ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 848 คู่สุนัขชายหญิง
อินย่าหนันยืนอยู่ตรงล้าคอของงูเหลือมเลือดน้าแข็งสายเลือดระดับ แปดซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศ จ้องมองไปยังบ่อน้าพุร้อนที่อบอวลไปด้วย ไอน้าสีขาว
มองเห็นเรือนกายเปลือยเปล่าของเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงที่เกี่ยว กระหวัดรัดพันเข้าด้วยกัน มองรากของบุปผาร่วมชีวิตที่บินออกมาจาก กลางฝ่ามือของมู่ปี้ฉงแล้วรัดร่างของเนี่ยเทียนไว้แน่น สายตาของนางก็ยิ่ง เย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ
นางรู้สึกหงุดหงิดเดือดดาลอย่างไร้สาเหตุ
แต่ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเทียนหรือมู่ปี้ฉงต่างก็ไม่มีใครตอบรับนาง
สติของเนี่ยเทียนขาดหายไปอีกครั้ง ส่วนมู่ปี้ฉงก็ถูกบุปผาร่วมชีวิต กักกันจิตวิญญาณที่แท้จริงเอาไว้จึงไม่สามารถเอ่ยตอบได้
ความเดือดดาลในใจของอินย่าหนันยิ่งพุ่งพล่าน ไม่รู้ว่าท้าไมพอเห็น เรือนกายของมู่ปี้ฉงใช้วิธีการบีบบังคับรัดรึงเนี่ยเทียนไว้อย่างแน่นหนา หน้าอกนางก็สุมแน่นไปด้วยความแค้นเคือง
เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนาง แต่นางก็ยังไม่พอใจมากอยู่ดี
“ลดระดับความร้อนให้พวกเขาหน่อยสิ!”
อินย่าหนันสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วออกค้าสั่งให้แก่งูเหลือม เลือดน้าแข็งระดับแปด
“ฟู่วๆ!”
ไอความเย็นแทรกซอนเข้ามาท้าให้อุณหภูมิของบ่อน้าพุร้อนหลาย แห่งที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติลดลงจนกระทั่งรอบด้านเกาะตัวน้าเป็น น้าแข็ง
บ่อน้าพุร้อนที่เนี่ยเทียนอยู่กับมู่ปี้ฉงก็ยิ่งมีไอเย็นหนาวบาดลึกกว่าที่ใด ร่างของคนทั้งสองที่เปลือยกายเกาะเต็มไปด้วยเกล็ดน้าแข็ง เนื้อหนังก็มี ผลึกน้าแข็งก่อตัวขึ้นมาเต็มไปหมด
บ่อน้าพุร้อนที่อยู่ด้านล่างพวกเขาก็ยิ่งเย็นเฉียบ การเคลื่อนไหวของ แขนขาพวกเขาจึงถูกพันธนาการทันที
อินย่าหนันออกค้าสั่งให้ไอความเย็นสุดขั้วส่วนใหญ่ตรงไปที่มู่ปี้ฉงเป็น พิเศษ
รากดอกไม้ปีศาจสองดอกที่บินออกมาจากกลางฝ่ามือของมู่ปี้ฉงก็ ล้วนกลายเป็นน้าแข็ง
“กร๊อบ!”
ทว่าเมื่อรากของดอกไม้ปีศาจเขย่าตัวเองหนึ่งครั้ง น้าแข็งก็พากันแตก กระจาย แต่รากของดอกไม้ปีศาจทั้งสองกลับหดหายเข้าไปในฝ่ามือของมู่ ปี้ฉงอีกครั้ง
ไอความเย็นบาดกระดูกแทรกซอนจากผิวเนื้อของมู่ปี้ฉง กรอกเทเข้า ไปในร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง
มู่ปี้ฉงตัวสั่นอย่างห้ามไม่ได้
ศีรษะของนางที่ซุกอยู่ตรงล้าคอของเนี่ยเทียนเงยขึ้นมา บุปผาร่วม ชีวิตสองดอกที่ลอยอยู่ในดวงตาของนางเผยความโมโหและไม่พอใจคล้าย ก้าลังกล่าวโทษที่อินย่าหนันยุ่งวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง
อินย่าหนันสีหน้าเย็นชา “นังแพศยาหน้าด้าน! เสนอตัวให้ผู้ชายก็ยัง พอว่า แต่นี่ยังใช้วิธีบังคับขืนใจคนอื่น เจ้าไม่รู้จักค้าว่าละอายใจบ้างหรือ ไร? ผู้หญิงจากเขาสุขาวดีของพวกเจ้าเป็นเหมือนเจ้าทั้งหมดหรือไม่?”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ไอความเย็นแทรกซอนเข้าไปในร่างก็มีสติ กลับคืนมาอีกครั้ง
เนี่ยเทียนมองมายังอินย่าหนันอย่างอึ้งๆ ถามอย่างแปลกใจ “เจ้ามา ได้ยังไง?”
“ข้ามาไม่ได้งั้นรึ?” อินย่าหนันเกรี้ยวกราด “คู่สุนัขชายหญิง! กลางวันแสกๆ อย่างนี้ พวกเจ้ามียางอายกันบ้างหรือไม่?”
เนี่ยเทียนที่ถูกด่าจนหน้าชาก็รู้สึกไม่พอใจบ้างเหมือนกัน “ชายหญิง เต็มใจกันทั้งสองฝ่าย เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย? เจ้ามายุ่งวุ่นวายท้าไม?”
“ตูม!”
คลื่นพลังจิตวิญญาณขุมหนึ่งพลันแผ่ออกมาจากร่างของมู่ปี้ฉง
บุปผาร่วมชีวิตที่ลอยอยู่ในดวงตาของนางค่อยๆ จางหายไป
ดวงตานางกลับคืนมามีสติอีกครั้ง
ตอนนี้จิตวิญญาณของนางก็กลับคืนต้าแหน่งแล้วเช่นกัน
เมื่อจิตวิญญาณกลับคืนมา นางที่ในที่สุดก็ได้ครอบครองร่างของ ตัวเองจึงผลักเนี่ยเทียนออกอย่างแรง
ร่างของเนี่ยเทียนถูกผลักกระเด็นออกมาจากบ่อน้าพุร้อนที่เกาะตัว เป็นน้าแข็ง น้าแข็งใต้ฝ่าเท้าจึงแตกกระจายออก
หน้าอกของเนี่ยเทียนพลันปวดร้าว ก่อนจะมองมู่ปี้ฉงด้วยสายตา แปลกประหลาด “เมื่อครู่นี้คนที่กอดข้าแน่นก็คือเจ้า ตอนนี้คนที่ผลักข้า ออกมาก็คือเจ้า เจ้าคิดจะท้าอะไรกันแน่?”
มู่ปี้ฉงมีสีหน้าทั้งโกรธทั้งอาย ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไรดี
นางและเนี่ยเทียนสองคนต่างก็ยังไม่มีใครสวมเสื้อผ้า พอนึกถึงการ กระท้าที่ไม่เป็นตัวของตัวเองก่อนหน้านี้ นางก็อายจนแทบจะมุดหน้าลง ดิน
“ก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ข้า!”
กล่าวจบนางก็รีบหยิบเอากระโปรงยาวออกมาชุดหนึ่งแล้วปกปิดหน้า เรือนกายเบื้องหน้าไว้อย่างลวกๆ ก่อนจะหนีไปอย่างกระเซอะกระเซิง
เส้นเว้าเส้นโค้งจากแผ่นหลังและสะโพกงอนงามของนางอยู่ในสายตา ของเนี่ยเทียนทั้งหมด
“ไม่ใช่นาง?” เนี่ยเทียนงงงัน
อินย่าหนันคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คล้ายจะเข้าใจความหมายแฝงในค้าพูดของ นาง จึงมองตามแผ่นหลังของนางไปด้วยท่าทางครุ่นคิด
“เจ้ามียางอายบ้างไหม? คิดจะเอาแต่มองก้นนางไปถึงเมื่อไหร่?” ครู่ ใหญ่ นางถึงได้หันกลับมาถลึงตาใส่เนี่ยเทียน ทั้งตวาดด่าเขาอย่าง พยายามข่มอารมณ์โมโห
“ข้าชอบของข้าอย่างนี้แล้วไปหนักส่วนไหนของเจ้า? เจ้าไม่อยากมอง ก็หันไปทางอื่นเสียสิ” เนี่ยเทียนยังคงเปลือยกายล่อนจ้อน ครั้นจึงนั่งลง ไปบนพื้นดินที่เย็นเยียบโดยไม่มีทีท่าว่าจะหาเสื้อผ้ามาใส่ ท้าราวกับอยู่คน เดียว
“หน้าด้าน!” อินย่าหนันค้อนใส่เขาตาแทบกลับ ก่อนจะดึงสายตา กลับมาแล้วหมุนตัวหันไปข้างหลัง
หลังจากที่มู่ปี้ฉงหายตัวไป อินย่าหนันจึงเรียกไอความเย็นกลับคืน อุณหภูมิของที่แห่งนี้จึงค่อยๆ กลับคืนมาเป็นปกติ งูเหลือมเลือดน้าแข็ง สายเลือดระดับแปดก็ไม่แผ่ไอความเย็นเกินความจ้าเป็นออกมาอีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกดอกไม้ปีศาจสองสีในร่างชั่วงชิงเรือน กายไปชั่วขณะ” นางที่ยืนหันหลังให้เนี่ยเทียนพูดด้วยน้าเสียงเย็นเยียบ “หาใช่ว่าเจ้ามีเสน่ห์อะไรมากมาย แต่เป็นเพราะดอกไม้ปีศาจสองสีแอบ จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แปลกนัก เหตุใดดอกไม้ปีศาจนั่นต้องท้าแบบ นี้ด้วย”
เนี่ยเทียนเองก็เริ่มตระหนักได้
นับตั้งแต่ที่เขาสัมผัสได้ว่ามู่ปี้ฉงมีท่าทีผิดปกติ จุดลึกในดวงตาของมู่ปี้ ฉงก็มีเงาของดอกไม้ปีศาจสองสีลอยขึ้นมาแล้ว
หลังจากเงาของดอกไม้ปีศาจสองสีหายไปจากดวงตาของมู่ปี้ฉง มู่ปี้ฉง ก็เหมือนจะกลายมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ด้วยความอับอายจึงรีบร้อนหนีไป โดยที่ยังไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าให้ดี
“ดอกไม้ปีศาจสองสีนั่นเหมือนจะล่อลวงให้ข้าสูญเสียสติสัมปชัญญะ” เนี่ยเทียนใคร่ครวญถ้อยค้าที่จะใช้ “ดูเหมือนว่าดอกไม้ปีศาจสองสีจะ ไม่ได้อยากฆ่าข้า แต่เป็น…”
“ดอกไม้ปีศาจสองสีล่อให้เจ้ามาร่วมรักกับนาง?” อินย่าหนันถาม อย่างสงสัย
“เหมือนจะเป็นอย่างนี้” เนี่ยเทียนตอบ
“ดอกไม้ปีศาจสองสีนั่นช่างบ้ากามยิ่งนัก มันผสานรวมเป็นหนึ่งกับ ร่างของนังคนนั้น สันดานของทั้งสองก็คงจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่” อิน ย่าหนันแขวะเสียงเย็น “เจ้าเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร! เจ้าคงอยากจะให้นังนั่น ถูกดอกไม้ปีศาจสองสีช่วงชิงร่างแล้วจะได้สมใจเจ้าสินะ?”
“ใช่แล้วจะท้าไม?” เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ
“คู่สุนัขชายหญิงหน้าด้าน!” อินย่าหนันด่ากราด ก่อนจะขับงูเหลือม เลือดน้าแข็งออกไปโดยไม่สนใจเนี่ยเทียนอีก
ทว่าเสียงของนางกลับยังดังมาแว่วๆ “ดอกไม้ปีศาจสองสีในร่าง ของนังคนนั้นชั่วช้าแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด ทางที่ดีเจ้าควรอยู่ให้ ห่างจากนาง อย่าให้นางเอาชีวิตได้”
“อีกครึ่งเดือน รอให้ข้าชุบหลอมพลังความเย็นที่ดูดซับมาจากบ่อแห่ง โชควาสนาส้าเร็จเมื่อไหร่ ไม่ว่าข้าจะเลื่อนขอบเขตได้หรือไม่ พวกเราก็ ต้องไปจากที่นี่”
จากนั้นนางและงูเหลือมเลือดน้าแข็งก็หายเข้าไปในเทือกเขาน้าแข็ง แห่งหนึ่ง
หลังจากนางหายไปไม่เห็นเงาแล้ว เนี่ยเทียนถึงได้เอาเสื้อผ้ามาใส่ อย่างไม่รีบไม่ร้อน
“ดอกไม้ปีศาจสองสีนั่นแปลกประหลาดอย่างแท้จริง” เนี่ยเทียนสี หน้าเคร่งเครียด
ตอนที่ดอกไม้ปีศาจสองสีใช้ร่างของมู่ปี้ฉงเป็นสื่อแสดงพลังการ ล่อลวงที่น่าตกใจออกมา แม้แต่เขาเองก็ยังติดกับ เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย อย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง
ในอดีตจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงที่อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของเขาจะคอยช่วยให้เขาคืนสติในช่วงเวลาคับขันเสมอ
ทว่าเมื่อครู่นี้ จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงกลับไม่มีปฏิกิริยา ตอบสนองใดๆ
กลับเป็นบุปผาเก้าดาราเสียอีกที่พอรู้ว่าท่าไม่ดีก็รีบปลุกเขาให้คืนสติ ทันที
ทว่าต่อให้เขาจะคืนสติ แต่เขาก็ยังจมจ่อมไปกับความล่อลวงนั่นอย่าง รวดเร็วอีกครั้ง
หากดอกไม้ปีศาจสองสีและมู่ปี้ฉงคิดจะฆ่าเขา ก็สามารถใช้วิธีเดิมได้
คิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็หนักอึ้ง
หลายวันหลังจากนั้นเขายังคงฝึกตนต่อไป ใช้พลังงานจากหินวิเศษ ประเภทต่างๆ มาเติมเต็มมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
พื้นที่ที่เขาอยู่ไม่มีใครผ่านทางมา สถานที่แห่งนี้จึงเงียบสงบมากเป็น พิเศษ
วันนี้เขาที่ก้าลังฝึกตนพลันลืมตาขึ้นมา
เขามองไปยังมู่ปี้ฉงด้วยสายตาเย็นชา
หลายวันที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่ามู่ปี้ฉงจะก้าราบดอกไม้ปีศาจสองสีที่ อยู่ในร่างได้อีกครั้ง ผ้าคลุมหน้าก็เอากลับมาสวมดังเดิม นางสวมชุด กระโปรงที่รัดรึงเรือนของตัวเองเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีผิวหนังส่วนใด เปิดเผยให้เห็น
ทว่าวินาทีที่เนี่ยเทียนเห็นนางกลับไพล่นึกไปถึงร่างเปลือยเปล่าส่วน เว้าส่วนโค้งสมบูรณ์แบบใต้อาภรณ์ของนางทันที หัวใจจึงพลันร้อนเร่า น้อยๆ
หากไม่พูดถึงนิสัยของมู่ปี้ฉง เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าทรวดทรงของหญิงสาว คนนี้มีเสน่ห์และแรงดึงดูดอย่างมหาศาลต่อเขาจริงๆ
“วันนั้น เป็นอุบัติเหตุ” มู่ปี้ฉงชะงักฝีเท้าทั้งที่ยังอยู่ห่างหลายสิบเมตร นางเอ่ยเบาๆ ว่า “ตอนที่ข้าชุบหลอมแก่นพืชหญ้าซึ่งได้มาจากบ่อแห่ง โชควาสนา สติเกิดหลุดออกไป ท้าให้บุปผาร่วมชีวิตในร่างช่วงชิงโอกาส
ได้ พวกมันกักจิตวิญญาณที่แท้จริงของข้าไว้ชั่วขณะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน วันนั้น หาใช่ความต้องการของข้าไม่”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง ไม่วิจารณ์อะไร
นัยน์ตามู่ปี้ฉงมีความรังเกียจผ่านไปวูบหนึ่ง “ข้าไม่ชอบเจ้าแม้แต่นิด เดียว! ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท้าไมบุปผาร่วมชีวิตดอกนั้นถึงได้เลือก เจ้า! แต่ข้าจะพยายามห้ามปรามมันสุดก้าลัง อุบัติเหตุเช่นนี้ วันหน้าจะไม่ มีทางเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด”
“แต่ข้าไม่ถือสานะถ้ามันจะเกิดขึ้นอีก” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงกวน อารมณ์
“เจ้า!” มู่ปี้ฉงขุ่นเคือง “ข้ามาก็เพราะอยากถามว่าในร่างเจ้ามีอะไร อยู่กันแน่? งูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับแปดตัวนั้นอยากกินเจ้า บุปผาร่วม ชีวิตในร่างของข้าก็อยากจะ…”
เดิมทีนางจะพูดว่า “กิน” แต่พอนึกได้ว่าการ “กิน” ของบุปผาร่วม ชีวิตคืออีกความหมายหนึ่ง ใบหน้าใต้ผ้าคลุมก็แดงก่้า พูดไม่ออกอีก
“การกระท้าของงูเหลือมเลือดน้าแข็ง ข้าย่อมไม่ชอบใจอยู่แล้ว แต่ว่า เรื่องที่ดอกไม้ปีศาจในร่างของเจ้าอยากท้ากับข้า ข้าไม่รู้สึกขัดใจ ตรงไหน” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ อย่างบ้าคลั่ง
“เจ้ามันไร้ยางอายจริงๆ!” มู่ปี้ฉงพูดเสียงเย็น
“หุ่นของเจ้าไม่เลว ผิวก็นุ่มมือลูบเพลินดีมาก”
“ไสหัวไปนะ!”
“ข้าไม่ชอบเจ้าในเวลานี้ แต่ชอบเจ้าตอนที่เร่าร้อนดุจไฟ เอาตัวเข้า มาในอ้อมกอดของข้าและกระหายอยากจะกลืนกินข้า!”
“ไปตายซะ!”
——