ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 835 บึงกินคน
การเปลี่ยนแปลงทางฝั่งของเนี่ยเทียนย่อมดึงดูดความสนใจจากคน บางส่วน
บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อ ทุกบ่อล้วนมีเผ่ามนุษย์หรือชนต่างเผ่า เฝูาอยู่
ในบรรดานั้นมีคนเพียงครึ่งเดียวที่ลืมตาตื่นจากการฝึกตนแล้วหันมา มองด้วยสีหน้าเฉยชา
และยังมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่สนใจแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งมั่นฝึกตนของตัวเอง ต่อไป
เสียงตวาดของฉิวจี้มาพร้อมกับแรงโน้มถ่วงรอบด้านที่หนักอึ้งขึ้นอย่าง กะทันหัน
ไฉหลงเกอถอนหายใจเบาๆ หนึ่งทีแล้วเอ่ยอีกครั้งว่า “ฉิวจี้ หากพวก เขาปล่อยบ่อแห่งโชควาสนาสามบ่อนั่นให้พวกเจ้า ช่วยเห็นแก่หน้าข้า ปล่อยให้พวกเขาจากไปอย่างปลอดภัยได้หรือไม่?”
คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มีกันหลายคน อีกทั้งฉิวจี้ก็เพิ่งบรรลุเวท ลับของเชียนจ้งจวินจนฝุาสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายได้
ไฉหลงเกอเองก็ไม่รู้สึกว่าต่อให้เพิ่มพวกเขาสองคนพี่น้องเข้าไปแล้วจะ เป็นคู่ต่อสู้ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ได้
เปูาหมายหลักในการมาถึงของฉิวจี้น่าจะเป็นบ่อแห่งโชควาสนา
เนี่ยเทียนมีขอบเขตต่ำสุด ต่อให้คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่มี ความแค้นส่วนตัวกับพวกเนี่ยเทียน หลังจากที่พวกเขามาถึง เปูาหมายที่ เขาเลือกลงมือก่อนก็มีความเป็นได้มากว่าจะเป็นพวกเนี่ยเทียน
ไฉหลงเกอคาดหวังว่าจะอาศัยบารมีของตำหนักหลิงอู่มากำราบสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ได้บ้างโดยการให้ฉิวจี้ได้บ่อแห่งโชควาสนาไป แต่ต้องยอม ไว้ชีวิตพวกเนี่ยเทียน
“ไฉหลงเกอ ทางที่ดีที่สุดเจ้าอย่ายื่นมือเข้าแทรกเรื่องชาวบ้านจะ ดีกว่า” สีหน้าของฉิวจี้เปลี่ยนมาเป็นเย็นชา “เจ้าไม่ใช่เถาซูเหวิน พวกเจ้า สองพี่น้องไม่ได้อยู่อันดับที่หนึ่งในรายชื่อของศิษย์ผู้กล้าแห่งตำหนักหลิงอู่ หากคิดจะขอร้องข้า ถ้าเป็นเถาซูเหวินศิษย์ผู้กล้าอันดับหนึ่งแห่งตำหนักห ลิงอู่ ข้าย่อมเห็นแก่หน้าเขา”
“แต่เจ้า ข้าไม่ให้หน้าใดๆ ทั้งสิ้น!”
สีหน้าของไฉหลงเกอเปลี่ยนมาเป็นหนักอึ้ง
ไฉเฟิ่งอู่น้องสาวของเขาก็แค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ
สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในดินแดนพลังฟูามีศักยภาพสู้ตำหนักหลิง อู่ไม่ได้ แต่ฉิวจี้กลับเป็นถึงนายน้อยที่ถูกกำหนดตัวไว้แน่นอนแล้วของ สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ฐานะของสองพี่น้องไฉหลงเกอในตำหนักหลิงอู่ และฐานะของเขาในสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ทัดเทียมกัน
ลูกศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์กริ่งเกรงเขาก็จริง แต่ไม่ใช่ กับฉิวจี้
ขณะที่ไฉเฟิ่งอู่กำลังจะบันดาลโทสะ ไฉหลงเกอกลับส่ายหัว บอกเป็น นัยไม่ให้น้องสาวกระทำการบุ่มบ่าม เขาใช้สายตาที่เต็มไปด้วยแววขออภัย มองไปยังพวกเนี่ยเทียนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ “ขอโทษด้วย ข้าอยาก ช่วยแต่ไม่มีปัญญา”
หลายคนที่หันมามองเห็นว่าฉิวจี้แห่งสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์หาเรื่อง พวกเนี่ยเทียน บางคนก็มีสีหน้าเฉยชา บางคนก็แสดงความสนอกสนใจ มองมาอย่างรอดูเรื่องสนุก
ในบรรดากลุ่มคนที่หันมาให้ความสนใจ แทบไม่มีใครเห็นดีกับฝั่งของ พวกเนี่ยเทียน พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าเมื่ออยู่ภายใต้การคุกคามจากฉิวจี้แห่ง สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ คนทั้งสามต้องเจอกับหายนะแน่นอน
แม้แต่สองพี่น้องไฉหลงเกอที่พาพวกเนี่ยเทียนมาที่นี่ เมื่อถึงเวลานี้ก็ยัง ไม่กล้ามีปัญหากับพวกฉิวจี้
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์มีเพียงคนเดียวที่สีหน้าแปลกประหลาด
คนผู้นั้นก็คือหลัวฮุยจากสำนักเชื่อมฟูา
หลัวฮุยหรี่ตา เหลือบมองฉิวจี้ที่วางตัวโอหังแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ไอ้พวกคิดว่าตัวเองแน่อีกคนหนึ่งแล้ว”
เขาคือคนที่เคยมีเรื่องกับพวกเนี่ยเทียนสามคนมาก่อนอย่างแท้จริง คน ทั้งสามเขาไม่เข้าใจเนี่ยเทียนเท่าไหร่นักเพราะไม่เคยเห็นเนี่ยเทียนลงมือ แต่หญิงสาวสองคนอย่างอินย่าหนันและมู่ปี้ฉง ในสายตาของเขาพวกนาง กลับดุร้ายน่ากลัวไม่เป็นรองภูตผีปีศาจตัวประหลาดแม้แต่น้อย
ต่อให้ฉิวจี้มีเขตลี้ลับช่วงท้าย แต่เมื่อเขาใช้แมงมุมสีทองตัวนั้น เขาก็ยัง มั่นใจว่าตัวเองจะสู้กับอีกฝุายได้ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าตัวเองต้องเป็นฝุายชนะ แน่นอน
ทว่าอินย่าหนันที่มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดอยู่ในการ ครอบครอง และมู่ปี้ฉงที่ในร่างมีรากดอกไม้ปีศาจพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขากลับไม่มีความมั่นใจเท่าไหร่นัก
และก็ด้วยเหตุนี้ที่พอเห็นฉิวจี้บีบบังคับข่มขู่คนทั้งสาม นัยน์ตาของเขา จึงฉายแววหยามหยัน รู้สึกสมน้ำหน้าอีกฝุายไม่น้อย
“พูดมากจริงๆ” อินย่าหนันลุกขึ้นยืนช้าๆ จากปากบ่อที่ตัวเองเฝูาอยู่ ทำท่าเตรียมจะลงมือ
“คราวก่อนเจ้าบอกว่าข้ายังลงมือไม่เต็มที่ ” มู่ปี้ฉงพลันเอ่ยขึ้น กะทันหัน “ปัญหาเล็กๆ ครั้งนี้ ให้ข้าจัดการเองก็แล้วกัน”
พอนางกล่าวจบ เนี่ยเทียนที่เดิมทีคิดจะลงมือก็อึ้งงันไปทันที
“อู้!”
รากดอกไม้ปีศาจสีดำเป็นเหมือนหนวดสีดำสนิทของตัวประหลาดที่ยื่น ออกมา แล้วพริบตาเดียวก็คว้าจับฉิวจี้ที่กำลังทำตัวกร่างเอาไว้ได้
อาวุธวิเศษประเภทบินลำที่ฉิวจี้นั่งอยู่ยาวหกเมตร กว้างประมาณสาม เมตร ตลอดทั้งลำเป็นสีเขียวเข้มซึ่งสร้างมาจากโลหะบางประเภท
ทว่าเมื่อรากใหญ่ยักษ์ของดอกไม้ปีศาจสีดำในร่างของมู่ปี้ฉงพุ่งออกมา จากกลางฝุามือของนางอย่างบ้าคลั่งและชนเข้ากับอาวุธวิเศษประเภทบิน
ลำนั้น อาวุธวิเศษประเภทบินกลับแตกกระจายราวกระดาษบอบบางที่ถูก ฉีกขาด
รากที่ทั้งหนาและยาวโจมตีให้อาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นแตกสลาย ออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะเลื้อยวนหมายรัดกายฉิวจี้เอาไว้
“นายน้อย!”
คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ที่โดยสารอาวุธวิเศษประเภท บินมาถึงซึ่งกระจายตัวอยู่ในจุดที่ห่างไกลต่างก็พากันหน้าเปลี่ยนสีด้วย ความตะลึงลาน
บึงที่อยู่ใกล้ๆ กับบ่อแห่งโชควาสนาซุกซ่อนความน่ากลัวไว้มากมาย เพียงใด เรื่องนี้พวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจ
พอเห็นว่าอาวุธวิเศษประเภทบินที่ฉิวจี้โดยสารมาแตกกระจายได้อย่าง ง่ายดาย พวกเขาก็กลัวว่าหากฉิวจี้ร่วงลงมาจากกลางอากาศแล้วจะถูก หนองบึงเขมือบกลืนเข้าไป
อาวุธวิเศษประเภทบินลำแล้วลำเล่าทะยานมาใกล้หมายจะรับร่างของ ฉิวจี้เอาไว้
ฉิวจี้เองก็หน้าเปลี่ยนสี มองรากดอกไม้ปีศาจสีดำที่ตรงเข้ามาหมาย ล้อมพันร่างของตัวเองพร้อมความรู้สึกถึงวิกฤตอย่างรุนแรง
เขาหยิบเอาหินสีเหลืองเหมือนดินออกมาก้อนหนึ่งแล้วขว้างเข้าใส่ราก ดอกไม้ปีศาจสีดำ ก้อนหินสีเหลืองคล้ายแฝงเร้นพลังแห่งปฐพีเอาไว้ ทำให้ สนามแรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สนามแรงโน้มถ่วงที่เดิมทีเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปหลายเท่าพลันเกิด การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อย่างใหม่ แรงโน้มถ่วงจึงพลันหายไป
ร่างที่ใกล้จะร่วงลงมาของฉิวจี้พลันล่องลอยประดุจขนนก ไม่ได้ร่วงลง มายังบึงแห่งนั้นทันที
ตอนที่แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแปลงกะทันหัน รากดอกไม้ปีศาจสีดำที่บิน ออกมาจากกลางฝุามือของมู่ปี้ฉงก็เริ่มปรับตัวไม่ทัน รากปีศาจที่เดิมทีใกล้ จะรัดพันร่างของฉิวจี้ไว้ได้ จู่ๆ กลับพุ่งไปยังขอบฟูาอย่างสูญเสียเปูาหมาย
“นายน้อย!”
คนอื่นๆ ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์คว้าโอกาสได้ในที่สุด พวกเขารีบ บังคับอาวุธวิเศษประเภทบินของตัวเองให้เข้าไปรับตัวฉิวจี้เอาไว้ ก่อนที่แต่ ละคนจะผ่อนลมหายใจออกมา
รากดอกไม้ปีศาจสีดำที่บินออกมาจากกลางฝุามือของมู่ปี้ฉงซึ่งพอปรับ สภาพกับแรงโน้มถ่วงได้ก็พลันตวัดกลับมา
“ตึง!”
อาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งถูกรากของดอกไม้ปีศาจสีดำฟาดจนแตก กระจาย
รากดอกไม้ปีศาจสีดำสั่นสะเทือนอยู่หลายที คนของสำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์สองคนที่หนีออกมาจากอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นคล้ายยัง ปรับตัวกับสนามแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันไม่ได้จึงตกลงมา ด้านล่างทันที
คนหนึ่งในนั้นก็คือคนที่ก่อนหน้านี้ถูกอินย่าหนันโจมตีและยุยงให้ฉิวจี้ มาแก้แค้น
ร่างของคนผู้นั้นและลูกศิษย์อีกคนหนึ่งของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ร่วง ลงสู่หนองบึงทันใด
คนทั้งสองพลันหวีดร้องอย่างหวาดกลัวเหมือนหมูที่ถูกเชือด
วินาทีที่ร่างของคนทั้งสองสัมผัสเข้ากับหนองบึง พวกเขาต่างก็ดิ้นรน กันอย่างบ้าคลั่ง หมายจะหนีออกมาจากบึงแห่งนั้น
ทว่ายิ่งพวกเขาดิ้นรน ร่างก็ยิ่งจมหายเข้าไปในโคลนมากขึ้น บึงที่มีแต่ ดินโคลนเหมือนกลายมาเป็นสัตว์ยักษ์บรรพกาลตัวหนึ่งที่กำลังอ้า ปากกว้างแล้วกลืนกินคนทั้งสองไปทีละนิด
ไม่นานลูกศิษย์สองคนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็หายวับเข้าไปใน โคลนอย่างไร้ร่องรอย
เนี่ยเทียนใช้กระแสจิตวิญญาณรับสัมผัสก็ยังมิอาจลอดผ่านดินโคลนไป จับพลังชีวิตของพวกเขาได้
เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอดเฮือกหนึ่ง สายตาเขาเหม่อมองไป ยังบึงโคลนแห่งนั้น นัยน์ตามีความตกตะลึงอย่างเข้มข้น
ตอนที่คนทั้งสองหายเข้าไปในบึง ทุกคนที่เฝูาบ่อแห่งโชควาสนาทั้งสี่ สิบเก้าบ่อต่างก็ลืมตาขึ้นมอง
ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์ สัตว์วิเศษหรือชนต่างเผ่าก็ล้วนหน้าเปลี่ยนสี
คนเหล่านี้ล้วนเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับบ่อแห่งโชควาสนามาแทบทุก คน พวกเขาล้วนรู้ดีถึงความน่ากลัวของหนองบึงแห่งนี้
ทว่าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนเพิ่งเคยมาหาโอกาสที่บ่อแห่งโชควาสนาเป็น ครั้งแรก จึงไม่เคยเห็นภาพประหลาดที่หนองบึงกินคนกับตาตัวเองมาก่อน
ตอนนี้พวกเขาได้มีประสบการณ์กับตัวเองแล้วว่าข่าวลือพวกนั้นเป็น เรื่องจริง รู้ดีถึงความอันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุดซึ่งซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้
มู่ปี้ฉงที่บังคับรากดอกไม้ปีศาจสีดำ ดวงตาเป็นฉายแววลึกล้ำ ยังคงลง มือต่อไป
“ตึงๆ!”
มีอาวุธวิเศษประเภทบินอีกสองลำของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ทยอย กันแตกออก คนเหล่านั้นร้องโหยหวนหมายจะหนีไป
ในบรรดานั้นมีคนที่ถูกแรงสะบัดของรากดอกไม้ปีศาจสีดำฟาดมาโดน ทำให้ปลิวลิ่วไปหาโม่ชิงเหลยจากสำนักอสนีสวรรค์
ตอนที่คนผู้นั้นใกล้จะร่วงไปโดนโม่ชิงเหลย สีหน้าของเขาเปลี่ยนจาก ตะลึงมาเป็นดีใจ รีบตะโกนพูดเสียงดัง “ขอให้ข้าหยุดหน่อย!”
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะเอาบ่อแห่งโชควาสนาที่โม่ชิงเหลยยึดครองเป็นที่ พักเท้าก่อน
“ถิ่นของข้า ไม่อนุญาตให้ใครยืมใช้ทั้งนั้น!”
โม่ชิงเหลยแสยะปากยิ้ม เขาไม่ได้ขยับตัว ทว่าสัตว์สายฟูานิลกาฬตัว นั้นกลับร้องคำราม ก่อนที่สายฟูาจำนวนนับไม่ถ้วนจะตัดสลับกันแล้วพุ่ง เข้าไปหาลูกศิษย์ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น อีกฝุายยังไม่ทันร่วงไปถึง บึงก็ร่างดำเป็นตอตะโก ตายอนาถไปก่อนแล้ว
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ลูกศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ โดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินสองลำซึ่งร่วงลงมาก็ไม่ได้โชคดีไปกว่ากัน เท่าไหร่นัก
พวกเขาทยอยกันจมสู่บึงคนแล้วคนเล่า แล้วจึงถูกดินโคลนกลืนกิน พริบตาเดียวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“นายน้อย!”
ลูกศิษย์ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มองรากดอกไม้ปีศาจสีดำที่ยังคง ฟาดฟันอย่างดุร้ายด้วยสีหน้าที่ใกล้จะร้องไห้เต็มแก่
เวลานี้พวกเขาถึงเพิ่งเข้าใจว่า พวกเขาไปหาเรื่องผิดคนแล้ว
“มิน่าเล่ามีแค่เขตสามัญแต่กลับกล้ามาช่วงชิงโอกาสที่บ่อแห่งโชค วาสนา” มีคนพึมพำขึ้นเบาๆ
พี่น้องไฉหลงเกอเหม่อมองมู่ปี้ฉงด้วยสีหน้าตะลึงพรึงเพริด
จนกระทั่งบัดนี้ พวกเขาสองพี่น้องถึงได้เข้าใจว่าต่อให้ไม่มีพวกเขาสอง พี่น้องปรากฏตัว ตอนอยู่ในนครหินที่แตกทลายเหล่านั้น เนี่ยเทียนสามคน ก็ไม่มีทางมีอันตราย
คนที่มีอันตรายกลับกลายเป็นลูกศิษย์ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ต่างหาก
มู่ปี้ฉงมีแค่เขตสามัญช่วงท้าย ทว่าพลังการต่อสู้ที่แสดงออกมากลับน่า กลัวถึงเพียงนี้
เมื่อรากดอกไม้ปีศาจสีดำโบกสะบัด อาวุธวิเศษประเภทบินลำแล้วลำ เล่าของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็ทยอยกันร่วงลงมา ลูกศิษย์หลายคนพากัน ตายดับ
แม้แต่ฉิวจี้ที่เป็นเขตลี้ลับช่วงท้ายก็ยังมีความหวาดกลัวและลังเลอย่าง เห็นได้ชัด
“ถอยออกไปจากที่นี่ก่อน!”
ฉิวจี้ลังเลอยู่แค่ไม่กี่วินาที พอเห็นว่ารากของดอกไม้ปีศาจสีดำยังคง ตามหาเปูาหมายอยู่กลางอากาศอย่างไม่หวั่นเกรงผู้ใด ในที่สุดเขาก็เริ่มลน ลานบ้างแล้ว
อาวุธวิเศษประเภทบินลำที่เหลืออยู่รีบถอยห่างออกจากมู่ปี้ฉง หมาย ไปให้พ้นขอบเขตการโจมตีของรากดอกไม้ปีศาจสีดำ
เมื่อห่างมาไกลหลายสิบเมตร รากของดอกไม้ปีศาจสีดำนั่นก็ไม่ตามมา อีก ฉิวจี้จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จึงรอดชีวิตมาได้
“พวกเจ้ามาจากที่ไหน?” ฉิวจี้ตวาดมาจากจุดที่ห่างไปไกล
มู่ปี้ฉงแค่นเสียงเย็น แต่ไม่ได้ไล่ตามมา รากของดอกไม้ปีศาจสีดำที่ปาน ประหนึ่งแส้เส้นยาวขนาดใหญ่ยักษ์พลันหดหายเข้าไปกลางฝุามือของนาง
แม้แต่หางตานางก็คร้านจะเหลือบมองฉิวจี้
“รากของพืชพรรณสีดำเส้นนั้นคล้ายพืชพรรณชนิดหนึ่งในตำนานของ อาณาจักรปีศาจเรา” ตรงบ่อแห่งโชควาสนาบ่อหนึ่ง นัยน์ตาที่เป็นสีม่วง เข้มของภูตผีปีศาจตนหนึ่งมีประกายแปลกใจวาบผ่าน เขาหันมาพูดกับ ภูตผีปีศาจอีกตนหนึ่ง
“คล้ายไม่น้อย” ภูตผีปีศาจอีกตนมีสีหน้าหวั่นเกรง “แปลกมาก ผู้หญิง คนนั้นเป็นเผ่ามนุษย์ แต่ในร่างของนางมีพืชพรรณในตำนานของปีศาจอยู่ ในร่างได้อย่างไร? อีกอย่างพืชพรรณปีศาจนั่น…ก็น่าจะไม่ใช่แค่ต้นเดียว ใน ตำนานเล่าว่าในบรรดาพืชพรรณของเผ่ามนุษย์ พืชพรรณปีศาจต้นนั้นถูก เรียกว่าระดับเพาะฟูา เดิมทีก็มีสติปัญญาไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”
“ผีน่ะสิถึงจะรู้ แต่ในร่างของผู้หญิงคนนั้นมีพืชพรรณปีศาจอย่างใน ตำนานดำรงอยู่จริง” ภูตผีปีศาจที่พูดเป็นคนแรกมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่าง ถึงที่สุด “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็อย่าไปหาเรื่องนางเลยดีกว่า ไม่ว่าตอนนี้พืช พรรณปีศาจต้นนั้นจะอยู่ในสภาวะแบบใด ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าและข้าจะต่อกร ได้”
“เป็นเช่นนี้จริง”
——