ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 847 บุปผาร่วมชีวิต
ท่ามกลางไอน้าลอยกรุ่น มู่ปี้ฉงลุกขึ้นยืนตัวตรง เรือนกายโค้งเว้า สะโอดสะองเรียกได้ว่างดงามสมบูรณ์แบบ
ในจุดลึกของไอน้าขาวโพลน เรือนกายครึ่งบนของนางเปิดเปลือยอยู่ ข้างนอก ส่วนล่างที่ต่้ากว่าเอวลงไปยังแช่อยู่ในน้าพุร้อน
เรือนร่างด้านบนที่เปิดเปลือยทั้งหมดของนาง ไล่จากล้าคอเรียวยาว ลงมาคือหน้าอกคู่โตอวบอิ่ม ผิวขาวเนียนกระจ่างตา
เรียวขาคู่สวยอยู่ใต้น้าผุร้อน สะโพกอวบตึงแน่น เอวบางเล็กคอด
ตั้งแต่ล้าคอของนางเป็นต้นมา ดอกไม้สองสีได้ไต่ไล่ยาวไปยังท้องน้อย จุดตันเถียนของนาง ดอกหนึ่งมีสีสันสดใสสวยงาม อีกดอกหนึ่งเป็นสีด้า ลึกลับ สร้างความสะท้านสะเทือนอย่างรุนแรงให้กับคนมอง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างที่เปลือยเปล่าเย้ายวน ของนาง กลิ่นนั้นหอมกรุ่นชวนมัวเมาคล้ายสุราที่รสเลิศที่สุดในโลก ท้าให้ คนที่แค่ได้กลิ่นก็เคลิบเคลิ้ม
ดวงตาของเนี่ยเทียนคล้ายถูกดูดดึงไว้ด้วยดอกไม้ปีศาจสองสีที่ลอย ขึ้นมากลางลูกตาด้าของนาง แล้วจมดิ่งลงไปในนั้นอย่างที่ไม่อาจควบคุม ตัวเอง
ดอกไม้ปีศาจดอกหนึ่งยั่วเย้าเร่าร้อน ดอกไม้อีกดอกเย็นเยียบงาม สะพรั่ง ทั้งคู่ต่างก็ส่งแรงดึงดูดลึกลับที่สร้างผลกระทบให้กับเนี่ยเทียน
มองตาของนาง เส้นสายตาของเนี่ยเทียนก็เหมือนถูกตรึงแน่น ไม่ว่า จะท้ายังไงก็ย้ายไปมองที่อื่นไม่ได้อีก
เนี่ยเทียนค่อยๆ เดินเข้าไปหานางทีละก้าว
ระหว่างนั้นเนี่ยเทียนเหมือนได้ยินเสียงตะโกน เสียงตะโกนนั้นดังมา จากดอกไม้ปีศาจสองดอกที่ลอยอยู่ในลูกตาด้าของมู่ปี้ฉง พวกมันก้าลัง ล่อลวงเขา ต้อนรับให้เขาเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น
สติสัมปชัญญะของเนี่ยเทียนค่อยๆ แตกสลายไปตามเสียงกู่ร้องพวก นั้น จนสุดท้ายก็ไม่หลงเหลือสติใดๆ อีกต่อไป
พริบตานั้นผ้าคลุมหน้าบางๆ ที่บดบังใบหน้างามเป็นเอกในปฐพีของมู่ ปี้ฉงเอาไว้ก็ปลิวหายไปเหมือนใบไม้บางๆ ที่ร่วงลงสู่ผิวน้า
ใบหน้าของมู่ปี้ฉงถูกดอกไม้สองดอกยึดไว้จนเต็มพื้นที่
ดอกไม้ทั้งสองนั้นมีพลังยั่วยวนที่น่าตกใจ มันสามารถล่อลวงสรรพ ชีวิตได้
ทว่าใบหน้าที่งามล้าของมู่ปี้ฉงกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและ หวาดกลัว เห็นได้ชัดว่านางก้าลังดิ้นรน จิตวิญญาณที่แท้จริงของนาง ต้องการจะเดินออกมาจากบ่อโคลนบางอย่าง หมายจะกลายมาเป็น เจ้านายของเรือนกายนี้
นางก้าลังพยายาม แต่ความพยายามของนางกลับไม่เป็นผล
เนี่ยเทียนไม่อาจเห็นได้ว่าในจุดลึกของมหาสมุทรจิตวิญญาณของนาง ก็มีภาพประหลาดลอยขึ้นมาเช่นกัน
จุดลึกของมหาสมุทรจิตวิญญาณของมู่ปี้ฉงมีดอกไม้ปีศาจสองดอกฝัง รากอยู่ ท่ามกลางพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยพลังจิตวิญญาณ ดอกไม้แต่ละ ดอกต่างเบ่งบานมีขนาดใหญ่ยักษ์
และเวลานี้จิตวิญญาณที่แท้จริงของมู่ปี้ฉงก็ก้าลังถูกกลีบดอกของ ดอกไม้ปีศาจรัดพันเอาไว้อย่างแน่นหนาจนกระดุกกระดิกไม่ได้
จิตวิญญาณที่แท้จริงของนางก็ก้าลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าจะท้า อย่างไรก็มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการของดอกไม้ปีศาจ
มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการก็หมายความว่านางไม่สามารถเป็น เจ้านายเรือนกายของตัวเองได้
เสียงจิตวิญญาณที่แผ่วเบาซึ่งมีเพียงนางที่ได้ยินถูกส่งเข้าไปในจิต วิญญาณที่แท้จริงของนางอย่างต่อเนื่อง
เสียงจิตวิญญาณนั้นมาจากดอกไม้ปีศาจสองดอก
หนึ่งดอกที่สีสันสดใสแฝงเร้นไว้ด้วยพลังแห่งเสน่ห์ไร้ที่สิ้นสุดก้าลัง เกลี้ยกล่อมนางว่าให้นางหยุดต่อต้าน ยอมรับการจัดการของพวกมันแต่ โดยดี
ส่วนดอกสีด้ากลับก้าลังข่มขู่บอกว่าหากนางไม่ท้าตามที่พวกมันสั่ง จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต และจะถูกพลังของพวกมันโจมตีกลับ พวกมัน จะท้าให้นางทรมาน อยู่ไม่สู้ตาย
นับตั้งแต่นางพลาดกินดอกไม้ปีศาจสองดอกเข้าไป พวกมันก็เติบโต ขึ้นมาในร่างของนาง และทั้งสองฝุายต่างก็ชิงดีชิงเด่นกันทั้งในที่ลับและที่ แจ้ง
ดอกไม้ปีศาจที่ถูกเรียกว่าบุปผาร่วมชีวิตเหมือนเกิดมาก็ขัดแย้งกันเอง และจะต้องเข่นฆ่ากันไปตลอดกาล
ดอกที่มีสีสันเป็นดอกที่มีแนวโน้มโอนเอียงเข้าหานาง และก็เพราะได้ มันช่วยไว้ นางถึงฝึกตนได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ถูกดอกไม้ปีศาจสีด้ากลืน กินจิตวิญญาณจนกลายเป็นหุ่นเชิดให้กับบุปผาร่วมชีวิตนี้
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ดอกไม้ทั้งสองจะมีความคิดเห็นที่ตรงกัน
ทว่าครั้งนี้ดอกไม้ทั้งสองกลับพากันแผ่พลังล่อลวง ชักจูงให้เนี่ยเทียน เดินมาหานางเป็นครั้งแรก!
เพื่อล่อให้เนี่ยเทียนมาหา เพื่อเปูาหมายบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ ดอกไม้ทั้งสองจึงร่วมใจกันบีบให้จิตวิญญาณของนางออกไปและเข้ามาอยู่ แทนที่
“พวกเจ้า คิดจะท้าอะไรกันแน่?”
จิตวิญญาณที่แท้จริงของมู่ปี้ฉงร้องค้ารามอยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณ และยิ่งเริ่มกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดต่างๆ ถูกส่งเข้ามาในจิตวิญญาณที่แท้จริงของนางอย่าง ต่อเนื่อง
ข้อมูลลับที่ดอกไม้ปีศาจทั้งสองส่งมาให้บอกกับนางว่า เนี่ยเทียน…มี ประโยชน์ต่อนาง และต่อพวกมันอย่างมหาศาล
“พวกเจ้าคงไม่ได้คิดอยากจะกินเขาหรอกกระมัง?”
จิตวิญญาณที่แท้จริงของมู่ปี้ฉงสั่นสะท้าน พลันนึกได้ถึงความผิดปกติ ของงูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับแปดของอินย่าหนัน ตอนเจอเนี่ยเทียนครั้ง แรก งูเหลือมเลือดน้าแข็งตัวนั้นก็ท้าท่าอยากจะกินเนี่ยเทียนเหมือนกัน
แม้แต่งูเหลือมเลือดน้าแข็งเองก็ยังไม่รู้ว่าท้าไมเนี่ยเทียนถึงได้ดึงดูด มันนัก มันแค่รู้สึกอยากกลืนเนี่ยเทียนลงท้องตามสัญชาตญาณเท่านั้น
นางจึงนึกว่าบุปผาร่วมชีวิตในร่างของนางก็มีความคิดเหมือนงูเหลือม เลือดน้าแข็งระดับแปด จึงล่อเนี่ยเทียนมาก่อน จากนั้นก็จะกัดกินเนี่ย เทียนจนกว่าเขาจะตายไป
นางรู้ดีว่ารากของบุปผาร่วมชีวิตเป็นเหมือนปากปีศาจขนาดยักษ์ที่ สามารถแทะกินร่างของเนี่ยเทียนจนเกลี้ยงได้อย่างแท้จริง
ความคิดของบุปผาร่วมชีวิตเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันบอกกับนางว่าพวก มันอยากกินเนี่ยเทียนก็จริง แต่ว่าไม่ได้กินด้วยวิธีเดียวกับที่นางคิด…
รอจนนางเข้าใจความหมายที่บุปผาร่วมชีวิตต้องการจะสื่อถึงวิธีการ กินอีกอย่างของมัน จิตวิญญาณที่แท้จริงของนางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง อีกครั้ง ใบหน้าที่ถูกบุปผาร่วมชีวิตยึดครองแดงก่้าอย่างน่าตกใจ เหมือน คนที่กินเหล้าจนใบหน้าแดงแปร๊ดคล้ายจะมีเลือดสดไหลออกมาอย่างไร อย่างนั้น
“ข้ารังเกียจคนผู้นี้ ข้าจะไม่มีทางยอมให้เขาแตะต้องเรือนกายของข้า เด็ดขาด!”
จิตวิญญาณของนางร้องค้ารามบอกให้รู้ถึงความไม่พอใจ ต้าหนิไม่ให้ บุปผาร่วมชีวิตท้าตัวเหลวไหล
น่าเสียดายที่เมื่อบุปผาร่วมชีวิตได้ข้อตกลงร่วมกันเป็นครั้งแรกเพราะ อยากจะ “กิน” เนี่ยเทียนแล้ว พวกมันจึงคิดว่าการกระท้าของพวกมันดี กับทั้งสามฝุาย จึงไม่สนใจนางแม้แต่น้อย
พวกมันยังคงล่อลวงเนี่ยเทียนให้เขามาใกล้อย่างต่อเนื่อง
“จ๋อม!”
เรือนกายใหญ่โตของเนี่ยเทียนก็ลงมาในบ่อน้าพุร้อนเช่นกัน
เสียงน้ากระเพื่อมดังขึ้นตามการเดินช้าๆ ของเนี่ยเทียน จนกระทั่งเขา มาหยุดอยู่ด้านหน้ามู่ปี้ฉงที่เปลือยเปล่า
สายตาเร่าร้อนของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความปรารถนาต่อเรือนกาย เปลือยโล่งของอีกฝุาย เหมือนกับว่าบุปผาร่วมชีวิตได้ไปจุดไฟในใจเขาให้ โหมไหม้จนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
ยิ่งเข้าไปใกล้มู่ปี้ฉง ยิ่งได้กลิ่นหอมชวนมัวเมาที่ออกมาจากร่างของ นาง มองเห็นดอกไม้สองสีในดวงตาของนาง ความหลงใหลของเนี่ยเทียน ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ดอกไม้สีสันและดอกไม้สีด้าข้างซีกแก้มของมู่ปี้ฉงเบ่งบานพร้อมกัน อย่างเงียบเชียบ และโบกสะบัดส่ายไหวอยู่บนใบหน้าแดงก่้าต้อนรับการ มาของเนี่ยเทียน
ดวงตาของมู่ปี้ฉงยั่วยวนกระตุ้นอารมณ์ หลังจากนั้นนางก็ยื่นมือเรียว ขาวของตัวเองออกมาช่วยเนี่ยเทียนปลดอาภรณ์ออกทีละชิ้น
เรือนกายที่แข็งแกร่งของเนี่ยเทียนจึงเริ่มเปลือยเปล่าทีละนิด
เขาเกิดมาก็มีร่างกายใหญ่โตอยู่แล้ว เมื่อบวกกับการฝึกวิชาเวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่เข้าไป เรือนกายนี้จึงล่้าสัน เส้นกล้ามเนื้อนูนเด่นชัด ก้อน เนื้อทุกก้อนเหมือนแฝงพลังแห่งการระเบิดตัว เต็มไปด้วยกลิ่นอายความ แกร่งกร้าวของเพศชายและความเผด็จการที่ปุาเถื่อน
ดอกไม้สองดอกที่ลอยขึ้นมาในจุดลึกของดวงตามู่ปี้ฉงเปล่งประกาย ระยิบระยับด้วยความยินดี
มู่ปี้ฉงที่ถูกบุปผาร่วมชีวิตกักร่างชั่วคราว แม้ไม่อาจควบคุมเรือนกาย ตัวเองได้ แต่กลับมองเห็นการกระท้าทุกอย่างของตัวเอง
เพียงแต่ว่านางที่เป็นเจ้าของร่างกายกลับกลายมาเป็นเหมือนผู้ชมคน หนึ่งเท่านั้น
นางมองเห็นตัวเองถอดเสื้อผ้าของเนี่ยเทียนทีละชิ้น มองเห็นความ ปรารถนาอันร้อนแรงในดวงตาของเนี่ยเทียน
และนางก็มองเห็นเรือนกายสูงใหญ่แข็งแรงเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งเพศ ชายที่เปิดเปลือยทีละนิดของเนี่ยเทียนเช่นกัน
จากนั้นนางก็มองเห็นตัวเองยื่นแขนออกมาแล้วเป็นฝุายดึงเนี่ยเทียน เข้าหา บดเบียดหน้าอกตึงแน่นของเขาแนบชิดกับหน้าอกอวบอิ่มของตัว มือทั้งคู่โอบรัดรอบแผ่นหลังของเนี่ยเทียนเอาไว้
มู่ปี้ฉงเจ็บแค้นแทบบ้า แต่กลับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ท้าได้เพียงมอง ตัวเองพาตัวไปส่งให้เนี่ยเทียนอย่างไร้ยางอาย
นับตั้งแต่ที่นางโอบกอดเนี่ยเทียน ปราณของบุปผาร่วมชีวิตก็ค่อยๆ แทรกซึมไปในร่างของเขาและคล้ายจะไปกระตุ้นความปรารถนารุนแรงที่ เขาซุกซ่อนเอาไว้ ท้าให้เนี่ยเทียนยอมท้าตามแต่โดยดี
บุปผาเก้าดาราที่ฝังรากอยู่ในน้าวนดวงดาวกลางมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนของเนี่ยเทียนพลันถูกกระตุ้น
เห็นได้ชัดว่าบุปผาเก้าดาราได้กลิ่นปราณของบุปผาร่วมชีวิตและ สัมผัสได้ถึงความต้องการของมันอย่างเฉียบไว
บุปผาเก้าดาราที่อยู่ใต้น้าวนดวงดาวพลันเปล่งประกายเจิดจ้า
กลีบดอกแต่ละดอกราวธารดวงดาวที่ส่องแสงสว่าง มีดวงดาว ดารดาษเคลื่อนวนไม่หยุดนิ่ง
ปราณเย็นสดชื่นขุมหนึ่งลอยกรุ่นออกมาจากในบุปผาเก้าดารา แล้ว ตรงไปยังมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวทั้งเก้าทยอยกันส่องแสงสว่าง
สติสัมปชัญญะที่ถูกล่อลวงของเนี่ยเทียนพลันฟื้นคืนกลับมา
ไฟปรารถนาที่มีต่อเรือนกายเปล่าเปลือยในดวงตาของเนี่ยเทียนก็ เหมือนถูกน้าเย็นสาดใส่จึงมอดดับไปในพริบตา เขาขมวดคิ้วมองมู่ปี้ฉงที่ กอดตัวเองแน่นพลางเอาหน้าอกอวบอิ่มเสียดสีกับตนเบาๆ ด้วยสีหน้า ตะลึงลาน
“เจ้าก้าลังท้าอะไร?”
เนี่ยเทียนค้ารามเบาๆ แต่ก็พลันค้นพบว่าต่อให้ฟื้นคืนสติแล้ว ทว่า ภาพวาบหวามที่อยู่ตรงหน้าก็ยากจะท้าให้เขาต้านทานได้ ความ ปรารถนาที่ถูกบุปผาเก้าดาราละลายให้เจือจางลงเหมือนถูกจุดไฟขึ้นมา ใหม่อีกครั้ง
มู่ปี้ฉงเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มีดอกไม้ปีศาจสองดอกผุดขึ้นแฝงเร้นไว้ ด้วยความเย้ายวนไร้ที่สิ้นสุด
นางไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พ่นลมหายใจเบาๆ ใส่เนี่ยเทียน
กลิ่นหอมโชยมาปะทะจมูก สติของเนี่ยเทียนเหมือนจะพังทลายลงไป อีกครั้ง
มือใหญ่ของเนี่ยเทียนวางทาบลงไปบนไหล่บอบบางของนางอย่างมิ อาจห้ามตัวเอง ก่อนจะไล้มือลงไปตามแผ่นหลังที่เนียนลื่นของนาง จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงสะโพกงอนอวบอิ่ม
“ฟูุวๆ!”
รากของบุปผาร่วมชีวิตบินออกมาจากกลางฝุามือของมู่ปี้ฉงราวงูสอง ตัว
รากดอกไม้สองสีปานประหนึ่งเชือกเส้นหนาที่รัดรึงเรือนกายเนี่ย เทียนเอาไว้อย่างแนบแน่น
ตลอดทั้งร่างของมู่ปี้ฉงเหมือนจะผสานรวมเข้าไปเป็นร่างเดียวกับเนี่ย เทียน
“พวกเจ้าก้าลังท้าอะไรกันอยู่น่ะ?”
เสียงหนึ่งพลันดังขัดจังหวะอย่างไม่ถูกเวลา
——