ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 844 ผู้ที่จุติใหม่เพื่อฝึกตน!
จุดที่ห่างออกไปไกล ผู้เฒ่าลึกลับคนนั้นใช้วิธีการดุร้ายสยบขวัญไม่ให้ เผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่ากล้ามาต่อกรกับเขาอีก
เขาได้ลงมือดึงเอาเสี้ยวจิตวิญญาณที่ปะทุออกมาจากในบ่อแห่งโชค วาสนาบ่อนั้นแล้ว
พี่น้องไฉหลงเกอที่รู้ว่าหากยังอยู่ที่นั่นคงไม่เป็นผลดีกับตนจึงเลือก ถอยออกมา
หลังจากถอยออกมา ไฉหลงเกอก็สังเกตเห็นเนี่ยเทียนจึงพาน้องสาว บินมาหาเขา
เนี่ยเทียนมีโครงกระดูกปีศาจเลือด ทั้งยังมีเกราะมังกรเพลิงให้ใช้ แค่ นี้ก็มากพอจะบอกให้รู้ถึงพลังที่ไม่ธรรมดาของเขา
มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันไม่ถือว่าเป็นมิตรกับพวกเขาสองพี่น้องเท่าไหร่ นัก มีเพียงเนี่ยเทียนที่ไม่ถือสาตอนที่พวกเขาไม่ให้ความช่วยเหลือเมื่อคน ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มาระราน
ไฉหลงเกอรู้สึกว่าหากอยู่กับเนี่ยเทียนจะค่อนข้างปลอดภัย
โม่ชิงเหลยที่อยู่ข้างๆ ร้องโวยวายอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนไม่ สนใจจึงหยิบเอายาหลายเม็ดมากลืนไปเงียบๆ
สายตาของเขาคอยจ้องมองไปยังจุดที่ผู้เฒ่าอยู่ตลอดเวลา และความ หวาดกลัวในดวงตาก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ
“ฟิ้วๆ!”
พี่น้องไฉหลงเกอบินมาหยุดข้างกายของเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าสงบ
“ผู้เฒ่าคนนั้นน่ากลัวยิ่งนัก” ไฉหลงเกอยังหวาดหวั่นไม่หาย เขากล่าว เสียงหนักว่า “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาที่ก่อนหน้านี้อยู่เงียบๆ ไม่แสดงตัว จะ น่ากลัวได้ถึงขนาดนี้”
ไฉเฟิ่งอู่มีสีหน้าผิดหวัง นางเสียดายที่ตัวเองไม่สามารถรักษาบ่อที่มี เสี้ยวจิตวิญญาณบริสุทธิ์ปะทุขึ้นมาเอาไว้ได้
เนี่ยเทียนกวาดตามองไปรอบๆ
เขาสังเกตเห็นว่าเผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งจนมี ความสามารถบินทะยานกลางอากาศต่างก็ไปรวมตัวกันอยู่รอบกายของผู้ เฒ่า ทว่าพวกเขากลับไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะกริ่งเกรงฝีมือของผู้ เฒ่า
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงทยอยกันหยุดมือจากบ่อแห่งโชควาสนาของ ตัวเอง
หญิงสาวทั้งสองสบตากันหนึ่งครั้งก่อนจะพากันโดยสารอาวุธวิเศษ ประเภทบินของอินย่าหนันมาหาเนี่ยเทียน
แทบจะเวลาเดียวกัน เสียงคำรามหนึ่งก็ดังมาจากเกราะมังกรเพลิง
วิญญาณมังกรที่อยู่ด้านในเสื้อเกราะเก็บเอาแสงผลึกเปลวเพลิงในบ่อ แห่งโชควาสนามาชุบหลอมเสร็จเรียบร้อยก็บินกลับมาหาเนี่ยเทียน เช่นกัน
“สวบ!”
เกราะมังกรเพลิงสวบครอบลงมาบนร่างของเนี่ยเทียนได้อย่างเป็น ธรรมชาติ และครั้งนี้เสื้อเกราะก็หนักมากกว่าเก่า
พลังความร้อนที่วิญญาณวัตถุสั่งสมมาเปลี่ยนมาเป็นเดือดพล่าน ปราณแห่งการเผาไหม้สรรพสิ่งเด่นชัดมากเป็นพิเศษ
วิญญาณวัตถุส่งข้อความมาบอกว่ามันต้องการจะต่อสู้กับวิญญาณ สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับอีกครั้ง
วิญญาณวัตถุไม่ทันสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่มันบิน เข้าไปในบ่อแห่งโชควาสนา
“ไม่ต้องแล้วล่ะ” เนี่ยเทียนตอบรับ
เขาอธิบายเหตุการณ์ให้วิญญาณวัตถุฟังง่ายๆ รอบหนึ่ง บอกกับมันว่า ตอนนี้ตราราชาสายฟูาของโม่ชิงเหลยเปลี่ยนนายแล้ว
“เนี่ยเทียน คนผู้นี้…เจ้าคิดจะจัดการยังไง?” อินย่าหนันหรี่ตามองไป ยังโม่ชิงเหลยด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร ก่อนกล่าวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “ตามความเห็นข้า สังหารเขาทิ้งให้สิ้นเรื่องไปดีกว่า”
โม่ชิงเหลยแสดงความเดือดดาลออกมาทางสีหน้า
“พลังจิตวิญญาณในบ่อแห่งโชควาสนาใกล้จะถูกเขาดึงออกมา หมดแล้ว” จู่ๆ เผ่าทมิฬคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
ผู้แข็งแกร่งมากมายที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้นลังเลกันไปพักใหญ่ ครั้นจึง เตรียมตัวที่จะร่วมใจกันลงมือสังหารผู้เฒ่า
“ไม่มีประโยชน์ ต่อให้พวกเขาร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้” โม่ชิงเหล ยทอดถอนใจ ส่ายหัว “ต่อให้บวกพวกเจ้าเข้าไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ รอจนเขาดึงเอาพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไปชุบหลอมเข้าในมหาสมุทรจิต วิญญานเสร็จเมื่อไหร่ เขาก็จะ…”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว “เขาก็จะทำไม?”
“จะฆ่าทุกคนทิ้ง” ดูเหมือนโม่ชิงเหลยจะยอมรับชะตากรรมแล้ว เขา จึงไม่โหวกเหวกเสียงดังอีกต่อไป “ด้วยนิสัยของเขา ทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์หรือสัตว์วิเศษก็ล้วนต้องตายด้วยน้ำมือเขา พวกเจ้าก็หนีไม่พ้นเหมือนกัน!”
“ขนาดพวกเรายังหนีไม่พ้น?” อินย่าหนันกล่าวเสียดสี “เขาจะแกร่ง กล้าจนไร้ผู้ใดทัดเทียมเลยหรือไง?”
“อยู่ที่นี่ เขาไร้ผู้ใดทัดเทียมอย่างแท้จริง” โม่ชิงเหลยพยักหน้ารับ มองไปยังงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่จำศีลอยู่ตรงหน้าท้องของนางด้วยสายตา ลึกล้ำ “งูเหลือมที่อยู่ตรงหน้าท้องของเจ้าน่าจะเป็นสายเลือดระดับแปด กระมัง?”
อินย่าหนันตะลึง “เจ้ามองออกด้วยรึ?”
“ตอนที่มันปลดปล่อยปราณออกมาเป็นครั้งแรก ข้าก็สัมผัสได้แล้ว” โม่ชิงเหลยแค่นเสียงในลำคอ “หากตราราชาสายฟูายังอยู่ในมือข้า ต่อให้ เจ้ามีงูเหลือมสายเลือดระดับแปดตัวนี้ ข้าก็ยังมั่นใจที่จะต่อสู้ด้วย ข้า พอจะวิเคราะห์พลังการต่อสู้ของเจ้าได้คร่าวๆ ทว่านี่ยังไม่พอ ไม่พอจะ สร้างภัยคุกคามให้กับผู้เฒ่าคนนั้น”
ในที่สุดสีหน้าอินย่าหนันก็มีความตกตะลึงผุดขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง “เขาน่า กลัวอย่างที่เจ้าพูดจริงๆ รึ?”
สีหน้าของเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด
อินย่าหนันที่มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับแปด ขนาดเนี่ย เทียนและมู่ปี้ฉงก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้
และทั้งๆ ที่โม่ชิงเหลยรู้ว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งมีสายเลือดระดับแปด แต่กลับยังพูดว่านางไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของผู้เฒ่าแน่นอน ทั้งยังบอกด้วย ว่าหากผู้เฒ่าชุบหลอมพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์เสร็จ เขาจะเปิดฉาก สังหารครั้งใหญ่ ปลิดชีพเผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่
“ข้าบอกไปแล้วว่าเขาไร้ทัดเทียมเมื่ออยู่ที่นี่” โม่ชิงเหลยหลับตา พึมพำเบาๆ “รอให้เขาชุบหลอมเสี้ยวจิตวิญญาณจากบ่อแห่งโชควาสนา นั่นเสร็จเมื่อไหร่ เขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากกว่าเดิม”
ทุกคนหันมามองหน้ากัน
เนี่ยเทียนหันไปมองรอบๆ อย่างละเอียดอีกครั้งจึงสังเกตเห็นว่าเวลา นี้บ่อแห่งโชควาสนามากมายที่มีความมหัศจรรย์ปะทุออกมาล้วนถูกช่วง ชิงพลังงานด้านในไปหมดแล้ว
มีเพียงบ่อแห่งโชควาสนาไม่กี่บ่อเท่านั้นที่ยังมีพลังงานฟูาดินปะทุและ ยังชุบหลอมไม่เสร็จสิ้น
อีกทั้งบ่อแห่งโชควาสนาเหล่านั้นก็ไม่สอดคล้องกับวิชาฝึกตนของเขา ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อตัวเขา
เขานิ่งคิดไปครู่ก็เรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดมาเก็บไว้ในแหวนเก็บ ของ แล้วลากกระชากตัวโม่ชิงเหลยมาหิ้วไว้เหมือนหิ้วหมาตัวหนึ่ง ก่อน จะพาเขาเข้าไปในอาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนันด้วยกัน
“พวกเราไปกันก่อนเถอะ” เขาหันไปพูดกับอินย่าหนัน
อินย่าหนันเองก็ลังเลไปเพราะคำพูดของโม่ชิงเหลยเช่นกัน เมื่อเนี่ย เทียนแสดงท่าทีว่าจะจากไป นางที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย
มู่ปี้ฉงเองก็บินเข้ามาในอาวุธวิเศษประเภทบิน
“พวกเจ้าก็รีบจากไปเถอะ” เนี่ยเทียนหันไปเอ่ยกับไฉหลงเกอ
พี่น้องไฉหลงเกอตกใจกับคำพูดของโม่ชิงเหลยจนทำอะไรไม่ถูกนาน แล้ว พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้จึงรีบร้อนพยักหน้ารับ
พี่น้องสองคนก็โดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งติดตามพวกเนี่ย เทียนออกจากพื้นที่ของบ่อแห่งโชควาสนานี้ไปติดๆ
ฝุาท่าแห่งเผ่าไม้เห็นว่าเนี่ยเทียนจากไป เขาลังเลอยู่พักหนึ่งก็ตาม ออกมาอย่างเงียบเชียบ
หลัวฮุยแห่งสำนักเชื่อมฟูาอยู่ห่างจากพวกเนี่ยเทียนมาก แต่เขาก็จับ ตามองการกระทำของเนี่ยเทียนอยู่ตลอดเวลา
รอจนเห็นว่าอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงมารวมตัวกับเนี่ยเทียนอีกครั้ง เขา ยังนึกว่าคนทั้งสามจะลงมือช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาที่มีเสี้ยวจิตวิญญาณ
การจากไปของพวกเนี่ยเทียนทำให้หลัวฮุยฉงนสนเท่ห์เป็นอย่างยิ่ง
เขาพูดอยู่กับตัวเองเบาๆ “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้? พวกเขา แข็งแกร่งกันมาก แต่กลับไม่มีท่าทีจะแตะต้องบ่อแห่งโชควาสนาที่มีพลัง จิตวิญญาณ แถมยังจากไปด้วยสีหน้าไม่เป็นสุข…”
หลัวฮุยขบคิดแล้วก็สัมผัสได้ว่าท่าไม่ดี จึงไม่คิดจะอยู่ต่อ แต่เลือกจะ จากไปอย่างเงียบเชียบ
การจากไปของเนี่ยเทียนก็ทำให้พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกและฝู หลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกายไม่เข้าใจเช่นกัน
แต่เปูาหมายหลักที่พวกเขามาสนามรบสุ้ยเมี่ยคราวนี้ก็คือบ่อแห่งโชค วาสนาที่มีเสี้ยวจิตวิญญาณบริสุทธิ์ปะทุออกมา พวกเขาจึงไม่รีบร้อนจาก ไป ทั้งยังเพ้อฝันว่าจะได้มันมาครอง
“ผู้เฒ่าคนนั้นคือใครกันแน่?”
รอจนอาวุธวิเศษประเภทบินค่อยๆ ออกมาไกลจากพื้นที่ที่มีบ่อแห่ง โชควาสนากระจายอยู่ เนี่ยเทียนก็ขมวดคิ้ว มองโม่ชิงเหลยด้วยสายตา เย็นชาแล้วตวาดถาม
อาวุธวิเศษประเภทบินของพี่น้องไฉหลงเกอตามมาด้านหลังพวกเขา ไกลๆ ยังอยู่ห่างกันระยะหนึ่ง
“ที่มาแน่ชัดของเขา ข้าก็ไม่แน่ใจ” โม่ชิงเหลยยิ้มเจื่อน
“เจ้าปั่นหัวข้าอยู่อย่างนั้นรึ?” ไอสังหารปรากฏวาบอยู่ในดวงตาของ เนี่ยเทียน
“แต่ข้ารู้ว่าเขาชื่อหยวนจิ่วชวน มีฉายาว่ามารสายฟูา” โม่ชิงเหลยสูด ลมหายใจลึกๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงอยู่ในอาวุธ วิเศษประเภทบินของอินย่าหนัน “อันที่จริงเขาตายไปแล้ว เขาในเวลานี้ น่าจะจุติมาบำเพ็ญตนใหม่”
“จุติมาบำเพ็ญตนใหม่?” อินย่าหนันตะลึงพรึงเพริด
เนี่ยเทียนเองก็มีสีหน้าตกใจ
เขาเองก็เคยได้ยินมาว่าหากผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่ฝึกได้ถึงแดน ว่างเปล่าหรือแดนเอตทัคคะตายไปตอนต่อสู้ ดินแดนถูกทำลาย แต่จิต วิญญาณหนีไปได้ ก็สามารถใช้แก่นวิญญาณของตัวเองไปผสานรวมอยู่กับ ทารกในร่างของหญิงมีครรภ์และกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
วิญญาณของผู้ที่จุติเพื่อมาฝึกตนใหม่จะเข้าไปแทนที่วิญญาณทารก ทำให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
หากเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากๆ เมื่อลืมตาดูโลกก็จะจดจำความทรงจำ ทั้งหมด รวมไปถึงวิชาลับที่เคยฝึกตนของชาติที่แล้วได้ จึงทำให้เดินไปบน เส้นทางการฝึกตนได้อย่างง่ายดาย
และยังมีบางคนที่ด้วยสาเหตุหลากหลายประการ เมื่อเกิดมา ความ ทรงจำจะอยู่ในสภาวะหลับลึก รอให้ถึงช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ถึงจะ ค่อยๆ ฟื้นตื่น
แต่ว่าผู้แข็งแกร่งที่ฝีมือเลิศล้ำ หากไม่เกิดปัญหาใหญ่กับตัวจริงๆ ก็ไม่ มีทางเลือกจะกลับมาจุติใหม่เด็ดขาด
มีเพียงการฝุาทะลุขอบเขตล้มเหลว มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรือถูกคน โจมตี เผชิญกับช่วงเวลาที่ต้องตายอย่างแน่นอนเท่านั้น พวกเขาถึงจะ เลือกพาจิตวิญญาณหนีมาจากเรือนกายแล้วหาโอกาสกลับมาเกิดใหม่ เพื่อฝึกตนอีกครั้ง
ผู้ที่จุติใหม่เพื่อฝึกตนไม่ได้ราบรื่นเหมือนกันทุกคนเสมอไป กลับกันคือ มีอันตรายมากมาย
บางคนถูกศัตรูคู่แค้นตามไปเจอ ยังไม่ทันได้เติบโตจนแข็งแกร่งก็ถูก สังหารไปอย่างง่ายดาย
และยังมีบางคนที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่เข้าใจสิ่งใด แม้แต่ความทรงจำของ ชาติก่อนก็ไม่ถูกปลุกขึ้นมา ยังไม่ทันเดินไปสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนก็ อาจจะเจออุบัติเหตุหรือไม่ก็อายุขัยสิ้นสุดจึงตายไปก่อนแล้ว
ผู้ที่จุติใหม่เพื่อฝึกตนที่สามารถเดินไปสู่จุดสูงสุด อีกทั้งยังมีขอบเขต และฝีมือเหนือกว่าชาติที่แล้วมีน้อยยิ่งกว่าน้อยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ตำนาน
——