ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 836 สยบขวัญ
อาวุธวิเศษประเภทบินที่พวกฉิวจี้จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์โดยสาร มาถอยห่างเพื่อรักษาระยะห่างกับมู่ปี้ฉง
ฉิวจี้โวยวายอยู่พักใหญ่ เห็นว่ามู่ปี้ฉงไม่ได้ให้ความสนใจ ความโมโหก็ ท่วมท้นเต็มอก
แต่ต่อให้เขาจะโกรธแค้นแค่ไหนก็ยังไม่กล้าขยับเข้ามาใกล้อีก
รากดอกไม้ปีศาจสีดำที่บินออกมาจากฝ่ามือของมู่ปี้ฉงทำให้เขาไม่เป็น สุขอย่างถึงที่สุด ความมั่นใจของเขาก็หดหายไปไม่น้อย
พวกคนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมกับเขาก็ตกอกตกใจไม่ ต่างกัน
ทั้งๆ ที่สหายหลายคนตายไปเพราะมู่ปี้ฉง ทั้งๆ ที่มู่ปี้ฉงอยู่ตรงนั้น แต่ พวกเขากลับไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
พวกเขามองที่มาของดอกไม้ปีศาจสีดำเส้นนั้นไม่ออก แต่ก็ได้รับรู้ถึง อานุภาพน่ากลัวที่มันแสดงออกมาแล้ว และนอกจากมู่ปี้ฉง ยังมีอินย่าหนัน และเนี่ยเทียนอีก
เมื่อมู่ปี้ฉงปล่อยดอกไม้ปีศาจสีดำดอกนั้นออกมา หลังจากที่มันสำแดง พลังการต่อสู้ที่เหนือเขตสามัญ พวกเขาก็เริ่มสงสัยว่าเนี่ยเทียนและอิน ย่าหนันก็อาจจะมีที่พึ่งในทำนองเดียวกัน
หากอินย่าหนันและเนี่ยเทียนก็ดุร้ายเช่นมู่ปี้ฉง…
คิดมาถึงตรงนี้ พวกเขาก็ยิ่งระแวดระวัง ไม่เป็นสุขมากกว่าเดิม
อาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำที่พอถอยห่างออกไปได้ระยะหนึ่งก็ถือ ว่าออกมาไกลจากจุดที่บ่อแห่งโชควาสนากระจายตัวกันอยู่แล้ว
“นายน้อย…”
คนผู้หนึ่งจากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์สีหน้าบึ้งตึง หันมามองฉิวจี้อย่าง ขอความช่วยเหลือ
“ข้ารู้ว่าคนในสำนักตายกันไปแล้วหลายคน” ฉิวจี้ขมวดคิ้ว “ไม่รีบ ร้อน สังเกตการณ์กันไปก่อน ข้ายังมองพลังที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ไม่ออก แต่รอให้ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ นางต้อง ลงมืออีกครั้งแน่นอน เราต้องฉลาดกันหน่อย รอไปก่อน รอให้เวลา เหมาะๆ มาถึง”
คนจากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับ
เผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษมากมายที่จับตามองการต่อสู้ครั้งนี้ เริ่มเงียบงัน สายตาของพวกเขาเหลือบมามองมู่ปี้ฉงเป็นระยะ ในใจของ พวกเขามองมู่ปี้ฉงเป็นศัตรูตัวฉกาจแล้ว
“ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้” ไฉหลงเกอคืนสติมาจาก ความตื่นตะลึง เขามองมู่ปี้ฉงด้วยสายตาซับซ้อน “พวกเราสองพี่น้องคิด ผิดกันไปเอง ตอนที่อยู่ในนครหินของเผ่ามนุษย์หิน ต่อให้ไม่มีพวกเราสอง พี่น้องลงมือช่วยเหลือ พวกเจ้าก็น่าจะยังปลอดภัยดี”
มู่ปี้ฉงนั่งลงอย่างไม่ยี่หระ
อินย่าหนันหัวเราะเบาๆ “ไม่เลว ครั้งนี้เจ้าแก้ไขปัญหาได้ดีมาก”
มู่ปี้ฉงแค่นเสียงเบาๆ
หญิงสาวทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้สนใจไฉหลงเกอ
ตอนที่ฉิวจี้มาเยือน อีกฝ่ายใช้ตัวตนเขตลี้ลับช่วงท้ายและนายน้อยของ สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มาข่มเขา เขาก็เลือกที่จะไม่ยื่นมือเข้าแทรก
ทั้งสองฝ่ายเพิ่งพบเจอกันครั้งแรก เมื่อไฉหลงเกอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่ ต่อสู้ของฉิวจี้ การที่เขาเลือกทำเช่นนี้ก็นับว่าเป็นการกระทำที่ฉลาด
แต่อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงกลับไม่พอใจนัก
เนี่ยเทียนยิ้ม ไม่ได้ถือสา เอ่ยพูดว่า “ไม่ว่าอย่างไร การที่เจ้าบอกเรื่อง บ่อแห่งโชควาสนาแก่พวกเรา พาพวกเรามาที่นี่ ก็ถือว่าพวกเราติดค้าง น้ำใจของเจ้า”
ไฉหลงเกอกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “ขอโทษด้วย พวกเรา…มิอาจให้ ความช่วยเหลือพวกเจ้าได้มากกว่านั้น”
“ไม่เป็นไร” เนี่ยเทียนโบกมือ บอกเป็นนัยให้รู้ว่าเขาไม่ได้เก็บเอามาใส่ ใจ “รอให้ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาเริ่มขึ้น หากพลังงานที่พ่น ออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนาของพวกเราตรงข้ามกับของพวกเจ้าพอดี และทุกคนแลกเปลี่ยนกันได้ พวกเราก็ยังยินดีแลกเปลี่ยนกับพวกเจ้าสองพี่ น้อง”
“ขอบคุณมาก” ไฉหลงเกอถอนหายใจ
ฝีมือของพวกเขาสองพี่น้องสู้พวกฉิวจี้จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ แค่มู่ปี้ฉงคนเดียวก็ทำให้ตลอดทั้งสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่กล้าทำอะไร บุ่มบ่ามแล้ว รอจนความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาเริ่มขึ้นเมื่อใด หากบ่อที่พวกเขาสองพี่น้องเฝ้ามีพลังงานพืชหญ้า เปลวเพลิงและพลัง
ความเย็นพ่นออกมา ถ้าพวกเนี่ยเทียนสามคนคิดจะแย่งชิงไปก็ย่อมไม่มี ปัญหา
การที่เนี่ยเทียนยังยินดีแลกเปลี่ยน หมายความว่าส่วนลึกในจิตใจเขา ไม่ถือสาที่พวกเขาสองพี่น้องยอมถอยให้ฉิวจี้จริงๆ
เมื่อเห็นว่าคนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ยอมถอยออกไป พวกเนี่ย เทียนก็ฝึกตนอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง
แต่ความเงียบสงบของพวกเขาดำรงอยู่ได้ไม่นานนักก็ถูกทำลายลง
มีเผ่ามนุษย์และพวกชนต่างเผ่าอย่างภูตผีปีศาจทยอยกันมาถึง คนที่มา ใหม่ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินของพวกเขามาหยุดอยู่เหนือบ่อแห่ง โชควาสนา เพียงเหลือบมองแค่ไม่กี่ทีพวกเขาก็วิเคราะห์ได้ว่าพวกเนี่ย เทียนและมู่ปี้ฉงคือลูกพลับนิ่มที่ขับไล่ออกไปได้ง่ายที่สุด
อินย่าหนันนั่งนิ่งไม่ขยับ เพียงกล่าวว่า “ปัญหาหลังจากนี้ ให้เจ้าเป็น คนจัดการก็แล้วกัน”
มู่ปี้ฉงไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ รอจนคนเหล่านั้นมาถึง พวกเขาเพิ่งจะ เผยเจตนาร้าย นางก็เรียกให้รากของดอกไม้ปีศาจสีดำออกมาแล้วเปิดฉาก สังหารอย่างบ้าคลั่ง
อาวุธวิเศษประเภทบินที่อยู่รอบกายนางพากันแตกกระจายออกอีก ครั้ง เผ่ามนุษย์และภูตผีปีศาจสองตนล้วนถูกดอกไม้ปีศาจสีดำฟาดโบย พอพลัดร่วงลงไปในบึงก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของมู่ปี้ฉงฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ขอบเขตของนางมีเพียงแค่เขตสามัญช่วงท้าย ผู้ที่เพิ่งมาถึงและคิดจะ ช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาก็ย่อมมองนางและเนี่ยเทียนเป็นเป้าหมายแรก
นางเองก็ไม่สามารถปล่อยรากดอกไม้ปีศาจสีดำออกมาสยบขวัญผู้ที่มา ใหม่ได้ตลอดเวลา
เนี่ยเทียนมองออกถึงความหงุดหงิดของนางจึงเอ่ยแนะนำอย่างหวังดี “ไม่ต้องรอให้คนที่ตามมาถึงทีหลังตายลงไปในบึง เจ้าแค่ฆ่าพวกเขาให้ตาย แล้วเอาศพมากองไว้ข้างๆ ขอแค่ผู้ที่มาใหม่ได้เห็นศพมากมายเหล่านั้นก็จะ รู้ถึงความร้ายกาจของเจ้า แน่นอนว่าย่อมไม่ลงมือกับเจ้าง่ายๆ อีก”
มู่ปี้ฉงดวงตาเป็นประกายสดใส “มีเหตุผล!”
นางทำตามที่เขาบอกทันที
ภายหลังเมื่อมีคนที่ยังกล้าเข้ามาใกล้ นางก็ใช้รากดอกไม้ปีศาจสีดำมา สังหารอีกฝ่ายให้ตาย แล้วเอารากดอกไม้ปีศาจสีดำตวัดศพของคนเหล่านั้น มากองไว้ข้างบ่อแห่งโชควาสนา
ไม่นานข้างกายนางก็มีศพเพิ่มขึ้นมาอีกหลายศพ มีทั้งเผ่ามนุษย์และ ภูตผีปีศาจซึ่งล้วนเป็นเขตลี้ลับ และสายเลือดระดับหก
ศพที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นข้างกายนางทำให้แค่เผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่ากลุ่ม ใหม่ที่ทยอยกันมาถึงมองไกลๆ มาเห็นต่างก็เผยความหวาดกลัว ไม่กล้า มองนางเป็นศัตรูอีกต่อไป
ส่วนเนี่ยเทียนก็เหมือนเบื่อที่จะรับมือกับพวกคนที่มาเยือนอย่างไม่มี วันจบสิ้นเหล่านั้น วิธีการที่เขาใช้จึงง่ายมาก
เขาเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมา
เมื่อร่างกระดูกที่ใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดมายืนบังบ่อแห่ง โชควาสนาที่เขาเฝ้าอยู่ ทำให้คนมากมายที่เฝ้าอยู่ตรงบ่อแห่งโชควาสนา แห่งอื่นๆ ล้วนฉายความตกตะลึงออกมาทางดวงตา
ต่อให้พ่าเก๋อเซินใช้อาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูกดึงเอาพลังงานแห่ง ความตายออกไปจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดส่วนหนึ่ง ทว่า พลังงานที่แท้จริงของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ยังเทียบเคียงได้กับเขต วิญญาณ
โครงกระดูกนี้มีพลังการสยบขวัญที่มากพอ ทำให้ทุกคนที่มาใหม่เพียง แค่มองไกลๆ มาแวบเดียวก็รีบหลบเลี่ยงออกไปไกลด้วยสีหน้าหวาดเกรง
“เป็นอย่างที่ว่าไว้จริงๆ”
เมื่อเห็นโครงกระดูกปีศาจเลือดเผยกาย ความขมขื่นบนใบหน้าของไฉ หลงเกอก็ยิ่งเข้มข้น เข้าใจดีว่าเนี่ยเทียนเองก็เป็นคนที่รับมือได้ยาก เช่นเดียวกับมู่ปี้ฉง
เขตลี้ลับช่วงต้น เมื่อเทียบเนี่ยเทียนกับอินย่าหนันที่มีขอบเขตสูงกว่ามู่ ปี้ฉง แม้ว่านางจะไม่ได้ใช้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปด แต่สีหน้าที่สองพี่ น้องมองมายังนางก็ยังเปลี่ยนไปจากเดิม
พวกเขาเข้าใจได้ว่าพลังการต่อสู้ที่อินย่าหนันแสดงออกมาได้ย่อม มากกว่าขอบเขตที่แท้จริงของนางแน่นอน
เมื่อทางฝ่ายของเนี่ยเทียนมีโครงกระดูกปีศาจเลือดปรากฏตัว และข้าง กายของมู่ปี้ฉงก็มีศพกองเป็นพะเนินจึงไม่มีใครกล้าคิดมาฉวยโอกาสด้วย
อีก ทุกคนที่มาใหม่ต่างก็เคลื่อนย้ายตัวออกไปจากจุดที่พวกเขาอยู่ เพราะ กลัวว่าจะไปเป็นการรบกวนพวกเขา
แม้แต่พี่น้องไฉหลงเกอก็ยังได้รับผลประโยชน์เพราะเนี่ยเทียนและมู่ปี้ ฉงไปด้วย
คนมากมายล้วนรู้สึกว่าที่พวกเขาสองพี่น้องมาอยู่กับเนี่ยเทียนและมู่ปี้ ฉงได้ ต้องเป็นเพราะในร่างมีความมหัศจรรย์บางอย่างที่มิอาจดูถูกได้ แน่นอน
หลังจากที่พวกเนี่ยเทียนไม่เจอกับปัญหาใดๆ จุดอื่นๆ ของบ่อแห่งโชค วาสนาก็มีความขัดแย้งปะทุติดต่อกัน ผู้แข็งแกร่งที่มาถึงในภายหลังล้วน เลือกลงมือกับคนที่พวกเขาคิดว่าสู้ตัวเองไม่ได้ เพื่อบีบให้พวกเขาออกไป
การต่อสู้เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
พวกคนที่มาเฝ้าบ่อแห่งโชควาสนาก่อน บางคนก็ถูกคนที่มาใหม่บีบให้ จากไปหรือไม่ก็ถูกสังหาร แล้วก็มีคนมาใหม่บางคนที่ประเมินฝีมือของผู้ที่ อยู่ก่อนผิด กลายมาเป็นฝ่ายถูกพวกที่อยู่ก่อนโจมตีกลับทำให้จมลงไปใน บึงและตายไป
เวลาอีกหลายวันล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปได้หลายวัน บ่อแห่งโชควาสนาบางบ่อที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งก็มีการ เปลี่ยนมือเจ้าของ สงครามนองเลือดเกิดขึ้นในทุกๆ วัน และจะต้องมีคน ตายทุกวัน
พวกคนมาใหม่ที่ทยอยกันมาถึง มีทั้งที่แค่มาถึงก็แย่งบ่อแห่งโชค วาสนาไปได้ แล้วก็มีทั้งที่วนเวียนอยู่ใกล้ๆ ไม่รีบร้อนลงมือ คล้ายรอให้ ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนาปรากฏขึ้นเสียก่อนแล้วค่อยลงมือ
พวกคนที่อยู่ข้างนอกมีหลายคนที่เนี่ยเทียนรู้สึกว่าลึกลับเกินคาดเดา
“ไม่เคยมีครั้งไหนที่คนมารวมตัวกันเพื่อช่วงชิงโอกาสในบ่อแห่งโชค วาสนามากเท่าครั้งนี้” ไฉหลงเกอกล่าวอย่างเป็นกังวล
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
เนี่ยเทียนที่นั่งฝึกตนเงียบๆ อยู่นานพลันลืมตาขึ้น
เขาขมวดคิ้วมองไปยังหนองบึงแห่งนั้น
ท่ามกลางดินโคลนของบึงมีฟองอากาศขุ่นมัวสีเทาเข้มเดือดปุดๆ ขึ้นมา
จุดลึกของแผ่นดินเหมือนมีแรงสั่นไหวเกิดขึ้น แรกเริ่มแรงสั่นไหวนั้น แผ่วเบาอยู่มาก แต่ไม่นานกลับเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ!
หลายคนทยอยกันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พวกเขาตื่นขึ้นมาจากการ ฝึกตน พื้นที่ส่วนหนึ่งที่ยังมีการต่อสู้เกิดขึ้น ผู้ต่อสู้ก็เป็นฝ่ายรามือกันไป
เส้นสายตาของทุกคนคอยเหลือบมองไปยังหนองบึงและบ่อแห่งโชค วาสนานั้นเป็นระยะ ความสนใจและรอคอยในดวงตาของพวกเขายิ่ง เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ
“เริ่มแล้ว”
โม่ชิงเหลยจากสำนักอสนีสวรรค์หัวเราะหึหึแล้วผุดลุกขึ้นยืน ทำท่า อยากลงมือเต็มที่
“ความมหัศจรรย์ของบ่อแห่งโชควาสนากำลังจะเกิดขึ้นแล้ว! ” พี่ น้องไฉหลงเกอขยับเข้ามาใกล้ปากบ่ออย่างฮึกเหิม พวกเขายื่นหน้าเข้าไป มองในบ่อ ทั้งตื่นเต้นและทั้งกระวนกระวายใจ
——