ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 869 ศึกชุลมุน!
ตอนที่หันเซินขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนเขาก็คอยใช้สายตาระแวดระวัง มองไปยังพ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกอยู่ตลอดเวลา
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกยังคงถือมีดกระดูกสลายเอาไว้ดังเดิม
มีดกระดูกสลายคือวัตถุสำคัญของเผ่าโครงกระดูก เดิมทีก็มีพลังการ กำราบที่แข็งแกร่งต่อคนเผ่าโครงกระดูกอยู่แล้ว ทว่ากลับไม่มีปราณเลือด เนื้อ
ด้วยเหตุนี้ มีดกระดูกสลายเล่มนั้นจึงไม่ทำให้พ่าเก๋อเซินต้องแบกรับ การรุกรานจากพลังงานสกปรกเกินความจำเป็น
มีดกระดูกสลายพลันฟาดฟันเข้าแสกหน้าเนี่ยเทียน
“ฉิ้ง!”
แสงมีดโค้งงอสีขาวโพลนซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งความตายเหมือนจะ ฝากฝังความลี้ลับแห่งสายเลือดของพ่าเก๋อเซินเอาไว้
เนี่ยเทียนเคนประมือกับพ่าเก๋อเซินอย่างผิวเผินมาแล้วครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าย่อมต้องรู้ถึงความน่ากลัวของมีดกระดูกสลายนั่น ยามนี้จึงถูก บีบให้ต้องใช้ดาวเปล่งประกายเคลื่อนย้ายตัวเองอีกครั้ง
พ่าเก๋อเซินเองก็ไม่ได้ไล่ตามไป เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนหายไปราว วิญญาณ มีดกระดูกสลายกลับฟาดฟันเข้าใส่หันเซินแทน
แสงเส้นยาวสีขาวซีดแตกตัวออกเป็นกลุ่มๆ แล้วพุ่งเข้ากลบทับ หันเซินในเสี้ยววินาที
หันเสินสบถด่า พัดเล่มนั้นที่อยู่ในมือของเขาหุบรวมเข้าเป็นทวน
สายฟูาแน่นขนัดพุ่งกรากออกมาจากทวนสั้นนั้นอย่างบ้าคลั่ง พื้นที่ แคบๆ รอบกายหันเสินเต็มไปด้วยกระแสไฟฟูาน่าตกใจทันที
เสียงฟูาร้องเองก็ดังไม่ขาดสาย
“สายเลือด! ลดเหลือศูนย์!”
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกตวาดเบาๆ แสงสีขาวซีดจำนวนนับไม่ ถ้วนก็ลุกไหม้ราวกับเปลวเพลิง
พื้นที่ที่หันเซินยืนอยู่มีเปลวเพลิงสีขาวเป็นกลุ่มปะทุพุ่งโจมตีกับ กระแสไฟฟูาจนคลื่นพลังงานแผ่กระเพื่อมออกไปเป็นวงกลม
หันเซินหน้าซีดขาว สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตในเรือนกายที่มี เลือดเนื้อของเขาไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
พลังงานลึกลับอย่างหนึ่งของมีดกระดูกสลายแทรกซึมเข้ามา ทั้งยัง คอยจู่โจมกระดูกของเขา ทำให้เขาเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง
เขาคอยรวบรวมพลังสายฟูาในร่างมาต้านทานพลังประหลาดจากมีด กระดูกสลายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเจ็บปวดจนพูดไม่ออกอยู่ดี
เนี่ยเทียนที่กลับมาเป็นฝุายผู้ชมได้ละทิ้งการต่อสู้กับพ่าเก๋อเซินแล้ว หมุนกายไปลงมือกับชนต่างเผ่าคนใหม่แล้ว
เผ่าเกล็ดดำคนหนึ่งถูกเนี่ยเทียนขยับเข้ามาใกล้แล้วแทงกิ่งไม้สีเขียว ไสแวววาวเข้าไปร่องของเกล็ดสีดำบนร่างเขา
“เวทหนามไม้สวรรค์!”
เนี่ยเทียนคำรามเบาๆ กิ่งไม้สีเขียวนั่นก็ร่ายวิชาการจู่โจมของเวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่ที่เข้าฝึกเข้าไปในร่างของเผ่าเกล็ดดำทันที
เผ่าเกล็ดดำผู้นั้นมีสายเลือดระดับหกช่วงต้น ทว่าเมื่อเจอกับเวท หนามไม้สวรรค์ พลังชีวิตเข้มข้นในร่างของเขาก็ไปรวมกันอยู่ในต้นไม้ เล็กๆ ที่เป็นภาพมายาซึ่งมีหนามขึ้นเต็มกิ่งหนึ่ง
ต้นไม้เล็กนั่นเติบโตอย่างรวดเร็ว กิ่งที่แหลมคมของมันแทงทะลุ อวัยวะภายใน ทะลุเส้นเอ็นของเขาให้ฉีกขาด
คนเผ่าเกล็ดดำร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด
เวทลับทางสายเลือดของเขาเดิมทีมารวมกันอยู่ตรงหัวใจ แต่ตรงนี้ แม้แต่หัวใจของเขาก็ยังโดนหนามทิ่มแทงจึงไม่สามารถใช้เวทลับได้ ในทันที
“การสูบดึงพลังชีวิต!”
เนี่ยเทียนร่ายใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดอีกครั้ง จิงชี่เลือดเนื้อที่ไม่ อ่อนแอของเผ่าเกล็ดดำที่โดนแทงทะลุหัวใจถูกกิ่งไม้กิ่งนั้นของเขาชักดึง ออกมา
ไม่นานหัวใจของเผ่าเกล็ดดำที่โดนกิ่งไม้แทงทะลุก็เหี่ยวแฟบลง พลัง เลือดเนื้อเป็นเส้นๆ เป็นกลุ่มๆ ถูกดึงมาไว้ในร่างกายของเนี่ยเทียนและถูก ปราณเลือดสีเขียวเส้นที่อยู่ในหัวใจของเนี่ยเทียนดูดซับไปอย่างละโมบ
คนเผ่าเกล็ดดำตายไปในเสี้ยววินาที
เนี่ยเทียนไม่แม้แต่จะชายตามองพ่าเก๋อเซิน เพียงหาเปูาหมายคนใหม่ และรอโอกาสลงมือ
เขารู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สามารถเอาโครงกระดูกปีศาจ เลือดออกมาใช้ และเกราะมังกรเพลิงก็จะชักนำการรุกรานจากพลังงาน สกปรกจำนวนมาก ฝีมือของเขาเขากับพ่าเก๋อเซินที่ครอบครองมีดกระดูก สลายจึงยังต่างกันมากนัก
จะอย่างไรเสียคู่ต่อสู้เดิมของพ่าเก๋อเซินก็ไม่ใช่เขา เขาไม่มีความ จำเป็นต้องต่อสู้โรมรันกับอีกฝุาย
ตอนที่เขาลงมือ ไม่ว่าอินย่าหนันสามหญิงที่เข้ามาในถ้ำเช่นกันจะ ยินดีหรือไม่ก็ล้วนเข้าร่วมการต่อสู้ที่วุ่นวายครั้งนี้ด้วย
เพราะตอนที่ชนต่างเผ่าในถ้ำเห็นว่าพวกนางเป็นเผ่ามนุษย์ก็ลงมือ โจมตีพวกนางทันทีโดยไม่ถามความคิดเห็น
เนี่ยเทียนเหลือบมองมาแวบหนึ่ง
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงมีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งกับบุปผาร่วมชีวิต แต่ พวกนางล้วนไม่ได้เรียกพวกมันออกมาช่วยรบ
หญิงสาวทั้งสองต่างก็เข้าใจดีว่าหากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งกับบุปผา ร่วมชีวิตปรากฏตัวจะชักนำการกัดกินที่รุนแรงจากพลังงานสกปรก ซึ่งจะ กลายเป็นภาระที่หนักหนาสำหรับพวกนางมากกว่าเดิม
หากไม่มีความจำเป็นพวกนางก็จะไม่มีทางเอางูเหลือมเลือดน้ำแข็ง กับบุปผาร่วมชีวิตออกมาใช้ง่ายๆ เด็ดขาด แต่จะใช้เพียงวิธีการทั่วไป ใช้ พลังของตัวเองมาต่อสู้กับชนต่างเผ่า
ไม่ใช้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งกับบุปผาร่วมชีวิต พลังการต่อสู้ของหญิง สาวทั้งสองคนก็น่าชื่นชมอยู่มาก ต่างฝุายต่างไม่เป็นรองศัตรูของตัวเอง
เซี่ยหว่านถิงรับมืออยู่กับเผ่าปักษาคนหนึ่ง ดูจากตอนนี้คงยังไม่พลาด พลั้งเสียทีในช่วงเวลาสั้นๆ
การต่อสู้ในถ้ำ เดิมทีชนต่างเผ่าเป็นฝุายได้เปรียบ หลังจากพวกเนี่ย เทียนสี่คนเข้ามา เมื่อเนี่ยเทียนสังหารพวกไซหลงไปอย่างรวดเร็วก็ทำให้ ชนต่างเผ่ามีคนบาดเจ็บและล้มตายไปไม่น้อย บวกกับที่ชนต่างเผ่าอีก หลายคนต้องคอยแบ่งสมาธิกับอินย่าหนันสามคน แรงกดดันของคนที่ เหลือจึงลดลงไปไม่น้อย
เนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดก็เห็นว่าแท้จริงแล้วแม่ทัพใหญ่สองคน อย่างฝูหลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกายและกู่ถ่าซือจากเผ่าภูตผีปีศาจกำลัง ร่วมแรงกันรับมือกับคนผู้หนึ่ง
คนผู้นั้นก็คือคนที่ก่อนหน้านี้บอกให้หันเซินมาช่วยเขารับมือกับพ่า เก๋อเซิน
คนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีทองเป็นประกายระยิบระยับ คล้ายทวยเทพที่ ร่างหล่อขึ้นมาจากทอง ในมือถือทวนยาวไว้เล่มหนึ่ง ซึ่งก็เป็นสีทองบาด ตาเช่นเดียวกัน
ร่างของคนผู้นี้สูงใหญ่บึกบึนกว่าคนอื่นๆ ระดับหนึ่ง ฝูหลัวซือเท่อใช้ หัวกะโหลกที่เกิดจากซากวิญญาณให้บินวนอยู่เหนือศีรษะของเขา
วงแสงสีทองเป็นวงๆ คล้ายวงแสงแห่งธรรมมะปกปูองเขาเอาไว้อย่าง แน่นหนา ทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา มั่นคงประดุจเขาไท่ซาน
ดูเหมือนว่าแรงดึงดูดจิตวิญญาณจากหัวกะโหลกจะไม่ส่งผลอะไรกับ เขาเท่าไหร่นัก ทุกครั้งที่ทวนยาวสีทองในมือของเขาขยับไว้ก็จะมีแสง ศักดิ์สิทธิ์สีทองจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่ออกมา ทำให้หัวกะโหลกไม่กล้าทำ ตัวโอหัง
กู่ถ่าซือจากเผ่าภูตผีปีศาจใช้มีดปีศาจเล่มหนึ่งมาต่อสู้กับเขา ซึ่งดูแล้ว ก็ไม่ได้เปรียบอะไร
เนี่ยเทียนรู้ดีว่าฝูหลัวซือเท่อและกู่ถ่าซือต่างก็เป็นผู้มากพรสวรรค์ใน ตระกูลของตัวเอง แต่คนทั้งสองร่วมมือกันก็ยังไม่สามารถจัดการคนผู้นั้น ได้ นี่จึงแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของเขา
ตอนที่เนี่ยเทียนมองไปยังเขา เขายังแบ่งสมาธิมายิ้มกว้างให้เนี่ยเทียน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดังกังวานราวกับสามารถทะลุโลหะได้ “ข้าชื่อหวง จินหนัน พวกเราร่วมมือกันสังหารชนต่างเผ่าพวกนี้แล้ว เจ้าจะได้ส่วน แบ่งจากผลไม้ที่ช่วยเพิ่มอายุขัยด้านบนนั่นไปด้วย”
ระหว่างที่พูด ธารน้ำสีทองเป็นเส้นๆ ก็ไหลออกมาจากทวนยาวสีทอง ในมือของเขา
ในธารน้ำสีทองคล้ายจะมีอักขระจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งประกาย ปราณแห่งความคมกริบฉีกกระชากอักขระสีทองออกมา
มีดปีศาจของกู่ถ่าซือมีเสียงร้องคำรามของภูตผีปีศาจดังออกมา และดู เหมือนว่าบนใบมีดจะมีเงาร่างของภูตผีปีศาจที่น่ากลัวถือกำเนิดขึ้น
ขณะที่เงาปีศาจดุร้ายหลายเงาบินพ้นออกมาจากมีดปีศาจตรงเข้าฉีก ทึ้งหวงจินหนันก็ได้ถูกอักขระสีทองจำนวนมากสกัดกั้นเอาไว้ ก่อนที่ ปราณแห่งความศักดิ์สิทธิ์จะแผ่ขึ้นมาจากในร่างของเขา
“เขตลี้ลับช่วงท้าย ในมือได้ครอบครองอาวุธล้ำค่า ไอ้หมอนี่แข็งแกร่ง ยิ่งกว่าลูกศิษย์ของสำนักอื่นๆ ที่เคยเจอมาไม่น้อย แม้แต่โม่ชิงเหลยที่อยู่ ในสภาะพรั่งร้อมสูงสุดโดยที่ยังมีตราราชาสายฟูาอยู่ในครอบครองก็ไม่ น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของคนผู้นี้ได้” เนี่ยเทียนแอบตะลึงอยู่กับตัวเอง
“เจ้าไม่ต้องรับมือกับเผ่าโครงกระดูกคนนั้นแล้ว เจ้าสามารถใช้ข้อ ได้เปรียบของเจ้าไปสังหารพวกชนต่างเผ่าที่อ่อนแอกว่าได้อย่างเต็มที่ ” หวงจินหนันตะโกนพูดเสียงดัง
เนี่ยเทียนยิ้มกว้างเห็นฟัน ครั้นจึงพูดกับอีกฝุายอย่างรู้สึกดีด้วย “ข้า จะช่วยเจ้าแบ่งเบาแรงกดดันสักเล็กน้อย”
“อู้!”
ไข่มุกวิญญาณมืดบินออกมาจากแหวนเก็บของของเนี่ยเทียน แล้วก็ พลันมาลอยอยู่เหนือศีรษะของหวงจินหนันจนแทบขยับเข้าไปใกล้หัว กะโหลกของฝูหลัวซือเท่อ
ฝูหลัวซือเท่อสบถด่าด้วยภาษาชนต่างเผ่า
ในดวงตากลวงโบ๋อของหัวกะโหลกที่รวบรวมขึ้นมาจากซากวิญญาณ ของเขามีซากวิญญาณเป็นกลุ่มๆ ที่ถูกไข่มุกวิญญาณมืดดึงเข้าไปหา ตัวเอง
ดวงตาของหวงจินหนันเป็นประกายวาบ สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อ ไข่มุกวิญญาณมืดบินมาถึง หัวกะโหลกนั่นก็ไม่อาจสร้างความกดดันให้กับ จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาได้อีกต่อไป
แสงสีทองศักดิ์เจิดจ้าถูกปลดปล่อยออกมาจากอาภรณ์ที่เขาสวม พลังงานที่เขามอบให้แก่ทวนยาวจึงพลันเปลี่ยนมาเป็นขยายใหญ่อย่างไร้ ที่สิ้นสุด
อักขระสีทองในแม่น้ำแต่ละสายเหมือนได้รับกระแสจิตวิญญาณของ เขาจึงเปลี่ยนมาเป็นอักษรเทพสีทอง
เสียงครวญดังกังวานก้องขึ้นมาจากในอักขระสีทองมากมาย กู่ถ่าซื อจากเผ่าภูตผีปีศาจที่ประมืออยู่กับเขาได้ยินเสียงครวญดังมาจากใน อักขระ จิตวิญญาณของเขาก็คล้ายจะสั่นสะท้าน
มีดปีศาจที่มีเงาภูตผีปีศาจบินออกมาอย่างต่อเนื่องก็ร้องโหยหวน เหมือนสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
กู่ถ่าซือพลันถูกบีบให้ถอยห่างจากหวงจินหนันด้วยความตะลึงพรึง เพริด ตวาดกร้าว “พ่าเก๋อเซิน! มาเปลี่ยนคู่ต่อสู้กับพวกเรา!”
พ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครงกระดูกที่ถือมีดกระดูกสลายกลายร่างเป็นแสง สีขาวซีดเส้นหนึ่งที่พุ่งมาอยู่ตรงหน้าหวงจินหนันในเสี้ยววินาที
“มีดกระดูกสลายของเจ้าคืออาวุธล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูก ทวนเล่ม นี้ของข้าก็ไม่อ่อนด้อยเช่นกัน” หวงจินหนันไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ “ข้า ได้ยินชื่อเสียงของมีดกระดูกสลายที่มีพลังงานแห่งความตายแฝงเร้นมา นานแล้ว วันนี้จึงอยากจะทดลองความร้ายกาจของมันอยู่พอดี!”
ทวนยาวสีทองที่อยู่ในมือของเขาพลันสั่นสะเทือน ก่อนที่แม่น้ำสีทอง เจ็ดเส้นใหม่ซึ่งมีอักขระสีทองตกตะกอนอยู่มากกกว่าเดิมจะปรากฏพรวด ออกมา
แม่น้ำสีทองพลันตัดสลับกัน อักขระสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็เข้ามา รวมตัวกันอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็นดวงตาข้างหนึ่ง
นั่นคือดวงตายักษ์สีทองข้างหนึ่ง
แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองที่ทำให้คนไม่กล้าจ้องมองตรงๆ ถูกปลดปล่อย ออกมาจากในดวงตาข้างนั้น เนี่ยเทียนมองแวบหนึ่งดวงตาก็มีน้ำตาไหล ออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
ราวกับว่าแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองที่สาดออกมาจากในดวงตาข้างนั้นคือ เข็มสีทองที่ทิ่มแทงเข้ามาในตาดำ
ดวงตาสีทองเหมือนจะเป็นวิญญาณวัตถุของทวนยาวเล่มนั้น ซึ่งถึง พลังงานและพลังวิญญาณของหวงจินหนันกระตุ้นออกมา
ดวงตาสีทองจ้องเขม็งไปที่พ่าเก๋อเซิน
เมื่อถูกดวงตาข้างนั้นจับจ้อง ร่างกระดูกไม่แตกสลายของพ่าเก๋อเซินที่ ใสแวววาวราวกับหยก็ถึงกับมีรอยปริร้าวเป็นเส้นๆ เกิดขึ้น!
“ร้ายกาจ!” เนี่ยเทียนตัวสั่นสะท้าน
——