ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 854 แค่โจมตีก็แตกพ่าย
“พืชน้ำไม่สำคัญ แต่คนพวกนี้ต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!”
ปี่ลี่แห่งเผ่าทมิฬปฏิเสธคำแนะนำของเฟ่ยถูอย่างเย็นชา ปราณสังหาร พวยพุ่งท่วมร่าง
“ไม่เห็นจำเป็นเลย” เฟ่ยถูยิ้มเจื่อน
“ตึงๆ!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวยาวๆ มาถึง มือกระดูกใหญ่ยักษ์ทั้งสอง ข้างคล้ายเสายักษ์ค้ำฟ้าที่โบกสะบัดอยู่กลางอากาศ
เผ่าทมิฬหลายคนที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบต่างพากันถอยกรูดด้วย ท่าทางหดหู่อย่างยิ่ง
พวกเขารู้ดีว่าเผ่าโครงกระดูกเกิดมาก็มีพลังการต้านทานพิษร้ายใน สายเลือดเผ่าทมิฬของพวกเขาอย่างแข็งแกร่ง สามารถมองอีกฝ่ายเป็น ดาวหายนะแห่งเผ่าทมิฬเลยก็ว่าได้
เวลาที่เผ่าทมิฬต่อสู้กับชนเผ่าต่างๆ สิ่งที่พวกเขาอาศัยก็พิษร้ายใน สายเลือด
สายเลือดของเผ่าทมิฬย่อมมีพลังแห่งการระเบิดที่แข็งแกร่ง อานุภาพ ไม่ธรรมดา แต่ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าใดก็ตามที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงก็ล้วนมี พลังที่มหัศจรรย์อยู่ในสายเลือดทั้งสิ้น
พลังแห่งความตายของเผ่าโครงกระดูกสามารถกลืนกินพลังชีวิต เมื่อ กรอกเทปราณแห่งความตายเข้าไปก็ทำให้สรรพชีวิตตายไปอย่างรวดเร็ว
พิษร้ายของเผ่าทมิฬสามารถกัดกร่อนเลือดเนื้อ ทำให้เรือนกายของ สิ่งมีชีวิตเกิดอาการชาก่อนจะกลายมาเป็นเพียงน้ำเลือดกองหนึ่ง
ความพิเศษของสายเลือดก็คือกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเผ่าโครงกระดูก ปราณพิษร้ายของเผ่าทมิฬ กลับไม่สามารถใช้ได้ผลเท่าใดนัก นี่ก็คือเหตุผลที่เมื่อเฟ่ยถูรู้ถึงความ แข็งแกร่งของโครงกระดูกปีศาจเลือดถึงได้เกลี้ยกล่อมให้ทุกคนไปจากที่นี่
“อู้!”
ธงผ้าสีเขียวผืนหนึ่งบินออกมาจากกลางฝ่ามือของปี่ลี่
ธงผ้าสีเขียวผืนนั้นเหมือนแช่อยู่ในเลือดสดสีเขียวจึงดูเหนียวหนืด ทั้ง ยังมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวแสบจมูก
แก่นเลือดหลายหยดบินออกมาจากปลายนิ้วของปี่ลี่แล้วหยดลงบนธง ผ้าสีเขียว
ธงผ้าเปลี่ยนมาเป็นสีเขียวใสแวววาว มีควันสีเขียวเข้มข้นลอยออกมา จากข้างใน ควันพวกนั้นแผ่ขยายไปรอบด้าน พริบตาเดียวก็ปกคลุม ท้องฟ้าเหนือศีรษะของทุกคนเอาไว้คล้ายจู่ๆ ก็มีเมฆสีเขียวปกคลุม แสงแดด
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขาสัมผัสได้ถึงปราณเลือดลมมากมหาศาลที่มาจากด้านในของธงผ้าสี เขียว ราวกับว่าธงผืนนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหนังบางอย่างที่พิเศษ ซึ่งยังมี ลวดลายเล็กละเอียดคล้ายสายฟ้าสีเขียวเปล่งวูบวาบ
“ซี่ๆๆ!”
ที่น่าแปลกก็คือตอนที่ธงผ้าสีเขียวลอยขึ้นกลางอากาศ ตรงกลาง ทะเลสาบใสที่กระจ่างก็เริ่มมีควันสีเขียวเป็นกลุ่มๆ ลอยแผ่ออกมา
หลังจากมองอย่างละเอียดเนี่ยเทียนจึงค้นพบว่าควันสีเขียวพวกนั้น มาจากพืชน้ำที่อยู่ก้นทะเลสาบ
พืชน้ำผ่านการตกตะกอนของกาลเวลามานานนับล้านปี เมื่อดูดซับ ปราณของมหาราชาเผ่าทมิฬเข้าไป ด้านในจึงแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรง
และเวลานี้ก็เหมือนว่าพิษร้ายพวกนั้นจะถูกธงผ้าของปี่ลี่ชักนำจึงลอย กรุ่นขึ้นมาที่ผิวน้ำ
ไม่เพียงเท่านี้ ไม่นานก็มีควันสีเขียวเป็นกลุ่มๆ เสี้ยวๆ อีกจำนวนมาก ที่บินออกมาจากในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด
ควันที่บินออกมาจากในร่างโครงกระดูกปีศาจเลือดเข้มข้นยิ่งกว่า พิษ ร้ายที่อยู่ในนั้นก็น่ากลัวมากยิ่งกว่า
การเปลี่ยนแปลงในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดทำให้ดวงตาของปี่ ลี่เป็นประกายวาว แม้แต่เฟ่ยถูที่เอ่ยเกลี้ยกล่อมเขาก่อนหน้านี้ก็ยังอึ้งงัน ก่อนจะร้องอุทานเสียงแหลม “สารพิษจากในศพของมหาราชา!”
ควันพิษสีเขียวลอยอบอวลเข้ามาทางฝั่งที่เนี่ยเทียนยืนอยู่
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นหนึ่งที ทันใดนั้นรอบร่างของเขาก็มีเปลวเพลิง ลุกไหม้กลายมาเป็นม่านแสงสีแดงฉาน
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงปะทะกับควันสีเขียวก็เกิดการลุกไหม้ทันที กลิ่นเปรี้ยวแสบ จมูกอบอวลไปทั่วด้าน
ร่างอยู่ในม่านแสงเปลวเพลิง เนี่ยเทียนหรี่ตา ไม่ได้กลิ่นอากาศข้าง นอกแม้แต่น้อย
มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันสองคนที่เห็นว่าหมอกพิษสีเขียวแผ่เข้ามาใกล้ก็ รีบร้อนรวบรวมพลังวิญญาณมาป้องกันเรือนกาย หลีกเลี่ยงไม่ให้สารพิษ แทรกซอนเข้ามา
ทุกคนของสำนักจันทราวารีก็รีบรวบรวมพลังมาปกป้องร่างกายเอาไว้ อย่างแน่นหนา ป้องกันไม่ให้สารพิษแทรกเข้ามากัดกร่อนเลือดเนื้อได้
“พลังที่มหาราชาทิ้งเอาไว้!”
ปี่ลี่หัวเราะเสียงแปร่งหู ฮึกเหิมขึ้นมาทันควัน
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น พลันเข้าใจว่าจิงชี่เลือดเนื้อของมหาราชา สายเลือดระดับเก้าที่โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอามามีพิษร้ายที่พิเศษอยู่ ภายในด้วย และตอนนี้โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ขับมันออกตาม สัญชาตญาณ ซึ่งนี่จะไม่มีประโยชน์ใดๆ ในการเพิ่มพูนศักยภาพของโครง กระดูกปีศาจเลือด
พิษร้ายจากจิงชี่เลือดเนื้อของมหาราชาสายเลือดระดับเก้าก็คือแก่น พลังที่ยอดเยี่ยมสำหรับเผ่าทมิฬ
ทว่าสำหรับโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้ว สารพิษพวกนั้นก็คือกากใยที่ ต่อให้ไม่มีปี่ลี่ลงมือ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ต้องขับมันออกมาจาก ร่างกายอยู่ดี
ในเมื่อธงผ้าสีเขียวที่ปี่ลี่ปลดปล่อยออกมามีประโยชน์ต่อการชักดึง สารพิษ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ย่อมปล่อยเลยตามเลย ยินดีให้อีกฝ่าย เอาสารพิษที่มันไม่ต้องการออกไปจากตัวโดยไม่ต้องเปลืองแรง
สารพิษเป็นเส้นๆ กลุ่มๆ บินออกมาจากในร่างของโครงกระดูกปีศาจ เลือด ควันพิษสีเขียวนั้นยิ่งเปลี่ยนมาเป็นเข้มข้นคล้ายหยดน้ำสีเขียว
พลังวิญญาณที่พวกเนี่ยเทียนดึงเอามาสร้างม่านแสงป้องกันกาย เปลี่ยนมาเป็นเปราะบางกะทันหัน พอถูกสารพิษพวกนั้นกัดกร่อนก็เกิด เสียงดัง “ฟู่วๆ” เหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
“สังหารพวกเขาซะ!” ปี่ลี่ออกคำสั่ง
คนของเผ่าทมิฬที่อยู่ภายใต้หมอกกรดสีเขียวไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่ คนเดียว กลับกันคือพลังสายเลือดของพวกเขายิ่งพลุ่งพล่าน พลังอำนาจก็ เพิ่มพูนเปี่ยมล้น
“อู้!”
ธงผ้าสีเขียวผืนนั้นพลันถูกจิตวิญญาณของปี่ลี่ควบคุมจึงบินเข้าหา โครงกระดูกปีศาจเลือดทันควัน
ธงผ้าเปลี่ยนขยายขนาดออกเป็นผืนยาวคล้ายโซ่ตรวนที่รัดพันขาทั้ง สองข้างของโครงกระดูกปีศาจเลือดไว้ด้วยกัน
ด้านในธงผ้ามีพลังเลือดเนื้อไหลบ่าออกมา แม้พลังขุมนั้นจะไม่มีพิษ ร้าย แต่แรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาก็ยังสร้างผลกระทบให้กับโครง กระดูกปีศาจเลือดจนมันไม่สามารถสลัดหลุดได้ในทันที
ควันพิษมากกว่าเดิมบินออกมาจากในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด ส่วนหนึ่งผสานรวมเข้ากับธงผ้า อีกส่วนหนึ่งแผ่กระจายไปในอากาศ
“อาวุธล้ำค่าของเผ่าทมิฬ!”
เซี่ยอวิ๋นไห่หน้าเปลี่ยนสี ม่านแสงสีฟ้าที่เขาและเซี่ยหว่านถิงพี่สาว เรียกออกมามีเสียง “เปรี๊ยะๆ” ดังขึ้น แล้วปริแตกออกทันใด
“มาหาข้า!”
เซี่ยหว่านถิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มือทั้งคู่ประคองไข่มุกเม็ด หนึ่งเอาไว้ ด้านในไข่มุกมีหยดน้ำหลายหยดกลิ้งไหล
คลื่นน้ำเป็นวงกลมแผ่ออกมาจากในไข่มุก ปกคลุมพื้นที่รอบกาย ของเซี่ยหว่านถิงเอาไว้
ตอนที่ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีรีบขยับเข้าไปไกลนางก็เหมือนน้ำ เป็นหยดๆ ซึ่งหายเข้าไปในคลื่นน้ำที่ไข่มุกสร้างขึ้น
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดพลันบินออกมาจากในร่างของอิน ย่าหนัน
เมื่องูเหลือมเลือดน้ำแข็งปรากฏตัวก็ร้องคำราม ก่อนที่ลำตัวของมัน จะมีผลึกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นมา
น้ำแข็งหลายก้อนเป็นเหมือนเกล็ดที่ขึ้นปกคลุมเต็มร่างของงูเหลือม เลือดน้ำแข็ง แม้แต่อินย่าหนันตอนนี้ก็ยังกลายมาเป็นมนุษย์น้ำแข็งตาม ไปด้วย
เมื่อน้ำแข็งก่อตัว อินย่าหนันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากกรดสีเขียวนั่น อีก
นางจึงขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งพุ่งเข้าไปสังหารคนของเผ่าทมิฬก่อนผู้ใด เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดที่มีนามว่าเฟ่ยถูพลันหน้าเปลี่ยนสี “สัตว์ วิเศษสายเลือดระดับแปด!”
“ฟิ้วๆๆ!”
แท่งน้ำทะยานเต็มฟ้าพุ่งเข้าแสกหน้ากลบทับร่างของเฟ่ยถูไว้จนมิด
เฟ่ยถูร้องโหยหวน ระเบิดพลังสายเลือดสร้างแก่นเลือดที่เป็นเหมือน เพชรสีเขียวขึ้นมา แล้วระเบิดพวกมันออก
สารพิษน่ากลัวแทรกซึมเข้าไปหางูเหลือมเลือดน้ำแข็ง หลอมละลาย น้ำแข็งที่แข็งแกร่งหลายก้อน และดูเหมือนว่าจะมีสารพิษเล็กๆ น้อยๆ ที่ แทรกเข้ามาในร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ทำให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง เปล่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด
“สวบ!”
แท่งน้ำแข็งแท่งหนึ่งแทงไปที่หน้าท้องของเฟ่ยถู จนเฟ่ยถูร้อง โหยหวน
นาทีถัดมา ดวงตาที่เย็นชาของมู่ปี้ฉงก็เป็นประกาย รากดอกไม้ปีศาจ สีดำตรงกลางฝ่ามือนางคล้ายหนวดของปีศาจที่บินออกมาแล้วฟาดตวัด อย่างบ้าคลั่ง
เผ่าทมิฬคนหนึ่งถูกรากดอกไม้ปีศาจสีดำรัดพันร่างในเสี้ยววินาที
“กร๊อบ!”
คนผู้นั้นถูกดอกไม้ปีศาจรัดร่างจนร่างขาดออกเป็นสองท่อนตายอนาถ คาที่
เนี่ยเทียนที่ถูกกรดพิษกัดกร่อนแสยะปากยิ้มดุร้าย แล้วเรียกเกราะ มังกรเพลิงออกมา
เกราะมังกรเพลิงกลายร่างเป็นมังกรเพลิงตัวจริงที่บินว่อนอยู่เหนือ ศีรษะของพวกเผ่าทมิฬ ไฟจึงลุกท่วมร่างเผ่าทมิฬพวกนั้นในฉับพลัน
ปี่ลี่แห่งเผ่าทมิฬเบิกตาถลน เหม่อมองพวกเนี่ยเทียน อินย่าหนัน และมู่ปี้ฉง ปากก็พึมพำอะไรบางอย่างที่ไร้ความหมาย
เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที เขาก็พลันคืนสติแล้วรีบตะโกนด้วยภาษาของ ชนต่างเผ่า ส่วนตัวเองก็รีบบินเผ่นหนีไปข้างหลัง
ธงผ้าเหนียวหนืดคล้ายเปื้อนเปรอะไปด้วยเลือดลอยออกมาจากการ รัดพันขาของโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้วไล่ตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเหยียบลงบนธงผ้า ธงผืนนั้นก็บินทะยานไปด้วยความเร็วมาก กว่าเดิม พริบตาเดียวก็หายวับไป
เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดผู้นั้นก็คิดจะหนีเหมือนกัน แต่น่าเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้ถูกแท่งน้ำแข็งแทงร่าง อีกทั้งยังถูกเกราะมังกรเพลิงหมายหัว จึงถูกเปลวเพลิงลุกท่วมร่างอย่างรวดเร็ว
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับแปดพาอินย่าหนันพุ่งตัวกระโจน วูบอยู่กลางอากาศไม่กี่ที ร่างของเผ่าทมิฬที่เหลืออยู่ซึ่งคิดจะหนีก็เกาะตัว เป็นน้ำแข็ง
“ปัง!”
ภายใต้ความเย็นสะท้านสุดขั้ว ร่างของพวกเขาที่กลายเป็นก้อน น้ำแข็งทยอยกันระเบิดออก
เวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาที นอกจากปี่ลี่ผู้นั้น เผ่าทมิฬทุกคนล้วน ตายกันหมด
เมื่อปี่ลี่หายตัวไป ควันพิษสีเขียวที่เวียนวนอยู่รอบด้านก็ลอยตาม ไกลๆ ไปด้านหลังปี่ลี่ ทำให้ท้องฟ้าของสถานที่แห่งนี้กลับมากระจ่างใส อีกครั้ง
——