ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 850 ทะเลสาบพิษ
เนี่ยเทียนลูบคลำใบหู เอ่ยถามอย่างเกียจคร้าน “เซี่ยอวิ๋นไห่อะไรนั่น ก็มาจากสำนักจันทราวารีด้วยหรือเปล่า?”
อินย่าหนันตอบรับอย่างไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “เหมือนจะใช่”
“พวกเจ้ารู้จักนายน้อยเซี่ยด้วยรึ?” คนหนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง แปลกใจ “ตอนนี้นายน้อยเซี่ยน่าจะยังอยู่ที่บ่อแห่งโชควาสนา พวกเจ้า… มาจากที่นั่นรึ?”
เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ “ถูกต้อง พวกเรารู้จักเซี่ยอวิ๋นไห่”
“แล้วนายน้อยเซี่ยล่ะ?” คนผู้นั้นถามต่อ
อินย่าหนันตอบอย่างเฉยเมย “น่าจะตายไปแล้วล่ะมั้ง”
“ว่าไงนะ?!”
เขตลี้ลับหลายคนของสำนักจันทราวารีที่มีอายุค่อนข้างมากพากัน หน้าเปลี่ยนสี
สีหน้าของคนหนึ่งในนั้นที่ขอบเขตสูงที่สุดซึ่งเป็นเขตลี้ลับช่วงท้าย พลันเปลี่ยนมาเป็นมืดทะมึน “พูดจาเหลวไหล! ด้วยความสามารถของ นายน้อยเซี่ย ต่อให้ไม่สามารถช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนามาได้ก็ต้อง สามารถปกปูองตัวเองได้! พวกเจ้าบังอาจสาปแช่งนายน้อยเซี่ยของพวก เรา นึกหรือว่าสำนักจันทราวารีจะไม่กล้าฆ่าพวกเจ้า?”
“สาปแช่งเขา?” เนี่ยเทียนส่ายหัว “ข้าไม่มีอารมณ์มาสาปแช่งเขา หรอก เขาตายหรือไม่ พวกเราก็ไม่แน่ใจนัก สำนักจันทราวารีของพวกเจ้า จะรอฟังข่าวก่อนก็ได้ หากนานแล้วยังไม่ได้พบหน้าเขาเสียที ก็ไม่ต้องวาด หวังว่าจะได้เจอเขาอีกแล้ว ความเป็นไปได้ที่เขาจะตายแล้วมีสูงมาก”
พวกคนของสำนักจันทราวารีได้ยินเนี่ยเทียนพูดเช่นนี้ก็พากันขมวดคิ้ว เป็นปมแน่น
คนที่เป็นหัวหน้าผู้นั้นคิดคำนวณอยู่ในใจ รู้สึกว่าหากเซี่ยอวิ๋นไห่ทำ สำเร็จราบรื่นดี ตามหลักแล้วก็ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่นานแล้ว
เพราะเซี่ยอวิ๋นไห่จากไปนานมากแล้ว…
เขานิ่งคิดไปประมาณสิบกว่าวินาทีก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้า คือหลิวเฟยหัวจากสำนักจันทราวารี เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ่อแห่งโชค วาสนากันแน่? ทำไมพวกเจ้าถึงคิดว่านายน้อยเซี่ยจะตายอยู่ที่นั่น? พวก เจ้ามีหลักฐานอะไร?”
เนี่ยเทียนหรี่ตา มองไปเบื้องหน้า ไม่ตอบคำถามอีกฝุาย แต่เป็นฝุาย ถามกลับไปแทน “เหตุใดสำนักจันทราวารีของพวกเจ้าถึงกักพื้นที่เบื้อง หน้าเป็นพื้นที่ต้องห้าม?”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า” หลิวเฟยหัวแค่นเสียงเย็น “พวกเจ้าต้อง อ้อมผ่านพื้นที่เบื้องหน้าไปเท่านั้น ถึงจะเดินทางต่อไปได้อย่างปลอดภัย”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมข้าต้องบอกเจ้า ด้วยว่าที่บ่อแห่งโชควาสนาเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
พอได้ยินเขาตอบกลับเช่นนี้ คนของสำนักจันทราวารีต่างก็มีสีหน้าไม่ น่ามอง
เนี่ยเทียนไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
เขาแอบรวบรวมพลังจิตวิญญาณขึ้นมา อาศัยพลังงานของจิต วิญญาณแห่งดวงดาวมาสร้างเป็นทิพย์จักษุ เตรียมจะให้ทิพย์จักษุไป สำรวจพื้นที่เบื้องหน้า
ทิพย์จักษุยังไม่ทันสร้างเสร็จ หลิวเฟยหัวพลันสัมผัสได้จึงคำรามเบาๆ หนึ่งที
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งที่ตามองไม่เห็นมีเพียงใช้จิตวิญญาณที่ แท้จริงรับสัมผัสบินออกมาจากเหนือศีรษะของหลิวเฟยหัว ก่อนจะพุ่งใส่ ทิพย์จักษุที่ยังสร้างไม่เสร็จของเนี่ยเทียนราวเสาน้ำต้นหนึ่ง
หลิวเฟยหัวมีตบะเขตลี้ลับช่วงท้าย จิตวิญญาณที่แท้จริงถูกชุบหลอม มาอย่างดี จึงรับสัมผัสคลื่นทางจิตวิญญาณที่เล็กละเอียดได้อย่างเฉียบไว
การโจมตีทางพลังจิตวิญญาณของเขามีปราณอ่อนนุ่มตามติดมาด้วย เมื่อมันโจมตีใส่ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนก็ทำให้จิตวิญญาณของเนี่ยเทียน เหมือนถูกน้ำพุ่งเข้ามาปะทะ จึงไม่สามารถสร้างทิพย์จักษุได้สำเร็จ
“ตึง!”
เหนือศีรษะของคนทั้งสองคล้ายมีม่านน้ำกระเพื่อมขึ้นมา
จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนหวนคืนกลับตำแหน่ง เขาขมวดคิ้วน้อยๆ มองหลิวเฟยหัวด้วยสายตาเย็นชา
จิตวิญญาณของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่ยากจะก่อตัวขึ้นมาอีกเท่านั้น หลิวเฟยหัวมีตบะเขตลี้ลับช่วงท้าย แต่เขาเป็นแค่เขตสามัญช่วงท้าย ทั้ง สองฝุายขอบเขตต่างกันมากเกินไป
ทุกครั้งที่มีการปะทะกันทางจิตวิญญาณจะอันตรายยิ่งกว่าการต่อสู้ กันด้วยเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ การที่จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนกลับคืนมา ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับบาดเจ็บก็มากพอจะบอกได้ถึงความ แข็งแกร่งของเขา
ขนาดหลิวเฟยหัวยังแปลกใจ เดิมทีเขานึกว่าการโจมตีทางจิต วิญญาณของเขาเมื่อครู่นี้จะต้องให้บทเรียนเล็กๆ กับเนี่ยเทียนได้แน่นอน
แต่พอเห็นว่าดวงตาของเนี่ยเทียนยังคงสดใสคล้ายไม่ได้รับผลกระทบ เท่าไหร่ เขาจึงเก็บความโอหังของตัวเองกลับคืนแล้วกล่าวว่า “พวกเรา แค่อยากรู้ว่านายน้อยเซี่ยเผชิญกับอะไรกันแน่?”
“พวกเราก็อยากรู้ว่าทำไมพวกเจ้าถึงต้องกักที่แห่งนั้นเอาไว้?” เนี่ย เทียนตวาดกร้าว
“เพราะสำนักจันทราวารีของเราค้นพบความมหัศจรรย์ของพื้นที่แห่ง นั้นเป็นคนแรก อีกทั้งยังตอนที่ทำการสำรวจยังต้องสูญเสียคนไปไม่น้อย”
เงาร่างสีฟูาเงาหนึ่งบินเข้ามาใกล้ เรือนกายที่อรชรของหญิงสาวคน หนึ่งถูกห่อหุ้มไว้ในม่านแสงโปร่งใสคล้ายฟองอากาศ
“คุณหนูใหญ่!”
พอเห็นนาง ผู้ฝึกลมปราณของสำนักจันทราวารีที่มีหลิวเฟยหัวเป็น ผู้นำก็พากันอุทานเบาๆ
เนี่ยเทียนเพ่งสายตามองจึงพบว่าหญิงสาวที่มามีหน้าตาคล้ายคลึง กับเซี่ยอวิ๋นไห่อยู่หลายส่วน ใบหน้าของนางอิ่มเอิบนุ่มนวล ลักษณะ ท่าทางอ่อนโยน
ขอบเขตของหญิงสาวคือเขตลี้ลับช่วงท้ายเท่ากับหลิวเฟยหัว แต่ว่า อายุน้อยกว่าเขา
โฉมหน้าของนางเมื่อเทียบกับอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงแล้วถือว่าเป็นรอง เล็กน้อย ไม่เรียกว่าโดดเด่นอะไร แต่ความอบอุ่นอ่อนโยนนั้นกลับดึงดูด คนได้ดียิ่งนัก
“ข้าชื่อเซี่ยหว่านถิง เป็นพี่สาวของอวิ๋นไห่” นางแนะนำตัวเอง ใน ดวงตามีความกังวลวาบผ่าน “ถามหน่อยได้หรือไม่ว่าบ่อแห่งโชควาสนา ที่อวิ๋นไห่ไปเยือน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ตอนที่อินย่าหนันเห็นเนี่ยเทียนพูดคุยกับหลิวเฟยหัว นางก็หงุดหงิด มากพออยู่แล้ว จึงเตรียมจะบุกเข้าไปสั่งสอนพวกคนของสำนักจันทรา วารีให้รู้สำนึกกันไปข้าง จะได้รู้เสียทีว่าสำนักจันทราวารีกำลังทำอะไรอยู่ กันแน่
การมาถึงของเซี่ยหว่านถิง และอีกฝุายพูดเพียงแค่ไม่กี่คำกลับมีพลัง แห่งการปลอบประโลมจิตใจคนที่ทำให้อินย่าหนันสงบสติลงได้อย่าง รวดเร็ว
“พวกเราอยากเข้าไปดูก่อนแล้วค่อยบอก” เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ
เซี่ยหว่านถิงลังเลไปครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับ “ก็ได้”
“คุณหนูใหญ่!” พวกหลิวเฟยหัวเอ่ยห้าม
“ไม่มีอะไรหรอก ให้พวกเขาไปดูก็ไม่เป็นไร” เซี่ยหว่านถิงโบกมือ
พวกหลิวเฟยหัวจึงพากันปิดปากเงียบทันที
อาวุธวิเศษประเภทบินของเนี่ยเทียนสามคนบินผ่านพวกหลิวเฟยหัว ติดตามเซี่ยหว่านถิงเข้าไปยังเขตพื้นที่ที่ถูกสำนักจันทราวารีปิดผนึก
เมื่อถึงที่นั่น เนี่ยเทียนก็เห็นว่ามีลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีสิบกว่า คนที่กำลังกระจายตัวกันอยู่รอบๆ ทะเลสาบสีเขียวแห่งหนึ่ง
ห่างออกไปไกลยังมีคนของสำนักจันทราวารีอีกส่วนหนึ่งที่เฝูาระวังภัย อยู่โดยรอบ
ลูกศิษย์สำนักจันทราวารีส่วนใหญ่ล้วนมีเขตสามัญและเขตลี้ลับ ไม่ นับว่าร้ายกาจเท่าใดนัก แล้วก็ไม่มีเขตวิญญาณมาคอยให้การพิทักษ์
ดูเหมือนเซี่ยหว่านถิงจะเป็นผู้นำของสำนักจันทราวารีที่อยู่ที่นี่
คนของสำนักจันทราวารีเห็นว่าพวกเนี่ยเทียนมาพร้อมกับเซี่ย หว่านถิงก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตรเท่าใดนัก
“ทะเลสาบแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณแห่งธาตุน้ำ เบื้องใต้ ทะเลสาบอาจมีวัตถุดิบธาตุน้ำอยู่” เซี่ยหว่านถิงอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อน นุ่ม “สำนักจันทราวารีของพวกเรามาสนามรบสุ้ยเมี่ยในครั้งนี้ เดิมทีข้า และอวิ๋นไห่น้องชายเตรียมจะไปหาโชคที่บ่อแห่งโชควาสนา เพื่อทำการ เลื่อนขอบเขตโดยเร็ว”
“ทว่ากลับผ่านมาเจอสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญ เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณ ของทะเลสาบแห่งนี้ พวกเราจึงหยุดกันอยู่ที่นี่”
“ตอนที่คนของพวกเราลงไปสำรวจใต้ทะเลสาบพบว่าข้างล่างมีพิษ ร้ายแรง คนของพวกเราสามคนถูกพิษร้ายรุกรานเข้าไปในร่างจนตาย”
“พวกเรากำลังหาทางลงไปให้ถึงใต้ทะเลสาบ เพื่อค้นหาว่ายังมี วัตถุดิบล้ำค่าธาตุน้ำอยู่อีกหรือไม่”
“อวิ๋นไห่รอไม่ไหว ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่จึงล่วงหน้าไปที่บ่อแห่งโชค วาสนาก่อน ส่วนข้าจำเป็นต้องอยู่ต่อเพื่อควบคุมสถานการณ์ จึงไม่ได้ เดินทางไปพร้อมกับเขา”
“ข้าและเขาต่างก็ฝึกธาตุน้ำเหมือนกัน เมื่อเขาไปที่นั่นแล้ว ข้าจึงรู้สึก ว่าหากบ่อแห่งโชควาสนามีพลังธาตุน้ำปะทุออกมาจริงๆ ก็มีความเป็นไป ได้ที่เขาจะได้มันมาครอง”
เซี่ยหว่านถิงอธิบายสถานการณ์ของที่แห่งนี้ให้พวกเนี่ยเทียนฟังด้วย น้ำเสียงนุ่มนวล
คนทั้งสามมองไปยังทะเลสาบที่ไม่ใหญ่นัก พวกเขารับสัมผัสได้ถึงไอ น้ำที่ลอยออกมา แล้วก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าบางทีใต้ทะเลสาบอาจมี วัตถุดิบธาตุน้ำอยู่จริง
เพียงแต่ว่าวิชาการฝึกตนของคนทั้งสามล้วนไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ธาตุน้ำ พวกเขาจึงไม่ได้แสดงความสนใจใดๆ ออกมา
เนี่ยเทียนเห็นว่าเซี่ยหว่านถิงผู้อ่อนโยนได้บอกความลี้ลับของที่แห่งนี้ ให้พวกเขาทราบแล้ว เขาจึงทำตามสัญญาที่ให้ไว้อีกฝุาย “ที่บ่อแห่งโชค วาสนามีคนผู้หนึ่งนามว่าหยวนจิ่วชวน เขาเป็นผู้ที่เกิดใหม่เพื่อฝึกตนอีก ครั้ง เขาช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาที่มีพลังจิตวิญญาณปะทุไปได้ และ หลังจากนั้นเกรงว่าเขาคงเปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ ตอนที่พวกเราจากมา เซี่ยอวิ๋นไห่น้องชายเจ้ายังอยู่ที่นั่น”
“จิตวิญญาณของหยวนจิ่วชวนไม่สมบูรณ์แบบ หากบ่อแห่งโชค วาสนาบ่อนั้นช่วยให้ความทรงจำส่วนใหญ่และวิชาสายฟูาที่เขาเชี่ยวชาญ ในชาติก่อนฟื้นคืนกลับมา เขาก็สามารถสังหารทุกคนที่ยังอยู่ที่นั่นได้”
“พวกเราคาดเดาว่ามีความเป็นไปได้มากที่เซี่ยอวิ๋นไห่น้องชายของเจ้า จะเกิดเรื่อง”
พอเขากล่าวจบ สีหน้าของเซี่ยหว่านถิงก็หม่นหมอง ดวงตามีความ เศร้าเสียใจวาบผ่าน
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหมดอาลัย “พวกเจ้าจะสำรวจที่แห่งนี้ก็ได้ หรือ จะไปจากที่นี่ก็ได้ ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อคิดอะไรให้ชัดเจน”
กล่าวจบนางก็จากไปไกลเพียงลำพัง
พวกเนี่ยเทียนที่อยู่ตรงริมทะเลสาบจึงถูกลูกศิษย์ของสำนักจันทรา วารีมองมาด้วยสายตาราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“ต่อให้วัตถุดิบวิเศษธาตุน้ำมีอยู่จริงก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเรา” อินย่าหนันขมวดคิ้ว เอ่ยเร่งให้เนี่ยเทียนไปจากที่นี่ราวกับว่าไม่อยาก เสียเวลาอีกแล้ว
มู่ปี้ฉงหลับตานั่งนิ่งอยู่บนอาวุธวิเศษประเภทบินโดยไม่เอ่ยคำใด ราว กับว่าไม่สนใจแม้แต่น้อย
“ข้าอยากตรวจสอบดูก่อน หากไม่มีการค้นพบอย่างอื่น พวกเราก็รีบ ไปจากที่นี่” เนี่ยเทียนบอกให้พวกนางรออีกหน่อย จากนั้นเขาก็สร้าง ทิพย์จักษุขึ้นมาใหม่
ทิพย์จักษุที่ตาเปล่ามองไม่เห็น มีเพียงพลังจิตวิญญาณเท่านั้นที่สัมผัส ถึงได้ก่อตัวขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวลงไปด้านใต้ของทะเลสาบ
——