ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 846 หาสถานที่ฝึกตน
“เป็นเขา?”
อินย่าหนันหันกลับไปมองก็เห็นฝ่าท่าที่ตามมาไกลๆ จึงกล่าวอย่าง แปลกใจ “เขามาทำไม?”
“น่าจะมาหาข้า” เนี่ยเทียนกล่าว
มู่ปี้ฉงขมวดคิ้วแน่น เอ่ยเบาๆ “เผ่าไม้คนนี้ไม่ธรรมดา”
ฝ่าท่าสังหารลูกศิษย์ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไปมากมาย มีเพียงฉิว จี้คนเดียวที่หนีรอดไปได้ อีกทั้งดูจากพลังที่ฝ่าท่าแสดงออกมา หากเขาคิด จะสังหารฉิวจี้จริงๆ ฉิวจี้ก็อาจไม่รอดชีวิต
ในสายตาของมู่ปี้ฉง ฝ่าท่าจากเผ่าไม้ผู้นี้ก็คือบุคคลที่อันตรายอย่าง ยิ่งยวด
“มาหาเจ้า?” อินย่าหนันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “จะปล่อยเขาเข้ามาไหม?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “เขาน่าจะไม่แข็งแกร่งเท่าหยวนจิ่วชวน พวกเรา สามคนยังจะต้องกลัวเขาด้วยหรือ?”
“ก็จริง” อินย่าหนันถูกเขาพูดให้คล้อยตาม อาวุธวิเศษประเภทบินที่ นางขับเคลื่อนจึงค่อยๆ ลดความเร็วลง
ฝ่าท่าขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
เขาคอยหันหน้าไปมองยังบ่อแห่งโชควาสนาที่พวกเขาจากมาด้วยสี หน้าเคร่งเครียดเป็นระยะ
บทสนาระหว่างพวกเนี่ยเทียนและโม่ชิงเหลย สองพี่น้องไฉหลงเก อล้วนไม่ได้ยิน
กลับเป็นเขาที่อยู่ห่างจากเนี่ยเทียนค่อนข้างไกลซึ่งอาศัยพรสวรรค์ ทางสายเลือดมารับฟังบทสนทนาทั้งหมด
เขาจึงรู้ว่าผู้เฒ่าคนนั้นคือเผ่ามนุษย์ที่กลับมาเกิดและฝึกตนใหม่อีก ครั้ง ขอบเขตของเขาในชาติที่แล้วเป็นถึงแดนเอตทัคคะช่วงกลาง!
ฝ่าท่าเองก็รู้สึกโชคดีที่เขาเลือกจะออกมาจากที่นั่นเพราะอยากคุย กับเนี่ยเทียน
หาไม่แล้วเขาก็คงอยากมีส่วนช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาที่มีพลังจิต วิญญาณบริสุทธิ์บ่อนั้น
หลังจากที่อินย่าหนันลดความเร็วของอาวุธวิเศษประเภทบินให้ช้าลง ฝ่าท่าจึงตามมาทันในที่สุด
“หาที่แห่งหนึ่งคุยกันหน่อยได้ไหม?” ฝ่าท่ามองเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนหันไปมองข้างหลังแวบหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้อย่าเพิ่ง หยุดพักจะดีกว่า”
“เพราะหยวนจิ่วชวนที่กลับมาเกิดใหม่นั่นน่ะหรือ?” ฝ่าท่ากล่าว
พอเขาพูดเช่นนี้ มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันสองคนต่างก็หันมามองเขา อย่างพร้อมเพรียงกัน
เนี่ยเทียนตะลึง “เจ้าได้ยินที่พวกเราคุยกันด้วยหรือ?”
ฝ่าท่าพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา
“ออกไปให้ห่างจากพื้นที่แห่งนั้นก่อน” เนี่ยเทียนหันไปพูดกับอิน ย่าหนัน
อินย่าหนันมองฝ่าท่าด้วยสายตาเย็นชาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเพิ่มความเร็ว ทำให้อาวุธวิเศษประเภทบินที่พวกเขาโดยสารทะยานไปอย่างรวดเร็วราว สายรุ้งเส้นยาว
ด้านหลังของพวกเขา อาวุธวิเศษประเภทบินที่พี่น้องไฉหลงเกอ โดยสารมาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
พี่น้องไฉหลงเกอมาจากตำหนักหลิงอู่ ทว่าพวกเขาไม่ได้เป็นศิษย์ผู้ กล้าอันดับหนึ่ง ระดับของอาวุธวิเศษประเภทบินที่พวกเขาครอบครองจึง ไม่สูงเท่าของอินย่าหนัน
เมื่อเห็นว่าอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นยิ่งห่างไปไกลเรื่อยๆ ไฉหลง เกอก็ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “พวกเขาคงคิดจะสลัดพวกเราทิ้ง”
ไฉเฟิ่งอู่กลับมองอย่างเปิดกว้าง “พวกเราได้เจอพวกเขานับว่าโชคดี แล้ว นึกไม่ถึงว่าดินแดนดวงดาวอย่างดินแดนปราการดวงดาวจะมีบุคคล ไม่ธรรมดาเช่นนี้ได้ ก่อนหน้านั้นเป็นเพราะพวกเรามองโลกมุมแคบ เกินไป”
ไฉหลงเกอเห็นด้วยอย่างยิ่ง
พวกเขาสองพี่น้องเก็บเอาความผิดหวังกลับมาอย่างรวดเร็ว ไม่รู้สึก ห่อเหี่ยวเพราะการจากไปของพวกเนี่ยเทียนอีก
ทางช้างเผือกกว้างใหญ่ไพศาล มีดินแดนและอาณาจักรมากมาย การ ที่พวกเขาได้มาเจอกับพวกเนี่ยเทียนก็ถือเป็นเรื่องบังเอิญ การจากลาครั้ง นี้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะตั้งใจไปหาอีกฝ่ายที่ดินแดนปราการดวงดาว แล้ว เกรงว่าวันหน้าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก
สิบกว่าวันต่อมา
อาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนันลอยมาถึงฟ้าดินแห่งหนึ่งที่ หนาวเหน็บ รอบด้านมีภูเขาหิมะกระจายตัวอยู่
จุดลึกของภูเขาหิมะมีบ่อน้ำพุร้อนมากมายที่มีควันสีขาวอุ่นร้อนลอย กรุ่น
ในหุบเขายังมีดอกไม้ต้นไม้จำนวนมาก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
“สถานที่แห่งนี้เหมาะให้ข้าฝ่าทะลุขอบเขต” ดวงตาอินย่าหนันเป็น ประกาย
มู่ปี้ฉงมองเห็นบ่อน้ำพุร้อนพวกนั้นก็อยากจะอาบน้ำให้สบายตัวสัก ครั้ง จึงกล่าวว่า “ถ้าไม่อย่างนั้นเราพักที่อยู่สักระยะหนึ่งดีไหม บางที ขอบเขตของข้าก็อาจจะเลื่อนขั้นได้อย่างราบรื่นเมื่ออยู่ที่นี่”
ก่อนหน้านี้หญิงสาวทั้งสองต่างก็โชคดีได้เก็บเอาพลังน้ำแข็งและจิงชี่ พืชหญ้ามาจากบ่อแห่งโชควาสนา
พวกนางจึงคาดหวังว่าจะได้ฝ่าทะลุปราการของขอบเขต ขยับไป ข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง
การเดินทางห้อตะบึงมาตลอดสิบกว่าวันทำให้พวกเขาออกห่างจาก พื้นที่ที่หยวนจิ่วชวนอยู่มาไกลมากพอแล้ว บวกกับที่พวกเขาทิ้งโม่ชิง เหลยไปแล้วจึงไม่มีเหตุผลให้หยวนจิ่วชวนไล่ตามพวกเขาไม่ปล่อย
คนทั้งหมดพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งก็เตรียมจะใช้พื้นที่แห่งนี้พักผ่อน ชั่วคราว
หลังจากที่อาวุธวิเศษประเภทบินลงจอด มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันก็ ทะยานเข้าไปยังจุดลึกของภูเขาแล้วลงแช่บ่อน้ำพุร้อน
เนี่ยเทียนและฝ่าท่าสองคนยืนอยู่บนอาวุธวิเศษประเภทบิน
เมื่ออินย่าหนันและมู่ปี้ฉงหายไปจากเส้นสายตา ในที่สุดฝ่าท่าก็ถาม ขึ้นอย่างอดไม่ไหว “กิ่งไม้พวกนั้นและยังมีค่ายกลที่เจ้าบรรลุ เจ้าไปได้มา จากที่ไหน?”
“เกี่ยวข้องกับเผ่าไม้ของพวกเจ้าหรือ?” เนี่ยเทียนถาม
ฝ่าท่าพยักหน้ารับหนักๆ
“มีแผ่นดินใหญ่ยักษ์อยู่สองผืน ผืนหนึ่งอยู่บน ผืนหนึ่งอยู่ล่าง เนื่องจากการต่อสู้ของแต่ละเผ่าพันธุ์ แผ่นดินเหล่านั้นจึงแตกสลายกลาย มาเป็นแผ่นดินหลายชิ้นที่ลอยตัว… ” เนี่ยเทียนใคร่ครวญคำพูดที่ต้องใช้ แล้วอธิบายเรื่องที่เขาเดินทางจากรอยแยกห้วงมิติหกรอยในเทือกเขาฮว้า นคงเข้าไปยังฟ้าดินพิเศษแห่งนั้นให้ฝ่าท่าฟัง
ฝ่าท่าแอบแสดงสีหน้าสนใจ “ที่นั่น เคยเป็นมาตุภูมิของเผ่าพันธ์ข้า!”
“ข้าบรรลุค่ายกลและได้กิ่งไม้พวกนั้นมาจากแผ่นดินลอยตัวผืนหนึ่ง ในนั้น” เนี่ยเทียนอธิบาย “แต่ที่น่าเสียดายก็คือหลังจากที่ข้าบรรลุค่ายกล แผ่นดินนั่นก็สลายตัวออกจากกัน ไม่ดำรงอยู่อีกต่อไป”
ฝ่าท่าไม่แปลกใจ “โครงสร้างของมาตุภูมิแห่งนั้นก็คือความลี้ลับของ ค่ายกลที่เจ้าบรรลุมา เจ้าดึงเอาความลับของมันออกมา แผ่นดินแห่งนั้น ย่อมมิอาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป”
เนี่ยเทียนกล่าว “ที่แห่งนั้นมีภูตผีปีศาจ อสูรกาย และเผ่าทมิฬที่ต่างก็ ทยอยกันปรากฏตัว แต่ข้าไม่เคยเห็นคนเผ่าไม้ของพวกเจ้ามาก่อน ได้ยิน มาว่าพวกเจ้าได้สละที่แห่งนั้นทิ้งแล้ว?”
“พวกเราคือฝ่ายที่แพ้สงคราม เมื่อพ่ายแพ้ บ้านก็แตกสาแหรกขาด จำต้องย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น” ฝ่าท่าถอนหายใจหนักๆ “คาดไม่ถึงว่าหลาย ปีให้หลัง เผ่าพันธุ์อื่นจะมีวิธีเดินทางไปที่นั่น ข้อมูลที่เจ้าให้ข้าสำคัญอย่าง ยิ่ง ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ” เนี่ยเทียนสีหน้าเฉยชา
“ข้าอยากถามอีกหน่อยว่าเจ้าทำความเข้าใจกับค่ายกลนั่นได้อย่างไร แล้วทำไมถึงได้รับการยอมรับจากม่านแสงลี้ลับของต้นไม้แห่งชีวิต โบราณ?” ฝ่าท่าถามอย่างแปลกใจ
“บางทีอาจเกี่ยวข้องกับที่ข้าฝึกวิชาธาตุไม้” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่ ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น” ฝ่าท่าส่ายหัว “เลือดลมในร่างของเจ้า ไม่เพียงแต่พลุ่งพล่านทั้งยังมีพลังชีวิตเข้มข้น เจ้าไม่ค่อยเหมือนกับเผ่าไม้ ของพวกเราเท่าไหร่นัก”
หัวข้อนี้เนี่ยเทียนไม่ค่อยอยากตอบนัก เขาจึงเพียงทำหน้านิ่งไม่ตอบ คำถาม
การลงมือของฝ่าท่าถือว่าช่วยเขาจัดการกับภัยคุกคามจากสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็จริง แต่หากไม่มีฝ่าท่า เนี่ยเทียนก็คิดว่าไม่มีทางเกิด เรื่องกับตัวเองแน่ๆ
ในสายตาของเนี่ยเทียน ข้อมูลที่เขาให้อีกฝ่ายนับว่ามากพอแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาไม่เอ่ยคำใด ฝ่าท่าก็พลันตระหนักได้จึงพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้ว ทุกคนต่างก็มีความลับ ข้าจะไม่ซักถามอีก หลังจากนี้หาก เจ้ามีโอกาสมายังอาณาจักรของเผ่าไม้ สามารถพูดได้ว่าเป็นสหายของข้า ฝ่าท่า เผ่าไม้ของเรายินดีต้อนรับการมาเยือนของเจ้า”
เนี่ยเทียนยิ้ม กล่าวตอบรับ “ก็อาจจะไม่มีโอกาสนั้นเสมอไป”
“ก็ไม่แน่นี่นา” ฝ่าท่าเองก็ยิ้ม ครั้นจึงจากไปดื้อๆ
เขาติดตามพวกเนี่ยเทียนมานานมาก แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาต้องการรู้ จะมีเพียงว่าเนี่ยเทียนได้กิ่งไม้พวกนั้นมาจากไหนและบรรลุค่ายกลกำเนิด ไม้โบราณได้อย่างไร
หลังจากที่ได้รับคำตอบจากเนี่ยเทียน เขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว
“ช่างเป็นคนประหลาดยิ่งนัก” เนี่ยเทียนส่ายหัวพึมพำอยู่กับตัวเอง
หลังจากที่ฝ่าท่าจากไป เนี่ยเทียนก็เริ่มลงมือฝึกตน
ไม่มีความลี้ลับจากบ่อแห่งโชควาสนา เขาจึงหยิบเอาหินวิเศษต่างธาตุ ออกมาดึงพลังงานเพื่อเติมเต็มน้ำวนพลังวิญญาณสามลูกในจุดตันเถียน
เพิ่งจะฝ่าทะลุขอบเขต จุดตันเถียนและน้ำวนพลังวิญญาณของเขาก็ เหมือนฟองน้ำที่ปรารถนาจะได้รับการกรอกเทพลังงานที่มหาศาล
สิบวันที่โดยสารมาบนบ่อแห่งโชควาสนา เขาฝึกตนอย่างไม่กินไม่นอน แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถเติมเต็มพลังงานที่มากพอให้กับโอสถวิญญาณ และน้ำวนสามลูกได้
หลายวันหลังจากนั้น เขาที่ตั้งใจฝึกตนพลันได้ยินเสียงอุทานเบาๆ จากมู่ปี้ฉง
เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังตำแหน่งที่ได้ยินเสียง
ไม่นานเท่าไหร่เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในหุบเขาลึกที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ หลายแห่ง และมองปราดเดียวเขาก็เห็นว่ามู่ปี้ฉงนอนเปลือยกายอยู่ในบ่อ น้ำพุร้อนธรรมชาติบ่อหนึ่ง
ตลอดทั้งเรือนร่างของมู่ปี้ฉงแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน และเนื่องจากไอ หมอกที่ลอยกรุ่นขึ้นมา ร่างของนางจึงผลุบๆ โผล่ๆ เห็นไม่ชัด
ดอกไม้ปีศาจสีดำและสีสดใสแยกส่วนกันตรงกลางหน้าอกอวบอิ่ม ของนาง พวกมันต่างก็ลอยขึ้นมาปรากฏตัวเต็มพื้นที่ของผิวขาวนวลราว หิมะ ทำให้นางดูงดงามยั่วยวนอย่างน่าตะลึง
ผ้าคลุมบนใบหน้านางยังอยู่ บนหน้าผากนางมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา อย่างต่อเนื่อง ดวงตาของนางฉายความเจ็บปวดและไม่เป็นสุข
“อย่าเข้ามานะ!”
หลังจากเห็นเนี่ยเทียนปรากฏตัว นางก็มีท่าทีกระวนกระวาย ยกมือ ทั้งสองข้างปิดหน้าอกที่อวบอิ่มแล้วหันมาตวาดใส่เนี่ยเทียน
ทว่านางเพิ่งจะตวาดจบกลับต้องร้องอึกอักในลำคออีกครั้ง สติสัมปชัญญะที่ฉายอยู่ในดวงตาจางหายไปอย่างรวดเร็ว
จุดลึกในดวงตาสองข้างของนางต่างก็มีดอกไม้ปีศาจสองสีปรากฏขึ้น ข้างละดอก และพริบตาเดียวมันก็ช่วงชิงสิทธิ์ทั้งหมดในเรือนกายของนาง ไป
ตอนที่ดอกไม้ปีศาจสองสีปรากฏขึ้นมาในตาดำของนาง แรงดึงดูดขุม หนึ่งที่เย้ายวนล่อลวงทุกสรรพชีวิตก็พลันถือกำเนิดขึ้น
เนี่ยเทียนร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะเดินไปข้างหน้าทีละก้าว อย่างที่มิอาจควบคุมตัวเองได้
——