ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 872 ผลเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์
ดวงตาของมู่ปี้ฉงที่มองไปยังม่านแสงสีเขียวเต็มไปด้วยความหวาด ผวา
เรือนกายอรชรของนางสั่นสะท้านน้อยๆ ลิ่มเลือดสดๆ ไหลออกมา จากรูจมูกและมุมปากอย่างที่มิอาจห้ามได้
“ไม่ได้” นางถอนหายใจเบาๆ ด้วยความหดหู่
“แม้แต่บุปผาร่วมชีวิตก็ยังไม่สามารถลอดผ่านม่านแสงนั่นได้หรือนี่” หวงจินหนันผิดหวังอย่างมาก “แบบนี้ก็ยุ่งยากไม่น้อย พวกชนต่างเผ่าที่ จากไปอาจไม่ได้คิดจะสละที่แห่งนี้ รอจนพวกเขารวบรวมพละกำลังได้ ใหม่คงกลับคืนมาอีกครั้ง เทือกเขาฝังเลือดมีชนต่างเผ่าอยู่เยอะมาก การ ที่พวกเขาจะเชิญชนต่างเผ่ามากกว่าเดิมให้มาเข้าร่วมได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เลย”
“พวกเราต้องเร่งมือกันหน่อยแล้วล่ะ”
หลังจากมู่ปี้ฉงทำล้มเหลว ผู้ฝึกลมปราณคนอื่นๆ ที่ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ก็พยายามทดลองกันอีกครั้ง
พลังวิญญาณธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเปลวเพลิง พลังสายฟ้าหรือพลัง น้ำที่อ่อนโยนล้วนขับเคลื่อนวัตถุหลากหลายชนิดให้ตรงเข้าจู่โจมม่านแสง สีเขียวผืนนั้น
เนี่ยเทียนแอบรับสัมผัสอยู่กับตัวเองเงียบๆ ก็พบว่าวัตถุหลากหลายที่ คนเหล่านั้นใช้ล้วนเป็นระดับเชื่อมโยงวิญญาณทั้งสิ้น
วัตถุระดับเชื่อมโยงวิญญาณ ในดินแดนดาวตกมีน้อยยิ่งกว่าน้อย มี เพียงผู้ยิ่งใหญ่ที่ในสำนักมีเขตวิญญาณอยู่เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้ ครอบครอง
และตอนนี้เผ่ามนุษย์ที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นเขตสามัญแทบทั้งหมด อีกทั้ง แต่ละคนยังหนุ่มยังสาวกันอยู่มาก
พวกเขาฝึกฝนวิชาคาถาได้อย่างเชี่ยวชาญ วัตถุที่ใช้มีระดับเชื่อมโยง วิญญาณ มีวิญญาณวัตถุอยู่ข้างใน ทว่ายามที่โจมตีม่านแสงสีเขียวกลับ ต้องหวนกลับมามือเปล่า
ผ่านไปพักใหญ่ นอกจากหวงจินหนันจากสายทองของสำนักห้าธาตุ แล้ว คนอื่นๆ ล้วนยังคงลงมือกันต่อไป
ม่านแสงสีเขียวไม่มีร่องรอยจะปริแตก กลับกลายเป็นว่าผลไม้ที่แฝง พลังแห่งชีวิต สามารถเพิ่มอายุขัยได้เหล่านั้นดันหายไปอีกสองลูก
ผลไม้สามสิบห้าลูก ตอนนี้เหลือแค่สามสิบสามลูกแล้ว
พลังงานในผลไม้ได้กรอกเทเข้าสู่ม่านแสงสีเขียว ทำให้ม่านแสงยิ่ง แข็งแกร่งทนทาน สามารถแบกรับการโจมตีได้ทุกรูปแบบ
“ทุกคนหยุดเถอะ” หวงจินหนันบอกให้ทุกคนหยุด “หากเป็นอย่างนี้ ต่อไป ต่อให้ทำลายม่านแสงลงได้ก็เกรงว่าผลไม้คงไม่เหลือแล้ว เป้าหมาย ของพวกเรามีเพียงผลไม้พวกนั้น หากผลไม้หายไปหมด ต่อให้ทำลายม่าน แสงได้ แล้วจะมีความหมายอะไร?”
ทุกคนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพากันหยุดมือด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
“เจ้าลองดูสิ” มู่ปี้ฉงที่กินยาเข้าไปหนึ่งเม็ดหันมามองเนี่ยเทียนด้วย สายตาลึกล้ำ “บางทีอาจมีเพียงเจ้าที่สามารถทำลายม่านแสงสีเขียวได้ โดยที่ไม่ทำให้ผลไม้เสียหาย”
อินย่าหนันพยักหน้ารับเบาๆ แสดงว่าเห็นด้วย
หญิงสาวทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าร่างกายเนี่ยเทียนมีความพิเศษ วิชาพืช หญ้าที่เขาฝึกก็มีความมหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปด บุปผาร่วมชีวิตของชนต่างเผ่าต่างก็ แสดงความกระหายในตัวเนี่ยเทียน แค่นี้ก็มากพอจะบอกได้ว่าในร่างของ เนี่ยเทียนต้องมีความลึกลับบางอย่างที่ดึงดูดสัตว์วิเศษและดอกไม้ปีศาจ
นอกจากนี้อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงยังรู้ว่าค่ายกลกำเนิดไม้โบราณที่เนี่ย เทียนเคยใช้มีความเกี่ยวข้องกับเผ่าไม้
บทสนทนาของพวกนางทำให้หวงจินหนันต้องหันมามอง
หวงจินหนันหรี่ตาลง ดวงตาทั้งคู่คล้ายอาบน้ำไว้ด้วยสีทองจึงกลายมา เป็นตาทอง
ในดวงตาสีทองมีอักขระสีทองตัวเล็กๆ ว่ายวนราวฝูงปลา
“เจ้า…” หวงจินหนันตกตะลึง “นอกจากเจ้าจะฝึกพลังดวงดาวของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว ยังฝึกพลังเปลวเพลิงและพลังพืชหญ้า เพิ่มเติมด้วยอย่างนั้นหรือ? เจ้านี่ช่างน่าตะลึงจริงๆ อ้อ แต่ก็จริงนะ เจ้า ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เจ้าขโมยสายเลือดลึกลับของชนต่างเผ่าไปได้ สำเร็จ”
“เลือดผสมที่ประสบความสำเร็จมีอายุขัยยาวนานกว่ามนุษย์ทั่วไป อย่างแท้จริง นี่คงเป็นรากฐานของความมั่นใจที่ทำให้เจ้าเลือกฝึกวิชาสาม ธาตุกระมัง?”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบรับ เขาพูดเหมือนคุยอยู่กับตัวเอง “หรือว่าวิชา ธาตุไม้ที่เจ้าฝึกไม่เหมือนคนอื่น? ในบรรดาพวกเราก็มีหลายคนที่ฝึกคาถา พืชหญ้าได้อย่างเชี่ยวชาญ แต่ทว่าก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายม่านแสงไป เก็บผลไม้พวกนั้นได้เลยนะ”
เนี่ยเทียนยิ้มอย่างสง่างาม “ถ้าอย่างนั้นข้าจะลองดูก็แล้วกัน”
พอกล่าวจบ ปลายนิ้วของเขาก็มีแสงวิญญาณสีเขียวเข้มกลุ่มหนึ่งก่อ ตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
แสงวิญญาณสีเขียวเข้มมาจากหยดพืชหญ้าในน้ำวนพืชหญ้า แฝงเร้น ไว้ด้วยพลังชีวิตที่ไม่อ่อนด้อย
แสงสีเขียวเข้มเส้นนั้นมีขนาดประมาณตะเกียบ ซึ่งตอนนี้กำลังกรอก เทเข้าหาม่านแสงสีเขียว
“ตึง!”
วินาทีที่กลุ่มแสงสีเขียวเข้มปะทะเข้ากับม่านแสงสีเขียวนั้น กลุ่มแสงสี เขียวเข้มก็พลันแตกทลายลงไปทันที
พลังผลักดันขุมหนึ่งตีกลับเข้ามายังปลายนิ้วของเขาที่ยื่นออกไป
เมื่อเลือดลมย้อนกลับจากปลายนิ้วของเนี่ยเทียนเข้ามาสู่ร่างกายของ เขาก็ทำให้ร่างของเขาเกิดความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งขึ้นมา
ความมหัศจรรย์นั้นคล้ายประสิทธิผลของเวทไม้หนามสวรรค์ ซึ่งมัน กำลังช่วงชิงพลังเลือดเนื้อของเนี่ยเทียน แว้งกลับมาโจมตีเนี่ยเทียนเสีย เอง
“การสูบดึงพลังชีวิต!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นอยู่ในใจ แอบโคจรพรสวรรค์ทางสายเลือดที่ มหัศจรรย์อย่างเงียบเชียบ จิงชี่เลือดเนื้อเป็นกลุ่มที่แฝงความอัศจรรย์ของ ชีวิตจึงไหลไปตามแขนขาทั่วร่างของเขาแล้วตรงเข้ารัดพันเลือดลมเส้นนั้น ที่กำลังจะเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่ง
“ฟิ้ว!”
ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในร่างของเขา เลือดลมเส้นนั้นก็ เหมือนสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดจึงพุ่งเข้าไปหาหัวใจเขาทันที
เนี่ยเทียนใช้กระแสจิตวิญญาณสำรวจอย่างเงียบเชียบ แล้วก็พบว่า เลือดลมเส้นที่มาจากม่านแสงสีเขียวผสานรวมเข้าไปในปราณเลือดสีเขียว ของเขาอย่างรวดเร็ว ปานประหนึ่งธารน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำใหญ่ พริบตาเดียวก็หายไป
ปราณเลือดสีเขียวส่ายตัวเลื้อยแรงเหมือนงูเหลือมที่หิวกระหายทันที มันแสดงความปรารถนาอย่างโจ่งแจ้งออกมาในหัวใจของเขา
ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ
เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมื่อปะทะเข้ากับม่านแสงสีเขียวผืนนั้น พลัง จะย้อนกลับมาโจมตีตัวพวกเขาเอง
พลังการแว้งโจมตีจะแทรกซึมเข้ามาแล้วใช้เลือดลมของพวกเขามา สร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มทำลายพลังชีวิตของพวกเขา
ขณะที่พวกเขาต้านทานมันก็ล้วนมีสภาพกระเซอะกระเซิงกันอย่างยิ่ง บางคนบางเจ็บสาหัส บางคนก็เกือบจะต้านทานไว้ไม่ไหว
ตอนนี้พลังโจมตีกลับย้อนเข้ามาในร่างของเนี่ยเทียน พวกเขาล้วนคิด ว่าเนี่ยเทียนจะเป็นเหมือนพวกเขาที่ต้องตกตะลึงหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็ ต้องจัดการกับสภาวะปั่นป่วนรุนแรงในร่างอย่างจนตรอก
แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของเนี่ยเทียนอยู่เหนือการคาดคิดของพวกเขา
ชั่วขณะที่คลื่นเลือดลมลึกลับขุมหนึ่งไหลบ่าออกมาจากในร่างของเนี่ย เทียน พลังโจมตีกลับที่มาจากม่านแสงสีเขียวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เนี่ยเทียนสีหน้าเป็นปกติ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ ทั้ง ยังไม่มีวี่แววว่าจะบาดเจ็บ
“เอ๊ะ!”
หวงจินหนันดวงตาเป็นประกาย ถูกดึงดูดความสนใจในทันที เขา กล่าวว่า “วิชาพืชหญ้าที่เจ้าฝึกฝนก็ถูกพลังแว้งกลับจากม่านแสงสีเขียว เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าสายเลือดของเจ้า…จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร เลย เนี่ยเทียน เจ้าไม่ต้องใช้พลังพืชหญ้าแล้ว แต่ลองใช้จิงชี่เลือดเนื้อใน ร่างของเจ้าดู”
เนี่ยเทียนหรี่ตา ไม่ได้ตอบรับ
พอปราณเลือดสีเขียวที่นาบประทับสัจธรรมความจริงของสายเลือด แห่งชีวิตดูดซับเอาพลังการโจมตีกลับจากม่านแสงสีเขียวเข้าไปก็เปลี่ยน มาเป็นลิงโลดผิดปกติ
เขาแอบรับสัมผัสเงียบๆ และสายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็สัมผัสได้ อย่างเฉียบไวว่าพลังชีวิตที่ซ่อนแฝงอยู่ในม่านแสงสีเขียวผืนนั้นเข้มข้น แข็งแกร่งกว่าที่มีอยู่ในผลไม้เกินสิบเท่าไปอีก
ตอนนี้เขาจึงมั่นใจเต็มร้อยว่าขอแค่เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิตก็จะ สามารถดึงเอาพลังงานที่ซ่อนอยู่ในม่านแสงสีเขียวมาได้จนหมดอย่าง ง่ายดาย
หรือแม้แต่พลังชีวิตในผลไม้พวกนั้นก็ยังสามารถถูกเขาดูดเอามาได้ หมดด้วยเช่นกัน
แต่หากเขาทำอย่างนั้นจริงๆ ก็เท่ากับว่าฮุบเอาผลประโยชน์ไปคน เดียว ทุกคนที่อยู่ที่นี่ซึ่งรวมถึงหวงจินหนันจะไม่ได้อะไรสักอย่าง เมื่อเป็น แบบนั้นก็ย่อมสร้างปัญหาให้กับเขาแน่นอน
เขานิ่งคิดใคร่ครวญอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าไม่ควรทำตัว เหลวไหล ควรจะบินไปเหนือม่านแสงแล้วเก็บผลไม้พวกนั้นมาให้ได้ก่อน ค่อยว่ากัน
“อู้!”
เขาพลันกระทืบเท้าแล้วทะยานตัวสู่ด้านบนราวนกตัวใหญ่
ตอนที่ร่างของเขาจะสัมผัสเข้ากับม่านแสงสีเขียว สายเลือดแห่งชีวิต ในร่างของเขาก็พลันระเบิดตูม ปราณเลือดอบอวลไปทั่วร่างทันที
ร่างกายของเขาเหมือนกระบี่ที่ลอดทะลุม่านแสงสีเขียวไปอยู่เหนือมัน ข้างบนได้อย่างง่ายดาย
ทุกคนที่จับตามองอยู่ต่างก็ร้องอุทานเสียงหลง
“สำเร็จแล้ว!”
“เขาลอดผ่านม่านแสงไปได้ขนาดนี้เชียว ราวกับไม่เจออุปสรรคอะไร แม้แต่น้อย!”
“หรือว่าสายเลือดของเขาสอดคล้องกับเลือดลมของเทพยักษ์ค้ำฟ้าที่ ทิ้งไว้ในม่านแสงพอดี?”
“เขาคงไม่ใช่สายเลือดผสมของเทพยักษ์ค้ำฟ้ากระมัง ? ไม่ถูกสิ สายเลือดของเทพยักษ์ค้ำฟ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน หรือว่าสายเลือดของ เขาสอดคล้องกับเทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่ตายไปนี้พอดี?”
ทุกคนร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ
เนี่ยเทียนที่เหยียบอยู่บนม่านแสงมีสีหน้าประหลาด เมื่อยืนอยู่บนนี้ เขาก็ค้นพบว่าต่อให้ตัวเองไม่ใช้การสูบดึงพลังชีวิต เลือดลมทั้งหมดที่ เหลืออยู่ในม่านแสงก็ล้วนพากันไหลบ่าเข้าหาเขาด้วยตัวเอง
ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นดีใจเป็นหน้าเป็นหลังเพราะได้สมใจ ปรารถนา
เดิมทีม่านแสงที่กั้นขวางทุกคนเอาไว้หนาและใหญ่อย่างมาก แต่ ตอนนี้เมื่อเนี่ยเทียนไปยืนอยู่บนนั้นมันก็คล้ายจะมีความมหัศจรรย์ บางอย่างเกิดขึ้นจึงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเบาบางทีละนิด
เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของม่านแสงยังถือว่าเล็กน้อย จนทุกคน ไม่ทันสังเกตเห็น
แต่เนี่ยเทียนกลับรู้สึกได้อย่างลึกล้ำ เขาเชื่อว่าขอแค่เขายังยืนอยู่บน ม่านแสง อีกไม่นานเท่าไหร่ ม่านแสงก็จะบางจนถึงระดับที่แน่นอน และ สุดท้ายก็ต้องจางหายไป
—พลังงานเลือดเนื้อที่แฝงเร้นอยู่ในม่านแสงก็ต้องถูกปราณเลือดสี เขียวเส้นนั้นดึงไปชุบหลอมจนสิ้นอย่างแน่นอน!
เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาท เนี่ยเทียนจึงหยิบเอากริชเล่มหนึ่งซึ่งเป็นวัตถุ ระดับกลางออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วพุ่งตัวปลิดผลไม้แต่ละลูก ออกจากเส้นเอ็นที่เชื่อมโยงกัน แล้วเก็บเอาผลไม้ทั้งหมดมา
เวลาสั้นๆ เพียงแค่สิบกว่าวินาท ผลไม้สามสิบสามลูกที่เหลืออยู่ก็ถูก เนี่ยเทียนเก็บเอามาจนหมด
เขาไม่ได้รั้งรออยู่นานนัก เมื่อเก็บเสร็จก็มุดผ่านม่านแสงกลับเข้ามาใน ถ้ำอีกครั้ง
“ผลไม้สามสิบสามผล เก็บเอามาหมดแล้ว จะแบ่งกันอย่างไร?” เนี่ย เทียนหันไปถามหวงจินหนัน
ดวงตาของหวงจินหนันเป็นประกายสดใส ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าว ว่า “เจ้าเอาไปสิบสามผล ถือเป็นรางวัลแด่การต่อสู้ของพวกเจ้าสี่คน เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเจ้าควรได้รับ ผลไม้ที่เหลืออยู่อีกยี่สิบผล พวกเราจะ เอามาแบ่งกันเอง พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”
เนี่ยเทียนยิ้มสดใส “ได้เลย!”
จากนั้นเขาก็มอบผลไม้ยี่สิบสี่ลูกให้กับหวงจินหนันอย่างฉับไว
“พี่หวง!” หันเซินแสดงความไม่พอใจก่อนใคร “ทำไมพวกเขาได้ไปตั้ง สิบสามลูก พวกเราคนเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงได้แค่ยี่สิบลูก?”
“เพราะเขามีประโยชน์มากกว่าเขา ชนต่างเผ่าที่เขาสังหารไปมีมาก อีกทั้งเขาก็เป็นคนคิดหาวิธีเก็บเอาผลไม้พวกนี้มาได้” หวงจินหนันรับเอา ผลไม้ยี่สิบลูกมาจากเนี่ยเทียนแล้วถลึงตาใส่หันเซินอย่างไม่สบอารมณ์ “ที่เหลืออีกยี่สิบลูก ข้าเอาแปดลูก เจ้าหันเซินเอาไปหนึ่งลูก ส่วนคนที่ เหลือค่อยไปแบ่งกันเอาเอง”
หันเซินไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
แต่หวงจินหนันกลับไม่แยแสเขาแม้แต่น้อย เขาโยนผลไม้หนึ่งลูก ให้แก่หันเซิน ส่วนลูกที่เหลือก็มอบให้คนอื่น
ซึ่งคนที่เหลือเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มเล็กๆ แต่ละ กลุ่ม
พวกเขาต่างก็ไม่มีใครคัดค้านการจัดการของหวงจินหนัน เมื่อรับเอา ผลไม้มายังเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มอีกด้วย
เนี่ยเทียนหรี่ตามองก็พบว่าพวกผู้ฝึกลมปราณที่รอบล้อมกาของหวง จินหนัน มีบางส่วนที่สวมอาภรณ์เหมือนกัน เห็นได้ชัดว่ามาจากสำนัก เดียวกัน
หวงจินหนันไม่ได้มอบผลไม้ให้กับทุกคน อีกทั้งผลไม้ที่เหลืออยู่ก็ไม่ พอให้เขาแบ่งสันปันส่วนเช่นนั้น ดังนั้นจึงได้แค่มอบให้กับหัวหน้าของคน แต่ละคนกลุ่มเท่านั้น
คนเหล่านั้นต่างก็เคารพนับถือเขา แล้วก็คิดว่าวิธีการของเขานับว่า ยุติธรรม จึงไม่มีใครคัดค้าน
“นี่ของพวกเจ้า”
เนี่ยเทียนเอาผลไม้สิบสามลูกที่เหลือแบ่งให้อินย่าหนัน เซี่ยหว่านถิง และมู่ปี้ฉงคนละสองลูก ส่วนตัวเองเก็บไว้เจ็ดลูก “ไม่มีความเห็นใช่ ไหม?”
หญิงสาวทั้งสามได้รับผลไม้มาคนละสองลูกต่างก็เผยความปิติยินดี พยักหน้าติดต่อกันตอบรับคำพูดของเนี่ยเทียนแล้วเก็บเอาผลไม้มา
“เดินทางมาพร้อมกับเจ้าช่างเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริง ” อิน ย่าหนันยิ้มอย่างดีใจ
“ขอบคุณมาก” เซี่ยหว่านถิงโค้งตัวลงน้อยๆ นางก็ยิ้มจนตาหยี เช่นกัน “เดินทางมาเทือกเขาฝังเลือดพร้อมกับเจ้า คือการตัดสินใจที่ ถูกต้องที่สุดของข้า”
นางคือคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มของเนี่ยเทียน ทั้งยังไม่ได้ลงแรงอะไร มาก แต่นี่กลับอาศัยใบบุญของอีกฝ่ายได้ผลไม้สองลูกมาครอง แล้วจะ ไม่ให้นางยิ้มแย้มเบิกบานได้อย่างไร?
“เอาล่ะ สถานที่แห่งนี้ไม่ควรอยู่นาน ทุกคนรีบไปจากที่นี่กันเถอะ” หวงจินหนันบอกกล่าวแก่ทุกคน แล้วจึงหันมาพูดกับเนี่ยเทียนว่า “พวก เราสามารถเดินทางร่วมกันได้ ข้ารู้ว่าในเทือกเขาฝังเลือดยังมีพื้นที่ มหัศจรรย์อยู่อีกแห่งหนึ่ง สนใจจะไปสำรวจกับพวกเราไหม?”
“คือว่า หากไม่ถือสา หลังจากที่พวกเจ้าออกไปแล้ว ช่วยรอข้าสักครู่ ได้ไหม?” เนี่ยเทียนกล่าว
หวงจินหลันอึ้งไปครู่ พอเหลือบตามองม่านแสงสีเขียวที่ยังคงอยู่ก็ คล้ายมองอะไรบางอย่างออกจึงกล่าวว่า “เจ้าเห็นทางหินเส้นนั้นไหม พวกเราจะไปจากตรงนั้น รอจนพวกเราออกไปแล้วจะรอเจ้าอีกครึ่งชั่ว ยาม หากเจ้าตามมาทัน การสำรวจครั้งใหม่ก็จะนับรวมเจ้าเข้าไปด้วย”
ก่อนที่เขาจะตีหน้าเคร่งแล้วหันไปพูดกับหันเซิน “ส่วนเจ้าถูกแตะ ออกจากกลุ่มแล้ว เอาผลไม้ไปแล้วไสหัวไปซะ!”
หันเซินมีท่าทางโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่กล้าพูด เพียงเดินจาก ไปตามลำพัง
“พี่หวงดูเหมือนว่าท่านจะ…ไม่ค่อยชอบคนผู้นี้เท่าใดนัก?” เนี่ยเทียน ถามอย่างอยากรู้
“เดิมทีเขาก็มีชื่อเสียงที่ไม่ดีอยู่แล้ว อยู่ในเทือกเขาฝังเลือดเขามักจะ เล่นงานเผ่ามนุษย์ด้วยกันเอง ที่ข้ารู้ก็มีคนสองกลุ่มเล็กๆ แล้วที่ถูกเขา
ลอบวางแผนสังหาร” หวงจินหนันเองก็ไม่ปิดบังอะไร “หากไม่เป็นเพราะ เขามาถึงที่นี่โดยบังเอิญ และพวกชนต่างเผ่าก็เข้ามาโจมตีพอดี เขาก็ไม่มี ทางอนุญาตให้เขาเข้าร่วมด้วยแน่”
“ระวังเขาเอาไว้ ข้ากังวลว่าเขาจะมาแย่งผลไม้ไปจากเจ้าอีกครั้ง”
หลังจากกำชับสองสามคำ หวงจินหนันก็พาคนเหล่านั้นออกไปตรง ทางหินที่เขาบอก
พวกอินย่าหนันต่างก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อรอเนี่ยเทียน
——
*ตอนแถมเสาร์อาทิตย์นี้ขออนุญาตยกยอดไปเป็นวันจันทร์ช่วงค่ำนะ คะ