ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 837 หงส์แดงบรรพกาล
หันไปมองรอบด้าน เนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าทุกคนที่เฝ้าอยู่รอบบ่อ แห่งโชควาสนาต่างก็เริ่มตื่นขึ้นมาจากการฝึกตน
คนเหล่านั้นทยอยกันลุกขึ้นยืนแล้วยื่นหน้าเข้าไปมองบ่อแห่งโชค วาสนาที่พวกเขาเฝ้าอยู่
แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในบึงมีควันลอย กรุ่นขึ้นมา และมีฟองอากาศที่เดือด “ปุดๆ” อย่างต่อเนื่อง
บริเวณโดยรอบบ่อแห่งโชควาสนามีอาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำ ที่มาจากต่างเผ่าพันธ์ซึ่งเริ่มขยับอย่างเงียบเชียบ
ศึกใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นแล้ว
“เอ๊ะ!”
ห่างออกไปไกล ผู้เฒ่าที่อายุขัยกำลังจะสิ้นสุดและฝึกวิชาสายฟ้าเหม่อ มองไปยังบ่อแห่งโชควาสนาที่ตัวเองเฝ้าอยู่ สายตาฉายความตกตะลึงอย่าง เห็นได้ชัด
บ่อแห่งนั้นของเขามีหมอกควันสีแดงผุดขึ้นมาช้าๆ
ปราณเปลวเพลิงร้อนแรงขุมหนึ่งค่อยๆ ปะทุออกมาจากปากบ่อ ไม่ นานนักก็มีเสาเปลวเพลิงเส้นหนึ่งสาดพุ่งออกมาจากข้างใน
เสาเปลวเพลิงสีแดงมีสายฟ้าสีแดงเล็กๆ เป็นประกายไหลเวียน มองดู แล้วลี้ลับเกินคาดเดา
เนี่ยเทียนที่ฝึกธาตุเปลวเพลิงเช่นกัน มองไกลๆ ไปยังเสาเปลวเพลิงนั้น สีหน้าก็พลันกระตุก
แทบจะเวลาเดียวกัน วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงก็ส่งข้อความ มาบอกเขา “นายท่าน! พลังงานเปลวเพลิงที่บ่อนั่นปล่อยออกมาแฝงเร้นไว้ ด้วยแก่นเพลิงฟ้า! พลังเปลวเพลิงนั่นไม่เพียงแต่จะช่วยให้ข้าแปรสภาพอีก ครั้งและปลุกสายเลือดให้ตื่นได้เร็วขึ้น ยังช่วยนายท่านได้มากอีกด้วย!”
ว่ากันว่าแก่นเพลิงฟ้าคือพลังเปลวเพลิงที่ถูกพกพามาในดาวตกนอก อาณาจักร ทั้งบริสุทธิ์และทั้งลึกลับ
สัตว์เพลิงฟ้าที่สายเลือดสูงยิ่งกว่าสัตว์เพลิงพิภพก็จำเป็นต้องตามหา เพลิงฟ้าจากนอกโลกมาใช้บำเพ็ญตน และแก่นเพลิงฟ้าก็ยิ่งล้ำค่า ผู้ที่ฝึก คาถาเปลวเพลิง รวมไปถึงชนต่างเผ่าที่มีสายเลือดเปลวเพลิง หากเอามัน มาชุบหลอมเข้าไว้ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนและสายเลือดจะเพิ่ม พลังการต่อสู้ให้กับพวกเขาได้มาก
“โฮก!”
สัตว์เพลิงพิภพตัวที่เฝ้าอยู่ตรงบ่อแห่งโชควาสนาพลันร้องคำรามแล้ว พุ่งทะยานขึ้นฟ้าทันที
ทว่ายังไม่ทันรอให้สัตว์เพลิงพิภพมาถึงบ่อของผู้เฒ่า กลับมีผู้แข็งแกร่ง เผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่มาถึงก่อนแล้ว
คนผู้นั้นฝึกวิชาเปลวเพลิง ตบะเขตลี้ลับช่วงกลาง มีขอบเขตต่ำกว่าผู้ เฒ่าหนึ่งระดับ
แม้คนผู้นั้นจะมีขอบเขตต่ำ ทว่ากลางฝ่ามือของเขากลับมีไข่มุกเปลว เพลิงลูกใหญ่ยักษ์อยู่ลูกหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าไข่มุกนั่นคือดวงตาข้างหนึ่งของสัตว์เพลิงฟ้า!
ดวงตาของสัตว์เพลิงฟ้าด้านในมีเปลวเพลิงไหลเวียนอยู่อย่างบ้าคลั่ง ปราณแก่นเพลิงฟ้าที่บริสุทธิ์ซึ่งมาจากต้นกำเนิดเดียวกันพลันปลดปล่อย ออกมาจากดวงตาของสัตว์เพลิงฟ้า
เสาลำแสงสีแดงต้นนั้นเดิมทีพุ่งตั้งตรงสู่ท้องฟ้า เวลานี้กลับเกิดบิด เบี้ยวคล้ายต้องการผสานรวมเข้าไปในดวงตาของสัตว์เพลิงฟ้า
“เจ้าและข้ามาแลกเปลี่ยนบ่อกัน”
หลังจากที่คนผู้นั้นมาถึงก็มองผู้เฒ่าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะตวาด ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ
บ่อแห่งโชควาสนาที่เขาเฝ้าอยู่ยังไม่มีความลี้ลับปรากฏขึ้น ซึ่งบางที… อาจไม่มีความลี้ลับปรากฏขึ้นเลยก็เป็นได้
บ่อที่ผู้เฒ่าเฝ้าอยู่มีแก่นเพลิงฟ้าที่เหมาะสมกับวิชาฝึกตนของเขาปะทุ ขึ้นมาแล้ว การที่เขาแลกเปลี่ยนบ่อในตอนนี้ก็แทบจะมองเป็นการช่วงชิง ไปอย่างหน้าด้านๆ ได้เลย
ขอบเขตของผู้เฒ่าสูงกว่าเขาหนึ่งระดับ แต่พอเห็นเขาถือดวงตาของ สัตว์เพลิงฟ้ามาถึง ผู้เฒ่าก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด
ผู้เฒ่านิ่งงันไปชั่วครู่ก็ถอนหายใจ ก่อนจะยอมไปจากบ่อแห่งโชค วาสนาที่ตัวเองเฝ้า แล้วมุ่งหน้าไปยังบ่อแห่งโชควาสนาของคนผู้นั้นแต่โดย ดี
“ข้าชอบคนที่รู้อะไรควรไม่ควร”
คนผู้นั้นแสยะยิ้มชั่วร้าย เรือนกายที่ใหญ่โตของเขาพลันลดลงต่ำ
ดวงตาของสัตว์เพลิงฟ้าที่เขาถือมาถูกกดลงไปบนปากบ่อ เขากำลังจะ ช่วงชิงแก่นเพลิงฟ้ามาครอง
ทว่าจู่ๆ กลับมีเสียงแผดร้องแหลมดังดังมาจากทิศไกล
นาทีถัดมาเปลวเพลิงสีแดงอมส้มเส้นหนึ่งก็พุ่งมาอย่างรวดเร็วราว สายฟ้าแลบ
ก่อนที่แสงเปลวเพลิงนั้นจะผสานรวมเข้าไปในเสาไฟสีแดงในชั่ว พริบตา
นั่นคือนกธาตุไฟตัวหนึ่ง มันอาบไล้ตัวเองอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง และ คอยเปล่งเสียงร้องอย่างเป็นสุข
เปลวเพลิงเป็นกลุ่มๆ ที่นาบประทับไว้ด้วยเวทลับทางสายเลือดของมัน ได้กลบทับบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นไว้จนมิด
ที่ถูกกลบทับไปพร้อมกันยังมีชายฉกรรจ์วัยกลางคนผู้นั้นด้วย
ด้านในดวงตาสัตว์เพลิงฟ้าที่คนผู้นั้นครอบครองมีลายเส้นเปลวเพลิง มากมายผุดขึ้นมา ก่อนที่พวกมันจะบินออกมาจากในดวงตาสัตว์เพลิงฟ้า แล้วหันมาแว้งกัดชายร่างใหญ่โดยการรัดพันร่างเขาเอาไว้
ชายร่างใหญ่ก็ฝึกวิชาเปลวเพลิงเช่นกัน ทว่าร่างกายเขากลับมีเปลวไฟ ลุกท่วม
เขาร้องโหยหวนอยู่ในกองเพลิงนั้น และไม่นานเรือนกายที่ใหญ่โตของ เขาก็ค่อยๆ ไหม้เกรียม
เสียงร้องของเขาก็หยุดลงอย่างรวดเร็ว
ร่างที่ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกของเขาเหมือนท่อนไม้สีดำท่อนหนึ่ง ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงปากบ่อแห่งโชควาสนา เห็นได้ชัดว่าตายไปแล้ว
สัตว์เพลิงพิภพที่ร้องคำรามมาถึงเห็นว่านกเปลวเพลิงตัวนั้นชิงมา ครอบครองเสาสีแดงไว้ก่อน มันก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ทำได้เพียงยืนมองอยู่ เงียบๆ
รอจนสัตว์เพลิงพิภพค้นพบว่าชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์ผู้นั้นถูกเผาร่างจน ตายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของสัตว์เพลิงพิภพก็มีความหวาดกลัววาบผ่าน ไป
และทันใดนั้นสัตว์เพลิงพิภพก็หยุดร้องคำราม ก่อนจะกลับไปเฝ้าปาก บ่อที่เดิมของมันแต่โดยดี
“หงส์แดงตัวหนึ่ง!” ไฉหลงเกอพูดเสียงอึกๆ อักๆ ใบหน้าเต็มไปด้วย ความหวาดกลัว “นี่คือเผ่าสัตว์โบราณอย่างแท้จริง ไม่ใช่สัตว์วิเศษทั่วไป”
เนี่ยเทียนหันมามองเขา
ไฉหลงเกอยิ้มเจื่อน เอ่ยอธิบาย “เทพยักษ์ค้ำฟ้า สัตว์โบราณและมังกร ยักษ์ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตในยุคบรรพกาล ถูกเรียกรวมกันว่าเผ่าวิญญาณ โบราณ สัตว์โบราณไม่เหมือนสัตว์วิเศษของยุคสมัยนี้ เผ่าสัตว์โบราณถือ กำเนิดสืบพันธ์มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล เมื่อเกิดมาระดับสายเลือดก็ไม่ต่ำ ที่
สำคัญที่สุดก็คือคนของเผ่าสัตว์โบราณเกิดมาก็มีสติปัญญาไม่ธรรมดาตั้งแต่ แรกเริ่มอยู่แล้ว”
“ส่วนสัตว์วิเศษนั้นล้วนมีสายเลือดของสัตว์โบราณอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ สายเลือดปะปนกัน จึงไม่นับว่าบริสุทธิ์เท่าไหร่”
“สัตว์วิเศษส่วนใหญ่ถือกำเนิดในยุคดึกดำบรรพ์และยุคสมัยใหม่ช่วง ต้น สายเลือดของพวกมันตอนเกิดมาแรกๆ ไม่ถือว่าสูงมากนัก อีกทั้งยังไม่ มีสติปัญญา สัตว์วิเศษจำเป็นต้องมีการพัฒนาไปทีละก้าว รอจนถึงระดับ เจ็ด ระดับแปดเมื่อไหร่ สติปัญญาถึงจะเปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะ ได้รับการยอมรับจากสัตว์โบราณและถูกมองว่าเป็นประเภทเดียวกัน”
“หงส์แดงตัวนั้นก็คือสัตว์โบราณอย่างแท้จริง เหมือนกับหงส์น้ำแข็ง มังกรเพลิงที่ถือเป็นสิ่งมีชีวิตปัญญาสูงซึ่งอยู่ในยุคบรรพกาล”
“สายเลือดตั้งต้นของหงส์แดงคือระดับหก หากนับกันตามอายุขัยที่ ยาวนานของสัตว์โบราณ หงส์แดงตัวนั้นน่าจะเป็นแค่ทารกเท่านั้น”
“แต่ต่อให้เป็นหงส์แดงที่เป็นแค่ทารกก็ไม่ธรรมดามากแล้ว สัตว์เพลิง พิภพคือสัตว์วิเศษที่เพิ่งจะถือกำเนิดในยุคดึกดำบรรพ์ มันจะกลัวหงส์แดง ที่เป็นสัตว์โบราณซึ่งมีประวัติศาสตร์ทางสายเลือดยาวนานยิ่งกว่าโดย สัญชาตญาณก็ถือเป็นเรื่องปกติ”
พอได้ฟังคำอธิบายจากเขา สีหน้าของเนี่ยเทียนก็อึ้งงัน คาดไม่ถึงว่าใน กลุ่มสัตว์ยังมีการแบ่งเป็นสัตว์โบราณและสัตว์วิเศษด้วย
ผู้ที่เกิดมาในยุคบรรพกาล แค่เกิดก็มีสายเลือดระดับสูง มีสติปัญญา ถือเป็นเผ่าสัตว์โบราณ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอย่างแท้จริง
ในยุคดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นยุคหลัง และยุคสมัยใหม่ซึ่งเป็นยุคปัจจุบันนี้ สัตว์วิเศษที่เกิดมามีสายเลือดตั้งต้นค่อนข้างต่ำ ไม่มีสติปัญญาเท่าไหร่นัก จึงนับรวมเป็นสัตว์วิเศษ
“สัตว์โบราณกับสัตว์วิเศษมีการแบ่งและมีความแตกต่างเช่นนี้จริง ” อินย่าหนันพยักหน้ารับ เห็นด้วยกับคำอธิบายของไฉหลงเกอ นางเหลือบ มอบเนี่ยเทียนแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเนี่ยเทียน เท่านั้นที่ได้ยิน “งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นของข้าก็คือชนรุ่นหลังที่เกิด จากการผสมสายพันธ์ของงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์และงูเหลือมลายเลือด”
“งูเหลือมลายเลือดก็คือเผ่าสัตว์โบราณที่แท้จริง ส่วนงูเหลือมน้ำแข็ง ยักษ์นั้นเป็นเพียงสัตว์วิเศษทั่วไป”
“แต่ว่าแม่ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนี้ของข้าคืองูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ สายเลือดระดับเจ็ด ซึ่งถือว่ามีสติปัญญาแล้ว ดังนั้นถึงได้ต้องตางูเหลือ มลายเลือด และทำให้มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายพันธ์ผสมตัวนี้เกิดขึ้นมา”
“สัตว์โบราณ!”
“หงส์แดงรุ่นเล็ก!”
คนหลายคนที่ฝึกวิชาธาตุเปลวเพลิงและเฝ้าอยู่ตามบ่อแห่งโชควาสนา ตรงจุดต่างๆ ซึ่งอยากจะลงมือช่วงชิงต่างก็ร้องอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจ
เดิมทีพวกเขาก็คิดจะแย่งบ่อแห่งโชควาสนานั่นมาเหมือนกัน แต่รอจน ค้นพบว่าสหายร่วมเผ่าพันธ์ที่มีขอบเขตพอๆ กับพวกเขาถูกหงส์แดงดึง พลังที่เหลืออยู่ในดวงตาของสัตว์เพลิงฟ้ามาแว้งกัดเจ้าของ ทำให้คนผู้นั้น
ตายไปในเสี้ยวนาที พวกเขาก็เหมือนถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้า พลันสงบสติลง ได้
รอจนเห็นว่าแม้แต่สัตว์เพลิงพิภพระดับหกก็ยังยอมถอยไปแต่โดยดี พวกเขาที่นิ่งคิดกันไปครู่ก็ล้มเลิกความคิดเช่นกัน
บ่อแห่งโชควาสนาที่พ่นพลังงานเปลวเพลิงออกมาอาจจะไม่ได้มีแค่บ่อ เดียว ไม่จำเป็นต้องพาตัวเองไปเจอกับอันตรายโดยการหาเรื่องหงส์แดงตัว น้อยนั่น
ผู้เฒ่าที่ถูกคนผู้นั้นช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาซึ่งพอเห็นศพไหม้เกรียม ของคนผู้นั้น และเห็นหงส์แดงที่พลิกตัวเริงร่าอยู่ในลำแสงเปลวเพลิงสีแดง เขาก็พลันรู้สึกโชคดี
เขาโชคดีที่ยอมยกบ่อนั่นให้กับคนผู้นั้น หาไม่แล้วเขาเองก็อาจจะถูก หงส์แดงเผาร่างจนตายเหมือนกัน
ร่างเล็กของหงส์แดงอาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีชาด เมื่อถูกมันดึง แก่นเพลิงฟ้าที่บริสุทธิ์ไป เสาเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นฟ้าจึงค่อยๆ หดเล็กลง
ทุกคนพากันถอยสายตากลับคืนมา
และเวลานี้บ่อแห่งโชควาสนาบ่ออื่นก็เริ่มมีความมหัศจรรย์อย่างใหม่ ทยอยกันปรากฏขึ้น
บ่อที่เนี่ยเทียนยึดครองเอาไว้ก็เป็นหนึ่งในบ่อที่มีความมหัศจรรย์ เช่นกัน ในบ่อนี้มีไอน้ำสีขาวโพลนค่อยๆ ผุดขึ้นมา ในไอน้ำมีไข่มุกน้ำที่ เกาะตัวเป็นผลึกหลายก้อนปะปนอยู่ด้วย
ไข่มุกน้ำทุกเม็ดเหมือนมีเสียงน้ำไหลดังกึกก้องอยู่ข้างใน เห็นได้ชัดว่า แฝงเร้นไว้ด้วยแก่นพลังของธาตุน้ำ
ไฉเฟิ่งอู่ที่มีท่วงท่าสง่างามพลันสัมผัสได้ ดวงตาของนางจึงค่อยๆ เป็น ประกาย
นางฝึกวิชาธาตุน้ำพอดี และแก่นพลังวิญญาณธาตุน้ำที่ปะทุออกมา จากบ่อของเนี่ยเทียนก็เหมาะสมกับการฝึกตนของนางที่สุด มันช่วยให้นาง ฝ่าทะลุขอบเขตได้เร็วขึ้น
ดังนั้นนางจึงหันมามองเนี่ยเทียนตาปริบๆ
——