ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 877 เจอกับสิ่งป่ายอีกครั้ง
หวงจินหนันเริ่มเกิดความสนใจ
ดอกบัวสีทองดอกหนึ่งบินลอยออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา กลีบ ของดอกบัวคล้ายสลักสัจธรรมความจริงของพลังแห่งสีทองเอาไว้
“อู้!”
ดอกบัวสีทองหมุนคว้างปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองเจิดจ้าบาดตา สะอาดบริสุทธิ์ทั้งยังเคร่งขรึม
กลางกลีบดอกบัวมีเส้นใยสีทองนับพันนับหมื่นถูกปลดปล่อยพวยพุ่ง
ปราณแห่งการชำระล้างสิ่งสกปรก ดับทำลายความชั่วร้ายพลันระเบิด ออกมา
ภายใต้แสงสีทองเจิดจ้า ศพผีเพศหญิงของเผ่าภูตผีปีศาจเหมือนถูกไฟ แผดเผาร่าง
ศพผีร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ผมยาวที่มัดเป็นมวยโบกสะบัด อย่างไร้เสียง
ไฟสีซีดขาวเปล่งวาบออกมาจากดวงตาที่ทึ่มทื่อของศพผี พลังงาน สกปรกที่ค่อนข้างเข้มข้นของที่แห่งนี้พลันไหลบ่าอย่างเชี่ยวกราก
คนที่อยู่ในลานทั้งหมดรวมถึงเนี่ยเทียนต่างก็เริ่มถูกพลังงานสกปรกที่ เข้มข้นกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่ารุกรานเข้ามา
เห็นได้ชัดว่าศพผีตนนี้แตกต่างไปจากศพผีตนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเจอ มา
วิญญาณร้าย ศพผีที่ล่องลอยอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงล้วนไม่สามารถ ควบคุมพลังงานสกปรกได้ ทว่ามันกลับทำได้
พลังงานสกปรกห้าแสงหกสีมารวมตัวกันอยู่บนร่างของศพผี คล้าย เป็นอาภรณ์หลากสีชั้นหนึ่งที่ศพผีสวมใส่เอาไว้
เส้นใยสีทองกลางดอกบัวสีทองที่หวงจินหนันปลดปล่อยออกมาคม กริบจนแม้แต่เหล็กกล้าก็ยังทะลวงผ่านไปได้ ทว่ากลับไม่สามารถทำลาย อาภรณ์หลากสีที่เกิดจากการรวมตัวของพลังงานสกปรกชั้นนั้นได้
เปลวเพลิงสีทองที่แผดเผาเรือนกายของศพผีถูกดับทำลายลงอย่าง รวดเร็ว
มือซ้ายของศพผีที่ผอมแห้งตวัดกวาดอยู่กลางอากาศหนึ่งทีคล้ายทำ ไปโดยไร้จิตสำนึก
แสงสีขาวซีดลุ่มหนึ่งพุ่งสวบเข้ามา
“ตึง!”
ดอกบัวสีทองเหมือนถูกโจมตีอย่างแรง กลีบดอกสีทองแต่ละกลีบถึง ขั้นหลุดกระจายออกจากขั้ว
ก่อนที่กลีบดอกสีทองจะก่อตัวกันกลายมาเป็นเปลวเพลิงสีทองเป็น กลุ่มๆ ด้านในเปลวเพลิงมีอักขระสีทองเจิดจ้า
“ค่ายกลจตุรพิธทอง!”
พอหวงจินหนันคำรามกร้าว อักขระเปลวเพลิงสีทองเป็นกลุ่มๆ ก็ไหล ท่วมท้น ก่อตัวขึ้นมาเป็นค่ายกลลึกลับที่มีพลังงานสะอาดบริสุทธิ์มากกว่า เดิม
ศพผีถูกค่ายกลกักตัวเอาไว้ทันที
พลังงานสกปรกที่ไหลบ่ามาจากสี่ด้านแปดทิศคล้ายถูกสกัดกั้นไว้ ภายนอก ไม่ไหลเข้ามาหาศพผีตนนั้นอีก
ท่ามกลางเปลวเพลิงแต่ละกลุ่ม อักขระสีทองพวกนั้นเริงระบำราว ผีเสื้อแล้วพุ่งเข้าไปหาศพผีราวกับมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง
อาภรณ์หลากสีบนร่างของศพผีค่อยๆ แตกทลาย ขนสีขาวปรากฏ ขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่หวง!”
เวลานี้เอง พวกผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มีหวงจินหนันเป็นผู้นำก็ ทยอยกันมาถึง
เมื่อพวกเขามาถึงก็ชักนำให้ศพผีรอบด้านจำนวนมากกว่าเดิมกรูกัน เข้ามาโจมตี
เมื่อศพผีที่กัดแทะศพของพวกเดียวกัน ไม่สามารถบินไปบนฟ้าได้ กลิ่นเลือดลมก็พากันเฮโลเข้ามา
“พวกเจ้ารับมือกับศพผีด้านนอก ศพผีที่ค่อนข้างพิเศษตัวนี้ ข้าจะ เป็นคนสังหารมันเอง” หวงจินหนันสีหน้าผ่อนคลาย ดวงตามีสีทองตัด
สลับกัน ใช้เวทลับจิตวิญญาณควบคุมค่ายกลจตุรพิธทอง ใช้เปลวเพลิงมา เผาไหม้อาภรณ์หลากสีบนร่างของศพผี
ศพภูตผีปีศาจเพศหญิงถูกเปลวเพลิงสีทองเผาไหม้จนดำเกรียมอย่าง รวดเร็ว
พลังงานสกปรก ปราณศพและพิษศพที่มีเฉพาะในร่างของศพผีค่อยๆ จางหายไป
“กลับมา”
หวงจินหนันเอื้อมมือคว้า เปลวเพลิงสีทองเป็นกลุ่มๆ และอักขระสี ทองลึกลับหลายตัวก็รวมตัวกันขึ้นมาเป็นดอกไม้สีทองที่ส่องแสงศักดิ์สิทธิ์ สว่างไสว บริสุทธิ์ไร้ราคีอีกครั้ง
ก่อนที่ดอกบัวสีทองจะหายวับไปกลางฝ่ามือของเขา จากนั้นเขาจึง เดินออกมาหนึ่งก้าว มาหยุดอยู่ข้างศพผีตัวนั้น
ศึกนี้เนี่ยเทียนแค่มองดูอย่างเดียว แต่กลับสังเกตเห็นวิชาลับ หลากหลายชนิดที่หวงจินหนันใช้ รวมไปถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติใน ร่างของศพผี
เขารับสัมผัสได้ว่าดอกบัวสีทองดอกนั้นน่าจะเป็นอาวุธวิเศษประเภท เชื่อมโยงวิญญาณอีกชิ้นหนึ่งที่หวงจินหนันได้ครอบครอง
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับทวนยาวสีทองของเขา วัตถุชิ้นนี้มีความ มหัศจรรย์ที่ต่างออกไป มันสามารถสร้างค่ายกล มีพลังสะอาดบริสุทธิ์ที่ สามารถชำระล้างความสกปรกชั่วร้าย นับว่าร้ายกาจอย่างมาก
ศพผีที่สามารถควบคุมพลังงานสกปรก เมื่อเจอกับการโจมตีของเขา แค่ดิ้นรนได้เพียงเล็กน้อยก็ถูกเปลวเพลิงสีทองเผาไหม้จนวอดวาย
เมื่อศพผีตายไป พลังงานสกปรกที่มารวมกันอยู่ในลานกว้างจึงลด หายไปอีกไม่น้อย ทำให้ความกดดันของพวกเนี่ยเทียนลดลงไปทันที
“ไม่ว่าตอนยังมีชีวิตอยู่สายเลือดของเจ้าคือระดับใด แต่จะอย่างไรเจ้า ก็ตายไปแล้ว เมื่อตายไปก็ใช้เวทลับทางสายเลือดไม่ได้ จะมาเป็นคู่ต่อสู้ ของข้าได้อย่างไร?” หวงจินหนันพึมพำกับตัวเอง ทวนสีทองปรากฏขึ้นมา ในมืออีกครั้ง เขาถือทวนขึ้นแล้วเขี่ยศพไหม้เกรียมนั่นออกเป็นชิ้นๆ
ศพที่ไหม้ดำแห้งสนิท ไม่มีอะไรที่พิเศษ
หวงจินหนันหมดความสนใจไปอย่างรวดเร็ว ครั้งจึงหันกลับไปมอง เนี่ยเทียนแวบหนึ่ง “ข้าจะลงไปสำรวจใต้บ่อดูสักหน่อย”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ระวังตัวด้วย”
“ไม่ต้องห่วง” หวงจินหนันยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะมีแสงสีทองล้อ มวนร่างกายของเขา ทำให้เขาเหมือนทวยเทพที่อาบไล้อยู่ท่ามกลางแสงสี ทองศักดิ์สิทธิ์ ความสกปรกใดๆ ก็มิอาจรุกราน
“อู้!”
เขาลดตัวลงไปยังก้นบ่อทันที
“ใต้บ่อนั่นมีอะไรอยู่กันแน่?” อินย่าหนันพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“เลือดสกปรกพวกนั้นมาจากไหน?” มู่ปี้ฉงเองก็กำลังครุ่นคิดอย่าง หนัก “ศพของภูตผีปีศาจตนนั้นดื่มเลือดสกปรกอย่างสำราญใจ นั่นถึงทำ
ให้มันแตกต่างจากศพผีตนอื่นใช่หรือไม่? เลือดสกปรกต้องมีประโยชน์ที่ ทำให้ศพผีแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน”
เซี่ยหว่านถิงมีสีหน้าขยะแขยง “เลือดสกปรกที่มีประโยชน์ต่อศพผี พวกเราย่อมเอามาใช้ไม่ได้ และต่อให้ก้นบ่อมีของอยู่จริงก็ไม่มีทางเหมาะ กับเผ่ามนุษย์อย่างพวกเรา เกรงว่าเวทลับชั่วร้ายพวกนั้นอาจจะมี ประโยชน์แค่กับพวกมารอย่างภูตผีปีศาจเท่านั้น”
ไม่นานนัก หวงจินหนันที่มีแสงสีทองโอบล้อมเรือนกายก็บินออกมา จากในบ่อ
“คือของสิ่งนี้นี่แหละ ที่แท้ก็คือไข่มุกเลือดสกปรกเม็ดหนึ่ง” หวง จินหนันหันมาพูดกับเนี่ยเทียน มือซ้ายที่สวมถุงมือของเขาถือไข่มุกเม็ด หนึ่งเอาไว้
ไข่มุกส่องแสงสีเลือดแดงเข้มคล้ายเป็นตัวดูดดึงเอาพลังงานสกปรกให้ มาหา ซึ่งด้านในของมันมีปราณน่าตะลึงที่แผ่ออกมา
ปราณนั้นทำให้สายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนบังเกิดความรังเกียจ โดยสัญชาตญาณ
“ก้นบ่อมีศพของภูตผีปีศาจอยู่ศพหนึ่ง สายเลือดตอนที่ศพนั้นมีชีวิต อยู่คงไม่ต่ำ หลังจากเขาตายไป แก่นเลือดที่เหลืออยู่ในร่างของเขาได้เกาะ ตัวกลายมาเป็นผลึก ซึ่งผลึกนี้ดึงดูดพลังงานที่สกปรกมาจากในเทือกเขา ฝังเลือด เมื่อผ่านการชุบหลอมมานับสิบล้านปีจึงกลายมาเป็นไข่มุกเลือด สกปรกเม็ดหนึ่ง”
“พลังงานสกปรกที่อยู่ในไข่มุกเลือดสกปรกก็คือพลังงานที่แทรกซึม เข้าใปในร่างของพวกเจ้าอีกหลายร้อยเท่า หากไข่มุกเลือดสกปรกสัมผัส โดนเลือดสดของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตนั้นก็จะตายไปอย่างรวดเร็ว”
“วัตถุชิ้นนี้มีประโยชน์ที่มหัศจรรย์ต่อชนต่างเผ่าที่มีสายเลือด แข็งแกร่ง หากเลือดสดของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสูงบางส่วนสัมผัส โดนกับไข่มุกเลือดสกปรกจะทำให้ตายเร็วยิ่งกว่าเดิม เวทลับทาง สายเลือดหลายชนิดที่พวกเขาใช้แก่นเลือดสร้างขึ้นมาจะถูกไข่มุกเลือด สกปรกทำลายทิ้งได้อย่างง่ายดาย”
“ของสิ่งนี้รอให้ข้านำกลับไปสำนักห้าธาตุและทำการหล่อหลอมขึ้นมา ใหม่ก็จะกลายมาเป็นวัตถุที่ช่วยกำราบชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งได้”
เขาอธิบายความเป็นมาของไข่มุกเลือดสกปรกแล้วเก็บไข่มุกเม็ดนั้น ลงไปอย่างไม่เกรงใจ
ความผิดปกติของบ่อน้ำแห่งนี้เขาเป็นคนค้นพบคนแรก และศพผีที่ เฝ้าอยู่ตรงปากบ่อก็ถูกเขาฆ่าตาย ดังนั้นไข่มุกเลือดสกปรกเม็ดนี้ย่อมต้อง ตกเป็นของเขา พวกเนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
“ศพผีตนนั้นสามารถใช้พลังงานสกปรกได้ก็น่าจะเป็นเพราะดื่มน้ำ ของบ่อนี้ ซึ่งน้ำในบ่อมีพลังงานสกปรกที่เจือจางออกมาจากไข่มุกเลือด สกปรก พลังงานสกปรกที่มารวมตัวกันในร่างของมันจึงทำให้มันมีวิธีการ แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร”
ขณะที่ฝั่งนี้กำลังพูดคุยกัน การต่อสู้นอกลานก็มาถึงช่วงสุดท้ายพอดี
ศพผีที่ล้อมเข้ามาโจมตีล้วนทยอยกันถูกฆ่า คนเหล่านั้นจึงกลับมายืน อยู่ข้างกายหวงจินหนันอีกครั้ง หวงจินหนันไม่ได้หยิบไข่มุกเลือดสกปรก ออกมา แต่บอกอย่างชัดเจนว่าได้ไข่มุกเลือดสกปรกมาอย่างไร
ทุกคนไม่มีความเห็นต่างกับการที่เขาเก็บเอาไข่มุกเลือดสกปรกไป
“เปลี่ยนสถานที่ไปสำรวจกันต่อ”
หวงจินหนันขึ้นไปบนรถศึกสีทองคันนั้นอีกครั้งแล้วบินนำออกไปจาก ลานกว้างก่อนใคร
คนที่เหลือก็ทยอยกันติดตามมา
ดวงตาหวงจินหนันเป็นแสงสีทองระยิบระยับ คอยรับสัมผัสไปทั่วด้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้น จึงขับเคลื่อนรถศึกสีทองตามเสียงไป อย่างรวดเร็ว
หนึ่งเค่อต่อมา ชนเผ่าโครงกระดูกหลายคนบวกกับเผ่ามนุษย์อีกเจ็ด คนก็ปรากฏสู่เส้นสายตา
ชนเผ่าโครงกระดูกและเผ่ามนุษย์เหล่านั้นเหมือนจะอยู่ฝ่ายเดียวกัน และรับมือกับศัตรูร่วมกัน
เนี่ยเทียนมองไกลๆ ไปเห็น มุมปากก็พลันยกยิ้มเย็นชา “เจอคนรู้จัก เสียแล้ว”
“ใคร?” อินย่าหนันงงงัน
“สิ่งป่ายจากสำนักภูเขาพันกระบี่แห่งดินแดนพงฟ้า! ” ดวงตาเนี่ย เทียนฉายประกายสังหาร “ผู้อาวุโสคนหนึ่งของข้าถูกคนผู้นี้สังหาร เพื่อน
ของข้าคนหนึ่งเคยถูกเขากักตัวเอาไว้ เขาแอบสมคบคิดกับเผ่าโครง กระดูก และคอยหาศพเผ่ามนุษย์มากมายมาให้แก่เผ่าโครงกระดูก เพื่อให้เผ่าโครงกระดูกสร้างพื้นที่ฝังกระดูก ภายหลังเรื่องนี้ถูกเปิดโปง เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าโครงกระดูก เขาถึงหนีออกมาจาก สำนักภูเขาพันกระบี่ได้”
“สมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูก เอาศพของคนร่วมเผ่าพันธุ์มาให้เผ่า โครงกระดูกใช้เพิ่มพลัง?” ดวงตาอินย่าหนันเปลี่ยนมาเป็นเย็นชา “คนผู้ นี้สมควรตาย!”
“ใช่แล้ว ดังนั้นครั้งนี้ข้าจะให้เขาตาย!” เนี่ยเทียนตวาดกร้าว
——