ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 873 ผลเก็บเกี่ยวเพิ่มเติม
“พวกเจ้าไม่ต้องรอข้า”
หลังจากที่พวกหวงจินหนันจากไป เนี่ยเทียนที่ลังเลไปครู่ก็กล่าวว่า “พวกเจ้าตามพวกเขาออกไปจากที่นี่ก่อน”
เซี่ยหว่านถิงส่ายหน้า “อยู่กับเจ้าสบายใจกว่า”
มู่ปี้ฉงเองก็กล่าวว่า “พวกเราจะรออยู่นี่แหละ”
“ไม่ ข้าอยากให้พวกเจ้าไปก่อน” เนี่ยเทียนยืนกราน
“เจ้าคิดจะทำอะไร?” อินย่าหนันไม่เข้าใจ
หญิงสาวอีกสองคนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่แล้วพูดว่า “อินย่าหนันอยู่เป็นเพื่อนข้าแล้วกัน ส่วนพวกเจ้าสองคนล่วงหน้าไปก่อนเลย”
มู่ปี้ฉงที่ได้ยินว่าเนี่ยเทียนขอให้อินย่าหนันอยู่ด้วยก็แค่นเสียงในลำคอ คล้ายไม่พอใจ ครั้นจึงเดินดุ่มๆ จากไปก่อนผู้ใด
เซี่ยหว่านถิงจ้องมองเนี่ยเทียน เห็นว่าเนี่ยเทียนมีสีหน้าเฉยชา นางก็ ถอนหายใจอยู่ในใจหนึ่งที ได้แต่เดินจากไป
“หึ ดูท่าแล้วเจ้าจะค่อนข้างเชื่อใจข้ามากเลยนะเนี่ย” อินย่าหนันยิ้ม อย่างเบิกบาน
“ข้าจะมอบผลไม้ให้เจ้าหนึ่งลูก เจ้าช่วยดูทางให้ข้าหน่อย หากเจ้าคน ที่ชื่อหันเซินผู้นั้นยังกล้าย้อนกลับมา เจ้าก็ช่วยฆ่าเขาแทนข้าด้วย” เนี่ย เทียนหยิบผลไม้ผลหนึ่งออกมาโยนให้อินย่าหนัน จากนั้นก็บินไปยังม่าน แสงสีเขียวชั้นนั้น
หญิงสาวสามคน คนที่เขาค่อนข้างใจก็คืออินย่าหนันจริงๆ
เซี่ยหว่านถิงไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขา มู่ปี้ฉงมีอคติต่อเขา เขา ต้องการดูดซับพลังจากม่านแสงสีเขียว ทั้งยังต้องปูองกันหันเซิน เมื่อมีอิน ย่าหนันอยู่ด้วยจึงค่อนข้างปลอดภัย
เขาลอดทะลุม่านแสงสีเขียวไปยืนอยู่ด้านบนของมันอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้ระมัดระวังอีกต่อไป แต่ร่ายใช้การสูบดึงพลังชีวิตอย่าง เต็มกำลัง
“ฟูุวๆ!”
พลังแห่งชีวิตเป็นที่กลุ่มๆ ไหลว่ายวนอยู่ด้านบนม่านแสงสีเขียวชั้นนั้น ถูกดูดรับเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็ดีใจถึงขีดสุด
ม่านแสงหนาแน่นสีเขียวเปลี่ยนมาเป็นบางเบาอย่างรวดเร็ว พลังงาน ที่รวบรวมอยู่ข้างในก็ไหลหายไปอย่างว่องไวพอๆ กัน
ดวงตาอินย่าหนันเป็นประกายวาบ
ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าเนี่ยเทียนอยากอยู่ต่อที่นี่เพราะคิดจะทำอะไร
พอพลังงานที่บินออกมาจากในม่านแสงหายเข้าไปในร่างกายก็ถูก ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นดูดดึงไปอย่างบ้าคลั่ง
โซ่ผลึกสายเลือดที่อยู่ในปราณเลือดส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ มีจุดแสงสีเขียวจำนวนมากที่ถูกกระตุ้นให้ก่อตัวขึ้นมา
“พลังงานพวกนี้…”
ดวงตาเนี่ยเทียนฉายแววแห่งความดีใจ เขาวิเคราะห์ออกว่าพลังงาน ที่มาจากในม่านแสงเหนือกว่าที่มีอยู่ในผลไม้อย่างแท้จริง
และดูเหมือนว่าพลังงานพวกนั้นจะมีประโยชน์สูงสุดต่อการแปร สภาพของสายเลือดแห่งชีวิต
เขารู้ดีว่าทุกครั้งที่สายเลือดแห่งชีวิตฟื้นตื่นขึ้นมา จิงชี่เลือดเนื้อที่มัน ต้องการก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า หลังจากที่สายเลือดเลื่อนสู่ ระดับหก หากจะให้สายเลือดแห่งชีวิตพึงพอใจได้อีกครั้ง ปริมาณจิงชี่ เลือดเนื้อที่มันต้องการคงมากมหาศาลนับไม่ถ้วน
พลังงานในม่านแสงไม่เพียงแต่เป็นเลือดลมที่เทพยักษ์ทิ้งเอาไว้เท่านั้น แต่ข้างในมันยังมีพลังชีวิตซ่อนแฝงอยู่ด้วย
พลังงานเช่นนี้กระตุ้นสายเลือดแห่งชีวิตของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมจน ยากจะคำนวณ
พลังงานสีเขียวเป็นกลุ่มๆ ที่พอแทรกซึมเข้าในร่างก็ถูกปราณเลือดสี เขียวกลืนกินเอาไปจนเกลี้ยง และเขาก็สัมผัสได้ถึงความลิงโลดของปราณ เลือดสีเขียว
ครึ่งชั่วยามต่อมา ม่านแสงสีเขียวที่พอถูกเนี่ยเทียนใช้การสูบดึงพลัง ชีวิตก็จางหายไปหมดในที่สุด
แม้แต่เส้นเอ็นหนาแข็งแรงมากมายที่ย้อยลงมาจากเพดานถ้ำก็ยัง เปลี่ยนมาเป็นแห้งเหี่ยว เลือดลมและพลังชีวิตที่อยู่ด้านในก็ถูกดูดเอาไป ไม่มีเหลือ
เนี่ยเทียนรับสัมผัสอยู่เงียบๆ ก็พบว่าต่อให้ดึงเอาเลือดลมและพลัง ชีวิตมามากมายแค่ไหน ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็ยังอยู่ห่างไกลเกินกว่า จะจำศีลใหม่อีกครั้ง
แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ได้อยู่แล้ว เขาจึงไม่ร้อนใจ เพียงดึงเอา จิงชี่เลือดเนื้อส่วนหนึ่งออกมาสร้างแก่นเลือดสองหยดไว้ในหัวใจ
แก่นเลือดสิบหยดปรากฏตัวขึ้นในหัวใจอีกครั้ง แก่นเลือดแต่ละหยด เป็นสีเลือดราวอัญมณี มีประแสงวิบวับ ปราณเลือดเข้มข้น
ผลไม้ทั้งสิบบินออกมาอยู่กลางฝุามือของเขา เขารับสัมผัสกับปราณ แห่งชีวิตที่อยู่ในผลไม้และทำการวิเคราะห์
“เมื่อเทียบกับผลไม้แห่งชีวิตแล้ว ฤทธิ์ยาของผลไม้พวกนี้ถือว่าอ่อน ด้อยกว่าเกินสิบเท่าเสียอีก ผลไม้แห่งชีวิตที่ข้านำกลับมาในปีนั้นสามารถ ทำให้อาจารย์และท่านลุงหัวมีอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยปี แต่ผลไม้พวกนี้ หากเอามาชุบหลอม อย่างมากที่สุดก็ได้แค่เพิ่มอายุขัยสักเจ็ดแปดปี เท่านั้น แม้พลังแห่งชีวิตที่อยู่ในนี้จะมีประโยชน์ต่อสายเลือดของข้า แต่ กลับเทียบกับม่านแสงสีเขียวนั่นไม่ได้”
ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่เขาก็เก็บผลไม้พวกนั้นลงไป ไม่ได้ดึงเอาพลังของ มันออกมาชุบหลอม
อินย่าหนันมองเขาเงียบๆ อยู่ตลอดเวลา
รอจนนางพบว่าเมื่อเนี่ยเทียนขึ้นไปยืนอยู่บนม่านแสงได้ไม่นาน ม่าน แสงพวกนั้นก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเบาบาง ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความ ตกตะลึง “เจ้าสามารถดึงเอาพลังงานที่เหลืออยู่ในม่านแสงพวกนั้นมาได้ หมดเลยรึ?”
นางฝึกเวทลับหลอมเรือนกายของสำนักคุมสัตว์จึงมีการรับสัมผัสที่ เฉียบไวต่อเลือดลมที่พลุ่งพล่านเช่นกัน
นางสัมผัสได้ตั้งนานแล้วว่าในม่านแสงสีเขียวนั่นมีเลือดลมและพลัง ชีวิตแฝงเร้นอยู่มากกว่าในผลไม้ แต่กลับไม่มีใครดูดซับมันมาได้เท่านั้น
“ข้าทำธุระเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ เราไปรวมตัวกับพวกเขากัน” เนี่ย เทียนไม่ได้อธิบาย เพียงเดินไปตามเส้นทางหินที่หวงจินหนันบอกเอาไว้
“ทำตัวลับๆ ล่อๆ…” นางสบถเบาๆ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความ สงสัย “สายเลือดของเจ้าหมอนี่ลึกลับแค่ไหนกันแน่? งูเหลือมเลือด น้ำแข็งของข้าและบุปผาร่วมชีวิตของผู้หญิงคนนั้นต่างก็ปรารถนาใน สายเลือดของเขา เขาสามารถใช้วัตถุของเผ่าไม้ สามารถดูดซับพลังเลือด ลมที่เทพยักษ์ค้ำฟูาทิ้งเอาไว้ สายเลือดแบบใดกันถึงได้พิเศษขนาดนี้?”
นางครุ่นคิดร้อยแปดพันเก้าตลบก็ยังคิดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ อย่างจนใจและยอมจากไปแต่โดยดี
รอจนในถ้ำไม่มีเงาร่างของใคร ไม่มีความลึกลับใดๆ เหลืออยู่แล้ว หนึ่งเค่อต่อมา ฝุาเท่อจากเผ่าไม้ก็ได้มาถึงที่นี่เพียงลำพังอย่างเงียบเชียบ
ฝุาเท่อไม่ได้เป็นพวกเดียวกับฝูหลัวซือเท่อ เขาใช้วิธีการอื่นตามมาเจอ ที่แห่งนี้
ยืนอยู่ในถ้ำที่ไร้ผู้คน ไม่มีผลไม้สักลูก และไม่มีม่านแสงสีเขียวอยู่ ฝุา เท่อก็ดูตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด “ไม่มีอะไรสักอย่าง ผลึกและเลือดลม สุดท้ายที่เทพยักษ์ค้ำฟูาท่านนั้นทิ้งไว้ถูกคนเก็บเอาไปแล้ว ใครกันที่โชคดี ค้ำฟูา ได้ครอบครองวัตถุมหัศจรรย์เลิศล้ำพวกนั้น?”
เขาเองก็สงสัยมากเหมือนกัน
เขาตรวจสอบอยู่ในถ้ำนานมาก แต่ก็พบแค่ศพของชนต่างเผ่าและ มนุษย์บางส่วนซึ่งบนศพของคนเหล่านั้นก็ไม่มีของอะไรเหลือทิ้งไว้สัก อย่าง
เขาที่ไม่ได้รับผลเก็บเกี่ยวใดๆ มีสีหน้าห่อเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด “การ เดินทางมาสนามรบสุ้ยเมี่ยของข้าครั้งนี้ต้องยุติก่อนเวลาเสียแล้ว”
เขาหมุนกายเดินจากไปทางเดิมกับตอนที่มา
……
เมื่อเนี่ยเทียนและอินย่าหนันสองคนเดินออกมาจากในถ้ำ สายตาก็ มองเห็นพื้นที่โล่งกว้าง
ปากถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่แห่งเดียวกับตอนที่พวกเขาเข้ามา แต่เป็นด้านหลัง ของภูเขาลูกนี้
ตรงตีนเขา พวกหวงจินหนันมารอกันอยู่นานแล้ว คนเหล่านั้นกำลังใช้ หินวิเศษมาฟื้นพลังของตัวเอง
มู่ปี้ฉงและเซี่ยหว่านถิงก็อยู่กับพวกเขาด้วย
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินออกมา หวงจินหนันก็ยิ้มสดใส ยกมือโบกให้ เขา
คนทั้งสองพลิ้วกายลงมา และไม่นานก็มารวมตัวอยู่กับพวกหวง จินหนัน
“เป็นอย่างไรบ้าง? ได้ผลเก็บเกี่ยวเพิ่มเติมมาหรือไม่?” หวงจินหนัน พูดพร้อมยิ้มหยี
เนี่ยเทียนพยักหน้าตอบรับเบาๆ
“ไปกันเถอะ พวกเราเปลี่ยนเปูาหมายเสี่ยงดวงกันดู” หวงจินหนัน ไม่ได้ซักไซ้ถามถึงรายละเอียด “สถานที่ที่ข้าจะพาเจ้าไปมีวัตถุดิบวิเศษ ระดับใต้ดินอยู่จริงๆ บางทีพวกเราอาจยังเจอชนต่างเผ่าเหล่านั้น เมื่อถึง เวลา จะแบ่งของวิเศษกันอย่างไรก็ต้องดูที่ว่าใครลงแรงมากแค่ไหน”
เมื่อเคยร่วมมือกันมาแล้วหนึ่งครั้ง เนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกอันดีต่อ หวงจินหนัน เมื่อได้ยินว่ามีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินปรากฏตัว เขาก็รีบ ตอบรับอย่างรวดเร็ว
หวงจินหนันออกคำสั่งหนึ่งครั้ง พวกผู้ฝึกลมปราณที่กำลังฝึกตนก็พา กันลุกขึ้นยืน
อาวุธวิเศษประเภทบินลำแล้วลำเล่าทยอยกันถูกเรียกออกมา หวง จินหนันยืนอยู่รถศึกสีทองอร่ามคันหนึ่ง หลังจากลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ก็หัน มาเอ่ยเชื้อเชิญเนี่ยเทียน “หาไม่ถือสา เจ้ามาเดินทางร่วมกับข้าดีไหม”
คนอื่นๆ เข้าประจำที่อาวุธวิเศษประเภทบินของใครของมันแล้ว เซี่ย หว่านถิงเอาก็หยิบเอาวัตถุของตนออกมา ซึ่งมู่ปี้ฉงและอินย่าหนันต่างก็ เข้าไปอยู่ข้างในเรียบร้อย
เห็นได้ชัดว่ารถศึกคันนั้นของหวงจินหนันไม่ธรรมดา บนตัวรถสลัก อักขระสีทองไว้แน่นขณะราวกับว่าทั้งสามารถโจมตีและสามารถต้านรับ เมื่อเทียบกับเรือดาราที่อยู่ในแหวนเก็บของของเนี่ยเทียนแล้วก็น่าจะเป็น ระดับเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหว่านถิงก็หันมามองเนี่ยเทียนอย่างรอคอยคล้าย คาดหวังให้เขาเดินทางไปด้วยกัน
แต่เมื่อเนี่ยเทียนคิดดูแล้วกลับเลือกมองข้ามความคาดหวังในสายตา ของเซี่ยหว่านถิง และเลือกที่จะพลิ้วตัวเข้าไปยังรถศึกสีทองของหวง จินหนันด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องการจะสอบถามเจ้าพอดี”
หวงจินหนันกล่าวยิ้มแย้ม “เกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวน่ะรึ?”
“ถูกต้อง”
“หากเป็นเรื่องที่ข้ารู้ ข้าย่อมไม่ปิดบังเจ้าแน่นอน”
“ขอบคุณมาก”
อาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำบินเรียงกันเป็นแถวโดยมีรถศึกของ หวงจินหนันเป็นตัวนำ
ส่วนเนี่ยเทียนก็สอบถามหวงจินหนันเกี่ยวกับเส้นทางแห่งดวงดาว ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและความแปลกประหลาดของประตู สวรรค์
หวงจินหนันไขข้อสงสัยให้เขาทีละข้อด้วยความกระตือรือร้นเป็น อย่างยิ่ง
——