ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 852 ศัตรูภายนอก
เซี่ยอวิ๋นไห่ปิติยินดีผิดปกติ
เดิมทีเซี่ยหว่านถิงยังคงจับตามองทะเลสาบที่ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นใส กระจ่าง แต่พอเห็นว่าเขามาถึงก็รีบบินไปยังอาวุธวิเศษประเภทบินที่เขา อยู่ทันที
“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เซี่ยหว่านถิงโล่งใจได้มาก จากนั้นก็กล่าว อย่างเป็นห่วงเป็นใย “เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าถึงได้บาดเจ็บหนัก ขนาดนี้?”
โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงจมอยู่ก้นทะเลสาบ พวกเนี่ยเทียนเองอยู่ ว่างๆ ไม่มีอะไรทำจึงขยับเข้าไปใกล้เซี่ยอวิ๋นไห่
เนี่ยเทียนเองก็อยากรู้ว่าหลังจากที่พวกเขาจากไป ตรงพื้นที่ของบ่อ แห่งโชควาสนาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เซี่ยอวิ๋นไห่ที่หมดเรี่ยวหมดแรงหยิบเอายาเม็ดหนึ่งออกมากลืนลงไป ก่อนจะถูกเซี่ยหว่านถิงประคองให้ลุกขึ้นนั่ง
ควันอ่อนจางเป็นเส้นๆ ลอยออกมาจากในจมูกของเซี่ยอวิ๋นไห่ ควัน พวกนั้นเหมือนแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้าย
“ข้าถูกคนเผ่าทมิฬทำร้าย” เซี่ยอวิ๋นไห่สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ดู เหมือนเขาจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเมื่อมีพวกเนี่ยเทียนสามคนอยู่ด้วย “ระหว่างทางที่กลับมาข้าเจอกับคนของเผ่าทมิฬกลุ่มหนึ่ง เผ่าทมิฬกลุ่ม นั้นเหมือนจะใช้วัตถุในเผ่าค้นหาอะไรบางอย่าง”
“ตอนที่ข้าเจอกับพวกเขาจึงถูกพวกเขาดักเอาไว้ เพื่อสอบถามหา สถานที่ที่มีพิษร้ายอบอวล”
“ข้าเดาเอาว่าสิ่งของที่พวกเขาต้องการหา มีความเป็นไปได้มากว่าจะ อยู่ในทะเลสาบที่พวกพี่หญิงเฝ้าเอาไว้”
“ข้าไม่ได้สนใจพวกเขา พยายามจะหลบเลี่ยงออกมา แต่กลับถูกพวก เขาไล่ตามมา พวกเขาคิดจะจับข้าทั้งเป็น แต่ข้ากลับใช้วิชาน้ำหลบหนี ออกมาได้ แต่กระนั้นพิษร้ายในสายเลือดของเผ่าทมิฬคนหนึ่งก็ยังแทรก ซึมเข้ามาในเลือดเนื้อของข้าและค่อยๆ กัดกินข้าทีละนิด”
เซี่ยอวิ๋นไห่อธิบาย
พอเขากล่าวจบ สายตาของเซี่ยหว่านถิงก็พลันย้ายไปมองยัง ทะเลสาบ แล้วก็เดาออกทันทีถึงวัตถุประสงค์ของเผ่าทมิฬพวกนั้น “คน พวกนั้นของเผ่าทมิฬคงใช้วัตถุในเผ่าของพวกเขามาตรวจสอบหาศพของ เผ่าทมิฬนี่แน่นอน มีความเป็นไปได้มากว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือศพ ของคนร่วมเผ่าที่อยู่ก้นทะเลสาบศพนี้”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วน
“พี่หญิง ก้นทะเลสาบ…มีศพของเผ่าทมิฬอยู่ศพหนึ่งงั้นหรือ ?” เซี่ยอวิ๋นไห่กล่าวน้ำเสียงตกใจ
“เขาบอก” เซี่ยหว่านถิงชี้มายังเนี่ยเทียน
“ไม่น่าจะผิดไปจากนี้” เซี่ยอวิ๋นไห่เชื่อแทบจะทันที ก่อนจะเอ่ย ซักถามอีกสองประโยค แล้วก็เข้าใจทันทีว่าตลอดหลายวันมานี้เกิดเรื่อง อะไรขึ้นบ้าง
“ที่บ่อแห่งโชควาสนาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เนี่ยเทียนไม่สนใจ พวกเผ่าทมิฬแม้แต่น้อย แต่ถามถึงสถานการณ์ทางฝั่งนั้นแทน
พอพูดถึงบ่อแห่งโชควาสนา ดวงตาของเซี่ยอวิ๋นไห่ก็มีความหวาดกลัว ลึกล้ำปรากฏขึ้นมา คำรามเบาๆ ว่า “ผู้เฒ่าที่ยึดครองบ่อที่มีพลังจิต วิญญาณบริสุทธิ์ปะทุออกมาลงมือสังหารคนแทบทุกคนที่อยู่ตรงนั้น!”
ข่าวนี้พวกเนี่ยเทียนไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
เซี่ยอวิ๋นไห่กลับเป็นคนงุนงงเสียเอง “หรือว่าพวกเจ้ารู้ถึงความน่า กลัวของผู้เฒ่าคนนั้นแต่แรกอยู่แล้ว?”
“อืม” เนี่ยเทียนกล่าว
เซี่ยอวิ๋นไห่สีหน้าหนักอึ้ง “หลังจากที่พวกเจ้าจากไป เผ่าโครงกระดูก อสูรกาย ภูตผีปีศาจสามคนที่เป็นผู้นำ บวกกับเผ่ามนุษย์และสัตว์วิเศษ ต่างก็พากันลงมือช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนาที่พิเศษที่สุดและล้ำค่าที่สุดบ่อ นั้น”
“ผลกลับกลายเป็นว่าเกิดสงครามนองเลือดดุเดือดขึ้น คนที่ลงมือตาย อนาถกันเกือบหมด”
“แม้ว่าชนต่างเผ่าสามคนที่มาด้วยกันจะไม่ตาย แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ต้องหนีไปอย่างจนตรอกเช่นกัน”
“ข้าเห็นว่าท่าไม่ดี ไม่กล้าอยู่ดูจนถึงท้ายที่สุด เลยจากมาก่อน”
“ตาแก่นั่นยังต้องใช้เวลาในการชุบหลอมเสี้ยวจิตวิญญาณที่ปะทุ ออกมาจึงไม่ได้ไล่ตามมาฆ่าพวกคนที่หนีไป แต่ข้าเดาเอาว่าหลังจากที่ข้า จากมา เขาคงเปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ข้าบินห่างมาไกลมาก แล้วก็ยังมองเห็นว่าแผ่นฟ้าแห่งนั้นเต็มไปด้วยสายฟ้าอบอวล เดาว่าคนที่ ยังอยู่แถวนั้นคงถูกเขาฆ่าไปหมดแล้ว”
“เขาชื่อว่าหยวนจิ่วชวน คือผู้ที่กลับมาเกิดใหม่เพื่อฝึกตนซึ่งเคยมี ตบะแดนเอตทัคคะช่วงกลาง” เนี่ยเทียนถอนหายใจ
“มิน่าเล่า!” เซี่ยอวิ๋นไห่รู้สึกโชคดีที่รอดมาได้ “ข้ารู้จักตัวเองดี รู้ว่า ด้วยฝีมือของข้าย่อมไม่มีทางแย่งบ่อแห่งโชควาสนาที่มีเสี้ยวจิตวิญญาณ มาได้ จึงฉวยโอกาสรีบหนีมาตั้งแต่ที่พวกเขายังสู้กันไม่เสร็จ หากตอนนั้น ข้าโลภมาก ตอนนี้ก็คงมิอาจรอดชีวิตมาได้”
กล่าวมาถึงตรงนี้ สีหน้าเขาก็แข็งเกร็ง กล่าวอีกว่า “หยวนจิ่วชวนคน นั้นน่าจะไม่มาทางนี้ เรื่องของเขาไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับพวกเรานัก ที่พวก เราต้องป้องกันคือเผ่าทมิฬที่ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ นี่มากกว่า บางทีอีกไม่ นานเผ่าทมิฬพวกนั้นก็คงหาที่นี่พบ”
“พี่หญิง ท่านสั่งความให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่กระจายตัวอยู่ข้างนอก กลับมากันให้หมดเถอะ พวกเขาอยู่ข้างนอก หากเจอกับเผ่าทมิฬมีแต่จะ พาตัวเองไปตายเปล่าๆ”
เซี่ยหว่านถิงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “พวกเผ่าทมิฬมีกันอยู่กี่คน? ฝีมือ และศักยภาพของพวกเขาน่ากลัวอย่างที่เจ้าพูดจริงๆ หรือ? ด้วยพลังของ พวกเรายังต้องกลัวพวกเขาด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“หากมีแค่สำนักจันทราวารีของพวกเราเกรงว่าเราก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ เผ่าทมิฬหนึ่งในนั้นมีอาวุธล้ำค่าติดตัว ความรู้สึกที่เขามอบให้ข้าอันตราย อย่างถึงที่สุด!” เซี่ยอวิ๋นไห่ยิ้มเจื่อน หันไปมองพวกเนี่ยเทียนแล้วพูดขึ้น ด้วยความฮึกเหิม “แต่ว่าถ้ามีพวกเขา ปัญหาอาจไม่ใหญ่มากนัก”
พวกคนของสำนักจันทราวารี รวมไปถึงเซี่ยหว่านถิงต่างก็พากันหันไป มองพวกเนี่ยเทียนโดยอัตโนมัติ
ตอนที่เนี่ยเทียนเรียกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดกระโดดลงไปใน ทะเลสาบ ท่าทีที่คนของสำนักจันทราวารีมีต่อพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไป
พวกเขาล้วนคิดว่าเซี่ยอวิ๋นไห่คิดจะยืมใช้พลังของเนี่ยเทียนมารับมือ กับเผ่าทมิฬ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วในสายตาของเซี่ยอวิ๋นไห่นั้น อินย่าหนัน และมู่ปี้ฉงน่ากลัวและดุร้ายยิ่งกว่าเนี่ยเทียนมากนัก
“ศพของเผ่าทมิฬที่จมลึกอยู่ก้นทะเลสาบได้มาอยู่ในมือข้าแล้ว หาก คนเผ่าทมิฬคิดจะช่วงชิงมันไป ข้าย่อมไม่ยอมอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนแสดง ท่าที
เซี่ยอวิ๋นไห่คลายใจได้ทันที
เมื่อเนี่ยเทียนรู้ในสิ่งที่ต้องการรู้จากปากเซี่ยอวิ๋นไห่แล้ว เขาก็บอก เป็นนัยแก่อินย่าหนัน หลังจากนั้นคนทั้งสามจึงโดยสารอาวุธวิเศษ ประเภทบินไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งห่างไกลจากคู่พี่น้องตระกูลเซี่ย
“มีพวกเขาอยู่ด้วย ต่อให้เผ่าทมิฬมาที่นี่จริงๆ ก็มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว เท่านั้น” เซี่ยอวิ๋นไห่วางใจได้ทันที “ยังดีที่มีพวกเขา หาไม่แล้วพวกเราคง ได้แต่สละที่แห่งนี้ทิ้ง”
หลิวเฟยหัวกล่าวเบาๆ “นายน้อยเซี่ย คนทั้งสามนั่นดูไม่ค่อยโดดเด่น เท่าไหร่เลยนะ ขอบเขตก็ไม่สูง นอกจากผู้ชายคนนั้นที่ได้ครอบครองหุ่น เชิดเลือดซึ่งไม่ธรรมดาแล้ว พวกเรายังมองไม่ออกเลยว่าพวกเขาพิเศษที่ ตรงไหน”
“ยังดีที่เจ้าไม่ได้ไปหาเรื่องพวกเขา” เซี่ยอวิ๋นไห่แค่นเสียงเย็น
ตอนที่เขามาที่นี่ก็ได้ฟังหลิวเฟยหัวอธิบายคร่าวๆ ถึงเรื่องที่พวกเนี่ย เทียนสามคนได้ข้อตกลงร่วมกับเซี่ยหว่านถิงแล้ว และก็รู้ด้วยว่าหลิวเฟย หัวเคยมีการปะทะเล็กๆ กับพวกเขา
การปะทะนั้นคลี่คลายลงได้เพราะเซี่ยหว่านถิงพี่สาวของเขา
“หากตอนนั้นลงมือกันจริงๆ เกรงว่าสำนักจันทราวารีของเราคงจบเห่ แน่ แล้วพี่สาวของข้าก็จะเสียเปรียบครั้งใหญ่เพราะความขัดแย้งของพวก เจ้า” เซี่ยอวิ๋นไห่ตีหน้าเคร่ง “พวกคนที่กล้ามาสนามรบสุ้ยเมี่ย หากไม่ได้ เป็นอย่างพวกเราที่จับกลุ่มกันมาหลายคน ก็เป็นพวกที่มีที่พึ่งแข็งแกร่ง ถึงได้กล้าเดินทางเพียงลำพัง”
“แม้ว่าคนทั้งสามจะจับกลุ่มกัน แต่ความสามารถที่แท้จริงของพวก เขากลับมากพอให้เดินทางเพียงลำพังได้เลย”
“พวกเจ้าไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของพวกเขาที่แสดงออกมาตอน อยู่บ่อแห่งโชควาสนา ฝีมือของหญิงสาวสองคนข้างกายเขา เมื่อเทียบกับ เขาแล้วไม่ด้อยไปกว่ากันแม้แต่น้อย หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ!”
“และหุ่นเชิดเลือดที่พวกเจ้าเห็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของ ศักยภาพพวกเขาเท่านั้น”
พอเขากล่าวจบ ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีก็พากันหน้าเปลี่ยนสี
หลังจากที่เซี่ยอวิ๋นไห่เล่าเรื่องการช่วงชิงที่บ่อแห่งโชควาสนาให้พวก เขาฟังอย่างละเอียด เซี่ยหว่านถิงก็ตัวสั่นสะท้าน ใช้สายตากริ่งเกรงมอง ไกลๆ ไปยังพวกเนี่ยเทียน
“วุ่นวายจริงๆ”
อีกฝากหนึ่ง อินหย่านันมองไปยังทะเลสาบแล้วเอ่ยขึ้นว่า “หุ่นเชิด เลือดตนนั้นของเจ้าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ถึงจะเสร็จ?”
“ประมาณสองวัน” เนี่ยเทียนตอบ
“ในสองวันนี้ เผ่าทมิฬที่พวกเขาพูดถึงอาจจะตามมาพบที่นี่” อิน ย่าหนันขมวดคิ้ว
“เผ่าทมิฬไม่น่ากลัวหรอก” เนี่ยเทียนไม่แยแส
“พวกเราอยากชุบหลอมพลังของผลึกจิตวิญญาณให้เสร็จเร็วๆ คน ของสำนักจันทราวารีล้วนอยู่ที่นี่ พวกเราเลยไม่กล้าประมาทเอาผลึกจิต วิญญาณออกมาดึงพลัง” อินย่าหนันหงุดหงิด
“หรือไม่พวกเจ้าไปให้ห่างจากที่นี่อีกสักหน่อยดีไหม?” เนี่ยเทียน เสนอความเห็น
หญิงสาวสองคนสบตากัน นิ่งคิดไปครู่ อินย่าหนันถึงได้ส่ายหัว “ช่าง เถอะ หากตอนพวกเราชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณแล้วโดนพวกเผ่าทมิฬ ลอบโจมตีจะได้ไม่คุ้มเสีย รอไปอีกสักหน่อยเถอะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็รออีกสักสองวัน” มู่ปี้ฉงเห็นด้วย
ทว่าพอวันที่สองมาถึง เผ่าทมิฬกลุ่มหนึ่งซึ่งคนสิบกว่าคนห้อมล้อมคน ผู้หนึ่งเอาไว้ตรงกลางก็มาถึงด้วยลักษณะพลังองอาจเกรียงไกร
——