ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 858 พากันฝ่าทะลุขอบเขต
“คำตอบนี้ฟังไม่เลว” เนี่ยเทียนหัวเราะร่า
หลังจากนั้นเขาก็ให้เซี่ยหว่านถิงอธิบายถึงรายละเอียดอย่างอื่นใน เทือกเขาฝังเลือดให้ฟังอีกครั้ง
เขาจึงได้รู้ว่าริมขอบนอกของเทือกเขาฝังเลือดจะมีหิมะตกตลอดทั้งปี อากาศหนาวเย็นสุดขั้ว พืชหญ้าแห้งเหี่ยวไม่เจริญเติบโต ทั้งยังฝังโครง กระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้
สภาพแวดล้อมด้านในของเทือกเขาฝังเลือดพิเศษยิ่ง เมื่อสิ่งมีชีวิต เผ่าพันธุ์ต่างๆ ตายไป วิญญาณของพวกเขาจะไม่สลายหายไปจากฟูาดิน ทันที
วิญญาณที่ตายไปจะได้รับอิทธิพลจากเทือกเขาฝังเลือด ซึ่งมีความ เป็นไปได้มากว่าจะแปรเปลี่ยนมาเป็นวิญญาณร้ายที่ไม่มีสติปัญญาและ ความทรงจำ วิญญาณร้ายจะล่องลอยไปทั่วเพื่อตามล่าสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด เนื้อ ใช้ซากวิญญาณที่ตายไปมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
ส่วนศพผีนั้นจะไม่เน่าเปื่อย ถึงได้กลายมาเป็นศพผี
ศพผีเองก็ปูวนเปี้ยนอยู่แถวเทือกเขาฝังเลือด กินสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด เนื้อเป็นอาหาร แน่นอนว่าหากไม่มีสิ่งมีชีวิต ศพผีก็จะไปแทะกินศพที่ตาย ไปแล้วแทน
ศพตนหนึ่งที่ไม่ถูกศพผีพบเจอ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ถ้าไม่เน่า เปื่อยก็จะกลายมาเป็นศพผีตนใหม่
ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดศพผีและวิญญาณร้ายถึงได้มีจำนวนมากใน เทือกเขาฝังเลือด ทว่าศพผีและวิญญาณร้ายต่างก็ปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เลวร้ายของที่แห่งนั้นได้ พลังงานฟูาดินที่ สกปรกมิอาจสร้างผลกระทบใดๆ ต่อพวกมัน
สิบวันต่อมา
อินย่าหนันพลันลอยตัวมาถึงด้วยเลือดลมที่เต็มเปี่ยม สีหน้าสดใส
เนี่ยเทียนมองแค่แวบเดียวก็รู้ว่านางที่ได้ผลึกจิตวิญญาณและแก่น พลังความเย็นจากบ่อแห่งโชควาสนาไปครอง ในที่สุดก็เลื่อนขั้นสู่เขตลี้ลับ ช่วงกลางสำเร็จ
อินย่าหนันที่ยิ้มแย้มร่าเริงพลันสังเกตเห็นเซี่ยหว่านถิง รอยยิ้มจึงค้าง อยู่บนใบหน้า ถามอย่างแปลกใจ “เนี่ยเทียน นางมาทำอะไรที่นี่?”
เนี่ยเทียนบอกสถานการณ์ให้นางรับรู้ บอกว่าเซี่ยหว่านถิงจะเป็นผู้ นำพาพวกเขาไปยังเทือกเขาฝังเลือด
หลังจากรู้ถึงความมหัศจรรย์ของเทือกเขาฝังเลือด อินย่าหนันก็พลัน บังเกิดความสนใจเข้มข้น แทบจะตกลงไปสำรวจเทือกเขาฝังเลือดในทันที
ริมขอบนอกของเทือกเขาฝังเลือดมีไอความเย็นหนาวถึงกระดูก นาง รู้สึกว่าที่นั่นน่าจะมีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินซึ่งมีธาตุความเย็นถือกำเนิด หากนางโชคดีได้มันมาครอง นางก็จะเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายได้ และ หลังจากนั้นก็จะสามารถเอามันมาเตรียมไว้สำหรับการฝุาสู่แดนว่างเปล่า ในอนาคต
“ตอนนี้ข้าฝุาทะลุสู่เขตลี้ลับช่วงกลางแล้ว แต่เจ้ากลับยังเป็นเขต สามัญเหมือนเดิม” อินย่าหนันลำพองใจ ยังคงพูดกับตัวเองต่อไปโดยไม่ สนใจว่าเซี่ยหว่านถิงอยู่ด้วย “เจ้าอยู่ห่างจากข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว ความ ปรารถนาที่เจ้ามีแต่แม่นายอย่างข้าคงจะต้องเบาบางลงไปอีกหน่อยแล้ว กระมัง?”
ก่อนหน้านี้ไม่นานนางและเนี่ยเทียนมีข้อตกลงกันว่า หากวันใดวัน หนึ่งขอบเขตของเนี่ยเทียนแซงหน้านางไปได้ นางจะยอมตกเป็นของเนี่ย เทียนแต่โดยดี
“เส้นทางการฝึกตนยังอีกยาวไกลนัก พวกเราเพิ่งจะเดินมาได้แค่ช่วง สั้นๆ เท่านั้น เรื่องราวในวันหน้า ใครจะบอกได้อย่างชัดเจน?” เนี่ยเทียน หลุดหัวเราะพรืด ก่อนจะพูดอย่างมาดมั่น “เจ้าเองก็ไม่ต้องลำพองใจ เกินไปนัก ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งเจ้าอาจจะติดค้างอยู่ในขอบเขตเล็กๆ ยาวนานมิอาจข้ามผ่านไปก็เป็นได้ เมื่อถึงเวลานั้นขอบเขตของนายท่าน อย่างข้าอาจแซงหน้าเจ้าไป ถึงวันนั้นเจ้าไม่รอดพ้นเงื้อมมือข้าแน่!”
“ไม่มีทาง!” อินย่าหนันยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง “ทั้งๆ ที่เจ้า สามารถฝึกตนได้ด้วยวิธีเดียวซึ่งจะส่งผลดีที่สุด แต่กลับทำตัวเหลวไหล ดันไปฝึกธาตุไฟ ธาตุไม้อะไรให้มั่วไปหมด เจ้าไม่เข้าใจหลักการที่บอกว่า ตะกละกินเคี้ยวไม่ละเอียดหรอกหรือ? พลังวิญญาณสามธาตุที่เจ้าฝึก ทำ ให้ความเร็วในการเลื่อนขอบเขตของเจ้าช้ากว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า หรือ อาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ”
“เจ้าที่เป็นเช่นนี้ ทั้งชีวิตก็อย่าหวังว่าจะมีขอบเขตแซงหน้าข้าไปได้”
คนทั้งสองหยอกล้อกันโดยไม่เห็นเซี่ยหว่านถิงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
เซี่ยหว่านถิงแอบตะลึง สายตาก็คอยเหลือบมองมายังเนี่ยเทียนเป็น ระยะ นางมองไม่ออกเลยว่าธาตุการฝึกตนของเนี่ยเทียนจะมีมากถึงสาม ชนิด
นางแค่เคยเห็นเนี่ยเทียนใช้คาถาเปลวเพลิงและเรียกเกราะมังกรเพลิง ออกมา
เดิมทีนางนึกว่าเนี่ยเทียนฝึกแค่ธาตุเปลวเพลิงเท่านั้น ซึ่งอาจะบวก การชุบหลอมเรือนกายเพิ่มเป็นพิเศษ
“ธาตุฝึกตนสามอย่าง เรือนกายแข็งแกร่ง อีกทั้งยังหนุ่มขนาดนี้ก็มี ขอบเขตเป็นเขตสามัญช่วงท้ายแล้ว” นางจุ๊ปากอย่างชื่นชม แอบคิดอยู่ กับตัวเอง “ฝึกวิชามากมายขนาดนี้แต่กลับเป็นถึงเขตสามัญช่วงท้าย คน ที่ชื่อว่าเนี่ยเทียนผู้นี้ช่างสมกับเป็นตัวประหลาดอย่างแท้จริง”
เวลาหลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่อินย่าหนันกำลังสร้างความมั่นคงให้กับขอบเขตใหม่ มู่ปี้ฉงจาก เขาสุขาวดีกลับไม่ยอมปรากฏตัวเสียที
เนี่ยเทียนอดไม่ไหวจึงต้องเอ่ยถาม “ทำไมมู่ปี้ฉงถึงยังไม่เสร็จสักที?”
ตามที่มู่ปี้ฉงบอก การชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณของนางจะทำให้จิต วิญญาณที่แท้จริงของนางก่อตัวได้มั่นคงขึ้น และนางก็จะเลื่อนขอบเขตได้ สำเร็จ
ตอนนี้อินย่าหนันเลื่อนขอบเขตเสร็จตั้งนานแล้ว ทั้งยังเลื่อนจากเขตลี้ ลับช่วงต้นมาเป็นช่วงกลาง มู่ปี้ฉงที่เลื่อนจากเขตสามัญสู่เขตลี้ลับก็ไม่ น่าจะใช้เวลานานขนาดนี้สิ?
“นังผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือ? สภาพการณ์ของนางไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ นัก ข้าเดาว่านางคงถูกดอกไม้ปีศาจในร่างเล่นงานอีกครั้งแล้ว ” อิน ย่าหนันลืมตาตื่นขึ้นจากการฝึกตน ก่อนจะชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง “นาง ฝึกตนอยู่ในผืนปุาแห่งนั้น ต้นไม้ของที่นั่นพากันแห้งเหี่ยวไปหมด”
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าฝึกตนก็พบความเคลื่อนไหวเล็กๆ ของนางแล้ว ดอกไม้ปีศาจนั่นคอยปรากฏตัวอยู่เรื่อยๆ”
เนี่ยเทียนตะลึงไปครู่ก็กล่าวว่า “ข้าจะไปดูหน่อย”
มุมปากอินย่าหนันยกยิ้มเย็นชา “ไปดู? สภาพการณ์เช่นนั้นของนาง… เจ้าคงจะคิดไปเอาเปรียบนางมากกว่ากระมัง? ทั้งๆ ที่เจ้ารู้ดีว่าดอกไม้ ปีศาจนั่นคิดไม่ดีกับเจ้า แต่เจ้ายังจะพาตัวไปส่งให้นางอีกรึ?”
“แค่ไปดูเท่านั้น” เนี่ยเทียนไม่สนคำพูดเสียดสีของนาง เพียงทะยาน ตัวจากไป
อินย่าหนันถลึงตามองทิศทางที่เขาจากไปแล้วแค่นเสียงเย็น ตวาดด่า “คนสารเลว!”
เซี่ยหว่านถิงไม่เข้าใจเรื่องราว ไม่รู้ว่าคนทั้งสองพูดอะไรกัน ในใจยัง กริ่งเกรงอินย่าหนันอยู่มาก ตอนที่เนี่ยเทียนจากไป นางจึงค่อยๆ ขยับ ออกห่างจากอินย่าหนันโดยพยายามไม่ให้เป็นที่สนใจ
อินย่าหนันหันขวับกลับมามองนางด้วยสายตาเย็นชา “ตอนอยู่ เทือกเขาฝังเลือด เจ้าดูแลตัวเองเอาเอง ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นหรือ ตาย!”
เซี่ยหว่านถิงหัวเราะเจื่อนๆ “ข้าจะพยายามระวังตัว”
“ขอให้เจ้าโชคดี” อินย่าหนันหลับตาลงอีกครั้ง
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนพุ่งตัวไปยังทิศทางที่อินย่าหนันบอก แล้วเขาก็เห็นว่าลำต้น ของต้นไม้โบราณหลายต้นล้วนปริแตก ไม่มีปราณพืชหญ้าใดๆ เหลืออยู่ แม้แต่เสี้ยวเดียว
พืชหญ้าหลายต้นเหมือนถูกมีดแหลมคมแทงทะลุ ด้านในกลวงโบ๋
ตลอดทางที่ผ่านมา เนี่ยเทียนมองเห็นต้นไม้นับร้อยที่มีสภาพแบบ เดียวกัน คล้ายถูกดึงเอาปราณพืชหญ้าทั้งหมดไป
“น่าจะเป็นฝีมือของดอกไม้ปีศาจในร่างของนาง”
เนี่ยเทียนเข้าใจดีว่าด้วยขอบเขตของมู่ปี้ฉง ต่อให้ดึงจิงชี่พืชหญ้าไป ฝึกตนก็ไม่มีทางสร้างความเคลื่อนไหวรุนแรงได้ขนาดนี้
มีเพียงดอกไม้ปีศาจที่มีชื่อว่าบุปผาร่วมชีวิตเท่านั้นถึงจะมีพลังแทง ทะลุลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วดึงเอาจิงชี่พืชหญ้ามาได้มากขนาดนี้
ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็มองเห็นมู่ปี้ฉง
มู่ปี้ฉงยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้โบราณหลายต้น หันหลังให้กับเขา กลาง ฝุามือทั้งสองข้างของนาง รากดอกไม้สีดำและหลากสีเหมือนงูปีศาจยาว หลายสิบเมตรสองตัวที่กำลังลอดทะลวงไปตามต้นไม้ต่างๆ
“จ๊อกๆๆ!”
ด้านในต้นไม้มีของเหลวสีเขียวอ่อนไหลตามรากของดอกไม้ปีศาจเข้า มาในร่างกายของมู่ปี้ฉง
ของเหลวสีเขียวอ่อนเหล่านั้นเหมือนจะเป็นจิงชี่พืชหญ้าที่อยู่ในต้นไม้ ซึ่งถูกบุปผาร่วมชีวิตกลั่นหลอมออกมาแล้วรับเข้ามาเป็นสารบำรุงให้กับ ตัวเอง
มู่ปี้ฉงได้กลิ่นปราณของเขาจึงหันขวับกลับมา
ส่วนลึกในตาดำของนางมีบุปผาร่วมชีวิตสองดอกเผยกายอย่างชัดเจน
ดอกหนึ่งสีดำเย็นชา ดอกหนึ่งสีสันสดใสมีเสน่ห์ ทำให้นางเหมือนมี พลังดึงดูดลึกลับที่สามารถล่อลวงจิตวิญญาณของผู้อื่นได้
“ถูกบุปผาร่วมชีวิตช่วงชิงร่างอีกแล้วรึนี่”
เนี่ยเทียนพลันเข้าใจได้ในพริบตา แต่เขาไม่กลัวแม้แต่น้อย ยังคงมอง นางอยู่ไกลๆ
“เขตลี้ลับช่วงต้น ทั้งๆ ที่ขอบเขต…ฝุาทะลุเรียบร้อยแล้วแท้ๆ”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็มีสีหน้าตกใจ คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ ออกมาจากในร่างของมู่ปี้ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วนางได้เลื่อนขอบเขต สำเร็จ กลายมาเป็นเขตลี้ลับแล้ว
“ทั้งๆ ที่ฝุาทะลุขอบเขตแล้ว เหตุใดยังได้รับอิทธิพลจากบุปผาร่วม ชีวิต ยังถูกช่วงชิงร่างอยู่อีก?”
“จ๊อกๆๆ!”
สองรากของบุปผาร่วมชีวิตยังคงดูดจิงชี่พืชหญ้าในลำต้นไม้มาอย่าง บ้าคลั่ง ต้นไม้โบราณหลายต้นจึงแห้งเหี่ยวหมดพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็ว
สายตาของมู่ปี้ฉงมีประกายประหลาด แต่กลับไม่เอ่ยคำ เพียงแค่จ้อง มองเขานิ่งๆ
“เจ้าคิดจะทำอะไรอีก?” เนี่ยเทียนแค่นเสียงในลำคอ “มุขคราวก่อน เลิกเอามาใช้ได้แล้ว”
ตูม!
รากดอกไม้ปีศาจสีดำพลันกระชากตัวกลับมาจากในต้นไม้หลายต้น แรงกระชากทำให้ต้นไม้สั่นสะเทือนจนพากันระเบิดออก
รากดอกไม้ปีศาจสีดำเหมือนงูปีศาจสีดำตัวหนึ่งที่มีแสงแวววาวราว หินสีนิลซึ่งจู่ๆ ก็บินเข้ามาหาเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี
อานุภาพของรากดอกไม้ปีศาจสีดำรากนี้เขารับรู้มานานแล้ว พวกเขต ลี้ลับของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ถูกมันฆ่าตายอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าดอกไม้ปีศาจต้นหนึ่งมีเจตนาร้าย เนี่ยเทียนก็รีบใช้ พรสวรรค์ทางสายเลือดที่เพิ่งตื่นขึ้นมาได้ไม่นานอย่างไม่กล้าลังเล
“พลังชีวิตแข็งแกร่ง!”
เลือดลมเข้มข้นไหลบ่าออกมาจากรูขุมขนของเขาแล้วสร้างเส้นใย แบบเสื้อเกราะเกล็ดหนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวเกราะที่เป็นเกร็ดสีเงินและสีทองสลับกันก็แผ่ปกคลุมไป ทั่วร่างของเขา
เมื่อกล้ามเนื้อขยายใหญ่ จิงชี่เลือดเนื้อจำนวนนับไม่ถ้วนไหลกราก เขาก็เหมือนเกิดการแปรสภาพ เปลี่ยนจากคนกลายมาเป็นสัตว์ร้ายที่บ้า คลั่ง
หลังจากร้องคำรามเบาๆ หนึ่งครั้ง เขาก็ยื่นมือออกมาอย่างรวดเร็ว ราวสายฟูาแลบ มือนั้นเป็นดั่งมีดคมกริบที่ฟันฉับเข้าใส่รากดอกไม้ปีศาจสี ดำ
เลือดลมพลุ่งพล่านมีพลังอำนาจน่ากลัวประหนึ่งภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุ
“ตูม!”
ตอนที่มือของเขาฟาดฟันเข้าใส่รากดอกไม้ปีศาจสีดำก็รู้สึกถึงเพียง ความอ่อนนุ่มเหมือนไม่ได้สัมผัสสิ่งใด
เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
หลังจากที่ใช้พลังชีวิตแข็งแกร่ง แค่ยกเท้ายกมือเขาก็มีอานุภาพมาก จนทำลายต้นไม้โบราณให้แตกกระจายได้อย่างง่ายดาย แม้แต่หินที่ แข็งแกร่งปานโลหะก็ยังยุบทะลุได้ไม่ยาก
ทว่ารากดอกไม้ปีศาจสีดำนั่นกลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ รากที่ เป็นเหมือนหนวดปลาหมึกของมันจึงตวัดผ่านหน้าอกของเข้ามารัดเอว เขาไว้อย่างง่ายดาย
นาทีถัดมา แรงผลักดันมหาศาลยากจะบรรยายก็กระชากให้เขาบิน ขึ้นไปบนฟูา
พริบตาเดียวเขาก็บินเข้าหามู่ปี้ฉง
——