ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 849 ผู้หญิงของตัวเอง...
การที่เนี่ยเทียนเล่นลิ้นหยอกล้อนาง ทำให้มู่ปี้ฉงไม่ได้คำตอบจาก คำถามอย่างที่ต้องการ
แต่เนี่ยเทียนนั้นรู้ดีว่าที่ดอกไม้ปีศาจสองสีของนางมีท่าทางประหลาด เช่นก่อนหน้านี้ สาเหตุก็คงเป็นเพราะสายเลือดแห่งชีวิตในร่างของเขา
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาได้รับค่าย กลกำเนิดไม้โบราณด้วยก็เป็นได้
นอกจากนี้ แก่นเลือดที่ก่อตัวขึ้นมาจากสายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็ยัง ทำให้โซ่ผลึกสายเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดและเกราะมังกรเพลิง ก่อตัวขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ช่วยกระตุ้นให้ “วัตถุที่ตายไปแล้ว” สองอย่าง นี้กลับมามีพลังชีวิตอีกครั้ง
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งเองก็ปรารถนาในสายเลือดแห่งชีวิตของเขา เช่นกัน
เขาแอบมีความรู้สึกว่าสายเลือดแห่งชีวิตในร่างของเขา…ไม่ธรรมดา มันน่าจะมีประโยชนฺที่มหัศจรรย์ต่อสรรพชีวิต
เมื่อตระหนักได้ถึงข้อนี้เขาก็ย่อมไม่มีทางบอกให้มู่ปี้ฉงรู้เกี่ยวกับความ มหัศจรรย์ของสายเลือดแห่งชีวิต ดังนั้นจึงจงใจเปลี่ยนเรื่องไปกระตุ้นไฟ โทสะของนางแทน
มู่ปี้ฉงเดือดดาล หายใจถี่รัวจนหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่าง น่ามอง
นางอยากรู้ความลับในร่างเนี่ยเทียนก็เพื่อต้องการทำความเข้าใจว่า เหตุใดบุปผาร่วมชีวิตถึงเลือกเนี่ยเทียน ถึงได้ต้องการให้นางร่วมรัก กับเนี่ยเทียน
การที่ดอกไม้ปีศาจสองดอกของบุปผาร่วมชีวิตร่วมมือกันเป็นครั้งแรก ย่อมต้องมีสาเหตุที่สำคัญ
และนางเองก็เชื่อว่าที่บุปผาร่วมชีวิตหมายหัวเนี่ยเทียน กักกันจิต วิญญาณที่แท้จริงของนาง บีบบังคับให้นางผสานรวมร่างกับเนี่ยเทียน ต้องเป็นอย่างที่มันว่าไว้นั่นก็คือ—เนี่ยเทียนมีประโยชน์มหาศาลต่อทั้งกับ นางและบุปผาร่วมชีวิต!
ที่นางอยากรู้สาเหตุก็เพื่อจะได้ลงมือแก้ไขได้ถูกวิธี และป้องกันไม่ให้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง
แก่นพืชหญ้าที่นางเก็บมาจากบ่อแห่งโชควาสนายังชุบหลอมไม่เสร็จ และหากชุบหลอมเสร็จเมื่อไหร่ ก็มีความเป็นไปได้มากว่านางจะเลื่อนสู่ เขตลี้ลับ เมื่อถึงเวลานั้น นางก็อาจจะถูกพลังของบุปผาร่วมชีวิตโจมตี กลับ
นางกังวลว่าเมื่อถูกโจมตีอีกครั้ง บุปผาร่วมชีวิตก็จะยังล่อลวงเนี่ย เทียนมาอีก
คราวก่อนหากอินย่าหนันไม่มาขัดจังหวะ ใช้พลังความเย็นของงู เหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดมาขัดขวางการกระทำของบุปผาร่วมชีวิต บางทีบุปผาร่วมชีวิตก็อาจจะสมใจปรารถนาแล้วก็เป็นได้
และหากมันทำสำเร็จ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่นางเฝ้ารักษามานาน หลายปีก็จะต้องมาเสียเปล่าให้กับเนี่ยเทียน
พอคิดถึงว่าหากมีเนี่ยเทียนอยู่ด้วย และหากบุปผาร่วมชีวิตแว้ง กลับมาโจมตีนางเมื่อไหร่ก็อาจจะใช้วิธีการดังเดิมอีกครั้ง นางก็พลันรู้สึก รุ่มร้อนเดือดดาล
ยิ่งได้มาเห็นสีหน้ายียวนของเนี่ยเทียน นางก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
สุดท้ายมู่ปี้ฉงก็ได้แต่จากไปพร้อมกับอารมณ์ฉุนเฉียว
ครั้งนี้นางออกห่างจากเนี่ยเทียนไปไกลมาก กลัวว่าหากเกิดเรื่องไม่ คาดคิดกับนาง บุปผาร่วมชีวิตจะล่อลวงให้เนี่ยเทียนมาหาแล้วตัวเองจะ เปลือยกายเสนอร่างให้กับเนี่ยเทียนอีกครั้ง
ครึ่งเดือนต่อมา
เนี่ยเทียนตั้งใจฝึกตนอยู่นาน และในที่สุดก็เต็มเติมพลังงานให้กับ โอสถวิญญาณและน้ำวนพลังวิญญาณทั้งสามลูกจนเปี่ยมล้น
ทว่าคิดจะเลื่อนสู่เขตลี้ลับ เขายังจำเป็นต้องใช้เวลานานยิ่งกว่านี้ เขา ยังต้องชุบหลอมโอสถวิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่าและคอยขยับขยายน้ำวน พลังวิญญาณทั้งสามลูกอย่างต่อเนื่อง
พลังงานต่างๆ ที่ดึงมาจากหินวิเศษสู้พลังงานหลายธาตุที่ปะทุออกมา จากในบ่อแห่งโชควาสนาไม่ได้ เพราะมันไม่มีพลังแห่งโชควาสนาแฝงเร้น อยู่
พลังวิญญาณโดยทั่วไปแล้วจะชุบหลอมโอสถวิญญาณและน้ำวนพลัง วิญญาณได้ค่อนข้างช้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาและความมานะอย่าง ต่อเนื่องถึงจะค่อยๆ ทำได้สำเร็จ
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเองก็ยังเลื่อนขั้นไม่สำเร็จเช่นกัน
คนทั้งสามกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อินย่าหนันยืนอยู่บนอาวุธวิเศษ ประเภทบิน พอรับเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงขึ้นมา นางก็เอ่ยถามเนี่ยเทียน “ยังวนอยู่รอบนอกของสนามรบสุ้ยเมี่ยอยู่อีกไหม?”
“คงทำได้เพียงเท่านี้แล้วล่ะ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ไม่รู้ว่าด้านใน ของสนามรบสุ้ยเมี่ยจะยังมีสถานที่พิเศษเหมือนบ่อแห่งโชควาสนาอีก หรือไม่ หากรู้อย่างนี้ตั้งแต่แรกก็น่าจะถามพี่น้องไฉหลงเกอให้รู้แน่ชัด เสียก่อน หากไม่มีพวกเขา พวกเราก็เหมือนแมลงวันไม่มีหัวที่เคลื่อนที่ไป เรื่อยโดยไม่มีเป้าหมาย”
“พี่น้องคู่นั้นขี้ขลาดเกินไป โชคก็ไม่ดี” อินย่าหนันเบ้ปาก “พวกเขามี แต่จะเป็นภาระให้กับพวกเรา”
ตอนที่พวกฉิวจี้มาระราน พี่น้องไฉหลงเกอไม่ได้เลือกมายืนข้างพวก เขาในทันที แต่เลือกที่จะเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาจากไป
วิธีการของสองพี่น้องทำให้อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเกิดอคติจึงไม่ ต้องการเดินทางร่วมกับพวกเขา
แม้ว่าคนทั้งสองจะเป็นศิษย์ผู้กล้าของตำหนักหลิงอู่ แต่ก็ยังสู้อิน ย่าหนันและมู่ปี้ฉงไม่ได้ ในสายตาของหญิงสาวทั้งสองจึงเห็นว่าพี่น้องสอง คนนั้นไม่มีความสามารถมากพอ
“ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางไปข้างหน้าแล้วรอเสี่ยงดวงไปแล้วกัน” เนี่ย เทียนกล่าว
อาวุธวิเศษประเภทบินทะยานไปอีกครั้ง
คนทั้งสามเงียบกันไปนาน ก่อนที่อินย่าหนันจะพูดขึ้นด้วยสีหน้ากลืน ไม่เข้าคายไม่ออก “เอ่อ เนี่ยเทียน…”
เนี่ยเทียนลืมตา “อะไร?”
“ในมือเจ้ายังมีผลึกจิตวิญญาณอีกหรือไม่?” อินย่าหนันถาม
“มีสิ” เนี่ยเทียนตอบ
อินย่าหนันลังเลไปครู่ก็พูดว่า “ขอให้ข้าอีกสักสามก้อนได้หรือไม่ วัน หน้าข้าจะหาของมาแลกเปลี่ยน หากเจ้าต้องการ ข้าสามารถยกแร่อโลหะ เงินให้เจ้าได้ทั้งหมด ข้าแค่ต้องผลึกจิตวิญญาณอีกสามก้อน อีกสามก้อน เท่านั้น!”
มู่ปี้ฉงที่กำลังฝึกตนได้ยินเสียงวิงวอนของนางก็ลืมตาขึ้นมาเงียบๆ เช่นกัน
ดวงตาของนางก็มีประกายแห่งความหวังเปล่งวูบวาบ
“เจ้าจะเอาผลึกจิตวิญญาณไปทำอะไร?” เนี่ยเทียนถาม
“สาเหตุที่ทำให้ข้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงกลางไม่ได้ก็เพราะยังชุบหลอม จิตวิญญาณที่แท้จริงได้ไม่มากพอ” อินย่าหนันยิ้มเจื่อน “ข้าฝึกพลังแห่ง ความเย็น โอสถวิญญาณของข้าจึงเลื่อนระดับไปสู่ขั้นสูงอีกครั้ง พลังแห่ง ความเย็นจากบ่อแห่งโชควาสนาช่วยข้าได้มาก แต่การเลื่อนขอบเขต
หลังจากนี้ของข้าจะต้องเกี่ยวข้องกับการทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริง แข็งแกร่ง”
“การชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก หาก ไม่ได้พลังงานที่ปะทุออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนามาช่วย ก็ยังจำเป็นต้อง เสียเวลาอีกนาน”
“ผลึกจิตวิญญาณของเจ้ามีพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ซึ่งจะช่วยให้ข้า ชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงได้เร็วขึ้น ทำให้ข้าทำลายปราการที่ขวาง กั้นและเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงกลางได้สำเร็จ”
มู่ปี้ฉงเองก็เอ่ยขึ้นเบาๆ “ที่ข้ายังไม่ฝ่าทะลุขั้นก็เพราะจิตวิญญาณที่ แท้จริงยังชุบหลอมได้ไม่มากพอเช่นกัน”
เนี่ยเทียนหรี่ตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ดูท่าผลึกจิตวิญญาณจะมี ค่ามากกว่าหินวิเศษประเภทต่างๆ หลายเท่านัก”
หญิงสาวทั้งสองพยักหน้าพร้อมกันด้วยสีหน้าประมาณว่าเป็นอย่างที่ เขาพูดจริง
“ผลึกจิตวิญญาณน่ะข้ายังพอมีอยู่ แต่ว่าของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเอง ก็จำเป็นต้องใช้มัน” เนี่ยเทียนกล่าว
หญิงสาวสองคนถอนหายใจเบาๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง คล้ายรู้ว่าเนี่ยเทียนคงไม่ยอมรับปากง่ายๆ
“อู้ๆๆ!”
ผลึกจิตวิญญาณหกก้อนบินออกมาจากแหวนเก็บของบนนิ้วของเนี่ย เทียน แล้วก็พากันมาลอยอยู่ตรงหน้าอกมู่ปี้ฉงและอินย่าหนัน
หญิงสาวสองคนมีสีหน้าตะลึง นัยน์ตาฉายแววตกใจระคนยินดีก่อน เป็นอันดับแรก จากนั้นก็กลายเป็นงุนงงไม่เข้าใจ
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ “แม้ว่าผลึกจิตวิญญาณจะล้ำค่า แต่ข้าคนนี้เนี่ย นะ แต่ไรไหนมาก็พร้อมยินดีจ่ายให้ผู้หญิงของตัวเองอย่างใจกว้างเสมอ”
“ผู้หญิงของตัวเอง…”
หญิงสาวทั้งสองอึ้งงัน
“เอาไปสิ” เนี่ยเทียนโบกมือ “พวกเจ้าสองคน ข้าจูบก็จูบแล้ว ลูบก็ ลูบแล้ว สักวันก็ต้องมาเป็นของข้าอยู่ดี”
มู่ปี้ฉงตะลึงพรึงเพริด หันไปมองอินย่าหนันด้วยสายตาประหลาด “เจ้าเองก็เหมือนกันรึ?”
อินย่าหนันหน้าแดงก่ำ “อย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหล!”
แต่เพียงแค่ครู่เดียวนางก็กลับคืนมาเป็นปกติ ก่อนจะคว้าผลึกจิต วิญญาณสามก้อนมาอย่างไม่เกรงใจ แล้วหัวเราะคิกคัก “เจ้าคนทุเรศ เจ้า ออกจะใจกล้าไปหน่อยไหม กล้าคิดไม่ซื่อกับแม่นายอย่างข้าด้วยรึ? ถ้า อย่างนั้นก็ดี อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า หากวันหนึ่งเจ้าเนี่ยเทียน ขอบเขตเหนือกว่าข้าเมื่อไหร่ ข้าจะยอมเจ้าแต่โดยดี”
“ฮ่าๆ คำไหนคำนั้น” เนี่ยเทียนหัวเราะร่า
“น่าเสียดายที่ธาตุของเจ้าปะปนกันมากเกินไป ต่อให้เจ้ามีศักยภาพ เหนือกว่าคนระดับเดียวกัน แต่ขอบเขตของเจ้ายังต้องถูกพลังของสาม ธาตุนี้จำกัด ไม่มีทางที่เจ้าจะมีขอบเขตแซงหน้าข้าไปได้ เจ้ารีบตัดใจเสีย ตั้งแต่เนิ่นๆ เถอะ” อินย่าหนันหัวเราะหยัน
“นั่นก็ไม่แน่เสมอไป” เนี่ยเทียนยิ้มเต็มใบหน้า
“ตกลง ข้าจะรอให้เจ้าเหนือกว่าข้า แล้วจะยอมเป็นของเจ้าแต่โดยดี” อินย่าหนันเป็นคนนิสัยใจกล้า ไม่ว่าอะไรนางก็พูดได้ไม่อายปาก
“เจ้าล่ะ?” เนี่ยเทียนหันกลับไปมองมู่ปี้ฉง ยิ้มตาหยี “ตามความเห็น ข้า เจ้าก็ยินยอมบุปผาร่วมชีวิตในร่างของเจ้าเสียเถอะ แม้ว่าดอกไม้ปีศาจ นั่นจะเป็นพืชพรรณอย่างหนึ่ง แต่มันกลับมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง เห็น ได้ชัดว่ามันฉลาดกว่าเจ้า ถึงได้ดูออกแต่แรกว่านายท่านอย่างข้าคือคู่รักที่ เหมาะสมกับเจ้า”
“มันไม่มีทางตัดสินใจแทนข้าได้!” มู่ปี้ฉงกล่าวเสียงเย็น
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น มือของนางกลับยังเอื้อมมาคว้าผลึกจิตวิญญาณ สามก้อนตรงหน้าอกอวบอิ่มของตัวเองเอาไว้
นางไม่สนใจคำหยอกล้อของเนี่ยเทียน เพียงหลับตาแล้วเข้าฌาน อย่างรวดเร็ว
“แค่ผลึกจิตวิญญาณสามก้อนก็คิดจะให้ข้าเลิกรังเกียจเจ้า? ยังห่างอีก ไกลนัก! วันหน้าข้าจะหาผลึกจิตวิญญาณแบบนี้มาใช้คืนให้เจ้าเอง” นาง หลับตาพูด
เนี่ยเทียนเก็บรอยยิ้มกลับคืน มุมปากยกยิ้มดูแคลน แต่ก็ไม่ได้ต่อ ความ
อินย่าหนันมองนางด้วยสายตาประหลาด แล้วพูดขึ้นเบาๆ “น่า สงสารจริงๆ เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีของพวกเจ้า หวังให้เจ้า…เป็นคน เสนอตัว ส่วนดอกไม้ในร่างของเจ้าก็คอยสร้างปัญหาให้เรื่อยๆ ความรู้สึก ที่ถูกคนอื่นควบคุม คงไม่สบายสักเท่าไหร่กระมัง? ตามความเห็นข้า หาก เจ้าต้านทานไม่ไหวก็ยอมทำตามแต่โดยดีจะง่ายกว่า”
“ชะตาชีวิตของข้า ข้าจะลิขิตเอง ไม่ต้องให้เจ้ามาช่วยคิด! ” มู่ปี้ฉง ตอบรับเสียงเย็น
คนทั้งสามตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
เจ็ดวันต่อมา
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินของพวกเขาบินผ่านพื้นที่แห่งหนึ่งก็เห็น ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์เขตลี้ลับหลายคนที่โดยสารอาวุธวิเศษประเภท บินมาถึงที่แห่งนี้เช่นกัน ก่อนที่คนพวกนั้นจะตะโกนดังมาไกลๆ “สถานที่ แห่งนี้ถูกสำนักจันทราวารีของพวกเราตั้งเป็นพื้นที่ต้องห้ามแล้ว ขอพวก เจ้าโปรดอ้อมไปทางอื่น!”
“สำนักจันทราวารี?”
——