ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 838 แลกเปลี่ยน
เนี่ยเทียนมองไปยังบ่อแห่งโชควาสนาอย่างงงงัน ไม่ทันได้สังเกต สายตาของไฉเฟิ่งอู่ เพียงพึมพำเบาๆ ว่า “โชคไม่เลว”
เส้นทางการฝึกตนของเขาค่อนข้างพิเศษ ในมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของเขานอกจากโอสถวิญญาณที่เกิดจากการรวมตัวกันของปราณ วิญญาณแล้ว ยังมีพลังงานสามธาตุอย่างเปลวเพลิง พืชหญ้าและดวงดาว
ทว่าพลังงานที่ปะทุออกมาจากบ่อแห่งนี้กลับเป็นพลังธาตุน้ำ
ตามคำบอกของไฉหลงเกอ บ่อแห่งโชควาสนาสี่สิบเก้าบ่อ มีพลังงาน หลายธาตุที่ปะทุออกมา ทั้งยังมีปราณเลือดที่บริสุทธิ์ด้วย
ต่อให้เป็นปราณเลือด เขาก็ยังสามารถดึงมาชุบหลอมเรือนกายได้ด้วย
ทว่าพลังธาตุน้ำนี่ไม่มีประโชน์กับเขาเลยจริงๆ
เมื่อถอนสายตากลับมา เขาก็หันไปมองพวกอินย่าหนัน จึงพบว่า นอกจากเขาแล้ว บ่อแห่งโชควาสนาที่อินย่าหนันและสองพี่น้องไฉหลงเกอ เฝูาเอาไว้ต่างก็ยังไม่มีความมหัศจรรย์ปรากฏขึ้น
การปรากฏของความลี้ลับในบ่อแห่งโชควาสนามีความเร็วต่างกัน บาง บ่อก็เร็ว บางบ่อก็ช้า
แล้วก็มีบางบ่อที่อาจจะเป็นบ่อตาย รอจนความมหัศจรรย์ของทุกบ่อ สิ้นสุดลงก็ยังไม่มีพลังงานฟูาดินปะทุออกมา
“น้องชาย!”
เสียงตะโกนที่แฝงไว้ด้วยความยินดีเสียงหนึ่งดังมาจากคนผู้หนึ่งที่อยู่ ห่างจากพวกเขาไปค่อนข้างไกล
คนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีม่วง หน้าตาคมคาย ปราณอ่อนโยนราวสายน้ำ
“ข้าชื่อเซี่ยอวิ๋นไห่ วิชาการฝึกตนของข้าสอดคล้องกับบ่อแห่งโชค วาสนาของเจ้าพอดี” คนผู้นั้นแนะนำตัว เขาเองก็มีเขตลี้ลับช่วงกลาง เช่นกัน ยามนี้กำลังหันมาพูดกับเนี่ยเทียนด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเห็นไหมว่าบ่อ แห่งโชควาสนาของข้ามีแก่นพืชหญ้าปะทุออกมา พวกเรามาแลกกันดี ไหม?”
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองก็พบว่าบ่อแห่งโชควาสนาที่คนผู้นั้นเฝูาเอาไว้มี ลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งออกมาจริงๆ
ด้านในลำแสงมีพลังงานเปี่ยมล้น ราวกับว่าแฝงเร้นไว้ด้วยแก่นพลัง ของพืชหญ้าที่สอดคล้องกับวิชาการฝึกตนของเขาพอดี
เมื่อเขาเอ่ยปาก และเนี่ยเทียนยังไม่แสดงท่าที ใบหน้าของไฉเฟิ่งอู่ก็ เริ่มฉายความผิดหวัง
ไฉเฟิ่งอู่ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งทีแล้วส่ายหัวกับตัวเอง รู้ดีว่าไม่ควรจะ คาดหวังอะไร
บ่อของเซี่ยอวิ๋นไห่กับบ่อของเนี่ยเทียนสามารถแลกเปลี่ยนกันได้พอดี ซึ่งทั้งสองฝุายต่างก็ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง พยักหน้าตอบรับ “เป็นอย่างนี้ย่อมดี”
เขาพลันขยับตัวขึ้นไปยืนอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้ว บังคับให้โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปหาเซี่ยอวิ๋นไห่
เมื่อเห็นว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดเดินมาหา ดวงตาของเซี่ยอวิ๋นไห่ก็ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ยังไม่ทันรอให้ปีศาจเลือดขยับเข้ามาใกล้ เขาก็ รีบถอยออกไปจากบ่อแห่งโชควาสนาตำแหน่งนั้นแล้ว
เขาที่มีเขตลี้ลับมีความสามารถในการบินกลางอากาศแล้ว ไม่ จำเป็นต้องเรียกอาวุธวิเศษประเภทบินออกมา เพียงแค่อ้อมวนผ่านร่าง ของโครงกระดูกปีศาจเลือด เขาก็ทะยานไปถึงบ่อแห่งโชควาสนาที่เคยเป็น ของเนี่ยเทียน
หลังจากที่เขายืนได้มั่นคงแล้วก็หันมากุมมือประสานให้กับเนี่ยเทียน “ขอบคุณมาก!”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับถือเป็นการตอบกลับ
เมื่อเซี่ยอวิ๋นไห่ยืนได้มั่นคงแล้ว เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนที่สีหน้าจะเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเย็นชา
สายตาของเขากวาดมองไปบนร่างของพี่น้องไฉหลงเกอและไฉเฟิ่งอู่ รอบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเตือน “ข้ามาจากสำนัก จันทราวารีของดินแดนจุลอันธการ หากพวกเจ้าสองพี่น้องคิดจะแย่งชิง โชควาสนาของข้า ทางที่ดีก็จงครุ่นคิดให้ดีเสียก่อน!”
คำเตือนของเขาแค่บอกให้ไฉหลงเกอและไฉเฟิ่งอู่ฟังเท่านั้น
เพราะไฉเฟิ่งอู่ฝึกธาตุน้ำเหมือนกันกับเขา บ่อที่เขาแลกกับเนี่ยเทียนก็ เหมาะสมกับไฉเฟิ่งอู่เช่นเดียวกัน
ไฉเฟิ่งอู่และเขาขอบเขตเท่ากัน ส่วนไฉหลงเกอนั้น…ขอบเขตสูงกว่า เขาหนึ่งระดับ
หากพี่น้องสองคนร่วมมือกันช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนานี่มาจากเขา เขา ก็ต้องปวดหัวมากเหมือนกัน
“ดินแดนจุลอันธการ สำนักจันทราวารี แซ่เซี่ย…”
ไฉหลงเกอพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค คล้ายนึกถึงอะไรขึ้นมาได้ หน้า ของเขาจึงเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขานิ่งคิดไปครู่ ก่อนจะใช้สายตาปรามไฉเฟิ่งอู่แล้วพูดทันทีว่า “ช่าง เถอะ ในเมื่อน้องสาวของข้าไม่มีวาสนานั้น พวกเราก็ไม่คิดจะแย่งชิงกับ ใคร”
“แบบนั้นดีที่สุด” เซี่ยอวิ๋นไห่ยิ้มบางๆ ทว่าแววตักเตือนในดวงตายังไม่ หายไป
เขามองพี่น้องไฉหลงเกอ พลางหยิบเอาวัตถุดิบธาตุน้ำจำนวนมาก ออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วจัดวางรอบบ่อแห่งโชควาสนา
ไม่นานนักก็มีม่านแสงเป็นชั้นๆ ปกคลุมทั้งบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั่น เอาไว้
ในที่สุดบนหน้าของเขาก็มีความผ่อนคลายปรากฏขึ้น จากนั้นเขาถึงได้ ขยับเข้าไปใกล้บ่อแห่งโชควาสนาแล้วหยิบเอาแก่นธาตุน้ำทั้งหมดที่อยู่ใน บ่อออกมา
“สมควรตายนัก!”
หลังจากที่เนี่ยเทียนขับเคลื่อนโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ไปถึงบ่อแห่ง โชควาสนาบ่อนั้น เขาก็หยิบเอาท่อนไม้ออกมาสร้างค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณ ขณะที่มู่ปี้ฉงแอบสบถด่ากับตัวเอง
ธาตุที่นางใช้ฝึกตนก็เป็นพลังพืชหญ้าของห้าธาตุเช่นกัน และบ่อนั่น…ก็ เหมาะสมกับนาง
หากดอกไม้ปีศาจสองสีที่อยู่ในร่างของนางดึงเอาแก่นพืชหญ้าข้างใน นั้นออกมาได้ ก็มีความเป็นไปได้มากที่ขอบเขตของนางจะเลื่อนจากเขต สามัญช่วงท้ายสู่เขตลี้ลับ
นางอยู่ห่างจากเซี่ยอวิ๋นไห่ค่อนข้างไกล รอจนนางตระหนักได้ว่าบ่อที่ เซี่ยอวิ๋นไห่เฝูาอยู่มีแก่นพืชหญ้าปะทุออกมา เซี่ยอวิ๋นไห่ก็เป็นฝุายเสนอว่า จะแลกเปลี่ยนกับเนี่ยเทียนแล้ว
หากนางค้นพบเร็วกว่านี้ นางจะบินออกไปสังหารเซี่ยอวิ๋นไห่แล้วยึด ครองบ่อแห่งนั้นอย่างไม่ลังเล
แต่ไรไหนมานางก็ไม่เคยมีเพื่อนไม่ว่าจะชายหรือหญิง ตอนอยู่ในเขา สุขาวดีของดินแดนปราการดวงดาว นางก็มีชื่อเสียงด้านความเหี้ยมอำมหิต
สำหรับนางแล้วการช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนามา ไม่ใช่เรื่องที่นาง จำเป็นต้องกังวล
ทว่านางก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง รอจนนางเห็นว่าเนี่ยเทียนตอบรับการ แลกเปลี่ยนกับเซี่ยอวิ๋นไห่แล้ว นางก็แอบหงุดหงิด รู้ดีว่าตัวเองเสียโอกาส ไปแล้วครั้งหนึ่ง
—นางไม่ต้องการ แล้วก็ไม่กล้าช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนานั่นมาจากมือ ของเนี่ยเทียน
ต่อให้นางใช้ดอกไม้ปีศาจสองสีในร่าง และโครงกระดูกปีศาจเลือดของ เนี่ยเทียนก็ไม่ได้มีอานุภาพมากดังเก่าอีกแล้ว แต่ส่วนลึกในใจของนางกลับ ยังคงกริ่งเกรงในตัวเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำ
“อันที่จริงเจ้าจะลองดูก็ได้นะ”
อินย่าหนันหัวเราะเสียงแปร่ง เอ่ยยุยงนางอย่างประสงค์ร้าย “ตอนนี้ ศักยภาพหุ่นเชิดเลือดตนนั้นของเนี่ยเทียนลดลงไปมากแล้ว ดอกไม้ปีศาจ ในร่างของเจ้ามีที่มาลึกลับ ก็หาใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้เสียเลย”
ดวงตาของมู่ปี้ฉงเปล่งประกายเย็นเยียบ นางแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ไม่ สนใจคำยั่วยุของอีกฝุายแม้แต่น้อย
อีกฝั่งหนึ่ง
เนี่ยเทียนหยิบเอากิ่งไม้ทั้งเจ็บสิบสองกิ่งมาปักไว้บนพื้นดินที่ค่อนข้าง นิ่มข้างบ่อแห่งโชควาสนา รอจนม่านแสงสีเขียวปรากฏขึ้น ลวดลายต้นไม้ แห่งชีวิตที่ลึกลับก็ลอยขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ นั่นจึงทำให้เขาวางใจลงได้
“อู้ๆๆ!”
จิงชี่พืชหญ้าที่ปลดปล่อยออกมาจากในบ่อแห่งโชควาสนาคือสีเขียว อ่อน ซึ่งปล่อยปรายแสงสีเขียวแวววาว
จิงชี่พืชหญ้าสีเขียวอ่อนเป็นกลุ่มๆ ที่พออยู่ใต้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ จึงยิ่งรวมตัวกลั่นหลอมกันได้บริสุทธิ์มากขึ้น ขณะที่เนี่ยเทียนใช้เวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่พยายามจะชักนำมันเข้ามาในร่างกาย แก่นพืชหญ้าพวกนั้น ก็พลันกลายมาเป็นแสงสีเขียวแวววาวที่หายวับไปในร่างของเขาอย่าง รวดเร็ว
อันที่จริงน้ำวนพืชหญ้าของเนี่ยเทียนได้กลั่นหลอมไปจนถึงระดับที่ สามารถฝุาทะลุเขตสามัญช่วงท้ายได้แล้ว หยดพืชหญ้าที่อยู่ในน้ำวนเองก็ เต็มเปี่ยม
เขาไม่จำเป็นต้องเอาจิงชี่พืชหญ้าเพิ่มเติมมาช่วยในการฝุาทะลุขอบเขต
เขารับจิงชี่พืชหญ้าเข้ามาก็เพื่อใช้ดำเนินตามขั้นที่สามของเวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่ นั่นคือการชุบหลอมเอ็นทนทานเป็นครั้งสุดท้าย
เขาแอบใช้พรสวรรค์การสูบดึงพลังชีวิตมาดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อจาก เนื้อสัตว์วิเศษที่อยู่ในแหวนเก็บของ เอาจิงชี่เลือดเนื้อที่มีการทำลายล้างสูง มาโจมตีไปยังหัวใจอย่างบ้าคลั่งตามวิธีการฝึกตนของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่
หลอดเลือดและเส้นเอ็นเล็กบางจำนวนมากที่อยู่ตรงหัวใจพลันปริแตก
เวลานี้จิงชี่พืชหญ้าที่ถูกเขารับเข้ามาในร่างเป็นเหมือนสายธารเส้นเล็ก ที่พกพาเอาพลังชีวิตอันอ่อนโยนกรอกเทเข้ามาในหลอดเลือดและเส้นเอ็น ที่ปริแตกของเขา
เส้นเอ็นและหลอดเลือดที่เล็กราวเส้นผม พอได้รับการบำรุงจากจิงชี่ พืชหญ้าของบ่อแห่งโชควาสนาเข้าไป ความเร็วในการฟื้นฟูร่างกายก็ทำให้ เนี่ยเทียนรู้สึกตื่นตะลึง
เขาค้นพบว่าจิงชี่พืชหญ้าของที่นี่ไม่เพียงแต่บริสุทธิ์กว่า ทั้งยังเหมือน จะแฝงเร้นพลังแห่งเลือดเนื้อที่มหัศจรรย์เอาไว้มากกว่าตอนที่เขาอยู่ใน พื้นที่ที่มีปุาไม้รกครึ้มเสียอีก
ก้าวสุดท้ายของเอ็นทนทาน ก่อนหน้านี้เขาก็เคยทดลองมาก่อน แต่ก็ ยังทำไม่สำเร็จ
ทว่าคราวนี้เมื่อได้รับการบำรุงจากจิงชี่พืชหญ้าซึ่งแฝงเร้นพลังเลือด เนื้อ ก้าวสุดท้ายนี้ของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นราบรื่นผิดปกติ
ไม่นานเขาก็จมจ่อมอยู่กับการชุบหลอมเอ็นทนทาน
และเพียงแค่ครู่เดียวเอ็นทนทานขั้นที่สามของเขาก็ฝึกได้สำเร็จ
ยังคงมีจิงชี่พืชหญ้ากลุ่มใหม่ไหลบ่าเข้ามาในร่าง ซึ่งมันได้ไปกระตุ้น เลือดเนื้อและน้ำวนพืชหญ้าในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขา
และเมื่ออยู่ภายใต้จิงชี่พืชหญ้าที่ไหลบ่า ปราการที่จะข้ามผ่านขอบเขต ของเขาก็เหมือนจะแตกกระจายออกอยางเงียบเชียบ
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขามีคลื่นลูกยักษ์ถาโถม โอสถ วิญญาณปลดปล่อยแสงสว่างไสว น้ำวนพลังวิญญาณทั้งสามลูกหมุนวน อย่างบ้าคลั่ง มหาสมุทรวิญญาณของเขาปานประหนึ่งสัตว์ยักษ์ที่กำลังร้อง คำราม
“เขตสามัญช่วงท้าย!”
เมื่อใจเขาฉุกคิด หินวิเศษ หยกวิเศษจำนวนมากก็บินออกมาจากแหวน เก็บของของเขาอย่าบ้าคลั่ง ก่อนจะมากองกันอยู่ข้างกายเขา
เขาไม่สนใจสักนิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีความลี้ลับอะไรซ่อนอยู่ เพียงรีบ ลงมือทำการฝุาทะลุขั้นต่อไปทันที เขารู้สึกว่าเมื่อมีค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ให้การปกปูอง เขาก็จะไม่เจอกับอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่จริงกระมัง?” อินย่าหนันอ้าปากเผยอน้อยๆ สีหน้าตกตะลึง “เริ่ม ฝุาทะลุขอบเขตได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?”
คนที่เหลือเองก็มองออกถึงความลี้ลับ เมื่อเนี่ยเทียนหยิบเอาหินวิเศษ หลายชนิดออกมารวบรวมพลังวิญญาณ พวกเขาก็เข้าใจว่าปราการที่ขวาง การเลื่อนขอบเขตของเนี่ยเทียนถูกทำลายลงแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเขา เลือกที่จะเลื่อนขั้นอยู่ที่นี่เลย
“เลื่อนขั้นในสถานที่บ้าๆ แบบนี้ ประมาทเกินไปแล้ว” อินย่าหนันสบถ ด่าเบาๆ ดวงตาที่เปลี่ยนมาเป็นเย็นชากวาดมองไปยังเผ่ามนุษย์และชน ต่างเผ่าที่วนเวียนอยู่ใกล้ๆ
คนเหล่านั้นมีหลายคนที่ฝึกธาตุไม้เช่นกัน
หนึ่งในนั้นมีคนของเผ่าไม้ปะปนอยู่ด้วย
คนของเผ่าไม้ผิวหนังแห้งเหี่ยวเหมือนต้นไม้เก่าแก่ที่ตายไปแล้ว ใต้ ผิวหนังมีลายเส้นต้นไม้อันมหัศจรรย์
เขามีสายเลือดระดับหก ตอนนี้ลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ กำลังใช้ สายตาประหลาดใจมองไปยังม่านแสงสีเขียวที่เกิดจากค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณ ไม่ได้ให้ความสนใจเนี่ยเทียนเท่าไหร่นัก
ราวกับว่ากิ่งไม้ที่ใสแวววาวแต่ละท่อนและลายเส้นต้นไม้ลึกลับบนม่าน แสงสีเขียวนั่นต่างหากถึงจะมีค่าสำหรับเขา
“ขนาดข้ายังไม่กล้าลงมือช่วงชิง แล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไร?” เสียงเย็น ชาบาดลึกเข้ากระดูกของมู่ปี้ฉงดังขึ้น คิ้วงามของนางขมวดมุ่น ดวงตาฉาย ประกายสังหาร “ขอเชิญทุกท่าน มาทางไหนก็จงกลับไปทางนั้น!”
อินย่าหนันมองไปยังเผ่าไม้ผู้นั้นด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยแววตักเตือน
เผ่ามนุษย์หลายคนที่พอได้ยินหญิงสาวทั้งสองเปิดปากต่างก็หน้า เปลี่ยนสี ยอมถอยไปอย่างเงียบเชียบ
มีเพียงเผ่าไม้คนนั้นที่ยังคงใช้สายตาเร่าร้อนจ้องเขม็งไปยังกิ่งไม้แต่ละ กิ่ง รวมไปถึงลายเส้นต้นไม้ลึกลับที่ลอยขึ้นมาโดยไม่มีท่าทีที่จะจากไป
——