ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 859 คลี่คลายปัญหา
“ตูม!”
อาภรณ์ที่เนี่ยเทียนสวมใส่ถูกแรงกระเทือนระเบิดให้เป็นเศษเล็กเศษ น้อย พริบตาเดียวเขาก็เหลือเพียงกายเปลือยเปล่า
ในดวงตาดำของมู่ปี้ฉง ดอกไม้ปีศาจทั้งสองเผยความกระตือรือร้น ออกมาเป็นพิเศษ ดอกหนึ่งในนั้นที่มีสีสันสดใสก็ยิ่งเปล่งประกายหยด ย้อย แผ่พลังล่อลวงลึกลับคล้ายรอคอยให้เขามาหา
ดอกไม้ปีศาจสีดำเย็นชาดุร้าย เป็นตัวควบคุมรากสีดำให้จับตัวเนี่ย เทียนมา บีบบังคับให้เขายินยอมแต่โดยดี
ผ้าคลุมที่ปิดใบหน้าของมู่ปี้ฉงหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดอกไม้ปีศาจ สองดอกขึ้นเต็มพื้นที่บนใบหน้าของนาง ทำให้เสน่ห์ของนางยิ่งเพิ่มขึ้นอีก หลายเท่าตัว
“มาไม้นี้อีกแล้ว!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น ตอนที่เขาลอยตัวเข้าหามู่ปี้ฉงก็กัดฟันระเบิด พรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างที่สองออกมา
“แก่นเลือดเดือดพล่าน!”
แก่นเลือดหยดหนึ่งที่ใสแวววาวราวอัญมณีพลันลุกไหม้อยู่ในหัวใจ ของเขา
ปราณเลือดลมที่พลุ่งพล่านมหาศาลมากกว่าเดิมระเบิดตูมออกมา มือ สองข้างของเขาที่ถูกรากดอกไม้รัดพันไว้สะบัดอย่างแรงหมายให้หลุดพ้น
หลังจากที่พลังวิเศษเพิ่มเข้ามาในร่างของเขา รากดอกไม้ปีศาจสีดำที่ สามารถรัดร่างของผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับให้ขาดออกเป็นสองท่อนก็ถูก เขาดิ้นสะบัดจนเกิดเป็นรอยแตกเส้นหนึ่ง
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนพลันหลุดพ้นมาจากพันธนาการของรากดอกไม้ปีศาจสีดำ แล้วบินพรวดออกไป
ลูกตาดำข้างซ้ายของมู่ปี้ฉงที่มีเงาของดอกไม้ปีศาจสีดำอำมหิต ลอยตัวพลันเผยความเย็นชาออกมา
“จ๊อกๆ!”
จิงชี่พืชหญ้าสีเขียวอ่อนกรอกเทเหมือนน้ำที่ไหลผ่านฝุามือของมู่ปี้ฉง ไปหารากดอกไม้ปีศาจสีดำ
รากเส้นนั้นพลันขยายใหญ่ เปลี่ยนมาเป็นหนายาวทรงพลัง แข็งแกร่ง ประดุจหินเหล็ก
“เพี๊ยะๆ!”
รากดอกไม้ปีศาจสีดำเริงระบำอย่างดุดันอยู่กลางอากาศคล้ายงูตัว ยาวที่พุ่งเข้ามาหมายเลื้อยพันร่างของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
“ไม่แล้วไม่เลิกสักทีรึ?”
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึเสียงแปร่ง แหวนเก็บของบนนิ้วมือพลันเปล่ง ประกายวาบ ก่อนที่โครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งมีพลังการต่อสู้ขั้นจุดสูงสุด จะบินพรวดออกมา
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ได้ดูดซับเอาเลือดลมซึ่งเหลืออยู่ของมหา ราชาสายเลือดระดับเก้าแห่งเผ่าทมิฬเข้าไป ตอนนี้พลังการต่อสู้จึงเท่ากับ สายเลือดระดับแปดหรือแดนว่างเปล่าช่วงต้นของเผ่ามนุษย์
เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดเผยกาย สายเลือดแห่งความตายก็ถูก กระตุ้น ปราณขุมหนึ่งที่เหมือนทำให้หมื่นสรรพชีวิตแห้งเหี่ยวตายซากก็ พลันแผ่อบอวลไปทั่ว
มือใหญ่ยักษ์ของปีศาจเลือดเหมือนต้นไม้ดึกดำบรรพ์สูงค้ำฟูาที่คว้า จับรากดอกไม้ปีศาจสีดำที่อยู่กลางอากาศ
รากดอกไม้ปีศาจสีดำเปิดฉากต่อสู้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด มอง ข้ามเนี่ยเทียนไปทันใด
เนี่ยเทียนมองมู่ปี้ฉงที่ถูกช่วงชิงร่างด้วยสายตาเย็นชา มองเมินการ ต่อสู้ดุเดือดเหนือศีรษะของตัวเอง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้มู่ปี้ฉง สายตา เพ่งไปรวมกันอยู่ในดวงตาข้างซ้ายของนางที่มีดอกไม้ปีศาจสีดำลอยอยู่ แล้วกล่าวว่า “คราวนี้คนนำคือเจ้าสินะ? วิธีบีบบังคับของเจ้า ข้าไม่ชอบ เอามากๆ”
ครั้งแรกเขาสังเกตเห็นว่าจุดลึกในดวงตาของมู่ปี้ฉง ดอกไม้สีสันสดใส นั้นเปล่งประกายพร่างพราวที่สุด
ตอนนั้นดอกไม้หลากสีสั่งให้มู่ปี้ฉงแผ่กลิ่นอายความมีเสน่ห์มาล่อลวง จิตวิญญาณของเขา ทำให้เขาอยากเป็นฝุายติดกับอย่างที่มิอาจห้ามตัวเอง ได้
วิธีการที่ดอกไม้สีสันเลือกใช้คือล่อลวงใจ ทำให้เขายินดีเข้ามาใกล้มัน ด้วยตัวเอง
ครั้งนี้ดูเหมือนว่าดอกไม้สีสันจะไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ แต่เป็น ดอกไม้ปีศาจสีดำที่มาบีบบังคับเขาแทน ใช้วิธีการปุาเถื่อนจับตัวเขามา ก่อน แล้วค่อยคิดจะทำอย่างอื่นกับเขา
วิธีการเช่นนี้ทำให้สติของเนี่ยเทียนไม่เลอะเลือน แน่นอนว่าเขาย่อม ไม่มีทางยอม
ใบหน้าของมู่ปี้ฉงที่ถูกบุปผาร่วมชีวิตช่วงชิงไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับว่า …แม้แต่พูดนางก็ยังทำไม่ได้
ทว่าสายตาของนางเหมือนจะพูดได้ เพียงมองดวงตาของนาง เนี่ย เทียนก็รู้ว่าดอกไม้ปีศาจสีดำดอกนั้นโกรธมาก
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?” เนี่ยเทียนมาหยุดอยู่ห่างจากมู่ปี้ฉง ประมาณห้าเมตรก็ชะงักฝีเท้าแล้วถามเสียงเย็น
“ปังๆ!”
บนอากาศเหนือศีรษะ โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงโบกตวัดแขนยักษ์ โรมรันอยู่กับดอกไม้ปีศาจสีดำ
โครงกระดูกปีศาจเลือดผู้แข็งแกร่งที่มีสายเลือดระดับแปดขั้นต้น ยาม ต่อสู้กับดอกไม้ปีศาจสีดำกลับฝีมือแค่ทัดเทียมกันเท่านั้น
นี่จึงทำให้เนี่ยเทียนตกตะลึงอย่างหนัก
อีกทั้งตอนนี้ผู้ที่ลงมือยังมีแค่ดอกไม้ปีศาจสีดำ ดอกไม้ที่มีสีสันนั่นยัง ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
หากดอกไม้ทั้งสองพร้อมใจกันลงมือ…
เนี่ยเทียนหันไปมองก็สังเกตเห็นว่ารากของดอกไม้ปีศาจสีสันยังคง ทะลวงไปดึงเอาจิงชี่พืชหญ้าอยู่ในต้นไม้โบราณแต่ละต้น
“คงต้องช่วยให้นางหลุดพ้นจากพันธนาการทางจิตวิญญาณของ ดอกไม้ปีศาจแล้วล่ะ”
เนี่ยเทียนตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทิพย์จักษุจึงถูกสร้างขึ้นในเสี้ยว นาที กลุ่มดาวที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นบินเข้าหามู่ปี้ฉงทันใด
เมื่อทิพย์จักษุเข้ามาใกล้ ดอกไม้สองสีก็มีปฏิกิริยาตอบสนองพร้อมๆ กัน
หนึ่งคือพลังวิญญาณที่อึมครึมเย็นชา อีกหนึ่งคือพลังวิญญาณที่มีกลิ่น หอมหวนซึ่งพากันบินพรวดออกมาจากส่วนลึกในดวงตาของมู่ปี้ฉง
ในทิพย์จักษุที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมา เสี้ยวจิตวิญญาณที่มาจากจิต วิญญาณที่แท้จริงของเขาหลุดออกมาจากทิพย์จักษุแทบจะทันที
มีเพียงแก่นของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวซึ่งนาบประทับอยู่ด้านใน เท่านั้นที่พอจะต้านทานไว้ได้ ไม่ได้แหลกสลายจากกัน
“อู้ๆ!”
แสงของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวไหลรินเข้าไปกลางกระหม่อมของมู่ปี้ ฉง ตรงดิ่งเข้าหามหาสมุทรจิตวิญญาณของนาง
เนี่ยเทียนมองผ่านแสงของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวจึงเห็นอย่าง ชัดเจนว่ารากของดอกไม้ปีศาจทั้งสองที่อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของมู่ ปี้ฉงรัดพันกันตั้งตระหง่านสูงเสียดฟูา
จิตวิญญาณที่แท้จริงของมู่ปี้ฉงถูกกลีบของดอกไม้ปีศาจทั้งสองห่อหุ้ม เอาไว้อย่างแน่นหนาจนมิอาจสลัดหลุดออกมาได้
วินาทีที่แสงของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเปล่งประกาย บุปผาร่วมชีวิต ที่อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของมู่ปี้ฉงก็เหมือนถูกกระตุ้นให้เดือดดาล กลีบดอกสีสันและสีดำพากันบินเข้าหาแสงจิตวิญญาณแห่งดวงดาวของ เนี่ยเทียน
ความเจ็บปวดพลันแผ่กระจายไปทั่ว แสงของดวงดาวเก้าดวงดาวพา กันแตกกระจาย
เนี่ยเทียนร้องอุทานด้วยความเจ็บ ความคิดเป็นกลุ่มๆ เหมือนถูกมีด ฟาดฟันให้แตกออกจากกัน
เขาไม่สามารถมองเห็นความผิดปกติในมหาสมุทรจิตวิญญาณของมู่ปี้ ฉงได้อีก
ทว่าเพียงแค่ครู่เดียวนั้น เนื่องจากบุปผาร่วมชีวิตพร้อมใจกันมาล้อม โจมตีแสงจิตวิญญาณแห่งดวงดาวของเขา จิตวิญญาณที่แท้จริงของมู่ปี้ฉง จึงหลุดพ้นพันธนการของดอกไม้ปีศาจมาได้ในที่สุด
เงาวิญญาณของดอกไม้ปีศาจสองสีในดวงตาของนางสลัวรางไปอย่าง รวดเร็ว จนกระทั่งหายวับไปไม่มีเหลือ
“ฟิ้ว!”
รากของดอกไม้ปีศาจสองสีเปล่งประกายวาบแล้วหดกลับเข้ามาในฝุา มือของนาง จากนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอีก
มู่ปี้ฉงอ้าปากหอบหายใจฮักๆ สติกลับคืนมาแจ่มชัด ช่วงชิงสิทธิ์ใน ควบคุมร่างกายตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ ด้วยความ หวาดผวาไม่หาย “ขอบคุณมาก”
สมองของเนี่ยเทียนยังคงเจ็บร้าว รู้ว่าเสี้ยวจิตวิญญาณและจิต วิญญาณแห่งดวงดาวที่ชุบหลอมขึ้นมาอย่างยากลำบากได้ถูกเผาผลาญไป แล้ว
เขาไม่เอ่ยคำใด เพียงหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งออกมาจากใน แหวนเก็บของ
เมื่อผลึกจิตวิญญาณมาอยู่ในมือ จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงที่อยู่ ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ดูดดึงเอาพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ใน ผลึกจิตวิญญาณไปชดเชยความเสียหายอย่างบ้าคลั่ง
ความเจ็บร้าวในหัวสมองค่อยๆ จางหายไป ผลึกจิตวิญญาณที่เนี่ย เทียนกำไว้ค่อยๆ หดเล็กลง ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “เกิดอะไร ขึ้น?”
“บุปผาร่วมชีวิตเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยากที่ข้าจะ ควบคุมมันได้อีก” มู่ปี้ฉงก้มหน้า หยิบเอาผ้าคลุมหน้าที่หลุดไปกลับมา สวมดังเดิม “แผ่นดินแตกแยกที่อยู่ในการครอบครองของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวซึ่งเจ้าพาข้าไป ด้านในมีเถาวัลย์ยักษ์ที่มหัศจรรย์อยู่ เส้นหนึ่ง มันมอบพลังให้กับบุปผาร่วมชีวิต ทำให้บุปผาร่วมชีวิตเติบโตขึ้น ไปอีกหนึ่งระดับ”
“ในอดีตข้าสามารถกำราบมันได้ เพราะดอกที่มีสีสันยืนอยู่ฝั่งข้า”
“แต่เพราะเจ้า เพราะพวกมันอยากได้เจ้าจึงมีข้อตกลงร่วมกัน วินาที ที่ข้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับได้สำเร็จ พวกมันจึงพากันพุ่งออกมา ดูดซับเอาจิงชี่ พืชหญ้าไปอย่างบ้าคลั่งเพื่อเพิ่มการเติบโตให้กับตัวเอง”
“ข้าห้ามพวกมันไม่ได้ ยิ่งพวกมันเติบโตก็ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งยากที่ข้าจะ ควบคุม”
มู่ปี้ฉงก้มหน้าลงต่ำ ไม่ได้มองตาเนี่ยเทียน เห็นได้ชัดว่านางเองก็หดหู่ หมดกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง
“สิ่งเดียวที่ข้าพอจะทำได้ก็คือพยายามเลื่อนขอบเขต สร้างความ แข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณที่แท้จริงโดยเร็ว มีเพียงวิธีนี้ถึงจะพอต้านทาน พวกมันได้ ขอแค่ข้ายังมีสติ ยังเป็นนายของร่างกายนี้ ข้าก็ยังใช้งานพวก
มันได้ แต่หากพวกมันเติบโตเหนือข้าเมื่อไหร่ ข้าก็ยิ่งควบคุมมันได้ยาก เท่านั้น”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วถอนหายใจ “ปัญหาเดียวกัน”
“ว่าไงนะ?” มู่ปี้ฉงเงยหน้าขึ้นถามอย่างงุนงง
“ข้ามีผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกับเจ้า ในร่างของ เขามีพืชพรรณอันดับที่สามของอาณาจักรปีศาจเติบโตขึ้นมา มันชื่อว่า เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์” เนี่ยเทียนอธิบายช้าๆ “เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนั้น กลืนกินทุกอย่างของเขา ทุกๆ ช่วงระยะเวลาที่กำหนดมันจะฟื้นตื่นขึ้นมา และช่วงชิงร่างของเขา”
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์?” มู่ปี้ฉงตกใจอย่างเห็นได้ชัด “บุปผาร่วมชีวิต ของข้าแข็งแกร่งและประหลาดกว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เล็กน้อย ตอนนี้ บุปผาร่วมชีวิตของข้าเกือบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่าข้าจะเลื่อน ขอบเขตได้ติดต่อกันในระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่ก็ตอบสนอง…”
เสียงของนางเริ่มแผ่วหายไป
ต่อให้นางไม่ได้พูดประโยคหลังออกมาอย่างชัดเจน เนี่ยเทียนก็พอจะ เดาได้
เว้นเสียแต่ว่านางจะตอบสนองความต้องการของบุปผาร่วมชีวิต ดอก ที่มีสีสันถึงจะยืนอยู่ฝั่งนาง ช่วยให้นางต้านทานดอกไม้ปีศาจสีดำต่อไป
“เจ้าเตรียมตัวสักหน่อย พวกเราจะไปเทือกเขาฝังเลือดกัน ที่นั่นอาจ มีโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่รออยู่และอาจช่วยให้เจ้าฝุาทะลุขั้นอีกครั้ง” เนี่ย เทียนมองนางด้วยสายตาเย็นชาก่อนหมุนกายจากไป
มู่ปี้ฉงจ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างเหม่อลอยอยู่นาน ครั้นจึงพึมพำ กับตัวเอง “จะเดินทางไปกับเขาต่อดีหรือไม่? หากเป็นอย่างนี้ต่อไป สัก วันคงเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่”
——