกรเพลิงมีหวังที่จะเลื่อนขั้นต่อไปอีกครั้งนี้มา จากวิญญาณวัตถุเอง ข่าวนี้ทำให้จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนสั่นสะเทือน ยิ่ง ฮึกเหิมมากขึ้น
ผ่านไปอีกหลายวัน บ่อแห่งโชควาสนาทั้งหมดต่างก็ถูกผู้แข็งแกร่ง หลากหลายเผ่าพันธ์ยึดครองไปหมดแล้ว
ตามคำบอกของไฉหลงเกอ ระยะเวลาที่บ่อแห่งโชควาสนาจะมีความ มหัศจรรย์เกิดขึ้นอีกครั้ง ยังเหลืออีกช่วงเวลาหนึ่ง
“ครั้งนี้เกรงว่าคงมีปัญหาใหญ่แล้ว” ใบหน้ของไฉหลงเกอเต็มไปด้วย ความขมขื่น “หลายครั้งที่บ่อแห่งโชควาสนามีความมหัศจรรย์ปรากฏขึ้น บ่อแห่งโชควาสนาทั้งสี่สิบเก้าบ่อ ไม่ได้ถูกยึดครองเต็มทุกครั้ง ได้ยินมาว่ามี เพียงครั้งที่แล้วที่บ่อแห่งโชควาสนาทั้งสี่สิบเก้าบ่อยังไม่ทันเกิดความ มหัศจรรย์ก็ถูกแบ่งกันไปก่อนแล้ว”
“จากนั้น…”
เขาลดระดับเสียงลงต่ำ แล้วหันไปอธิบายให้เนี่ยเทียนสามคนฟัง บอก ว่าครั้งที่แล้วตอนที่บ่อแห่งโชควาสนายังไม่เปิดก็มีการทะเลาะกันอย่าง ดุเดือดเกิดขึ้น เพื่อแย่งชิงบ่อแห่งโชควาสนา พวกคนที่มาทีหลังต่างก็เปิด สงครามนองเลือดติดต่อกันกับคนที่มาครอบครองบ่อแห่งโชควาสนาอยู่ ก่อนแล้ว
คนที่อ่อนแอ หากไม่เป็นฝุายสละทิ้งไปด้วยตัวเอง ยอมยกบ่อแห่งโชค วาสนาให้อีกฝุายแต่โดยดี ก็ต้องมีจุดจบด้วยความตาย
“แสดงว่านับจากตอนนี้ ทุกคนก็คงต้องระวังตัวกันแล้ว” เนี่ยเทียนหรี่ ตา นัยน์ตามีประกายเย็นเยียบวาบผ่าน “มีความเป็นไปได้มากว่าคนที่มาที หลังจะมาช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาของพวกเรา?”
ไฉหลงเกอใช้สายตาเห็นใจมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวพร้อมยิ้มขื่น “ความ เป็นไปได้สูงมากที่เจ้าจะถูกแย่ง เพราะว่าขอบเขตของเจ้า…มีแค่เขตสามัญ ช่วงกลางเท่านั้น”
“ยังมีเจ้าอีกคน” เขามองไปยังมู่ปี้ฉง
เนี่ยเทียนมองไปรอบด้าน ค้นพบว่าชนต่างเผ่า สัตว์วิเศษและเผ่า มนุษย์ทุกคนที่ปรากฏอยู่ในสายตาเวลานี้ หากไม่มีเขตลี้ลับก็เป็นชนต่าง เผ่าระดับเดียวกัน
เขตสามัญ ชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษและสายเลือดระดับห้าแทบจะไม่มี เลย
เขาและมู่ปี้ฉงที่เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกคนที่ประดุจเสือประดุจหมาปุา เหล่านี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนลูกแกะที่รอวันถูกเชือด
ครึ่งวันต่อมา คนกลุ่มหนึ่งก็มาถึงอย่างเกรียงไร
ผู้ที่เป็นหัวหน้าวางมาดเหี้ยมหาญ สวมอาภรณ์ชุดยาวของสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เรือนร่างเล็กเตี้ยแต่กลับแข็งแกร่งผิดปกติ
ด้านหลังของเขายังมีคนจากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์อีกไม่น้อย ซึ่งเป็น พวกคนที่เนี่ยเทียนเคยพบในนครเศษหิน
หนึ่งในนั้นคือคนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกอินย่าหนันโจมตีอย่าง รุนแรง ซึ่งพอเห็นพวกเนี่ยเทียน ดวงตาของเขาก็พลันฉายแววดุร้าย
“ฉิวจี้!”
ไฉหลงเกอหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ ร้องอุทานอย่างอดไม่ไหว “เขตลี้ลับช่วง ท้าย!”
เขาเหลือบตามองพวกเนี่ยเทียนสามคนแวบหนึ่ง ความกังวลในดวงตา ก็เริ่มแผ่ขยาย ถอนหายใจกล่าว “ปัญหาของพวกเจ้ามาแล้ว ฉิวจี้นายน้อย ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้าที่เขาจะมาสนามรบสุ้ยเมี่ยยังเป็นแค่
เขตลี้ลับช่วงกลาง เขาน่าจะบรรลุอะไรบางอย่างในพื้นที่ของเชียนจ้งจวิน จึงเลื่อนขอบเขตสำเร็จได้อย่างราบรื่น”
“แม้ว่าสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะเทียบกับตำหนักหลิงอู่ของพวกเรา ไม่ได้ แต่ฉิวจี้กลับเป็นนายน้อยของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เขา…”
ไฉหลงเกอยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าด้วยสีหน้าอยากช่วยแต่ไม่มีปัญญาจะช่วย ได้
ไฉเฟิ่งอู่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ข้าแนะนำพวกเจ้าสามคนว่า รีบถอยไปจากบ่อแห่งโชควาสนานี่เถอะ พวกเราเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า ฉิวจี้จะได้รับวาสนาครั้งยิ่งใหญ่จากสถานที่ที่เชียนจ้งจวินตายไป เดิมทีนึก ว่าเขาจะถูกกักตัวอยู่ที่นั่น ไม่มีกำลังเดินทางมาที่บ่อแห่งโชควาสนานี่แล้ว”
“เขาเพิ่งเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายได้ไม่นาน หากสามารถได้รับโชคไป จากบ่อแห่งโชควาสนาอีก ขอบเขตของเขาก็จะเลื่อนสู่ไปอีกหนึ่งระดับ และบางทีอาจเลื่อนสู่เขตวิญญาณเลยก็เป็นได้!”
“นายน้อย คือพวกเขาสามคนนั่นแหละขอรับ” คนที่ถูกอินย่าหนัน โจมตีจนบาดเจ็บสาหัสยกมือขึ้นชี้มายังพวกเนี่ยเทียน
ฉิวจี้ที่ร่างเล็กเตี้ยหัวเราะหึหึ ทันใดนั้นอาวุธวิเศษประเภทบินที่เขา ขับเคลื่อนก็พุ่งมาถึงที่แห่งนี้ในชั่วพริบตา
“ไฉหลงเกอ ในเมื่อข้ามาแล้ว เรื่องของที่นี่เจ้าคงไม่ต้องวุ่นวายอีก กระมัง?” ฉิวจี้แค่นเสียงเย็น
ไฉหลงเกอถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “อยากจะวุ่นวายก็คงวุ่นวายไม่ได้ แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” ฉิวจี้พยักหน้ารับ “เห็นแก่ที่ทุกคนเป็นคนของ ดินแดนพลังฟูาเช่นเดียวกัน ในเมื่อเจ้าไม่วุ่นวาย พวกเราก็ไม่ทำให้เจ้าสอง พี่น้องต้องอึดอัดใจ”
หลังจากที่ทิ้งประโยคนี้ไว้ เขาก็พลันหันไปถลึงตาใส่พวกเนี่ยเทียนสาม คน ตวาดกร้าว “ไสหัวออกไปซะ!”
——