ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 851 ศพพิษใต้ทะเลสาบ
ทิพย์จักษุลดตัวลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งลึกลงไปด้านล่าง ทะเลสาบสีเขียวเข้มก็ยิ่งกลายมาเป็นสีดำ
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีหลายคนมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็น ชา สีหน้าดูแคลน
ในบรรดานั้นยังมีสายตาของหลายคนที่รอสมน้ำหน้า คล้ายคิดว่าเนี่ย เทียนต้องหาเรื่องใส่ตัวแน่นอน
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงสองคนสีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ใจอยาก แต่จะจากไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
ช่วงที่ผ่านมานี้หญิงสาวทั้งสองต่างก็คอยดึงเอาพลังจิตวิญญาณใน ผลึกจิตวิญญาณมาชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงอย่างต่อเนื่อง จิต วิญญาณที่แท้จริงของพวกนางจึงเติบโตพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวทั้งสองต่างก็รู้สึกว่าหากมีเวลาอีกช่วงหนึ่ง รอจนพวกนางดึง เอาพลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณออกมาผสานรวมกับจิตวิญญาณที่ แท้จริงได้จนหมด พวกนางก็จะเลื่อนขั้นได้อย่างราบรื่น
และก็เป็นเพราะเหตุนี้ พวกนางจึงไม่อยากให้เนี่ยเทียนมาเสียเวลาอยู่ ที่นี่
อยู่ที่นี่ พวกนางเองก็เป็นกังวล จึงไม่กล้าหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณ ออกมา ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยที่ไม่จำเป็น
เพราะอย่างไรซะพวกนางก็ยังไม่สามารถรับสัมผัสได้ถึงปราณอัน แข็งแกร่งที่ช่วยให้พวกนางเลื่อนขอบเขตได้จากในทะเลสาบ
วัตถุดิบธาตุน้ำไม่เหมาะสมกับการฝึกตนของพวกนาง ต่อให้มีอยู่จริง ก็ช่วยอะไรพวกนางไม่ได้
ตอนที่ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนลดต่ำลงไปได้ระดับหนึ่ง เส้นจิต วิญญาณที่โอบล้อมอยู่ตรงผิวภายนอกของทิพย์จักษุเหมือนแช่อยู่ในกรด พิษจึงเริ่มละลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกที่ทำให้มึนหัวตาลายพลันบังเกิดขึ้นมาในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเนี่ยเทียน
น้ำของทะเลสาบกลายมาเป็นสีดำมืดราวกับน้ำหมึก ใต้ทะเลสาบมี เพียงความมืดมิด ยากที่ทิพย์จักษุจะมองเห็นอะไรได้อีก
พลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวที่อยู่ในทิพย์จักษุหลายข้างกะพริบ พร่างพราวอย่างเงียบเชียบ
พลังที่เขาฝากไว้ในทิพย์จักษุไหลหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังเห็น ได้รำไรว่าใต้ทะเลสาบสีดำคล้ายจะมีศพหนึ่งนอนนิ่งอยู่
นั่นคือศพของเผ่าทมิฬที่ร่างกายเริ่มจะเน่าเปื่อยพร่าเลือนแล้ว
ปราณสีเขียวเป็นกลุ่มๆ ลอยออกมาจากในศพของเผ่าทมิฬ แล้ว ผสานรวมเข้าไปในน้ำของทะเลสาบ
หญ้าน้ำที่ขึ้นอยู่ข้างศพซึ่งส่ายไหวเบาๆ ไปตามกระแสน้ำคล้ายแฝง เร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรง
“ฟิ้วๆ!”
ตอนที่พลังจิตวิญญาณแห่งดวงดาวในทิพย์จักษุกำลังจะหายไปหมด เนี่ยเทียนถึงดึงความคิดกลับคืน
เนี่ยเทียนที่หรี่ตาลงน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายวาบ เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “มีศพของเผ่าทมิฬอยู่ศพหนึ่งจมอยู่ใต้ทะเลสาบ ที่ในทะเลสาบมีพิษ ร้ายแรงก็มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วนว่ามาจากศพของเผ่าทมิฬศพ นั้น ต่อให้เขาจะตายมานานหลายปี แต่ก็ยังคงมีพิษร้ายไหลออกมาจากใน ร่างเขาและปะปนเข้ากับน้ำของทะเลสาบ”
“พืชน้ำที่โตอยู่ใต้ทะเลสาบก่อนหน้านี้อาจเป็นหญ้าวิเศษธาตุน้ำก็จริง แต่พอได้รับผลกระทบจากสารพิษที่ปล่อยออกมาจากในร่างศพของเผ่า ทมิฬ พืชน้ำพวกนั้นจึงแปรสภาพกลายมามีพิษร้ายแรงเช่นเดียวกัน”
อินย่าหนันกล่าวอย่างตกตะลึง “ศพของเผ่าทมิฬศพหนึ่ง? ศพนั่นตาย มานานหลายปีแล้วก็ยังแผ่สารพิษออกมาสร้างความสกปรกให้กับ ทะเลสาบ สิ่งมีชีวิตไม่กล้าย่างกรายมาที่นี่ ข้าเดาเอาว่าตอนที่เผ่าทมิฬผู้ นั้นยังมีชีวิตอยู่ ระดับสายเลือดคงไม่ต่ำ”
“สนามรบสุ้ยเมี่ยเคยมีสงครามใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิต เกิดขึ้นสองครั้ง ซึ่งเผ่าทมิฬก็น่าจะเข้าร่วมศึกใหญ่ทั้งสองครั้ง การที่ชน เผ่าแข็งแกร่งมาตายอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแม้แต่ น้อย”
นางพึมพำอยู่กับตัวเอง ก่อนจะหันมาพูดกับเนี่ยเทียน “ไปกันเถอะ ศพของเผ่าทมิฬหาใช่สิ่งที่ใครจะแตะต้องได้ง่ายๆ หากเป็นเผ่าทมิฬที่มี
สายเลือดระดับแปด ระดับเก้า แม้แต่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นของข้าก็ ยังไม่ยินดีเข้าไปใกล้ พิษร้ายหลังจากที่พวกเขาตายไปรุนแรงจนคร่าชีวิต คนได้ มีเพียงพวกคนที่ฝึกวิชาพิษร้ายเท่านั้นที่อาจจะพอเก็บเอามาใช้ ประโยชน์”
มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดียังคงไม่ลืมตา เห็นได้ชัดว่าไร้ความสนใจใดๆ
พวกคนของสำนักจันทราวารีที่ได้ยินเนี่ยเทียนพูดคุยเบาๆ กับหญิง สาวทั้งสองและสัมผัสได้ว่ากระแสจิตวิญญาณของเขากลับคืนตำแหน่ง มาแล้วก็แอบตกใจกันไม่น้อย
พวกเขาเองก็เคยใช้กระแสจิตวิญญาณไปรับสัมผัสสภาพใต้ทะเลสาบ เช่นกัน
ทว่ากระแสจิตวิญญาณของพวกเขามิอาจมองผ่านความมืดมิดไปเห็น ภาพเหตุการณ์แท้จริงด้านในได้ ทั้งกระแสจิตวิญญาณยังถูกสารพิษ รุกรานจนต้องดึงกลับมาด้วยสภาพอเนจอนาถ
เนี่ยเทียนดึงเอากระแสจิตวิญญาณกลับมา แต่สีหน้ากลับไม่ได้ เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก แถมดวงตายังเป็นประกายผิดปกติ หมายความ ว่าเนี่ยเทียนไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
นี่จึงทำให้พวกเขาตกตะลึงน้อยๆ
“หากคิดจะเก็บศพของเผ่าทมิฬขึ้นมา งูเหลือมเลือดน้ำแข็งของเจ้า รวมไปถึงดอกไม้ปีศาจของนางต่างก็ทำได้อย่างยากลำบาก” เนี่ยเทียน หัวเราะเบาๆ “แต่ว่าคนเผ่าโครงกระดูกมีความสามารถในการต้านทาน
สารพิษจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน เผ่าที่ทำให้คนของเผ่าทมิฬปวด หัวได้มากที่สุดก็คือเผ่าโครงกระดูก”
“หุ่นเชิดเลือดตนนั้นของข้าตอนมีชีวิตอยู่สายเลือดคือระดับแปด น่าจะต้านทานการรุกรานของสารพิษได้”
“ฟิ้ว!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดเรือนกายใหญ่มหึมาถูกเนี่ยเทียนเรียกออกมา ทันใด ก่อนที่มันจะกระโดดลงไปในทะเลสาบดังตูมราวหินขนาดใหญ่ยักษ์ ที่กระแทกลงบนผิวน้ำ
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีที่มองเห็นเผ่ากระดูกผู้มีเรือนกายใหญ่โต บินออกมาจากในแหวนเก็บของของเนี่ยเทียนแล้วกระโดดตูมลงไปน้ำก็ พากันตะลึงพรึงเพริด
“คนของเผ่าโครงกระดูก!”
“หุ่นเชิดเลือดที่ถูกชุบหลอม!”
“คนเผ่าโครงกระดูกที่ร่างใหญ่โตขนาดนี้ สายเลือดตอนมีชีวิตอยู่คง ไม่ต่ำเป็นแน่!”
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับ เขตสามัญต่างก็เก็บเอาความดูหมิ่นกลับคืนไป สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม
เซี่ยหว่านถิงที่เศร้าเสียใจเพราะข่าวที่ว่าเซี่ยอวิ๋นไห่อาจตายไปแล้วก็มี สีหน้าตกตะลึงตอนที่เห็นโครงกระดูกปีศาจเลือดโผล่ออกมา
นางย้อนกลับมาตรงจุดที่อาวุธวิเศษประเภทบินของพวกเนี่ยเทียน จอดอยู่อีกครั้งแล้วถามอย่างแปลกใจ “พวกเจ้าค้นพบอะไรอย่างนั้น หรือ?”
“ศพของเผ่าทมิฬที่ระดับสายเลือดไม่ธรรมดาตนหนึ่ง” เนี่ยเทียนเอง ก็ไม่ปิดบัง “ที่ทะเลสาบมีพิษร้ายแรงก็เพราะมีสาเหตุมาจากศพของเผ่า ทมิฬศพนั้น ศพนั่นไม่มีประโยชน์กับพวกเจ้า ข้าจึงจะเก็บมันมา ส่วนพืช น้ำที่อยู่ใต้ทะเลสาบ ข้าจะไม่เก็บเอามาแม้แต่ต้นเดียว จะมอบให้พวกเจ้า จัดการเอง”
“ศพของเผ่าทมิฬ!” เซี่ยหว่านถิงพลันกระจ่างแจ้ง
เดิมทีนางก็มีการคาดเดาเช่นนี้ แต่น่าเสียดายที่กระแสจิตวิญญาณ ของนางมิอาจมองลอดความดำมืดไปเห็นความจริงที่อยู่ใต้ทะเลสาบได้
แต่ต่อให้รู้ว่าใต้ทะเลสาบมีศพของเผ่าทมิฬนอนนิ่งอยู่ ด้วยฝีมือของ สำนักจันทราวารี พวกนางที่พยายามทดลองกันแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ สามารถแก้ไขปัญหา และไปเก็บวัตถุดิบธาตุน้ำที่อยู่ใต้ทะเลสาบขึ้นมาได้
เนี่ยเทียนใช้โครงกระดูกปีศาจเลือดไปเก็บศพของเผ่าทมิฬ และมอบ พืชน้ำให้กับพวกเขาจัดการ เซี่ยหว่านถิงจึงมองว่าเป็นเรื่องที่นางรับได้
เพราะศพของเผ่าทมิฬไม่มีประโยชน์กับสำนักจันทราวารีของพวก นางแม้แต่น้อย
“หวังว่าเจ้าจะทำสำเร็จ” นางพยักหน้าเบาๆ และแอบรอคอย
ไม่นานโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ดำดิ่งไปถึงก้นทะเลสาบ เรือนกาย ใหญ่โตของมันจึงหายวับไปจากผิวน้ำอย่างสิ้นเชิง
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีที่อยู่ตรงริมทะเลสาบต่างก็มองไม่เห็น ความเคลื่อนไหวของโครงกระดูกปีศาจเลือด
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เห็นว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งอยู่ใต้ ทะเลสาบได้เคลื่อนตัวไปหยุดอยู่ตรงจุดที่ศพของเผ่าทมิฬนอนอยู่ ครั้นจึง ใช้เวทลับของสำนักโลหิตมาดึงเอาพลังเลือดเนื้อที่เหลืออยู่ในศพของเผ่า ทมิฬและปราณแห่งความตายที่มันแผ่ออกมาทันที
ปราณเลือดเนื้อของเผ่าทมิฬมีพิษร้ายแรง นอกจากผู้ที่ฝึกวิชาพิษร้าย แล้วก็แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถเก็บเอาไปใช้ได้
โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้ถือเป็นชนต่างเผ่า เพราะเกิดมาก็มีพลัง ในการต่อต้านพิษร้ายที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว การดึงจิงชี่เลือดเนื้อของมันจึง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
และเพราะพลังแห่งความตายส่วนหนึ่งได้ถูกมีดกระดูกสลายของพ่า เก๋อเซินดึงออกไป ศักยภาพของโครงกระดูกปีศาจเลือดจึงลดลงไปฮวบ ฮาบ ยามนี้มันจึงอาศัยพลังแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากศพของเผ่า ทมิฬซึ่งไม่รู้ว่าตายมานานเท่าไหร่มาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
หลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเลือดลงไปในทะเลสาบได้พักหนึ่ง น้ำที่ เป็นสีเขียวเข้มก็เหมือนถูกชำระล้างให้สะอาดจนเปลี่ยนมาเป็นใสกระจ่าง
ดวงตาของเซี่ยหว่านถิงมีความปิติยินดีวาบผ่าน
เวลาผ่านไป โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาพลังที่เหลืออยู่ในศพของ เผ่าทมิฬมาชุบหลอมอย่างต่อเนื่อง ผิวน้ำจึงใสกระจ่างยิ่งกว่าเดิม
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วสองวัน โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคง ดึงพลังมาให้ตัวเองเหมือนเดิม
เนี่ยเทียนอาศัยการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่มีต่อกันจึงสัมผัสได้ อย่างเฉียบไวว่าพลังการต่อสู้ของโครงกระดูกปีศาจเลือดกำลังไต่ทะยาน อย่างรวดเร็ว
นี่แสดงว่าสายเลือดตอนมีชีวิตอยู่ของศพเผ่าทมิฬคือระดับแปด และ มีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนสู่ขั้นเก้า หาไม่แล้วความเร็วในการดูดซับของ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็คงไม่ล่าช้าขนาดนี้
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งวัน เซี่ยอวิ่นไห่ที่ร่างโชกไปด้วยเลือดก็พลัน ปรากฏตัวอยู่ข้างนอก
หลิวเฟยหัวพาเซี่ยอวิ๋นไห่เร่งรุดเดินทางมาถึงข้างทะเลสาบ เซี่ยอวิ๋น ไห่ที่นอนพังพาบอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบินมีสีหน้าอ่อนระโหยถึงขีดสุด
ทว่ารอจนเขาเข้ามาใกล้แล้วเห็นพวกเนี่ยเทียน ดวงตากลับพลันเป็น ประกาย “เป็นพวกเจ้าเองรึ!”
——