ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 868 คนรู้จักมาพบหน้า
เพดานของโพรงมีรูขนาดเท่าแขนเด็กเต็มพรืด ในรูเหล่านั้นมีเส้นเอ็น หลายเส้นที่เกิดจากการรวมตัวกันของเส้นใยเลือดเนื้อห้อยระย้าลงมา
ช่วงปลายที่เส้นเอ็นดิ่งลงมาได้ก่อตัวกันขึ้นเป็นผลไม้ประหลาด ผลไม้ นี้เป็นสีเขียวแวววาว มีพลังพืชหญ้าปะปนไปกับเลือดลมที่สมบูรณ์เปี่ยม ล้น
ม่านแสงสีเขียวอ่อนชั้นหนึ่งปกคลุมเบื้องบนของถ้าเอาไว้ กั้นขวาง มนุษย์และชนต่างเผ่าที่ต่อสู้กันอยู่ข้างล่าง
แต่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือชนต่างเผ่า ขณะที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด พวกเขาก็ยังคอยหันไปมองผลไม้สีเขียวพวกนั้นด้วยสายตาเร่าร้อนลุกโชน ไปด้วยความปรารถนา
เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายที่มนุษย์และชนต่างเผ่าพวกนี้ช่วงชิงกันก็คือ ผลไม้เหล่านั้น
เนี่ยเทียนเพิ่งจะก้าวเข้ามาในถ้า สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็เปลี่ยน มาเป็นลิงโลดผิดปกติ เห็นได้ชัดว่าผลไม้สีเขียวขนาดเท่าก้าปั้นส่งแรง ดึงดูดที่มหาศาลมาให้แก่สายเลือดแห่งชีวิตของเขา
มองผลไม้เหล่านั้น เขารับสัมผัสเล็กน้อยก็รู้ได้ว่าด้านในของพวกมันมี ประสิทธิผลทางยาที่คล้ายคลึงกับผลไม้แห่งชีวิตอยู่อย่างเจือจาง
เขาเคยเก็บเอาผลไม้แห่งชีวิตหลายผลมาจากโลกลับในอาณาจักรต้าฮ วาง
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็ดูดซับเอาพลังงานของผลไม้แห่งชีวิตมา เช่นกัน นั่นถึงท้าให้สายเลือดแห่งชีวิตเกิดการแปรสภาพได้อย่างรวดเร็ว
ผลไม้แห่งชีวิตที่เหลือเขาเอามอบให้กับหัวมู่และอูจี้ ท้าให้อายุขัยของ คนทั้งสองเพิ่มขึ้น ไม่ถูกจ้ากัดอีกต่อไป
ในเมื่อปราณเลือดในผลไม้สีเขียวคล้ายคลึงกับของผลไม้แห่งชีวิต นี่ก็ หมายความว่าผลไม้พวกนี้ย่อมต้องมีประโยชน์มหาศาลต่อการแปรสภาพ ทางสายเลือดในครั้งต่อไปของเขา
วัตถุวิเศษที่มีพลังชีวิตเข้มข้นแฝงเร้นซึ่งสามารถเพิ่มอายุขัยล้วนช่วย ทั้งมนุษย์และชนต่างเผ่าได้มาก
สายเลือดของชนต่างเผ่าสามารถเลื่อนขั้นโดยอาศัยพลังแห่งชีวิต ท้า ให้พรสวรรค์ทางสายเลือดถูกปลุกขึ้นมาใหม่ หรืออาจถึงขั้นแปรสภาพ ด้วยก็เป็นได้
ในข้อนี้เขาพอจะสัมผัสได้จากความปรารถนาที่งูเหลือมเลือดน้าแข็ง และบุปผาร่วมชีวิตมีต่อเขา
ส้าหรับเผ่ามนุษย์แล้ว ผลไม้ที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังแห่งชีวิตเช่นนี้ถือว่า ล้าค่ามาก
เผ่ามนุษย์ไม่เหมือนชนต่างเผ่า เผ่ามนุษย์ไม่มีอายุขัยที่ยืนยาว หากได้ ผลไม้แบบนี้มาครอบครอง อายุขัยของเผ่ามนุษย์ก็จะเพิ่มมากขึ้น เส้นทาง การฝึกตนก็จะเปี่ยมล้นไปด้วยเวลา ไม่จ้าเป็นต้องหวาดผวาวิตกกังวลว่า ขอบเขตยังไม่ฝ่าทะลุ อายุขัยก็จะถึงคราวสิ้นสุดและต้องแก่ตายไปกลาง ทางอีกต่อไป
บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ เผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่าที่อยู่ตรงหน้าถึง ได้ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย
“มีคนคุ้นเคยอยู่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย”
อินย่าหนันหัวเราะเฮอๆ “ฝูหลัวเท่อซือ พ่าเก๋อเซิน กู่ท่าซือและยังมี หลัวฮุยจากส้านักเชื่อมฟ้า รวมไปถึงเจ้าหนุ่มฝึกวิชาสายฟ้าที่เล่นงานพวก เราก่อนหน้านี้…”
เพราะความผิดปกติทางสายเลือด เนี่ยเทียนจึงเอาความสนใจไปไว้ที่ เพดานถ้าซึ่งมีผลไม้ก่อนเป็นอันดับแรก
พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ เขาจึงลองมองอย่างละเอียด แล้วถึงได้พบว่า ในถ้านี้มีคนคุ้นเคยอยู่ไม่น้อยจริงๆ
นอกจากพี่น้องไฉหลงเกอ ไฉเฟิ่งอู่ หลัวฮุยที่พวกเขาเคยเจอแล้ว ยังมี ชายหนุ่มคนที่สังหารสหายร่วมเดินทาง ทั้งยังมีเจตนาร้ายกับพวกเขา รวมอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย
ทางฝ่ายของชนต่างเผ่ามีฝูหลัวซือเท่อ พ่าเก๋อเซิน กู่ท่าซือ รวมไปถึง ปี่ลี่เผ่าทมิฬที่หนีไปจากเงื้อมมือของพวกเขาด้วย
นอกจากนี้ที่ท้าให้เนี่ยเทียนแปลกใจก็คือ ในถ้าแห่งนี้เขายังพบเจอคน คุ้นเคยคนอื่นๆ อีกหลายคน
ไซหลงจากเผ่าทมิฬ อาหมู่ซือจากเผ่าอสูรกาย ถ่าเกอจากภูตผีปีศาจ …
คนเหล่านี้เขาเคยเจอในเกาะสองแห่งของแผ่นดินชั้นล่างที่เข้าไปผ่าน รอยแยกห้วงมิติหกเส้นของอาณาจักรเลี่ยคง อีกทั้งบางคนเขายังเคยประ มือด้วยมาก่อน
เมล็ดพันธ์ของชนต่างเผ่าเหล่านี้ล้วนเคยเดินทางไปยังดินแดนดาวตก แต่พอพวกเขาได้ข่าวว่าปาซือทัวตายอนาถกลับพากันเผ่นหนีไปอย่าง รวดเร็ว
เวลาห่างกันหลายปี ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอชนต่าง เผ่าเหล่านี้อีกครั้งในสนามรบสุ้ยเมี่ย
“เป็นเจ้า!”
อาหมู่ซือจากเผ่าอสูรกายอยู่กับฝูหลัวซือเท่อ และดูเหมือนว่าจะมีฝู หลัวซือเท่อเป็นหัวหน้า ซึ่งพวกเขาก้าลังล้อมโจมตีผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์หลายคน
สายเลือดของอาหมู่ซือฝ่าทะลุจากขั้นสี่สู่ขั้นห้า พลังการต่อสู้ก็เพิ่มขึ้น อย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่เขามองเห็นเนี่ยเทียนก็เหมือนศัตรูคู่แค้นที่มาเจอกัน จึงถึง ขั้นสละคู่ต่อสู้ตัวเองทิ้งแล้วตรงดิ่งมาหาเนี่ยเทียนทันที
“สายเลือด! ค้าสาปเลือดเผาวิญญาณ!”
ไฟวิญญาณสีเขียวหลายกลุ่มที่ลุกไหม้ถูกอาหมู่ซือใช้แก่นเลือดปะปน ด้วยพลังจิตวิญญาณและเวทลับบังคับให้ลอยเข้าไปหาเนี่ยเทียน
ปีนั้นอาหมู่ซือใช้ไฟวิญญาณสีเขียวแค่สามกลุ่ม ทว่าตอนนี้เขากลับใช้ มากถึงแปดกลุ่ม
พลังจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายในกองไฟแปดกองแข็งแกร่งกว่าคราวก่อนที่ เขาเอามาใช้ต่อสู้กับเนี่ยเทียนไม่ใช่แค่ระดับเดียว
ในผลึกทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของอาหมู่ซือพลันมีเงาร่างของเนี่ย เทียนสาดสะท้อนออกมา
เขาเล็งเนี่ยเทียนเป็นเป้าหมายทันที
“อาหมู่ซือ! กลับมา!” ฝูหลัวซือเท่อตกใจ รีบตวาดเสียงดัง “เจ้าไม่ใช่ คู่ต่อสู้ของเขา!”
ชนต่างเผ่ามีการแบ่งระดับตระกูลกันอย่างเข้มงวด ตระกูลเผ่าอสูร กายที่ฝูหลัวซือเท่ออยู่เหนือกว่าตระกูลของอาหมู่ซือมากนัก ครั้งนี้อาหมู่ ซือที่มาพร้อมกับอสูรกายกลุ่มหนึ่งเป็นเพียงแค่ตัวประกอบที่ต้องฟังค้าสั่ง จากฝูหลัวซือเท่อเท่านั้น
อาหมู่ซือได้ยินค้าเตือนจากเขาก็เปลี่ยนมาเป็นระมัดระวัง ตั้งท่า รับมือคล้ายเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจ
เขารู้ว่าฝูหลัวเท่อซือย่อมไม่พูดเหลวไหลแน่นอน
“ค้าสาปเลือดเผาวิญญาณอีกแล้ว…”
เนี่ยเทียนแสยะยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้าไปในถ้า วินาทีที่กองไฟทั้งหลายพุ่ง มาปะทะใบหน้า เขาก็ใช้โซ่ดวงดาวมาท้าลายทิ้งทันที
โซ่ดวงดาวหลายเส้นที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ทว่าจิตวิญญาณกลับ มองเห็นได้พลันบินออกมาจากดวงตาของเนี่ยเทียน
โซ่ดวงดาวที่พกพาพลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวพุ่งตรงเข้า กระแทกใส่ค้าสาปเลือดเผาวิญญาณที่อาหมู่ซือใช้แก่นเลือดสร้างขึ้นมาให้ พังทลาย ค้าสาปเลือดเผาวิญญาณแปดกองเหมือนดอกไม้ไฟที่สว่างพร่าง พราวอยู่ครู่หนึ่งแล้วหายวับไปหมด
อาหมู่ซือพลันหน้าเปลี่ยนสี
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าเมื่อเจอเนี่ยเทียนอีกครั้ง เนี่ยเทียนจะ แข็งแกร่งได้ถึงระดับนี้แล้ว!
สายเลือดระดับห้าของเขาเทียบเคียงได้กับเขตสามัญ ตอนที่มองเห็น เนี่ยเทียนครั้งแรก เขามองจากพลังงานสกปรกที่มารวมตัวกันอยู่รอบกาย เนี่ยเทียนจึงวิเคราะห์ว่าขอบเขตของเนี่ยเทียนตอนนี้ก็แค่เขตสามัญ เท่านั้น
แม้ว่าเผ่ามนุษย์จะเลื่อนขอบเขตได้อย่างรวดเร็ว แต่ตบะเขตสามัญ ของเนี่ยเทียนกลับไม่น่าตะลึงเท่าไหร่นัก
บวกกับที่เขารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเนี่ยเทียนน่าจะมาจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวซึ่งเป็นส้านักที่มีรากฐานลึกล้าที่สุดของเผ่ามนุษย์ ดังนั้นตอนที่เห็นว่าเนี่ยเทียนมีตบะเขตสามัญ เขาจึงไม่แปลกใจแม้แต่ น้อย
ที่ท้าให้เขาแปลกใจก็คือ ตอนที่เนี่ยเทียนก้าวเดินเข้ามา จู่ๆ พลังงาน สกปรกที่รวมตัวอยู่รอบกายเนี่ยเทียนก็เปลี่ยนมาเป็นเข้มข้น
พลังงานสกปรกจะเปลี่ยนมาผิดปกติแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อแรงดึงดูดของ สนามแม่เหล็กแห่งชีวิตทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น
ตอนที่พลังงานสกปรกรอบกายเนี่ยเทียนเข้มข้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เขา ก็ตระหนักได้แล้วว่าท่าไม่ดี
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เนี่ยเทียนที่แอบกระตุ้นพรสวรรค์พลังชีวิต แข็งแกร่งก็ร่ายใช้ดาวเปล่งประกายมาเผยตัวอยู่ต่อหน้าอาหมู่ซือ
จากนั้นก็ยกหมัดขึ้นเหวี่ยง
“ตูมๆๆ!”
พลังเลือดลมพลุ่งพล่านที่ปะปนไปด้วยเปลวเพลิงและพลังวิญญาณไร้ ธาตุถูกซัดกระแทกออกมาอย่างเชี่ยวกรากด้วยวิธีการของหมัดพิโรธ
“ปัง!”
เรือนกายของอาหมู่ซือถูกหมัดของเนี่ยเทียนต่อยเข้ามาก็พลันระเบิด แตกกระจายเหมือนแตงโมสุกที่ร่วงตกพื้น
เลือดเนื้อของอาหมู่ซือปลิวว่อน ตายอนาถคาที่เพียงการโจมตีด้วย หมัดเดียวของเนี่ยเทียน
“อสูรกายสายเลือดระดับห้า อ่อนด้อยยิ่งนัก…”
เนี่ยเทียนส่ายหัวพึมพ้าเบาๆ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาด
พลังของหมัดพิโรธเมื่อครู่นี้เขาใช้แค่พลังเลือดเนื้อส่วนหนึ่ง บวกกับ พลังเปลวเพลิงและพลังวิญญาณที่มาจากโอสถวิญญาณอีกเล็กน้อย
พลังแห่งการระเบิดระดับนี้ ส้าหรับเขาในตอนนี้แล้วก็แค่เป็นการอุ่น เครื่องเท่านั้น
ทว่าอาหมู่ซือที่ปีนั้นประมือกับเขาอยู่นาน มาตอนนี้กลับเปราะบาง จนต้านทานหมัดเดียวของเขาไม่ได้!
“สายเลือดแห่งชีวิตของข้าแปรสภาพติดต่อกันหกครั้ง ซึ่งก็เท่ากับ สายเลือดระดับหก ล้าพังเพียงแค่สายเลือด ข้าก็แข็งแกร่งกว่าอาหมู่ ซือมากแล้ว บวกกับพลังวิญญาณในโอสถวิญญาณ และพลังเปลวเพลิงใน น้าวนเปลวเพลิงซึ่งต่อยออกไปด้วยวิธีของเทพค้าฟ้าพิโรธ พลังงานเช่นนี้ สังหารอาหมู่ซือที่มีสายเลือดแค่ระดับห้าก็นับว่าไม่เปลืองแรงแม้สักกะ ผีก”
เขาแสยะปากยิ้ม ก่อนจะพุ่งไปปรากฏตัววูบวาบอยู่ข้างกายไซหลง แห่งเผ่าทมิฬและถ่าเกอจากเผ่าภูตผีปีศาจราวกับวิญญาณดวงหนึ่ง
และเขาก็ใช้หมัดเทพค้าฟ้าพิโรธติดต่อกันอีกสองครั้ง
“ตูมๆ!”
ไซหลงแห่งเผ่าทมิฬและถ่าเกอแห่งเผ่าภูตผีปีศาจจากอาณาจักร ปีศาจที่สี่ก็ร่างระเบิดตายทันที ไม่มีแม้แต่แรงให้เอาคืน
“อ่อน อ่อนด้อยยิ่งนัก”
เนี่ยเทียนส่ายหัวไม่หยุดพลางสะบัดแขนและพูดอย่างปลงนิจจังไป ด้วย “ปีนั้นที่อยู่บนเกาะ เจ้าพวกนี้ไม่ว่าใครก็ล้วนรับมือยากทั้งสิ้น ทว่า
พวกเขาในวันนี้กลับเปลี่ยนมาเป็นอ่อนแอ สังหารคนพวกนี้ช่างสบาย จริงๆ แทบไม่รู้สึกเหนื่อยเลย”
เขาร่ายใช้ดาวเปล่งประกายระยะสั้นอีกครั้งจึงหายตัวไปกะทันหัน และปรากฏตัวใหม่อย่างน่าประหลาด
ชนต่างเผ่าหลายคนที่เขารู้สึกคุ้นตาก็ได้ถูกเขาลอบโจมตีจนร่างระเบิด ตายคาที่ไปตามๆ กัน
“ฝูหลัวซือเท่อ ไอ้หมอนี่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคราวก่อนที่เจอกันเสียอีก” กู่ท่าซือจากเผ่าภูตผีปีศาจเห็นว่าถ่าเกอจากเผ่าเดียวกันกลายเป็นเศษเนื้อ ก็แอบขมวดคิ้ว
เขาได้รับค้าเชื้อเชิญให้ไปร่วมศึกล้อมโจมตีเนี่ยเทียนในครั้งนั้น ตอน นั้นสายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนยังแปรสภาพไม่ส้าเร็จ
เนี่ยเทียนในเวลานั้นมีสายเลือดเพียงแค่ระดับห้า ต่อให้ใช้สายลือด แห่งชีวิตก็ไม่น่าตกใจเท่าใดนัก
แล้วนับประสาอะไรกับที่เนี่ยเทียนในตอนนั้นไม่ได้ใช้สายเลือดแห่ง ชีวิตมาต่อสู้กับพวกเขา ที่เขาใช้มีเพียงโครงกระดูกปีศาจเลือด ไข่มุก วิญญาณมืดและพลังวิญญาณของตัวเองเท่านั้น
“เขาไม่ใช่เผ่ามนุษย์เต็มร้อย แต่เป็นเลือดผสม เพียงแต่ข้าวิเคราะห์ สายเลือดที่ผสมอยู่ในร่างของเขาไม่ออก! ” ฝูหลัวซือเท่อมีสีหน้า เคร่งเครียด
“พวกเลือดผสม!”
ชนต่างเผ่าหลายคนที่อยู่ใกล้กับพวกเขาล้วนหน้าเปลี่ยนสีด้วยความ ตกใจ พวกเขาล้วนมาจากตระกูลที่เก่าแก่ของชนต่างเผ่าทั้งสิ้น
พวกเขารู้แต่แรกแล้วว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาส้านักใหญ่ที่แข็งแกร่ง ของเผ่ามนุษย์อย่างพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวต่างพยายามทดลองที่จะ ช่วงชิงสายเลือดของชนต่างเผ่า ท้าให้เผ่ามนุษย์เกิดมาก็มีความแข็งแกร่ง ทั้งยังแก้ไขปัญหาเรื่องอายุขัยไปพร้อมกัน
ในส้านักเก่าแก่ของเผ่ามนุษย์ พวกเลือดผสมไม่ถือเป็นความลับอะไร อีกต่อไป
ทว่าพวกเลือดผสมส่วนใหญ่มักจะสู้ไม่ได้แม้แต่คนธรรมดาทั่วไป พวก เลือดผสมที่ขโมยสายเลือดของชนต่างเผ่า แก้ไขปัญหาความอ่อนแอและ มีอายุขัยที่ยืนยาวได้อย่างแท้จริงมีน้อยยิ่งกว่าน้อยในส้านักที่ทรงอ้านาจ เหล่านั้น
คาดไม่ถึงว่าพวกเขากลับจะได้มาเจอเลือดผสมที่ประสบความส้าเร็จ ในถ้าของเทือกเขาฝังเลือดแห่งนี้
“รับมือยากไม่น้อย” ฝูหลัวซือเท่อพึมพ้าเบาๆ ด้วยภาษาของชนต่าง เผ่า ทว่าใบหน้ากลับไม่เป็นสุขเท่าใดนัก “น่าสนใจ ทว่าความแข็งแกร่ง ของสิ่งมีชีวิตมักต้องอาศัยสิ่งของมากมาย”
เขาเหลือบตามองพ่าเก๋อเซินแวบหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เจ้ารับมือกับ ไอ้หมอนั่นดีไหมล่ะ?”
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกเพิ่งจะประมือกับเด็กหนุ่มที่เคยคิดเล่น งานเนี่ยเทียนมา และเขาก็คือผู้ควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มร้อย ชาย
หนุ่มที่ครอบครองพัดพิเศษได้ถูกเขาใช้มีดกระดูกสลายปล่อยพลังความ ตายให้กัดกร่อนเลือดเนื้อของเขาจนตอนนี้อีกฝ่ายมีสภาพ กระเซอะกระเซิงอย่างยิ่ง
พ่าเก๋อเซินสละชายหนุ่มผู้นั้นทิ้งอย่างเอื่อยเฉื่อย ดวงตาที่เปล่ง ประกายมีชีวิตชีวาเล็งไปที่เนี่ยเทียน ก่อนจะเอ่ยตอบรับด้วยภาษาของชน ต่างเผ่า “ตกลง”
“เจ้า อยู่ที่นี่ ก็ยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าเข้าไปใหญ่” เมื่อหันกลับมา พ่า เก๋อเซินก็รีบเปลี่ยนมาใช้ภาษามนุษย์พูดกับเนี่ยเทียน “เจ้าแข็งแกร่งมาก หากข้าไม่ใช้มีดกระดูกสลาย เจ้ายังพอจะต่อสู้กับข้าได้บ้าง แต่หากข้าใช้ อาวุธล้าค่าชิ้นนี้ เจ้าก็ได้แต่หนีเท่านั้น”
พ่าเก๋อเซินรู้ชัดเจนดีว่าเนี่ยเทียนไม่สามารถใช้โครงกระดูกปีศาจเลือด ได้ก็เพราะเมื่ออยู่ในถ้าแห่งนี้ สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อจะได้รับขีดจ้ากัดสูง มาก
อันดับแรกนั้นเป็นเพราะโครงกระดูกปีศาจเลือดมีเรือนกายใหญ่โต เกินไป เคลื่อนไหวไม่สะดวก อันดับที่สองคือมันจะถูกพลังงานสกปรก รุกราน
สุดท้ายคือมีดกระดูกสลายของเขาสามารถก้าราบโครงกระดูกปีศาจ เลือดได้
เขาจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“หันเซิน เจ้าไปช่วยเขา” ในกลุ่มมนุษย์มีน้าเสียงดังกังวานเสียงหนึ่ง ดังมาจากชายหนุ่มที่สวมอาภรณ์สีทอง เขามองไปยังเด็กหนุ่มที่ฝึกวิชา สายฟ้าด้วยสายตาเย็นชา
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบเด็กหนุ่มคนนี้เท่าไหร่นัก แต่เนื่องจาก สถานการณ์พิเศษ เผ่ามนุษย์จึงจ้าต้องปรองดองกันเอง
ชายหนุ่มที่ถูกเขาเรียกว่าหันเซินเดิมทีคือคู่ต่อสู้ของพ่าเก๋อเซิน ทว่า เมื่อเขาสู้กับพ่าเก๋อเซินเพียงล้าพังกลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เวลานี้เขาก้าลังช้าระล้างพลังความตายในร่างของตัวเองอยู่เงียบๆ เดิมทีคิดจะแอบอู้ ปล่อยให้เนี่ยเทียนรับแรงกดดันจากพ่าเก๋อเซินเพียง ล้าพัง
ทว่าพอได้ยินค้าสั่งจากคนผู้นั้น เขาก็มีสีหน้าไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความจนใจจึงได้แต่เดินเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน “ซวยจริงๆ”
——