ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 845 หยวนจิ่วชวน
“ชาติก่อน หยวนจิ่วชวนคือผู้ฝึกตนอิสระ เบื้องหลังไม่มีสำนักใหญ่ อะไรให้การสนับสนุน”
โม่ชิงเหลยกล่าวเบาๆ ด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “คนผู้นี้มีพรสวรรค์น่าตะลึง อย่างยิ่ง เขาฝึกวิชาสายฟูา สามารถดึงเอาพลังสายฟูาออกมาจากในร่าง ของผู้ฝึกลมปราณหรือในวัตถุที่มีธาตุเดียวกับเขามาใช้ และก็ด้วยเหตุนี้ เส้นทางการฝึกตนของเขาจึงเต็มไปด้วยคาวเลือดและการเข่นฆ่า!”
“ไม่รู้ว่ามีคนที่ฝึกวิชาสายฟูามากน้อยแค่ไหนที่ต้องตายไปด้วยน้ำมือ เขา”
“เส้นทางการฝึกตนที่เขาเลือกก็คือความเผด็จการไร้เหตุผลเช่นนี้ วิธีการของเขาก็โหดเหี้ยมไร้มนุษย์ธรรมเช่นเดียวกัน เขาล่วงเกินสำนัก และผู้แข็งแกร่งที่ฝึกธาตุสายฟูาแบบเดียวกันมานักต่อนัก”
“และสำนักอสนีสวรรค์ของข้าก็ฝึกวิชาสายฟูาพอดี”
“เมื่อหลายปีก่อนบิดาของข้าและยังมีผู้แข็งแกร่งที่ฝึกวิชาสายฟูา บางส่วนได้วางแผนโดยปล่อยข่าวว่าจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยมีวัตถุดิบ ธาตุสายฟูาระดับเพาะฟูาถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อล่อให้หยวนจิ่วชวนไปที่ นั่น”
“หลังจากหยวนจิ่วชวนไปถึง บิดาของข้าและเหล่าผู้แข็งแกร่งได้ ร่วมมือกัน อาศัยแผนการที่จัดวางไว้มาสังหารเขา”
“ดินแดนของเขาแตกสลายและหายไป แต่จิตวิญญาณบริสุทธิ์กลุ่ม หนึ่งของเขากลับหนีรอดออกไปได้โดยไม่รู้ว่าไปที่ไหน”
“บิดาของข้านึกว่าจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของเขามิอาจดำรงอยู่ในจุดลึก ของสนามรบสุ้ยเมี่ยได้ นึกว่าเขาได้ตายไปแล้ว”
“ใครก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะอาศัยจิตวิญญาณบริสุทธิ์กลุ่มนั้นไปเกิดใหม่ อีกครั้ง!”
อินย่าหนันตะโกนถาม “ชาติที่แล้วคนผู้นี้มีขอบเขตอะไร?”
“แดนเอตทัคคะช่วงกลาง” โม่ชิงเหลยกล่าวพลางถอนหายใจ
“แดนเอตทัคคะช่วงกลาง!” ทุกคนตะลึงลาน
“หากพวกบิดาของข้าไม่ได้ลงมือ เดิมทีเขาก็น่าจะเลื่อนสู่แดน เอตทัคคะช่วงท้ายได้ราบรื่น” โม่ชิงเหลยขมวดคิ้วเป็นปม “วิชาการฝึก ตนของเขาเผด็จการเกินไป เขามีชีวิตอยู่ก็เท่ากับเป็นฝันร้ายของพวกคนที่ ฝึกวิชาสายฟูาในดินแดนต่างๆ เพราะไม่แน่ว่าวันใดเขาอาจตามไปหาตัว แล้วดึงเอาพลังสายฟูาที่ฝึกมาอย่างยากลำบากหลายพันปีออกไปจน หมด”
“ที่ข้าแน่ใจว่าเขาคือหยวนจิ่วชวนก็เพราะ…ตราราชาสายฟูานั่นถูก สร้างขึ้นมาจากชิ้นส่วนแดนเอตทัคคะของเขาที่พังทลายหลังจากเขาตาย ไป”
“นอกจากนี้พลังสายฟูาในร่างของข้าและสัตว์สายฟูานิลกาฬต่างก็ถูก เขาดึงเอาไปหมด”
“คนผู้นี้ไม่เชื่อใจใคร ตลอดชีวิตไม่เคยรับใครเป็นศิษย์ สามารถฝึก วิชาเผด็จการมาได้ถึงระดับนี้ นอกจากตัวเขาเองแล้วก็ไม่มีความเป็นไปได้ อย่างอื่นอีก”
“ข้ามั่นใจมากว่าเขาก็คือหยวนจิ่วชวนตัวจริง ซึ่งจุติใหม่มาฝึกบำเพ็ญ ตบะอีกครั้ง!”
คำพูดของโม่ชิงเหลยทำให้ทุกคนพากันเงียบงัน แม้แต่อินย่าหนันที่มีงู เหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับแปดก็ยังรู้สึกโชคดีที่ตัวเองหนีออกมา จากพื้นที่อันตรายแห่งนั้น
“ครืนๆๆ!”
ท้องฟูาเบื้องหลังถูกกลบทับไปด้วยพลังของสายฟูา
อาวุธวิเศษประเภทบินของพวกเนี่ยเทียนอยู่ห่างจุดนั้นประมาณร้อยลี้ เมื่อหันหน้ากลับไปมองจึงยังเห็นความเคลื่อนไหวที่น่าหวาดกลัวของที่ แห่งนั้นและยังได้ยินเสียงฟูาร้องคำรามสะเทือนฟูาดิน
“พวกที่อยู่ที่นั่น นอกจากชนต่างเผ่าสามคนที่มาทีหลัง คนอื่นๆ เกรง ว่าคงต้องตายกันหมด” โม่ชิงเหลยสีหน้าหนักอึ้ง “ต่อให้เป็นชนต่างเผ่า สามคนนั้นที่มีอาวุธล้ำค่าติดตัวก็อาจจะไม่สามารถหนีรอดได้อย่าง ปลอดภัย ตราราชาสายฟูาทำมาจากเศษชิ้นส่วนแดนเอตทัคคะตอนที่เขา ยังมีชีวิตอยู่ในชาติที่แล้ว เมื่อตกอยู่ในมือของเขา อานุภาพของมันจึง เหนือกว่ายามที่อยู่ในมือข้าเป็นสิบๆ เท่า!”
“ดูท่าการที่พวกเราออกมาจากที่นั่นนับว่าเป็นการกระทำที่ชาญ ฉลาดอย่างแท้จริง” อินย่าหนันยกยิ้มขมขื่น “ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะ
ช่วงกลาง กลับมาเกิดแล้วฝึกตนใหม่ ทั้งยังได้รับอาวุธที่สร้างมาจากแดน เอตทัคคะของตัวเองในชาติก่อน ศักยภาพที่เขาสำแดงออกมาเกรงว่าคง เหนือกว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดของข้าจริงๆ”
มู่ปี้ฉงไม่ได้เอ่ยคำใด แต่จุดลึกในดวงตาของนางก็มีความหวาดกลัว วาบผ่าน
ดอกไม้ปีศาจสองสีในร่างของนางยังเติบโตไม่เต็มที่ ด้วยขอบเขตของ นางในปัจจุบันก็ยังไม่มากพอให้ควบคุมพลังทั้งหมดของดอกไม้ปีศาจสอง สี แน่นอนว่านางเองก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหยวนจิ่วชวน
“ที่หยวนจิ่วชวนคิดจะช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นมาให้ได้ก็ เพราะจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของเขาที่หนีไปในชาติก่อนคงหลงเหลืออยู่ใน นั้นด้วย” โม่ชิงเหลยเงียบคิดไปครู่ก็พูดอีกว่า “หากไม่เป็นเพราะมีจิต วิญญาณไม่ครบถ้วน เขาที่มาเกิดและฝึกตนใหม่ก็คงไม่ถูกจำกัดด้าน อายุขัยอีกครั้ง”
“เพราะหากความทรงจำของคนที่มาเกิดแล้วฝึกตนใหม่ถูกปลุกให้ตื่น เมื่อไหร่ ขอแค่มีทรัพยากรมากพอ ระดับความเร็วในการฝึกตนก็จะเร็ว มากจนน่าเหลือเชื่อ และจะไม่มีทางถูกจำกัดด้านอายุขัย”
“อันที่จริงหลายคนที่จุติใหม่เพื่อมาฝึกตนก็เนื่องจากอายุขัยไม่พอและ ไม่สามารถฝุาทะลุขั้นได้ในเวลาสั้นๆ ไม่มีอายุขัยมาเพิ่มเติม ดังนั้นถึงได้ เลือกไปเกิดใหม่แล้วกลับมาฝึกตนซ้ำอีกครั้ง”
“ด้วยความเข้าใจที่หยวนจิ่วชวนมีต่อพลังสายฟูา อีกทั้งชาติก่อนเขา ยังเป็นผู้ฝึกตนอิสระก็ไม่น่าจะถูกจำกัดด้านอายุขัย”
“นี่แสดงว่าจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเขาต้องเกิดปัญหา ถึงได้ทำให้เขา เจอกับอุปสรรค ถูกบีบให้มาที่นี่และดึงเอาพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ในบ่อ แห่งโชควาสนาไปเต็มเติมจิตวิญญาณส่วนที่ไม่สมบูรณ์แบบ”
“ว่ากันว่าพลังจิตวิญญาณในบ่อแห่งโชควาสนามีประสิทธิผลเช่นนี้ จริง”
“ยามนี้วิญญาณที่ไม่สมบูรณ์แบบของเขาอาจได้รับการเติมเต็มสำเร็จ แล้ว ความทรงจำส่วนใหญ่ของชาติก่อนก็น่าจะฟื้นคืนกลับมาแล้ว ความ ลี้ลับของพลังสายฟูาที่เขาบรรลุเมื่อชาติก่อนถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง เส้นทางการฝึกตนในภายหลังของเขาจะรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟูาแลบ บางที อีกร้อยปีให้หลัง เขาก็อาจจะหวนคืนสู่จุดสูงสุด มีขอบเขตและพลังใน ระดับแดนเอตทัคคะอีกครั้ง”
โม่ชิงเหลยเต็มไปด้วยความกังวลใจ “เมื่อถึงเวลานั้น บิดาของข้า สำนักอสนีสวรรค์ของข้าจะกลายมาเป็นเปูาหมายแรกที่เขาจะเล่นงาน”
“เขาแค่ดึงเอาพลังสายฟูาของข้าไป แต่เว้นชีวิตข้าไว้ นี่ก็น่าจะเป็น เพราะคิดจะดึงความทรงจำของข้า เพราะอยากรู้สถานการณ์ล่าสุดของ สำนักอสนีสวรรค์ หมายตามหารอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงสนามรบสุ้ย เมี่ยกับดินแดนสายฟูานิรันดร์ หากข้าตกอยู่ในน้ำมือเขาจะอยู่ไม่สู้ตาย แล้วก็ต้องถูกเขาทารุณกรรมทั้งวันคืนแน่นอน”
โม่ชิงเหลยกล่าวมาถึงตรงนี้ก็ตัวสั่นอย่างห้ามไม่ได้
“อายุขัยไม่มากพอคือปัญหายุ่งยากที่ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ต้องพบ เจอ” เนี่ยเทียนนิ่วหน้า “การเลือกไปเกิดเพื่อกลับมาฝึกตนใหม่นับว่าเป็น ทางเลือกที่ไม่เลว”
เขาคิดถึงหัวมู่และอูจี้อาจารย์ของเขา
หัวมู่และอูจี้ต่างก็เคยเผชิญกับปัญหาข้อนี้ หากไม่เป็นเพราะเขาเอา ผลไม้แห่งชีวิตกลับไปให้ก็มีความเป็นไปได้มากว่าหัวมู่และอูจี้อาจจะตาย ไปก่อนที่ขอบเขตจะฝุาทะลุไปอีกขั้นแล้ว
ได้ฟังข้อดีของการกลับมาเกิดแล้วฝึกตนใหม่จากคำบอกของโม่ชิง เหลย เนี่ยเทียนก็แอบตกตะลึงไม่น้อย
“เว้นเสียแต่ว่าไม่มีทางเลือกจริงๆ หาไม่แล้วก็ไม่มีใครเลือกกลับมา เกิดใหม่” โม่ชิงเหลยแค่นเสียงเย็น “ข้อเสียของการกลับมาเกิดเพื่อฝึกตน ใหม่มีมากกว่าข้อดีเสียอีก!”
“ทุกคนที่จุติใหม่เพื่อฝึกตนล้วนต้องสละทุกสิ่งที่สั่งสมมาตลอดเวลา หลายพันปี เรือนกายเอย ดินแดนเอย ท่ามกลางเวลาที่ยาวนาน นี่คือสิ่งที่ หลายคนสละทิ้งไม่ลง”
“หากกลับมาเกิดใหม่ก็หมายความว่าก่อนหน้าที่ยังไม่แข็งแกร่งเท่าใน อดีต อาจถูกคนสังหารไปอย่างง่ายดาย ขอแค่เปิดเผยเวทลับตอนที่ยังเคย มีชีวิตอยู่ หรือเปิดเผยตัวตนจนศัตรูคู่แค้นเก่าตามมาเจอ ก็คงต้องตาย สถานเดียว”
“ผู้ที่กลับมาเกิดแล้วฝึกตนใหม่อีกครั้งก็จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานใน การสั่งสมพลัง หลายคนที่ความทรงจำในชาติก่อนยังไม่ถูกปลุกขึ้นมาก็ อาจจะเจออุบัติเหตุแล้วตายไปก่อน”
“บางคนความทรงจำยังไม่กลับมาก็แก่ตายไปแล้ว”
“ต่อให้ความทรงจำหวนคืน เลื่อนขอบเขตได้รวดเร็ว แต่เมื่อถึงเขต วิญญาณก็ยังจำเป็นต้องรวบรวมวัตถุดิบมาสร้างดินแดนใหม่ วัตถุดิบ เหล่านั้นหาใช่จะมีให้ใช้อย่างไร้ที่สิ้นสุด วัตถุดิบในการสร้างดินแดนที่ผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าจำเป็นต้องรวบรวมมักจะมีมูลค่าสูงล้ำอย่างหาที่ เปรียบไม่ได้”
“กลับมาเกิดแล้วฝึกตนใหม่จนถึงเขตวิญญาณก็หาใช่จะโชคดีจน สามารถรวบรวมวัตถุดิบมาสร้างดินแดนอย่างเมื่อชาติก่อน”
โม่ชิงเหลยพูดจ้อไม่หยุด บอกให้รู้ถึงข้อเสียมากมายของคนที่กลับมา เกิดแล้วฝึกตนใหม่ เนี่ยเทียนที่รับฟังอย่างตั้งใจก็ค้นพบว่าตัวเองคิดน้อย เกินไป กลับมาเกิดแล้วฝึกตนใหม่ไม่ได้ง่ายอย่างที่อีกฝุายบอกจริงๆ
“หลังจากที่หยวนจิ่วชวนแก้ไขวิญญาณที่บกพร่องได้สำเร็จ เขาย่อม เปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ เพราะไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตัวเองเร็ว เกินไปนัก ศัตรูของเขามีมากเกินไป ตอนนี้เขายังไม่เลื่อนสู่แดนว่างเปล่า หากเจอกับผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะเข้าจริงๆ เขาก็ต้องตายแน่นอน”
“นอกจากนี้เขาจำเป็นต้องรวบรวมวัตถุดิบมากมาย เขาจำเป็นต้องฆ่า คนให้มากพอถึงจะได้วัตถุดิบวิเศษหรือหยกวิเศษจำนวนมหาศาล และ
นั่นเขาถึงจะมีหวังได้เลื่อนสู่เขตวิญญาณ เจ้าพวกคนที่ยังอยู่ในบ่อแห่ง โชควาสนาจึงเป็นชิ้นปลามันในสายตาของเขา”
เนี่ยเทียนพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ
อาวุธวิเศษประเภทบินที่อินย่าหนันขับเคลื่อนมาเพิ่มความเร็วมากขึ้น เรื่อยๆ และออกมาไกลห่างจากพื้นที่ที่วุ่นวายแห่งนั้นมากขึ้นทุกที
นางเพิ่มความเร็วก็เพราะรู้ความน่ากลัวของหยวนจิ่วชวนจากปาก ของโม่ชิงเหลย กังวลว่าหลังจากที่หยวนจิ่วชวนจัดการกับทุกคนเสร็จแล้ว จะไล่ตามมา
สองชั่วยามให้หลัง
อินย่าหนันเรียกอาวุธวิเศษประเภทบินอีกลำออกมาจากในแหวนเก็บ ของแล้วโยนโม่ชิงเหลยเข้าไป “ขอให้เจ้าโชคดี”
“เจ้าจะทำอะไร?” โม่ชิงเหลยกล่าวอย่างเดือดดาล
“หากหยวนจิ่วชวนจะไล่ตามมา เจ้าต่างหากถึงจะเป็นเปูาหมายหลัก ของเขา พาเจ้าไปด้วย พวกเราก็อาจโดนหมายหัวตามไปด้วย อันตราย เกินไป” สายตาของอินย่าหนันเย็นชา “พวกเราพาเจ้าออกมาจากพื้นที่ แห่งนั้นตามคำสัญญาแล้ว ไม่สามารถคุ้มครองเจ้าได้ตลอดไป อาวุธวิเศษ ประเภทบินลำนั้นของข้าใช้หินวิเศษเป็นพลังงานในการขับเคลื่อน เจ้า สามารถอาศัยมันไปจากที่นี่ ขอแค่ไม่มากับพวกเราก็เป็นพอ”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ นางก็ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินให้จากไปอย่าง รวดเร็วโดยไม่แยแสเสียงร้องคำรามของโม่ชิงเหลย
“เขายังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์กับพวกเรามากกว่าตายไปแล้ว” อินย่า หนันกล่าวกับเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ถือว่าพวกเรามีน้ำใจมากพอแล้ว หลังจากนี้ เขาจะรอดหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่ดวงของเขาแล้วล่ะ”
พี่น้องไฉหลงเกอที่อยู่ด้านหลังไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขา และโม่ชิงเหลย พอเห็นว่าโม่ชิงเหลยถูกโยนเข้าไปในอาวุธวิเศษประเภท บินอีกลำหนึ่ง สองพี่น้องก็มีสีหน้างงงันอย่างยิ่ง
“ฟิ้ว!”
ม่านแสงสีเขียวเข้มเส้นหนึ่งพลันพุ่งผ่านพี่น้องไฉหลงเกอเข้ามาหา พวกเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็ว
ม่านแสงสีเขียวเข้มนั้นจำแลงมาจากฝุาท่าแห่งเผ่าไม้
“มาคุยกันหน่อยเถิด” ฝุาท่าตะโกนเสียงดัง
——