ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 876 บ่อเลือดมลพิษ
เมืองหลวงของเผ่ามนุษย์หินสร้างขึ้นมาจากหินสีเทาซีดขนาดใหญ่ ยักษ์ พลังงานสกปรกที่อยู่ข้างในเมืองเข้มข้นกว่าด้านนอกไม่น้อย
ในเมืองมีวิญญาณร้ายลอยล่อง มีศพผีเดินเตร่
สองฝั่งข้างทางของถนนที่กว้างขวางคือหอเรือนหินเรียงราย แต่ละ หลังล้วนสูงสิบกว่าเมตร
พออาวุธวิเศษประเภทบินของพวกเนี่ยเทียนบินข้ามกำแพงเมืองเข้า มาด้านใน ปราณเลือดเนื้อและปราณจิตวิญญาณที่แผ่ออกมาจากบนร่าง ของพวกเขาก็ไปดึงดูดวิญญาณร้ายและศพผีจำนวนไม่น้อยทันที
สิ่งที่วิญญาณร้ายต้องการคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของพวกเขา พวก มันกินวิญญาณเป็นอาหาร
ส่วนที่ศพผีต้องการคือแทะร่างกายที่มีเลือดเนื้อของพวกเขา
ศักยภาพของวิญญาณร้ายและศพผีไม่เหมือนกันทุกตัว ผู้ที่ตอนมีชีวิต อยู่เคยมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง เมื่อกลายมาเป็นวิญญาณร้ายก็จะ แข็งแกร่งมากกว่าเก่า
ผีร้ายก็เป็นเช่นเดียวกัน
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองก็สังเกตเห็นว่าศพผีที่กรูกันเข้ามาแทบไม่มีเผ่า มนุษย์อยู่เลยแม้แต่คนเดียว
พอเขามาคิดอีกทีก็เข้าใจว่านั่นเป็นเพราะเรือนกายของเผ่ามนุษย์ อ่อนแอ เลือดลมไม่มากพอ จึงมีความเป็นไปได้น้อยที่จะตายแล้วกลายมา เป็นศพผี
ต่อให้กลายมาเป็นศพผี ศพผีที่เกิดจากเผ่ามนุษย์ก็จะเป็นประเภทที่ อ่อนแอมากที่สุด
ศพผีที่อ่อนแอหากเข้ามาในเมืองแห่งนี้ เกรงว่าคงถูกผู้สำรวจกลุ่ม อื่นๆ สังหารไปหมดแล้ว
ดังนั้นศพผีที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จึงเป็นศพผีที่เกิดมาจากชนต่างเผ่าและ สัตว์วิเศษ
“อู้ๆๆ!”
วิญญาณร้ายสิบกว่าตัวกระโจนเข้ามาใกล้ราวก้อนเมฆสีเทาสิบกว่า ก้อน
ตอนที่พวกมันเข้ามาใกล้ ความปรารถนาจากสัญชาตญาณของพวก มันไม่ว่าจะเป็นความคลุ้มคลั่ง เหี้ยมโหด หรือกระหายเลือดก็ล้วนปะปน มากับปราณจิตวิญญาณที่ขุ่นมัวของพวกมันด้วย
ปราณจิตวิญญาณที่ทั้งขุ่นมัวและแปลกประหลาดขยับเข้ามาใกล้ก่อน อย่างเงียบเชียบ
มหาสมุทรจิตวิญญาณที่นิ่งสงบของเนี่ยเทียนพลันเกิดคลื่นกระเพื่อม จิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งผ่านการหล่อหลอมอยู่หลายครั้งจนเริ่มเปลี่ยนมา เป็นชัดเจนก็คล้ายจะได้รับผลกระทบจึงพร่าเลือนไปน้อยๆ
จิตวิญญาณที่แท้จริงพร่าเลือนทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกเวียนหัวตาลาย ทันที
เขาพลันตระหนักได้ว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงขุ่นมัวที่โชยมาอย่างเงียบ เชียบได้แทรกซึมเข้าในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว แม้แต่น้อย
“จิตวิญญาณแห่งดวงดาวส่องสว่าง!”
เมื่อความคิดบังเกิด จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงที่ลอยอยู่ใน มหาสมุทรจิตวิญญาณก็พลันส่องแสงสว่างเจิดจ้า แสงดาวเย็นกระจ่าง มี ประสิทธิผลในการปลอบประโลมจิตใจ ชำระล้างจิตวิญญาณ
เขากลับคืนมามีสติดังเดิมทันที ไม่ได้รับผลกระทบจากจิตวิญญาณที่ ขุ่นมัวเหล่านั้นอีกต่อไป
ก่อนที่เขาจะรีบหันไปมองหญิงสาวสามคนในเรือ
ต่อให้มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันไม่ได้เอาบุปผาร่วมชีวิตและงูเหลือมเลือด น้ำแข็งออกมาก็สามารถอาศัยการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณและดึงเอา พลังของทั้งสองสิ่งออกมาใช้ได้เช่นกัน
และด้วยเหตุนี้หลังจากที่มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันสติเลอะเลือนไปครู่หนึ่ง ก็กลับคืนสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว
กลับเป็นเซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารีที่ตอนนี้ดวงตาใสสงบราว ผืนน้ำของนางมีความดุร้ายปล่งประกาย
ปราณประหลาดของความดุร้าย เหี้ยมโหดซึ่งไม่สอดคล้องกับปราณ ของนางอย่างสิ้นเชิงค่อยๆ เอ่อท่วมร่างของนาง
ดวงตาของนางมีแสงของความบ้าคลั่งเปล่งวาบ
“ตื่นขึ้นมา!”
เนี่ยเทียนคำรามเบาๆ พลางใช้ปลายนิ้วแตะไปที่หว่างคิ้วของนาง พลังดวงดาวที่เย็นกระจ่างส่องแสงเจิดจ้าอยู่ตรงนั้นและช่วยชำระล้างสิ่ง สกปรกที่ปะปนอยู่ในใจนางทิ้งไป
ความดุร้ายในดวงตาเซี่ยหว่านถิงและปราณผิดปกติบนร่างของนาง ทั้งหมดพลันหายไปไม่มีเหลือ
นางฟื้นคืนสติทันที ใบหน้ามีความตกตะลึงและแปลกใจ “เมื่อครู่นี้ …”
“แปลกจริง วิญญาณร้ายที่อยู่ในนครหลวงของเผ่ามนุษย์หินไม่ เพียงแต่มีจำนวนมาก ยังสามารถล่อลวงใจคนได้อีกด้วย” มู่ปี้ฉงเอ่ยเบาๆ
“ระวังตัวกันหน่อย รักษาจิตวิญญาณให้ดี อย่าให้ได้รับผลกระทบอีก ครั้ง”
เนี่ยเทียนชักปลายนิ้วที่วางบนหว่างคิ้วนางกลับมาพลางเอ่ยกำชับ
“ขอบคุณมาก เป็นเพราะข้าประมาทเกินไป ” เซี่ยหว่านถิงยัง หวาดหวั่นไม่หาย “วิญญาณร้ายที่เจอก่อนหน้านี้ไม่มีความสามารถใน การล่อลวงจิตวิญญาณ เมื่อครู่ข้าถึงได้ติดกับพวกมัน”
“อืม” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ
และเวลานี้รถศึกทองคำของหวงจินหนันรวมไปถึงอาวุธวิเศษประเภท บินหลายลำก็พากันขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
เพราะวิญญาณร้ายที่กระโจนเข้ามาอยู่ประชิดตัวมากแล้ว ทั้งยังเริ่ม จะลงมือสังหารพวกเขา
ที่น่าแปลกก็คือพวกเขาไม่มีใครสักคนที่ติดกับ สีหน้าของแต่ละคน สงบนิ่งกันอย่างมาก
ตอนที่วิญญาณร้ายหลายตัวขยับเข้ามาใกล้พวกเนี่ยเทียนก็มีเส้น วิญญาณเล็กละเอียดหลายเส้นถักทอกันขึ้นมาเป็นตาข่าย หมายรัดพันจิต วิญญาณของพวกเนี่ยเทียนเอาไว้
เนี่ยเทียนปะทะกับวิญญาณร้ายมาหลายครั้งจึงเตรียมตัวป้องกันไว้ นานแล้ว ชั่วขณะที่ตาข่ายพวกนั้นขยับเข้ามาใกล้ เขาก็เรียกเอาไข่มุก วิญญาณมืดออกมาทันที
พอไข่มุกวิญญาณมืดเผยกาย เส้นวิญญาณที่ถูกวิญญาณร้าย ปลดปล่อยออกมาก็กลายมาเป็นเหมือนควันที่หายวับเข้าไปในไข่มุกสี เขียวเข้ม
วิญญาณร้ายหลายตัวเกิดความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ จู่ๆ ก็พลัน เผ่นหนีไปอย่างบ้าคลั่ง
แรงดึงดูดที่ออกมาจากไข่มุกวิญญาณมืดเหมือนมือยักษ์ที่มองไม่เห็น ซึ่งคว้าจับวิญญาณร้ายเอาไว้แล้วกระชากพวกมันเข้าไปในไข่มุก
ตอนที่ไข่มุกวิญญาณมืดปรากฏตัว พวกวิญญาณร้ายที่ล้อมโจมตีพวก หวงจินหนันก็สัมผัสได้ว่าท่าไม่ดีจึงรีบเผ่นหนีกันโดยไว
ไม่นานพวกวิญญาณร้ายที่กระโจนเข้ามาหาก็พากันหนีไปไกล
สีหน้าของพวกหวงจินหนันสงบนิ่ง เพราะเคยชินกับวิธีการของเนี่ย เทียนนานแล้ว รู้ว่าเมื่อไข่มุกเม็ดนั้นบินออกมา วิญญาณร้ายก็จะแตกฮือ กันไปเอง
“ตึงๆ! ตึงๆๆ!”
ศพผีตนแล้วตนเล่าเดินออกมาจากในหอเรือนหินสูงตระหงานที่อยู่ สองข้างฝั่งทาง
ศพผีเหล่านั้นเหมือนเอาบ้านเรือนที่เผ่ามนุษย์หินทิ้งไว้มาเป็นที่พัก กายของตัวเอง
มีเพียงได้กลิ่นพลังชีวิตเลือดเนื้อ พวกมันถึงจะเดินออกมาหมายแทะ กินสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
ศพผีที่มีขนสีขาวขึ้นเต็มร่างมีทั้งตัวเล็ก มีทั้งตัวใหญ่ และมีทั้งที่ สามารถบินอยู่บนฟ้าได้ และมีบางตนที่ได้แต่ยืนอยู่บนถนน ใช้ดวงตาทึ่ม ทื่อไร้ชีวิตชีวามองไปยังอาวุธวิเศษประเภทบินที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
“ฟิ้ว!”
ศพผีที่บินได้กลายร่างเป็นลำแสงสีขาวและทยอยกันโจมตีอาวุธวิเศษ ประเภทบินเหล่านั้น
“ศพผีพวกนี้ให้พวกเราจัดการเองก็พอ” หวงจินหนันยิ้มอย่างสง่างาม ท่าทางผ่อนคลาย
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มาจากดินแดนต่างๆ และมีเขาเป็นผู้นำบ้าง ก็บินออกมา บ้างก็ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินเปิดฉากต่อสู้กับพวก ศพผีที่บินอยู่บนท้องฟ้าทันที
เรือนกายใหญ่โตของหวงจินหนันที่เหมือนอาบไล้อยู่ท่ามกลางแสงสี ทองเพียงยืนนิ่งๆ อยู่บนรถศึกสีทอง
เขาไม่มีท่าทีจะลงมือแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าสำหรับศพผีที่มีฝีมือ ระดับนี้ไม่มีคุณค่าคู่ควรให้เขาต้องไปจัดการด้วยตัวเอง
เมื่อถูกผู้ฝึกลมปราณหนุ่มสาวของเผ่ามนุษย์ล้อมโจมตี ศพผีตนแล้ว ตนเล่าก็ร่างแตกกระจายแล้วร่วงกราวลงสู่พื้น
เศษซากของศพผีที่บินได้ถูกศพผีตนอื่นๆ ที่ป้วนเปี้ยนอยู่บนสองข้าง ถนนในมือคว้าจับมาแทะกิน
ไม่นานนักศพผีที่บินได้ก็ถูกพวกคนของหวงจินหนันสังหารจนหมดสิ้น
ศพผีที่เหลืออยู่เอาแต่แทะร่างสหายของตัวเอง บวกกับที่ไม่สามารถ บินขึ้นมาบนฟ้าได้จึงไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆ ให้พวกเขาได้อีก
ดวงตาของหวงจินหนันพลันเปลี่ยนเป็นสีทอง ดูเหมือนว่าเขาจะ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่างจึงมองไปยังหอเรือนหินที่พวกศพ ผีแต่ละตัวเดินออกมา
“หลังนั้น!”
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น รถศึกสีทองของเขาก็เหมือนสายฟ้าสีทองเส้น หนึ่งที่พุ่งฉิวไปยังด้านหลังของหอเรือนหลังหนึ่ง
เนี่ยเทียนตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบบังคับเรือดาราให้ติดตามเขาไป
ด้านหลังหอเรือนหินมีลานกว้างขวางอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งบนลานมีบ่อน้ำ อยู่หนึ่งบ่อ
ข้างบ่อน้ำมีศพผีเพศหญิงที่ร่างกายผอมแห้งยืนทื่ออยู่ตรงนั้น มือ กำลังชักเชือกที่มัดเข้ากับถังน้ำดึงเอาน้ำขึ้นมาจากบ่อ
ในถังน้ำที่ดึงขึ้นมาจากบ่อเต็มไปด้วยน้ำที่ปนเปื้อนคราบเลือดสกปรก
ศพผีเพศหญิงเอาหัวจุ่มลงไปในถังน้ำ ดื่มกินน้ำในบ่อที่มีเลือดสกปรก เจือปนอย่างมีความสุข
หลังจากดื่มน้ำในถังหมด มันก็โยนถังลงไปในบ่อและตักน้ำเลือด สกปรกในบ่อขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาราวกับเป็นเครื่องจักร
รอบด้านนอกจากมันและบ่อน้ำนั่นแล้วก็ไม่มีศพผีตัวอื่นๆ อีก
หวงจินหนันลงมาจากรถศึกสีทอง ยืนอยู่บนลานกว้าง มองไปยังศพ ตัวนั้นเงียบๆ อยู่พักใหญ่ถึงได้ตวาดเบาๆ ว่า “ศพผีที่แปลงมาจากภูตผี ปีศาจตัวหนึ่ง”
เมื่อเอาเรือดารามาจอดลงตรงจุดเดียวกับรถศึกสีทอง เนี่ยเทียนก็เดิน ลงมา มองบ่อน้ำและศพตัวนั้นด้วยความตกตะลึง
ในบ่อมีปราณเลือดลมที่ทั้งพลุ่งพล่านและบ้าคลั่ง
“ใต้บ่อน่าจะมีวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน แต่คืออะไรกันแน่ ตอนนี้ข้า ยังวิเคราะห์ไม่ออก” หวงจินหนันหรี่ตาพูด “จัดการกับศพผีตัวนี้ก่อน เถอะ”
ศพผีตัวนั้นเอาแต่ตั้งใจดื่มน้ำในบ่อที่มีเลือดสกปรกเจือปนราวกับไม่ รับรู้การมาถึงของพวกเขาแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมือนกับศพผีตนอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ศพผีตนอื่นๆ ล้วนบุกออกไปหมดแล้ว เพราะเมื่อได้กลิ่น ปราณเลือดเนื้อก็จะเปิดฉากเข่นฆ่าทันที
มันที่อยู่ตรงนี้เอาแต่ชักน้ำในบ่อขึ้นมาดื่ม พอพวกเนี่ยเทียนมาถึงก็ไม่ คิดจะทำอะไรพวกเขา
“ฟิ้ว!”
สายฟ้าสีทองเส้นหนึ่งบินออกจากปลายนิ้วของหวงจินหนัน ตรงเข้า แทงศพผี
ศพผีพลันสัมผัสได้จึงหันขวับกลับมา
ผมเส้นยาวที่มัดไว้เป็นมวยของมันมีช่อหนึ่งที่คล้ายรวมตัวกันเป็นลูก ธนู ก่อนจะพุ่งเข้ามาโจมตีสายฟ้าสีทองที่หวงจินหนันปลดปล่อยออกมา ในเสี้ยววินาที
สายฟ้าสีทองแตกกระจายกลายเป็นเศษส่วนเล็กๆ น้อยๆ ผมช่อนั้น ของศพผีก็แตกทลายไปเช่นกัน
“เอ๊ะ!”
สายตาหวงจินหนันฉายความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึง ว่าศพผีที่เกิดจากภูตผีปีศาจเพศหญิงตนนี้จะสามารถสลายการโจมตีของ เขาไปได้อย่างง่ายดาย
เขารู้แน่ชัดดีว่าสายฟ้าเส้นนั้นที่เขานาบประทับความลี้ลับของธาตุ ทองเอาไว้มีพลังวิญญาณที่สามารถทะลวงให้ทองและหินแตกกระจาย ผู้ ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ในระดับเดียวกันหรือชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหก ก็อย่าได้หวังว่าจะต้านทานมันได้ง่ายดายขนาดนี้
“ตอนที่ศพผีนี้ยังไม่ตาย เกรงว่าสายเลือดของมันคงไม่ต่ำแน่ๆ”
——