ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 853 ไม่ต้องขอบคุณข้า
เผ่าทมิฬคนที่เป็นผู้นำมองดูแล้วยังหนุ่มอยู่มาก กลางฝ่ามือของเขา ถือลูกกลมไว้ลูกหนึ่ง
ด้านในลูกกลมมีเลือดสดสีเขียวอยู่หนึ่งหยด หยดเลือดนี้ใสแวววาว มี คลื่นแสงไหลเวียนช้าๆ
เผ่าทมิฬคนนั้นคอยมองมายังเลือดสดที่อยู่ในลูกกลมและใช้สายเลือด ของตัวเองรับสัมผัสอย่างต่อเนื่อง
เลือดสดสีเขียวไหลวน คอยปลดปล่อยประกายแสงเขียวแวววาว ออกมาเป็นระยะ
เส้นสายตาของเขามองตามเลือดสดสีเขียวจนมาเห็นทะเลสาบที่ เปลี่ยนมาเป็นใสกระจ่างนานแล้ว ก่อนจะพูดด้วยภาษาของชนต่างเผ่า “ศพของมหาราชาอยู่ใต้ทะเลสาบนั่น!”
เลือดสดหยดนั้นมาจากลูกหลานของมหาราชาที่อยู่ก้นทะเลสาบ
พวกเขาอาศัยเลือดสดหยดนี้รับสัมผัสถึงความผิดปกติและก็ไล่ตามหา จนมาเจอศพของเผ่าทมิฬศพนั้น
มหาราชาเผ่าทมิฬสายเลือดระดับเก้าที่ต่อให้ตายไปแล้ว ปราณเลือด และสารพิษที่เหลืออยู่ในร่างกายของเขาก็ยังถือว่าล้ำค่าอย่างถึงที่สุดต่อ คนเผ่าทมิฬ
เผ่าทมิฬกลุ่มนี้มีผู้นำชื่อว่าปี่ลี่ มาจากตระกูลที่เก่าแก่ตระกูลหนึ่งของ เผ่าทมิฬ
พวกเขามาที่สนามรบสุ้ยเมี่ยครั้งนี้ก็เพราะหมายตามหาศพของมหา ราชาสายเลือดระดับเก้าศพนี้ ตระกูลของมหาราชาสายเลือดระดับเก้าที่ ตายไปได้ตกต่ำหายสาบสูญไปนานแล้ว และผู้แข็งแกร่งที่อยู่ตระกูล เดียวกับเขาก็บาดเจ็บล้มตายกันไปหมดแล้วเช่นกัน
ปี่ลี่กรีดเอาเลือดแก่นเลือดหยดหนึ่งออกมาจากในร่างของลูกหลาน มหาราชาสายเลือดระดับเก้า แล้วอาศัยเลือดหยดนั้น บวกกับข่าวที่คนใน ตระกูลเอากลับมาจากสนามรบสุ้ยเมี่ยมาตามหาศพของมหาราชา สายเลือดระดับเก้า
ก่อนหน้านี้พวกลูกน้องของปี่ลี่ได้เจอกับเซี่ยอวิ๋นไห่ ทว่าตัวเขาเอง ไม่ได้ลงมือก็เพราะไม่อยากเสียเวลาตามหาศพของมหาราชา
คาดไม่ถึงว่าเขาที่อาศัยแก่นเลือดของลูกหลานมหาราชาสายเลือด ระดับเก้าซึ่งเป็นสายเลือดเดียวกันมานำทาง สุดท้ายก็ได้มาพบ กับเซี่ยอวิ๋นไห่อีกครั้ง
“พี่หญิง เป็นพวกเขา” เซี่ยอวิ๋นไห่เอ่ยเสียงหนัก
ดวงตาของเขามีความเกลียดแค้นวาบผ่าน “ตอนที่ข้ากลับมาเกือบถูก พวกเขาลอบสังหาร มีความเป็นไปได้มากว่าสิ่งที่พวกเขาตามหากันอย่าง ยากลำบากก็คือศพของเผ่าทมิฬที่อยู่ใต้ทะเลสาบนั่น!”
เซี่ยหว่านถิงกวาดตามองผ่านเผ่าทมิฬทั้งสิบกว่าคนอย่างละเอียด
สีหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด
นางพอจะสัมผัสได้ว่านอกจากปี่ลี่ที่เป็นผู้นำแล้ว ระดับสายเลือดของ เผ่าทมิฬคนที่เหลือส่วนใหญ่คือระดับหก มีเพียงเผ่าทมิฬคนหนึ่งที่อายุ ค่อนข้างมากซึ่งมีสายเลือดระดับเจ็ด
ระดับหกเทียบเท่าได้กับเขตลี้ลับ ระดับเจ็ดเท่าเทียมกับเขตวิญญาณ
ทว่าพวกเขาไม่มีเขตวิญญาณมาด้วยแม้แต่คนเดียว
“ศพของมหาราชา!”
ปี่ลี่แห่งเผ่าทมิฬอุทานขึ้นเบาๆ ด้วยภาษามนุษย์ ก่อนจะบินพุ่งเข้าหา ทะเลสาบ
เผ่าทมิฬคนอื่นๆ ก็ก้าวยาวๆ ตามติดมา
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็แสยะปากยิ้ม ตะโกนพูดเสียงดัง “พวกเจ้า กำลังตามหาศพของผู้อาวุโสเผ่าเดียวกันอยู่รึ?”
ปี่ลี่พยักหน้า “ถูกต้อง”
“ให้พวกเจ้าก็ได้” เนี่ยเทียนยิ้มสดใส แล้วใช้จิตออกคำสั่ง
“ซ่าๆๆ!”
เรือนกายใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดพุ่งพรวดออกมาจาก ทะเลสาบใสกระจ่างจนลูกน้ำแตกกระจาย
มือข้างหนึ่งของโครงกระดูกปีศาจเลือดหิ้วศพของเผ่าทมิฬศพหนึ่ง เอาไว้ ศพนั้นก็คือศพที่โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อที่ เหลืออยู่มาชดเชยความเสียหายในร่างกายตัวเองช่วงที่ผ่านมา
“ฟิ้ว!”
ศพของเผ่าทมิฬที่ถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาพลังที่เหลือมาจน หมดพลันถูกโยนเข้าหาปี่ลี่
ดวงตาปี่ลี่มีประกายยินดีวาบผ่าน รีบยื่นมือออกไปรับศพของผู้อาวุโส ที่ตามหาอย่างยากลำบากมานาน
ทว่าวินาทีที่ศพนั้นเข้ามาอยู่ในมือ ปี่ลี่ก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
เขาสัมผัสได้ว่าในศพของมหาราชาระดับเก้าไม่มีพลังเลือดลมเข้มข้น ใดๆ หลงเหลืออยู่ แล้วก็ไม่มีพิษร้ายที่ช่วยบำรุงสายเลือด ปลุกเวทลับ สายเลือดของเขาให้ฟื้นตื่นเหลืออยู่ด้วย
นี่หมายความศพของมหาราชาระดับเก้าศพนี้ไม่มีมูลค่าใดๆ ต่อเขา แล้ว
เนี่ยเทียนสีหน้าเป็นปกติ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ “เวลาผ่านมา นานหลายพันหลายหมื่นปี พลังที่เหลืออยู่ในศพของผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์ เดียวกับพวกเจ้าได้ไหลหายไปเกลี้ยงหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ทะเลสาบแห่งนี้ ถูกพิษร้ายรุกราน ทว่าตอนนี้น้ำของทะเลสาบกลับใสกระจ่าง ควันพิษ ทั้งหมดก็สลายหายไปสิ้น”
พอเขาเอ่ยเช่นนี้ เซี่ยหว่านถิงก็มีสีหน้าปั้นยากทันที
ลูกศิษย์ทุกคนของสำนักจันทราวารีเองก็มีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าตอนที่ค้นพบสถานที่แห่งนี้ ทะเลสาบยังไม่ได้ ใสกระจ่างอย่างในตอนนี้
ความหมายที่เนี่ยเทียนต้องการจะสื่อก็คือเนื่องจากเวลาผ่านมานาน เกินไป ศพของผู้แข็งแกร่งเผ่าทมิฬได้หมดมูลค่าอย่างที่ควรมี และพลัง เลือดลมที่เหลืออยู่ก็หายไปเกลี้ยงแล้ว
แต่พวกเขาล้วนรู้ดีว่าหากเนี่ยเทียนไม่เรียกหุ่นเชิดเลือดออกมา ทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยพิษร้ายแรงจนแม้แต่กระแสจิตวิญญาณก็ ยังมิอาจทำการสำรวจได้
เนี่ยเทียนอาศัยหุ่นเชิดเลือดตัวนั้นมาดึงเอาพลังที่เหลืออยู่ในร่างของ ศพผู้แข็งแกร่งเผ่าทมิฬด้วยวิธีการที่พวกเขาไม่เข้าใจไปจนหมด
“เป็นไปไม่ได้!” ปี่ลี่แห่งเผ่าทมิฬมองศพนั้นแล้วตวาดกร้าว “ศพนี้เคย มีสายเลือดระดับเก้า เป็นถึงมหาราชาแห่งเผ่าทมิฬ! ศพของมหาราชาต่อ ให้ผ่านไปเป็นสิบล้านปีก็ยังต้องมีพลังหลงเหลืออยู่ ไม่มีทางเป็นแบบนี้ไป ได้!”
“นั่นข้าก็ไม่รู้ด้วยแล้ว” เนี่ยเทียนแบมือ ทำสีหน้าไร้เดียงสา “ตอนที่ พวกเรามาถึงก็เห็นว่าเป็นแบบนี้แล้ว หุ่นเชิดเลือดของข้าลงไปใต้ ทะเลสาบก็เพียงเพื่อเก็บวัตถุดิบธาตุน้ำเท่านั้น แล้วบังเอิญไปเจอศพนี้จึง ช่วยเก็บขึ้นมาให้เจ้า”
“เอาล่ะ ได้ศพไปแล้วก็ไปซะเถอะ ไม่ต้องขอบคุณข้า”
เนี่ยเทียนหัวเราะคิกคัก ก่อนจะโบกมือบอกเป็นนัยกับพวกเขาว่า สามารถไปได้แล้ว
แน่นอนว่าเขาไม่ได้กลัวเผ่าทมิฬพวกนี้ เพียงแต่รู้สึกว่าเขากับเซี่ยอวิ๋น ไห่ไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องลงแรงช่วย คลี่คลายความแค้นส่วนตัวระหว่างเซี่ยอวิ๋นไห่กับเผ่าทมิฬ
ขอแค่เผ่าทมิฬยอมจากไป เซี่ยหว่านถิงยังสามารถลงไปเก็บหญ้า วิเศษธาตุน้ำใต้ทะเลสาบที่เคยถูกพิษร้ายแทรกซึมได้ดังเดิม
แบบนี้เขาก็ถือว่าได้ทำตามคำสัญญาที่มีต่อสำนักจันทราวารีแล้ว
เขาเก็บศพมาเป็นของตัวเอง ส่วนหญ้าวิเศษใต้ทะเลสาบ เขาจะไม่ เอามาแม้แต่ต้นเดียว
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” ปี่ลี่แค่นเสียงเย็น แล้วเอ่ยสั่งความ “เฟ่ยถู เจ้าลงไปดูใต้น้ำสิ!”
เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดคนเดียวที่อยู่ข้างกายเขากระโดดตูมลงน้ำ แล้วดำดิ่งไปถึงก้นทะเลสาบอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปพักใหญ่เฟ่ยถูผู้นั้นก็ย้อนกลับมาอีกครั้งแล้วเอ่ยเบาๆ “ฝ่าบาท ใต้ทะเลสาบมีหญ้าวิเศษอยู่เยอะมาก หญ้าวิเศษพวกนั้นล้วนเป็นธาตุน้ำ ทั้งหมด แต่ว่าถูกปราณเลือดลมในร่างมหาราชารุกราน เมื่อผ่านมาหลาย สิบล้านปีด้านในหญ้าวิเศษจึงแฝงเร้นไปด้วยพิษร้ายแรง แม้พิษร้ายพวก นั้นจะไม่สมบูรณ์เท่าเลือดลมของมหาราชา แต่ก็ยังช่วยให้สายเลือดของ ฝ่าบาทเลื่อนขั้นได้”
ปี่ลี่ขมวดคิ้ว ท่าทางผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด นี่แตกต่างจากที่เขา คาดการณ์ไว้มากเกินไป
เขานิ่งคิดไปชั่วครู่ก็พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “ทุกสิ่งที่อยู่ใต้ทะเลสาบล้วน ต้องเป็นของพวกเรา พวกเจ้าจงไสหัวไปให้ไกลๆ!”
เซี่ยหว่านถิงแห่งสำนักจันทราวารีพลันหันมามองเนี่ยเทียน
เซี่ยอวิ๋นไห่ก็เผยสีหน้าคาดหวังให้เนี่ยเทียนช่วยพวกเขาช่วงชิงพืช หญ้าธาตุน้ำเหล่านั้น
ต่อให้หญ้าวิเศษพวกนั้นจะถูกสารพิษกัดกินจนเกิดการเปลี่ยนแปลง ทว่าสำนักจันทราวารีของพวกเขาก็ยังมีวิธีขจัดสารพิษออกไป ทำให้หญ้า วิเศษกลับมามีคุณประโยชน์ดีดังเดิมอีกครั้ง
อีกทั้งพวกเขายังไม่ได้ทำการจำแนกพืชหญ้าเหล่านั้นอย่างละเอียด ด้วย
ไม่แน่ว่าในบรรดาพืชน้ำที่ถูกพิษร้ายแทรกซึมอาจจะมีพืชหญ้าหายาก ซึ่งเอามาทำเป็นยาที่มูลค่าสูงก็เป็นได้
“ให้พวกเราไสหัวไปไกลๆ?” เนี่ยเทียนหลุดหัวเราะพรืด ก่อนจะส่าย หัวพูดว่า “ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย ข้าอุตส่าห์ช่วยพวกเจ้าเอาศพ ของเผ่าเดียวกันออกมาให้แล้ว พวกเจ้าได้ศพแล้วแต่ยังไม่ยอมจากไปดีๆ งั้นหรือ? หรือว่าจะต้องให้ลงไม้ลงมือกันให้ได้?”
“พูดมากน่ารำคาญเสียจริง” ปี่ลี่สีหน้าเย็นชา ออกคำสั่งเสียงเย็น “ฆ่าพวกมันให้หมด”
เซี่ยอวิ๋นไห่ได้ยินเช่นนี้ไม่เพียงไม่ตกใจ กลับดีใจมากด้วยซ้ำ ราวกับ แน่ใจแล้วว่าเผ่าทมิฬพวกนี้ต้องซวยหนักเพราะพวกเนี่ยเทียนแน่นอน
“ไปเถอะ” เนี่ยเทียนโบกมือบอกเป็นนัยให้โครงกระดูกปีศาจเลือด เปิดฉากสังหาร ก่อนจะพึมพำเบาๆ “แม้ว่ายุงจะตัวเล็ก แต่ก็ถือเป็นเนื้อ ชิ้นหนึ่งได้เหมือนกัน”
เผ่าทมิฬเหล่านี้มีระดับสายเลือดไม่เท่ากัน แต่ผู้ที่มีสายเลือดระดับ เจ็ดนั้นสามารถเป็นประโยชน์แก่โครงกระดูกปีศาจเลือดได้ในระดับหนึ่ง เขาสามารถช่วยให้พลังของโครงกระดูกปีศาจเลือดฟื้นคืนมาได้
มือกระดูกใหญ่ยักษ์ของโครงกระดูกปีศาจเลือดพลันมีเลือดลมพวย พุ่งขึ้นมาพร้อมๆ กับปราณความตายที่ตลบอบอวล
มือกระดูกราวเสาขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งหลาวลงมาโจมตี กระแทกให้เผ่า ทมิฬหลายสิบคนที่บินเข้ามากระเด็นลิ่วถอยกลับไป
“ตูม!”
แม้แต่เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดคนนั้นที่โดนชนหนึ่งครั้งก็ยังต้องรีบ ถอยหนีอย่างตกตะลึง
“ฝ่าบาท! หุ่นเชิดเลือดของเผ่ากระดูกตนนั้นรับมือได้ไม่ง่าย! ” เฟ่ยถู ตกใจอย่างรุนแรง ตวาดกร้าวเสียงดัง “ช่างมันเถอะฝ่าบาท! ในเมื่อศพ ของมหาราชาหมดคุณค่าแล้ว พืชหญ้าพวกนั้นไม่เอาก็ไม่เป็นไร!”
ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเลือดยังไม่ลงมือ เขาเองก็สัมผัสไม่ได้ว่าหุ่น เชิดเลือดที่หลอมมาจากเผ่าโครงกระดูกจะน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้
——