ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 857 เทือกเขาฝังเลือด
พวกเซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารีพลันเงียบงัน
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ตวาดถามอีกครั้ง “ที่ไหน?”
จุดลึกในดวงตาของเขามีประกายดวงดาวเปล่งวาบ จิงชี่เลือดเนื้อที่ยัง ไม่สลายหายไปจากการใช้พลังชีวิตแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ยังหลงเหลืออยู่ใน จุดลึกของดวงตา ทำให้แสงดาวที่ปรากฏขึ้นมาถูกอาบย้อมไปด้วยสีเลือด ชั้นหนึ่ง
นั่นคือปราณแห่งความดุร้ายเผด็จการที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งพอส่อง ประกายผ่านแสงสีเลือดเหล่านั้นจึงมองดูแล้วน่าขนลุกอย่างถึงที่สุด
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับของสำนักจันทราวารีถูกตาดำสีเลือดของเขา จ้องมองก็พลันใจสั่น
แม้แต่เซี่ยหว่านถิงก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเหมือนตัวเองกลายมาเป็น เปูาหมายของสัตว์ร้ายบรรพกาลตัวหนึ่ง และกำลังจะถูกมันฉีกกระชาก ร่างให้กลายเป็นชิ้นๆ
นางจึงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
และขณะที่นางกำลังพูดอยู่ หลิวเฟยหัวก็ไอแห้งๆ หนึ่งที ทำท่าจะพูด แต่ก็หยุดไปก่อน “คุณหนูใหญ่…”
“ที่นั่น ชื่อว่าเทือกเขาฝังเลือด” เซี่ยหว่านถิงถอนหายใจกล่าว
ทุกคนของสำนักจันทราวารีต่างก็หน้าเปลี่ยนสี เซี่ยอวิ๋นไห่เองก็หน้า ซีดขาว อุทานเบาๆ “พี่หญิง!”
“เทือกเขาฝังเลือด? นั่นคือที่ใดกัน?” เนี่ยเทียนแปลกใจ
“เทือกเขาเส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงริมขอบด้านนอกและด้านในของสนาม รบสุ้ยเมี่ยไว้ด้วยกัน ซึ่งที่นั่นเคยเป็นสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตบรรพกาลใช้ต่อสู้ กับชนต่างเผ่า ตอนที่เผ่ามนุษย์ต่อสู้กับชนเผ่าใหญ่ๆ ที่นั่นก็คือสมรภูมิ หลักแห่งหนึ่งเช่นกัน” เซี่ยหว่านถิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง อารมณ์ พลันเยือกเย็น “จนถึงวันนี้เทือกเขาฝังเลือดก็ยังมีศพของชนต่างเผ่าที่ แข็งแกร่งฝังอยู่ และยังมีเศษซากดินแดนที่แตกกกระจายของผู้แข็งแกร่ง เขตดินแดนเผ่ามนุษย์ปะปนอยู่ด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ที่นั่นยังมีเศษซาก วิญญาณของผู้แข็งแกร่งเผ่าต่างๆ ที่ยังไม่สลายหายไปจากฟูาดินด้วย ซาก วิญญาณพวกนั้นล่องลอยไปทั่ว ไม่มีสติปัญญา ดุร้ายอย่างถึงที่สุด”
“ที่เทือกเขาฝังเลือดมีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินไม่น้อยซึ่งจะผุดขึ้นมา จากพื้นดินเป็นระยะ”
“หรือแม้แต่วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะ ปรากฏอยู่ที่นั่น”
“หลายสิบล้านปีที่ผ่านมา ยักษ์บรรพกาล ผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่า และเผ่ามนุษย์ต่างก็ทำการสำรวจอยู่ในเทือกเขาฝังเลือด ตอนที่สนาม รบสุ้ยเมี่ยยังไม่ก่อตัวขึ้นมา สถานที่แห่งนี้เหมือนจะเป็นพื้นที่ต้องห้าม แห่งหนึ่ง หลังจากที่สิ่งมีชีวิตตายไป จิตวิญญาณก็ดับสลาย ทว่าจิต
วิญญาณของพวกเขากลับไม่ได้จางหายไปทันที ซากวิญญาณเหล่านั้นจึง กลายมาเป็นวิญญาณร้ายอยู่ที่นั่น”
“ชนต่างเผ่ามักจะเจอศพของคนเผ่าเดียวกันหรือแม้แต่วัตถุที่พวกเขา ทิ้งเอาไว้ในเทือกเขาฝังเลือดเสมอ นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ ดิน วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูา ส่วนเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราก็อาจจะเจอ เศษชิ้นส่วนดินแดน อาวุธหรือคาถาวิเศษของผู้อาวุโสเขตดินแดนต่างๆ ตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน”
“เทือกเขาฝังเลือดที่อยู่รอบนอกของสนามรบสุ้ยเมี่ยคือสถานที่ที่น่า กลัวเสียยิ่งกว่าบ่อแห่งโชควาสนา ของที่อยู่ด้านในก็ล้ำค่ามากเช่นกัน”
หยุดชะงักไปครู่ เซี่ยหว่านถิงก็ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “แต่ที่นั่นก็ อันตรายมากเหมือนกัน ชนเผ่าต่างๆ ที่เดินทางมายังสนามรบสุ้ยเมี่ย มี เพียงผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นถึงจะกล้าเข้าไปที่นั่น เมื่ออยู่ที่นั่นจะมี อัตราการตายสูงมาก ไม่เพียงแต่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตเผ่า ต่างๆ ยังต้องปูองกันอันตรายจากวิญญาณร้ายบวกกับศพผีบางส่วนด้วย”
“ศพผี?” เนี่ยเทียนตะลึง
“ชนต่างเผ่าบางคนที่ตายไปแล้วร่างกายไม่ดับสลาย เนื่องจาก สภาพแวดล้อมที่พิเศษของเทือกเขาฝังเลือด ร่างพวกนั้นก็จะกลายมาเป็น ศพผี ศพผีไม่มีวิญญาณ แต่ยังคงเคลื่อนไหวได้ ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณร้ายหรือศพผก็ล้วนรังเกียจสิ่งมีชีวิตที่มีจิต วิญญาณและเลือดเนื้ออย่างพวกเรา”
“หากเหยียบเข้าไปในเทือกเขาฝังเลือดก็อาจจะถูกวิญญาณร้ายและ ศพผีทำอันตรายได้ทุกเมื่อ นอกจากวิญญาณร้าย และศพผีแล้ว ชนต่าง เผ่าต่างๆ ที่เจอในนั้นก็อาจมีการเข่นฆ่ากันเอง”
เมื่อพูดถึงความน่ากลัวของเทือกเขาฝังเลือด พวกลูกศิษย์ของสำนัก จันทราวารีก็พากันเงียบงัน หวาดหวั่นไม่เป็นสุข
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง กล่าวว่า “ในเมื่อเทือกเขาฝังเลือดอยู่ริมขอบของ สนามรบสุ้ยเมี่ยซึ่งเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ด้านใน ชนเผ่าต่างๆ ที่เข้าไปสำรวจ ที่นั่นจะมีขอบเขตและสายเลือดอยู่ระดับใด?”
“ส่วนใหญ่ล้วนเป็นชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหก ผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์เขตลี้ลับ และก็มีสายเลือดระดับเจ็ดและเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณ จำนวนน้อยที่จะเข้าไปด้านในสนามรบสุ้ยเมี่ย” เซี่ยหว่านถิงอธิบาย “เทือกเขาฝังเลือดนี้มหัศจรรย์อย่างมาก ด้านในมีพลังงานมากมายปะปน กันอยู่ พลังงานพวกนั้นมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง รุกรานทุกสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด เนื้อ”
“ยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง เมื่ออยู่ในเทือกเขาฝังเลือดก็ยิ่งถูก พลังงานเหล่านั้นรุกรานรุนแรงมากขึ้น”
“ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดและเผ่ามนุษย์เขตลี้ลับหลายคนที่ เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฝังเลือดแล้วถูกพลังงานสกปรกเหล่านั้นรุกราน ก็ล้วนไม่สามารถสำแดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ จึงมีความ เป็นไปได้มากว่าจะถูกสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าพวกเขาสังหาร”
“แม้แต่ดินแดนของผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์เขตดินแดนที่เอาออกมาก็ยัง ถูกทำลายได้ง่ายเมื่ออยู่ที่นั่น”
“และสนามรบสุ้ยเมี่ยก็มีพื้นที่วิเศษมากมาย ในจุดลึกก็ยิ่งมีพื้นที่ที่ มหัศจรรย์อยู่เยอะ ดังนั้นผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณและเขต ดินแดนส่วนใหญ่ รวมไปถึงชนต่างเผ่าที่สายเลือดมีระดับสูงจึงไม่เลือก ปรากฏตัวอยู่ในเทือกเขาฝังเลือด แต่จะเลือกไปตามหาพื้นที่ต้องห้ามอื่นๆ ที่พิเศษในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยแทน”
เนี่ยเทียนแอบตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าเทือกเขาฝังเลือดที่ทุกคนพูดถึง จะยังมีพลังงานสกปรกที่เป็นอุปสรรคสำหรับผู้แข็งแกร่งดำรงอยู่ด้วย
“พลังงานฟูาดินที่สกปรก หรือว่าจะเหมือนอาณาจักรเลี่ยคง สมัยก่อน? แต่ไม่รู้ว่าพลังงานฟูาดินที่สกปรกเหล่านั้นจะรุนแรงถึงระดับ ใด?” เนี่ยเทียนนิ่งคิด “วิญญาณร้าย ในมือข้ามีไข่มุกวิญญาณมืด อาจจะ พอต้านทานได้บ้าง หรืออาจดึงมาชุบหลอมได้ด้วย ส่วนศพผีนี่ อาจจะมี ปัญหาหน่อย…”
เห็นว่าเขาขมวดคิ้วไม่เอ่ยคำใด เซี่ยหว่านถิงก็กล่าวว่า “พวกเจ้าสาม คนแข็งแกร่งกว่าคนระดับเดียวกันหลายเท่านัก เทือกเขาฝังเลือดคือพื้นที่ ริมขอบนอกของสนามรบสุ้ยเมี่ยที่มีแต่คนแข็งแกร่งที่สุดๆ เท่านั้นถึงจะไป เยือน ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหกที่อยู่ที่นั่นอาจแข็งแกร่งกว่าสายเลือด ระดับเจ็ดด้วยซ้ำ เขตลี้ลับอาศัยอาวุธและความลี้ลับของตัวเองก็อาจจะมี พลังการต่อสู้ที่เทียบเคียงได้กับเขตวิญญาณก็เป็นได้”
“เดิมทีข้าไม่คิดจะไปที่เทือกเขาฝังเลือด แต่หากพวกเจ้ายินดีพาข้าไป ด้วยคนหนึ่ง ข้าก็สามารถนำทางให้ได้”
“พี่หญิง!” เซี่ยอวิ๋นไห่ร้องอุทานด้วยความตกใจ “ไหนบอกว่าจะรีบ กลับสำนักอย่างไรล่ะ? ข้าได้แก่นน้ำมาจากบ่อแห่งโชควาสนาแล้ว ตอนนี้ เราก็ได้ผลึกน้ำหยกวิเศษมาแล้วด้วย ผลเก็บเกี่ยวครั้งนี้ของพวกเรานับว่า มากพอแล้ว ยังจะต้องไปที่เทือกเขาฝังเลือดอีกทำไม? ใช่ว่าท่านจะไม่รู้ถึง ความน่ากลัวของที่นั่นสักหน่อย!”
“พวกเจ้าตามข้ามา” เซี่ยหว่านถิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ขับอาวุธวิเศษ ประเภทบินของนางออกไปห่างจากเนี่ยเทียน
พวกเซี่ยอวิ๋นไห่และหลิวเฟยหัวตามไปรวมตัวอยู่ข้างกายนางอย่าง รวดเร็ว
“อู้!”
แหวนเก็บของวงที่เก็บผลึกน้ำหยกวิเศษเอาไว้ถูกนางหยิบออกมาส่ง ให้เซี่ยอวิ๋นไห่ “เจ้าจงเอาแหวนเก็บของวงนี้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนก็ แล้วกัน ศิษย์พี่หลิว พวกเจ้าคุ้มครองพาเขาไปส่ง พาเขากลับไปยังรอย แยกห้วงมิติของสำนักเรา ข้าจะเดินทางไปกับพวกเขาสามคน ไปลอง เสี่ยงดวงที่เทือกเขาฝังเลือด”
“คุณหนูใหญ่! ต้องทำอย่างนี้ด้วยหรือ?” หลิวเฟยหัวไม่เข้าใจ
เซี่ยหว่านถิงกล่าว “ข้ามาที่นี่หาใช่เพื่อพลังธาตุน้ำในบ่อแห่งโชค วาสนา ข้ามีตบะเขตลี้ลับช่วงท้ายซึ่งใกล้จะเลื่อนขั้นได้เต็มทีแล้ว โอสถ วิญญาณของข้าชุบหลอมไปได้ถึงจุดสูงสุด สามารถฝุาทะลุขั้นได้ทุกเมื่อ ที่
ข้าต้องการก็คือโอกาสที่ทำให้ข้าเลื่อนขอบเขต ข้ารู้สึกว่าเทือกเขาฝัง เลือดค่อนข้างเหมาะสมกับข้า”
“ส่วนผลึกน้ำหยกวิเศษนั่นข้าจะให้อวิ๋นไห่เอากลับไป หากมีเรื่องไม่ คาดคิดเกิดขึ้นกับข้า หลังจากที่อวิ๋นไห่เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายแล้ว ผลึกน้ำหยกวิเศษนี้จะเป็นวัตถุดิบหลักที่ช่วยให้เขาเอาไปสร้างดินแดน ของตัวเอง”
“พี่หญิง! ข้าจะไปกับท่าน!” เซี่ยอวิ๋นไห่ตะโกนเสียงดัง
“ไม่ได้!” เซี่ยหว่านถิงปฏิเสธน้ำเสียงเด็ดขาด “หากผลึกน้ำหยกวิเศษ อยู่ในมือข้าและต้องเดินทางไปกับสามคนนั่น ข้าก็ไม่วางใจ เพราะมัน อาจจะถูกหญิงสาวสองคนนั้นลงมือช่วงชิงไปได้ทุกเมื่อ”
เซี่ยหว่านถิงเอ่ยเกลี้ยกล่อมไม่หยุดปาก ท่าทีของนางยืนกรานเด็ด เดี่ยว
ผ่านไปพักใหญ่ ลูกศิษย์สำนักจันทราวารีที่มีหลิวเฟยหัวเป็นผู้นำก็เริ่ม พูดเกลี้ยกล่อมเซี่ยอวิ๋นไห่ ให้เซี่ยอวิ๋นไห่จากไปพร้อมกับพวกเขา
ครึ่งชั่วยามเต็ม
เซี่ยอวิ๋นไห่ถึงจะยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจ และก็ไม่ได้เอ่ยลากับเนี่ย เทียน เพียงโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินไปจากผืนปุาที่เนี่ยเทียนอยู่ ภายใต้การปกปูองของหลิวเฟยหัว
เซี่ยหว่านถิงยืนอยู่บนอาวุธวิเศษประเภทบินเพียงลำพัง ครั้นจึงบิน กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าเนี่ยเทียนอีกครั้ง “ข้าให้น้องชายเอาผลึกน้ำหยก วิเศษไปแล้ว พวกเขาจะเดินทางกลับไปก่อน ข้ายินดีไปกับพวกเจ้า นำ ทางให้พวกเจ้าเดินทางไปสำรวจที่เทือกเขาฝังเลือด และบางทีก็อาจทำให้ ข้าทำลายปราการเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จ”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าปั้นยาก “เจ้าให้พวกเขาเอาผลึกน้ำหยกวิเศษไป เพราะกังวลว่าพวกเราจะแย่งมาน่ะหรือ?”
“บอกตามตรง ข้ากังวลผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างกายเจ้ามากกว่า” เซี่ย หว่านถิงเองก็ไม่ปฏิเสธ “พวกนางแข็งแกร่งมาก หากพวกนางสองคนลง มือ สำนักจันทราวารีของเราคงปกปูองผลึกน้ำหยกวิเศษนั่นไว้ไม่ได้ และ ก็เพราะกริ่งเกรงพวกนางสองคน ตลอดทางที่พวกเราติดตามพวกเจ้ามา จึงไม่กล้าเข้ามาใกล้มากนัก”
เนี่ยเทียนคลี่ยิ้ม “เจ้ามั่นใจได้ยังไงว่าพวกเราต้องไปที่เทือกเขาฝัง เลือดแน่นอน?”
“เพราะว่าพวกเจ้าแข็งแกร่งมากพอ!” เซี่ยหว่านถิงตอบรับ
——