ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 855 ระดับใต้ดิน
เมื่อหลุดพ้นพันธนาการ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็เดินอาดๆ ไปทั่ว
ศพของเผ่าทมิฬที่นอนเกลื่อนพื้นถูกนิ้วกระดูกของโครงกระดูกปีศาจ เลือดแทงทะลุเป็นรูได้อย่างง่ายดาย
เลือดสดในร่างของเผ่าทมิฬเหมือนงูวิเศษที่เลื้อยขยุกขยิกแล้วหายเข้า ไปในปลายนิ้วของโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างรวดเร็ว
ศพแต่ละศพที่จากเดิมรูปร่างเต็มอิ่มกลายมาเป็นแห้งเหี่ยวอย่าง รวดเร็ว เลือดสดที่มีพิษร้ายถูกดูดดึงไปจนเกลี้ยง
เนี่ยเทียนหยิบไข่มุกวิญญาณมืดออกมาจากในแหวนเก็บของโดยไม่ เอ่ยคำใด
พอไข่มุกวิญญาณมืดปรากฏอยู่กลางฝ่ามือของเนี่ยเทียน ซาก วิญญาณที่เดิมทีจะสลายไปจากฟ้าดินก็หยุดการสลายตัวในทันที
“อู้ๆ!”
ซากวิญญาณเป็นกลุ่มๆ พากันบินเข้าหาไข่มุกวิญญาณมืดและถูกมัน หลอมละลาย
ไม่นานพวกคนของเผ่าทมิฬที่ถูกพวกเนี่ยเทียนฆ่าตายก็เหลือเพียง เรือนกายที่แห้งเหี่ยว เลือดสด ซากวิญญาณล้วนถูกโครงกระดูกปีศาจ เลือดและไข่มุกวิญญาณมืดของเนี่ยเทียนทยอยกันดูดซับไปชุบหลอมจน หมด
คนของสำนักจันทราวารีที่มีสีหน้าหวาดกลัวเริ่มรู้สึกกระวนกระวาย
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเก็บเอาความมหัศจรรย์ของตัวเองกลับคืนไป ยืนอยู่บนอาวุธวิเศษประเภทบินด้วยสีหน้าเย็นชา
ปี่ลี่แห่งเผ่าทมิฬที่แข็งแกร่งที่สุดมีพลังการต่อสู้เทียบเคียงกับพ่าเก๋อ เซิน ฝูหลัวซือเท่อและกู่ถ่าซือจากเผ่าภูตผีปีศาจ แต่เมื่อเทียบกับพ่าเก๋อ เซินที่ครอบครองมีดกระดูกสลายแล้วก็ยังถือว่าอ่อนแอกว่าเล็กน้อย
ด้วยระดับทางสายเลือดของปี่ลี่ บวกกับอาวุธล้ำค่าของเผ่าทมิฬชิ้น นั้น อย่างมากที่สุดก็ได้แค่ต้านทานพวกเนี่ยเทียนคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
ทว่าพวกเนี่ยเทียนสามคนรับมือได้ยากไม่ต่างกัน เมื่อปี่ลี่มองออกว่า ท่าไม่ดีจึงหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน
“ผ่อนคลายกันจริงๆ”
เซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารีถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะใช้ สายตาซับซ้อนมองไกลๆ ไปยังพวกเนี่ยเทียนสามคน “ตอนนี้ในที่สุดข้าก็ เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าถึงเชื่อมั่นในตัวพวกเขาขนาดนี้”
เซี่ยอวิ๋นไห่ยิ้มเจื่อน “สามคนนี้มีแต่ตัวประหลาดทั้งนั้น”
“มองออกแล้ว” หลิวเฟยหัวถอนหายใจเบาๆ
เวลานี้เขาเองก็เริ่มรู้สึกโชคดีแล้วที่เซี่ยหว่านถิงเป็นคนคลี่คลาย ปัญหาระหว่างเขากับพวกเนี่ยเทียน
ไม่อย่างนั้น…
พอนึกถึงผลร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เขาก็แอบหวาดกลัว
“ทั้งสามท่าน” เซี่ยหว่านถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่วก็กล่าวขึ้นอย่างไม่ใคร่จะ สบายใจ “ของที่อยู่ใต้ทะเลสาบ…”
ตามข้อตกลง เนี่ยเทียนแค่เอาศพของเผ่าทมิฬไปเท่านั้น พืชวิเศษธาตุ น้ำทั้งหมดที่อยู่ใต้ทะเลสาบต้องเป็นของสำนักจันทราวารี
อาวุธล้ำค่าชิ้นนั้นของเผ่าทมิฬดึงเอาพิษร้ายที่อยู่ในพืชน้ำใต้ ทะเลสาบออกมาหมด ทำให้ทะเลสาบเปลี่ยนมาใสกระจ่างจนเห็นไปถึง ก้น และพืชน้ำแต่ละต้นก็เก็บมาได้ง่ายมากกว่าเดิม
หลังจากที่พวกเนี่ยเทียนแสดงฝีมือน่าหวาดกลัวออกมา เซี่ยหว่านถิง ก็เข้าใจแล้วว่าหากพวกเนี่ยเทียนคิดจะกลับคำไม่ทำตามสัญญา สำนัก จันทราวารีของพวกนางก็จะไม่ได้อะไรสักอย่าง
ด้วยฝีมือของสำนักจันทราวารี หากกล้าแย่งชิงกับพวกเนี่ยเทียน มีแต่ จะเสียกับเสียเท่านั้น
“ของทุกอย่างที่อยู่ใต้ทะเลสาบจะเป็นของสำนักจันทราวารีทั้งหมด” เนี่ยเทียนไม่แยแสแม้แต่น้อย
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดและเกราะมังกรเพลิงถูกเนี่ยเทียนเก็บกลับมา
เนี่ยเทียนส่งกระแสจิตวิญญาณไปว่ายวนอยู่ในร่างของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่งก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่า ความสามารถที่แท้จริงของโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้เทียบเคียงได้กับ สายเลือดระดับแปด เทียบเคียงได้กับแดนว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์แล้ว
เลือดลมที่เหลืออยู่ในร่างมหาราชาสายเลือดระดับเก้าของเผ่าทมิฬที่ ตายไปช่วยให้ศักยภาพของโครงกระดูกปีศาจเลือดเพิ่มพูนขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เนี่ยเทียนก็รู้สึกได้ว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดในตอนนี้ก็น่าจะมีพลัง การต่อสู้ถึงขั้นสูงสุดแล้ว
เพราะตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เผ่าโครงกระดูกตนนี้เคยมีสายเลือดระดับ แปด
ต่อให้โครงกระดูกปีศาจเลือดดูดซับจิงชี่เลือดเนื้อมาเพิ่มมากแค่ไหนก็ ไม่สามารถแปรสภาพ ไม่สามารถทำให้พลังเหนือไปกว่าตอนที่มีชีวิตอยู่ได้
สายเลือดสูงสุดของมันก็คือระดับแปด และเป็นเพราะได้แก่นเลือดสิบ หยดของเนี่ยเทียนไปกระตุ้นถึงนำปราณเลือดมหาราชาสายเลือดระดับ เก้าของเผ่าทมิฬมาทำให้ตัวเองเลื่อนสู่ขอบเขตที่เท่าเทียมกับตอนยังมี ชีวิตอยู่ได้
แต่นี่ก็คือขั้นสูงสุดของมันแล้ว
“สายเลือดระดับแปดขั้นต้นเท่าเทียมกับแดนว่างเปล่าขั้นต้นของเผ่า มนุษย์ นี่ก็คงพอแล้วกระมัง” เนี่ยเทียนพึมพำอยู่กับตัวเอง
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด คนของสำนักจันทราวารีอย่างพวกเซี่ยอวิ๋นไห่ เซี่ยหว่านถิงที่พอได้รับคำยืนยันจากเขาก็มีสีหน้าปิติยินดี แล้วพากันบิน ลงไปยังใต้ทะเลสาบ
“หญ้ากล้ามเนื้อใส!”
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีหลายคนร้องอุทานด้วยความยินดีแล้ว พากันบินออกมาจากก้นทะเลสาบ
หลิวเฟยหัวกำหญ้าวิเศษหลายต้นไว้ในมือด้วยสีหน้าฮึกเหิม คลี่ยิ้ม เต็มใบหน้า
“พืชหญ้าระดับสูงขั้นเจ็ด สำนักจันทราวารีโชคไม่เลว” อินย่าหนัน เหลือบมอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หญ้ากล้ามเนื้อใสคือ วัตถุดิบหลักในการหลอมยาหลายชนิด สามารถช่วยให้ผู้ฝึกลมปราณธาตุ น้ำชุบหลอมโอสถวิญญาณได้เร็วขึ้น ปริมาณของหญ้ากล้ามเนื้อใสของที่นี่ มีไม่น้อย ก็คงเอามาหลอมยาได้ไม่น้อยทีเดียว”
“ซ่าๆๆ!”
พี่น้องเซี่ยหว่านถิงและเซี่ยอวิ๋นไห่บินออกมาจากก้นทะเลสาบท้ายสุด พวกเขาทั้งสองลากเอาก้อนหินก้อนหนึ่งที่ยาวสิบกว่าเมตรมาด้วย
“กร๊อบๆ!”
เซี่ยหว่านถิงใช้พลังวิญญาณ ทำให้มือของนางเหมือนมีดที่กรีดฟันลง ไปไม่หยุด
เศษหินหลายก้อนร่วงกราวลงมา สุดท้ายก้อนหินที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ ก็เหลือขนาดเท่าประมาณประตูไม้
ก้อนหินที่เหลืออยู่โปร่งใสแวววาวราวกับหยก ด้านในมีหยดน้ำหลาย หยดที่แผ่พลังวิญญาณซึ่งมีไอน้ำขมุกขมัวเข้มข้นและยังมีจิตสำนักพร่า
เลือนไม่ชัดเจนก่อกำเนิดขึ้นมาในก้อนหินนั้นเหมือนจิตสำนึกของทารก คนหนึ่ง
“ผลึกน้ำหยกวิเศษ!”
เซี่ยอวิ๋นไห่ร้องอุทานอย่างตกใจ นัยน์ตาพลันฉายความปิติยินดีอย่าง บ้าคลั่ง
ลูกศิษย์ทุกคนของสำนักจันทราวารีที่พอได้ยินคำว่า “ผลึกน้ำหยก วิเศษ” ก็พากันหันมามองสองพี่น้องโดยอัตโนมัติ แต่ละคนตื่นเต้นจนตัว สั่น
“ยินดีกับคุณหนูใหญ่ด้วย!”
“ยินดีกับนายน้อยเซี่ยด้วย!”
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราวารีพากันมาห้อมล้อมสองพี่สองอย่าง รวดเร็ว หมายจะขยับเข้าไปดูหินก้อนนั้นใกล้ๆ
เซี่ยหว่านถิงหยิบหินก้อนนั้นโยนเข้าไปในแหวนเก็บของอย่างเด็ด เดี่ยว ก่อนจะแสร้งพูดกับเนี่ยเทียนด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ขอบคุณพวกเจ้า มาก”
“ผลึกน้ำหยกวิเศษ!” ดวงตาของอินย่าหนันเป็นประกายวาบ ก่อนจะ กดเสียงพูดกับเนี่ยเทียนเบาๆ “วัตถุวิเศษธาตุน้ำระดับใต้ดิน! วัตถุชิ้นนี้มี จิตสำนึกที่เรียบง่ายเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่วัตถุวิเศษทั่วไปจะ เทียบเคียงได้! ผลึกน้ำหยกวิเศษคือวัตถุดิบหลักที่นำมาสร้างเป็นดินแดน ได้ในอนาคต หลังจากที่พวกเขาสองพี่น้องเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้
สำเร็จ เมื่อมีผลึกน้ำหยกวิเศษที่เป็นวัสดุหลัก พวกเขาก็จะสร้างแดนว่าง เปล่าได้!”
ดวงตาของมู่ปี้ฉงเป็นประกายวาววับ เอ่ยขึ้นเบาๆ “วัตถุดิบวิเศษ ระดับใต้ดินหายากยิ่ง คาดไม่ถึงว่าก้นทะเลสาบจะมีวัตถุดิบเช่นนี้ได้! หรือ ว่าพวกเราควรสังหารพวกเขาทิ้งแล้วแย่งผลึกน้ำหยกวิเศษนั่นมาครอง เสียเอง?”
“วัตถุดิบระดับใต้ดิน!” เนี่ยเทียนเองก็ตะลึงพรึงเพริด
เขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าก้นทะเลสาบที่มีร่างของมหาราชา ระดับเก้าเผ่าทมิฬนอนตายอยู่จะมีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินถือกำเนิด ขึ้นมา
เขาพอจะรู้ว่าวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบหลัก ในการสร้างอาวุธวิเศษระดับเชื่อมโยงวิญญาณ และตอนที่ผู้แข็งแกร่งเขต วิญญาณช่วงต้นฝ่าทะลุขอบเขต มันก็จะกลายมาเป็นวัตถุดิบหลักในการ สร้างแดนว่างเปล่า
วันข้างหน้าพวกหัวมู่ ฉีป๋ายลู่จะต้องเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ซึ่งพวกเขา จำเป็นต้องค้นหาวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินที่มีธาตุคล้ายคลึงกับตัวเอง
และดินแดนดาวตกก็แทบไม่มีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินให้เห็น ที่พวก เขาเดินทางไปยังอาณาจักรวอหลิว และมาที่สนามรบสุ้ยเมี่ยแห่งนี้ก็ เพราะต้องการตามหาวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินมาไว้ใช้สำหรับการสร้าง ดินแดนในวันข้างหน้า
ในเมื่อผลึกน้ำหยกวิเศษที่มีธาตุน้ำคือวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน หาก ช่วงชิงมาได้ วันหน้าก็สามารถเอาไปแลกเปลี่ยนวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน ที่เหมาะสมในการสร้างดินแดนของตนจากคนอื่นได้
ดวงตาของอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเริ่มมีเจตนาร้ายปรากฏ เห็นได้ชัดว่า เกิดความคิดอยากช่วงชิง
“ช่างเถอะ”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็ข่มกลั้นความปรารถนาไว้ในใจ แล้วบอกเป็น นัยให้อินย่าหนันไปจากที่นี่
อินย่าหนันรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ยังคงทำตามความต้องการของ เนี่ยเทียนโดยบังคับให้วัตถุประเภทบินบินออกห่างจากทะเลสาบ
“เจ้าโง่!” หลังจากที่พวกเนี่ยเทียนจากไป เซี่ยหว่านถิงที่มีท่าทางผ่อน คลายอย่างเห็นได้ชัดก็หันไปตวาดเซี่ยอวิ๋นไห่ทันที “ทั้งๆ ที่เจ้าก็รู้ดีถึง มูลค่าของผลึกน้ำหยกวิเศษ แต่กลับยังโวยวายเสียงดัง! พวกเจ้าก็ด้วย!”
นางชี้หน้าพวกหลิวเฟยหัว “พวกเจ้าเกือบทำให้พวกเราต้องตายเสีย แล้ว!”
เซี่ยอวิ๋นไห่มีสีหน้าอับอาย “พี่หญิง ก็ข้าอดไม่ไหวนี่นา”
พวกหลิวเฟยหัวก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่เอ่ยคำใด
เสียงเบาๆ ที่อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงพูดคุยกัน พวกเขาไม่อาจได้ยิน ทว่าสายตาของหญิงสาวทั้งสองทำให้พวกเขาเข้าใจว่าหากไม่เป็นเพราะ เนี่ยเทียนห้ามไว้ เกรงว่าหญิงสาวสองคนนั้นคงลงมือแย่งชิงเป็นแน่
“คาดไม่ถึงว่า ครั้งนี้พวกเราจะโชคดีขนาดนี้ ถึงขนาดเจอวัตถุดิบธาตุ น้ำระดับใต้ดิน!” ในที่สุดเซี่ยหว่านถิงก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้ว
นิ่งคิดไปชั่วครู่ นางก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า “เผ่าทมิฬคนนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเราจะตามไปในทิศทางเดียวกับที่เขาหนีไปไม่ได้ แม้ว่าคนทั้งสามจะมี ที่มาไม่แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็เป็นเผ่ามนุษย์เหมือนเรา ถือว่าพอจะ ปลอดภัย”
“ไป! พวกเราไปยังทิศทางเดียวกับพวกเขา แต่ต้องรักษาระดับ ความเร็วเอาไว้ และพยายามอย่าให้ไปเจอกับพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ให้ หญิงสาวสองคนนั่นเกิดความคิดชั่วร้ายอยากแย่งชิงผลึกน้ำหยกวิเศษไป จากพวกเราอีก”
“ตกลง”
……
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
อาวุธประเภทบินของพวกเนี่ยเทียนลดตัวลงจอดในพื้นที่ป่ารกครึ้ม แห่งหนึ่ง อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงแผ่กระแสจิตวิญญาณออกไป เมื่อสัมผัส ไม่ได้ถึงปราณจิตวิญญาณที่ผิดปกติก็พากันเลือกสถานที่แห่งนี้มาฝึกตน เตรียมจะฝ่าทะลุขอบเขตทันที
เนี่ยเทียนนั่งอยู่บนต้นไม้ที่มีใบรกครึ้มต้นหนึ่งและฝึกตนไปเงียบๆ
หลายชั่วยามต่อมา เนี่ยเทียนก็พลันมองเห็นว่ามีความผิดปกติเกิด ขึ้นกับปราณเลือดสีเขียวแห่งชีวิตที่อยู่ตรงหัวใจ
“สายเลือด! เกิดการแปรสภาพอีกครั้ง!”
——