ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 874 ข่าวลับต่างๆ
ระหว่างทาง พวกเนี่ยเทียนก็ได้เจอกับวิญญาณร้ายและศพผีอีกหลาย กลุ่ม
ทุกครั้งที่วิญญาณร้ายเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน เขาจะต้องหยิบไข่มุก วิญญาณมืดออกมากลืนกินวิญญาณร้ายพวกนั้น
ส่วนศพผีที่ถูกหวงจินหนันโจมตีอย่างเหี้ยมหาญ ร่างก็แตกสลาย ออกเป็นเสี่ยงๆ พากันตายอนาถ
ยามที่อยู่ว่างๆ เนี่ยเทียนก็จะสอบถามหวงจินหนันเกี่ยวกับเรื่องราว บางอย่างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
จากการสนทนากับหวงจินหนัน ในที่สุดเนี่ยเทียนก็มีความรู้ใหม่ต่อ การรับลูกศิษย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ในฐานะที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคือหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ของเผ่า มนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุด กลุ่มอิทธิพลที่พึ่งพาจึงมีมากจนนับไม่ไหว และมี หลายดินแดนที่เป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ทุกๆ หลายปี พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะรับลูกศิษย์เพื่อ ถ่ายทอดวิชาลับให้
พวกเขาจะเลือกชายหนุ่มหญิงสาวที่คิดว่ามีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาและ เหมาะสมกับการเป็นคนของพวกเขาจากกลุ่มอิทธิพลบางส่วนที่พึ่งพา พวกเขา
ทุกครั้งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวรับลูกศิษย์จะต้องมีงานเลี้ยง ฉลองยิ่งใหญ่ ซึ่งจะมีคนนับพันนับหมื่นเข้าร่วม ทว่าคนที่ผ่านการทดสอบ จากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ถูกพวกเขาคัดเลือกลูกศิษย์อาจมีเพียง แค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น
การรับลูกศิษย์ในแต่ละครั้งอาจมีหลายคนได้กลายเป็นศิษย์ของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แต่หากคิดจะเลื่อนขั้นเป็นบุตรแห่งดวงดาว ความหวังกลับริบหรี่เต็มที
อาจต้องมีการรับลูกศิษย์หลายสิบครั้ง คนที่มีพรสวรรค์เลิศล้ำโดด เด่นถึงจะปรากฏขึ้นมาสักคนหนึ่งและได้รับการยอมรับให้เป็นบุตรแห่ง ดวงดาวจากสภาขุนนางของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
นี่เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการรับลูกศิษย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เท่านั้น
อีกวิธีหนึ่งก็คือคัดเลือกบุตรแห่งดวงดาวโดยตรง
นับสิบล้านปีที่ผ่านมามีดินแดนดวงดาวหลายแห่งที่ถูกพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวพิชิต ซึ่งด้วยเหตุผลหลากหลายประการจึงทำให้ไม่ได้ รับความสนใจจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอีกต่อไป แต่ก็มีดินแดน ดวงดาวบางแห่งที่มีความมหัศจรรย์และค่อนข้างได้รับความสำคัญจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
พวกเขาคิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่ดินแดนดวงดาวพิเศษเหล่านั้นจะ มีบุคคลที่มีพรสวรรค์ถือกำเนิดขึ้นมา
ดังนั้นพวกเขาจึงทิ้งประตูสวรรค์ไว้ในดินแดนดวงดาวเหล่านั้น
เมื่อรวมเนี่ยเทียนเข้าไปด้วย ตอนนี้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจึงมี บุตรแห่งดวงดาวทั้งหมดเจ็ดคน
ห้าคนในนี้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวล้วนใช้การคัดเลือกแบบที่ หนึ่ง นั่นคือคัดกรองหลายต่อหลายชั้นจนถูกเลือกเฟูนออกมา
ส่วนเนี่ยเทียนและอีกคนหนึ่งใช้วิธีทดสอบจากประตูสวรรค์ ชุบหลอม ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวง และได้กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวเช่นกัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นบุตรแห่งดวงดาวแบบไหนก็ไม่ได้ประสบกับความ ราบรื่นทั้งสิ้น การรับลูกศิษย์ในรูปแบบแลกจะกลายมาเป็นบุตรแห่ง ดวงดาวได้เมื่อผ่านการทดสอบจากสภาผู้อาวุโส ซึ่งจำเป็นต้องเข่นฆ่ากับ ชนต่างเผ่า ใช้การต่อสู้มาขัดเกลาตัวเอง
สงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าพันธุ์นอกดินแดนไม่เคยมีการหยุดพัก บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะถูกส่งไปยังสนามรบ ใหญ่ๆ ของแต่ละดินแดนเพื่อต่อสู้กับชนต่างเผ่า
ต่อให้เป็นบุตรแห่งดวงดาวก็มีสิทธิ์ตายได้เช่นกัน ซึ่งเคยมีตัวอย่างเกิด ขึ้นอยู่หลายกรณี
ผู้ที่กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวโดยผ่านการทดสอบจากประตูสวรรค์ เช่นเนี่ยเทียนก็จะต้องได้รับการฝึกฝนเช่นกัน
คำว่าการฝึกฝนนี้ก็หมายถึงเส้นทางแห่งดวงดาวที่ใช้เดินทางกลับ
พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะทิ้งร่องรอยต่างๆ สำหรับการเดินทาง กลับสำนักไว้ให้ ซึ่งจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ปล่อยบุตรแห่งดวงดาว
เติบโตได้ด้วยตัวเองตามยถากรรม ให้บุตรแห่งดวงดาวที่หาทางกลับ สำนักค่อยๆ ทำตัวเองให้แข็งแกร่ง ขอบเขต สภาพจิตใจ ความสามารถ ในการทำความเข้าใจล้วนจะต้องบรรลุถึงระดับหนึ่งจึงจะกลับคืนสู่สำนัก ได้
หลังจากที่บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกลับไป ถึงสำนัก สำนักก็จะทุ่มเททรัพยากรที่มากกว่าเดิมให้แก่เขา
ระหว่างบุตรแห่งดวงดาวก็มีการต่อสู้กันเองอย่างลับๆ เพราะนายแห่ง ดวงดาวในอนาคตก็จะคัดเลือกเอาจากบุตรแห่งดวงดาว
ยกตัวอย่างเช่นครั้งนี้บุตรแห่งดวงดาวทั้งหมดมีเจ็ดคน แต่คนที่จะได้ เป็นนายแห่งดวงดาวกลับมีเพียงคนเดียว
เมื่อคนผู้นั้นที่ผ่านประสบการณ์ยากลำบากมากมายจนได้กลายเป็น นายแห่งดวงดาว บุตรแห่งดวงดาวทุกคนที่เหลือ็จะได้แต่เข้าร่วมกับสภาผู้ อาวุโส คอยให้การช่วยเหลือนายแห่งดวงดาว
นายแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคนปัจจุบันก็ผ่าน การทดสอบมาทีละขั้นแบบนี้เช่นกัน จากคำบอกของหวงจินหนัน นาย แห่งดวงดาวคนปัจจุบันของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีตบะแดนเทพ เจ้าขั้นสูงสุด
นายแห่งดวงดาวผู้นี้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ ไพศาล เขาปกครองพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมานานหลายหมื่นปีแล้ว
ทว่านายแห่งดวงดาวที่แข็งแกร่งก็หาใช่ว่าจะมีอายุขัย…ยืนยาวไม่ตาย เสมอไป
และว่ากันว่าอายุขัยของนายแห่งดวงดาวคนปัจจุบันใกล้จะดำเนิน มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
เมื่ออายุขัยของเขาสิ้นสุดลง พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ จำเป็นต้องเลือกนายแห่งดวงดาวคนใหม่จากบุตรแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคน
“ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าก็มีวันที่อายุขัย…จะสิ้นสุดลงได้ด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
“ไม่มีสิ่งใดที่ดำรงอยู่ไปชั่วกัลปาวสาน เผ่ามนุษย์เป็นเช่นนี้ ชนต่าง เผ่าก็เช่นเดียวกัน” หวงจินหนันทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง “แม้ว่า อายุขัยของชนต่างเผ่าจะยืนยาว บางคนอายมีอายุเป็นแสนหรือเป็นล้าน ปี แต่ชนต่างเผ่า สัตว์โฐราณหรือแม้แต่เทพยักษ์ค้ำฟูาที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ก็มีวันที่เลือดลมจะแห้งเหือดและค่อยๆ เดินไปสู่ความตาย”
“เผ่ามนุษย์ของพวกเราก็ยิ่งเป็นเช่นนี้”
“ก่อนเขตสามัญ จิตวิญญาณที่แท้จริงของเผ่ามนุษย์ยังไม่ก่อตัวขึ้นมา โดยทั่วไปจึงไม่ได้รับอายุขัยเพิ่มเติม ซึ่งคนส่วนใหญ่มีอายุได้ประมาณสอง ร้อยปีก็ตายกันแล้ว”
“มีเพียงเลื่อนสู่เขตสามัญได้ก่อนอายุสองร้อยปีถึงจะได้รับอายุขัยเพิ่ม มาอีกห้าร้อยปี”
“เขตลี้ลับ ขีดจำกัดสูงสุดของอายุขัยคือหนึ่งพัน เขตวิญญาณคือสาม พัน”
“แดนว่างเปล่าเป็นเหมือนเหวลึกแห่งหนึ่งที่หากข้ามผ่านไปได้ก็จะได้ อายุเพิ่มเติมเป็นหมื่นปี”
“แดนเอตทัคคะ อายุสูงสุดคือสามหมื่นปี”
“ส่วนแดนเทพเจ้านั่นคือแปดหมื่นปี”
หวงจินหนันทอดถอนใจอย่างปลงตก “แต่ว่าต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่ง แดนเทพเจ้าก็ยากที่จะเอาอายุขัยไปเปรียบเทียบกับชนต่างเผ่า ผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์กว่าจะได้เลื่อนเป็นแดนเทพเจ้าอย่าง แท้จริงก็อาจจะเสียเวลาไปเป็นหมื่นๆ ปีแล้ว”
“ต้าจุนของชนต่างเผ่ามีอายุขัยหลายแสนปี หรืออาจถึงหนึ่งล้านปี นี่ คือสิ่งที่เผ่ามนุษย์ของเราเปรียบเทียบด้วยไม่ได้”
“ส่วนเทพยักษ์ค้ำฟูา สัตว์โบราณก็ยิ่งมีอายุยาวนานกว่าภูตผีปีศาจ อสูรกาย”
“ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง ขอแค่มีชีวิตอยู่ นานหน่อย สายเลือดของพวกเขาก็จะค่อยๆ มีการพัฒนา ดังนั้นชนต่าง เผ่าและสัตว์โบราณจึงแทบจะไม่มีขีดจำกัดด้านอายุขัย ไม่ต้องกังวลว่าจะ ตายไปกลางทางก่อนที่สายเลือดจะเกิดการแปรสภาพ”
“ทว่าเผ่ามนุษย์ของพวกเราที่มีขีดจำกัดด้านอายุขัยจึงจำเป็นต้องฝึก ตนอย่างบ้าคลั่งเพื่อรวบรวมพลังวิญญาณ”
“และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ ศักยภาพของเผ่ามนุษย์จึงเลื่อนระดับได้ เร็วกว่าชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ”
“พวกเราเดินไปสู่จุดสูงสุดได้ง่ายดายกว่า แต่ก็ตายได้ง่ายกว่าเพราะ ขีดจำกัดด้านอายุขัย สัตว์โบราณและชนต่างเผ่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เมื่อเวลาผ่านไป สายเลือดของพวกเขาจะค่อยๆ เลื่อนขั้นไปทีละก้าว ดังนั้นผู้แข็งแกร่งของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าส่วนใหญ่จึงเป็นพวกผู้ เฒ่าที่มีอายุอยู่มาอย่างยาวนาน หากพวกเขาอายุเป็นหมื่นปีก็ถือเป็นเรื่อง ปกติ”
“ในฐานะที่เจ้าเป็นเทพบุตรสายทองของสำนักห้าธาตุก็ยังดูหนุ่มอยู่ มากและขอบเขตก็ไม่พิเศษจนน่าตกใจ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างแปลกใจ
หวงจินหนันกล่าวอย่างหดหู่ “ในบรรดาเทพบุตรแห่งเทพธิดาของ สำนักห้าธาตุ ข้าคือคนที่อ่อนแอที่สุด นี่เป็นเพราะข้าเพิ่งถูกเลือกเมื่อไม่ นานมานี้ เทพบุตรสำนักทองคนก่อนตายไปตอนต่อสู้กับชนต่างเผ่าใน พื้นที่พิเศษแห่งหนึ่งนอกดินแดน ก่อนหน้าที่เขาจะตาย ตบะใกล้จะฝุา ทะลุสู่แดนว่างเปล่าแล้ว น่าเสียดายมาก”
“พอเขาตายไป สายของเราจึงมีการคัดเลือกเทพบุตรคนใหม่ และข้า คือคนโชคดีที่ถูกเลือก”
“เพราะว่าข้าเพิ่งเป็นเทพบุตรได้ไม่นาน ขอบเขตในตอนนี้จึงยังไม่สูง เมื่อเทียบกับเทพบุตรเทพธิดาของอีกสี่สายในสำนักห้าธาตุแล้ว ข้าจึงยัง ถือว่าอ่อนด้อยกว่ามาก”
ดวงตาเนี่ยเทียนฉายประกายประหลาด “เทพบุตร เทพธิดา…”
จู่ๆ เขาก็พลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
เจ้านายคนแรกของเกราะมังกรเพลิงที่เขาครอบครองดูเหมือนจะชื่อ เทพธิดาแห่งเปลวเพลิงอะไรสักอย่าง
จากความทรงจำที่ขาดๆ หายๆ ของเกราะมังกรเพลิง เทพธิดาแห่ง เปลวเพลิงถูกคนที่ชื่อผังชื่อเฉิงสังหาร และเกราะมังกรเพลิงก็ถูกช่วงชิงไป
สำนักห้าธาตุประกอบกันขึ้นมาจากห้าสำนักอย่างทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน หวงจินหนันคือเทพบุตรจากสายทอง เทพธิดาแห่งเปลวเพลิงที่ตายไปจะ เกี่ยวข้องกับสำนักไฟของสำนักห้าธาตุหรือไม่?”
เกราะมังกรเพลิงคงไม่ใช่วัตถุที่ผู้แข็งแกร่งของสำนักห้าธาตุหลอมขึ้น เพื่อเทพธิดาแห่งเปลวเพลิงหรอกกระมัง?”
ความคิดมากมายแล่นผ่านสมองของเนี่ยเทียนไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เขาเจอกับหวงจินหนัน ก็เพราะเป็นกังวลว่าหากเอาเกราะ มังกรเพลิงออกมาจะชักนำพลังงานสกปรกมาเพิ่มมากกว่าเดิม เขาจึงยัง ไม่เคยเอามันออกมาใช้
และตอนนี้หวงจินหนันก็ยังไม่เคยเห็นเกราะมังกรเพลิง
“เอ่อ สำนักห้าธาตุของพวกเจ้ามีคนที่ชื่อเทพธิดาแห่งเปลวเพลิง หรือไม่?” เนี่ยเทียนถามขึ้นกะทันหัน
“เอ๋ เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อสำนักห้าธาตุมาก่อนไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงรู้จัก ชื่อของศิษย์พี่หญิง?” หวงจินหนันถามอย่างแปลกใจ
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!”
“ข้ารู้จักชื่อเทพธิดาแห่งเปลวเพลิงจากปากของคนผู้หนึ่งในพื้นที่ลับ แห่งหนึ่งก็เลยลองถามดู” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ “นางยังมีชีวิตอยู่ ไหม?”
“ศิษย์พี่หญิงถูกคนผู้หนึ่งสังหาร อาวุธล้ำค่าของสำนักก็หายไปด้วย ทว่าวิญญาณของศิษย์พี่หญิงหนีรอดมาได้ ตอนนี้เวลาผ่านไปเป็นพันปี แล้ว ศิษย์พี่หญิงได้อาศัยวิญญาณกลุ่มนั้นของตัวเองไปเกิดใหม่และ กลับมาฝึกตน ขอบเขตของนางกลับคืนมาสู่จุดสูงสุดอย่างเดิมอีกครั้ง และได้สร้างแดนว่างเปล่าขึ้นมา ตอนนี้เป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้น” หวง จินหนันอธิบาย
หนังตาเนี่ยเทียนกระตุกไม่หยุด
เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเกราะมังกรเพลิงที่เขาครอบครองจะเป็นอาวุธ ล้ำค่าของสายทองแห่งสำนักห้าธาตุ!
หลังจากเทพธิดาแห่งเปลวเพลิงซึ่งเป็นเจ้านายคนแรกของวัตถุชิ้นนี้ ถูกผังชื่อเฉิงสังหาร นางกลับยังไม่ตาย ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่บนโลก ทั้งยัง เป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้นอีกด้วย
ยังดีที่เมื่อผังชื่อเฉิงได้เกราะมังกรเพลิงไปครองก็ลบความทรงจำส่วน ใหญ่ของมันทิ้ง และเมื่อตนชุบหลอมมันครั้งแล้วครั้งเล่า มันจึงกลายมา เป็นของตนอย่างสมบูรณ์แบบ…
แต่หากหวงจินหนันรู้ว่าตอนนี้อาวุธล้ำค่าของสำนักห้าธาตุพวกเขาอยู่ ในมือของเขา…
เรื่องไม่คาดคิดของเทพธิดาเปลวเพลิงนี้ทำให้เนี่ยเทียนต้อง ระแวดระวังหวงจินหนันมากกว่าเดิม
เขากังวลว่าอินย่าหนัน มู่ปี้ฉงจะเปิดเผยเรื่องเกราะมังกรเพลิงจึงหา ข้ออ้างขอแยกตัวไปจากหวงจินหนัน กลับไปอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบิน ของเซี่ยหว่านถิงดังเดิม แล้วก็ไม่ได้ซักไซ้ถามเรื่องอื่นๆ ของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวต่ออีก
เมื่อได้รับการบอกเป็นนัยจากเนี่ยเทียน อาวุธวิเศษของเซี่ยหว่านถิ งจึงชะลอความเร็ว ติดตามพวกหวงจินหนันอยู่ด้านหลังสุด
“เสื้อเกราะตัวนั้นของข้า พวกเจ้าทำเป็นว่าไม่เคยเห็นมันมาก่อน และห้ามพูดถึงแม้แต่คำเดียว” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเคร่งเครียด “วัตถุชิ้น นี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับสำนักห้าธาตุ”
——